[จบ] ยอดหมอพลิกแผ่นดิน

    บทที่ 32 สู้กับเสือแบบสุดกำลัง 

    บทที่ 32 สู้กับเสือแบบสุดกำลัง 


    “ไม่ได้หรอก” จ้าวผิงส่ายหน้าพลางเอ่ย

     

    ขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้นดเอง เจ้าเสือเริ่มเคลื่อนไหว มันวิ่งไปหาหูซิงเย่ด้วยความเดือดดาล

         

    โฮก!

       

    อวิ๋นหม่านพลันควบคุมตัวเองไม่ได้ จึงเผลอดึงคันโยกหน้าไม้จูเก่อขึ้นยิง ลูกศรโดนเข้าที่ขาหน้าของเสือ

      

    เสือล้มลงด้วยความเจ็บปวด


    เนื่องจากเมื่อครู่เสือพุ่งเข้าโจมตีหูซิงเย่อย่างเต็มแรง

      

    กรงเล็บบนตัวหูซิงเย่ก่อนหน้า จึงถูกฝังอยู่ในชั้นผิวของหูซิงเย่เหมือนตะขอเหล็ก ทำให้หูซิงเย่กรีดร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวด


    โฮก!

      

    เสือคำรามด้วยความโกรธ หันขวับมาทางอวิ๋นหม่าน

     

    มันแยกเขี้ยวด้วยความเจ็บปวดอย่างหวาดหวั่น 

       

    จากนั้นมันจึงใช้ขาหลังดีดตัว กระโจนเข้าใส่อวิ๋นหม่าน 

           

    เมื่อเท้าหน้าของมันเคลื่อนออก เนื้อชิ้นหนึ่งก็ถูกพรากออกจากร่างกายหูซิงเย่ด้วย ทางที่มันกระโจนมาจึงปรากฏรอยเลือดเป็นทางยาม 

     

    “อ๊าก!” หูซิ่งเย่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด จากนั้นก็เป็นลมหมดสติไป

          

    “อวิ๋นหม่าน เจ้ากำลังจะพาทุกคนไปตาย!”

       

    เซี่ยเฉวียนตำหนิ แล้วจึงรีบหันไปสั่งการ "ทุกคนค่อย ๆ ถอยออกไปช้า ๆ” 

     

    “หาที่ซ่อนก่อน ค่อยยิงธนูขับไล่มันออกไป และอย่าอวดเก่งเด็ดขาด” 

     

    “ลูกของเสือตัวนี้ถูกฆ่าตาย ตอนนี้มันอยู่ในสภาวะเดือดดาล และใครก็ตามที่ขวางมันจะต้องตาย"

        

    ทุกคนได้ฟังคำแนะนำของเขา ก็ค่อย ๆ ถอยออกไป 

     

    จ้าวผิงก็ดึงอวิ๋นหม่านให้ล่าถอยออกมาด้วย

          

    กระนั้นเจ้าเสือร้ายก็ถูกโทสะครอบงำแล้ว มันทำแค่ไล่ล่าอวิ๋นหม่านเท่านั้น 

       

    ระยะทางใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็ไล่ตามมาทัน 

     

    อวิ๋นหม่านขบฟันแน่น ผลักจ้าวผิงออกไป และคำรามลั่น "อาจารย์! ท่านวิ่งหนีไปก่อน ข้าจะสกัดมันไว้สักพัก” 

          

    เขาหันกลับไปจ้องเสือ ดึงคันโยกระดมยิงลูกศรห้าดอกออกไปติดต่อกัน ทำให้ความว่องไวของเสือช้าลงได้

        

    แต่เสือยังคงจ้องมองอวิ๋นหม่านพร้อมแยกเขี้ยวคำรามอย่างไม่ลดละ 

       

    ทำอย่างไรดี? จ้าวผิงพลันนึกกังวล


    อวิ๋นหม่านเป็นศิษย์คนแรกที่เขายอมรับ หลังจากใช้เวลาอยู่ด้วยกันหลายวัน ทั้งสองก็ค่อย ๆ พัฒนาความผูกพันแล้ว

     

    จ้าวผิงไม่อาจทนเห็นเขากลายเป็นอาหารของเสือได้ 

        

    แต่ด้วยเวลากระชั้นชิดเช่นนี้ก็ไม่สามารถคิดวิธีแก้ปัญหาดี ๆ ได้เลยเช่นกัน

           

    ชีวิตก่อนเขาเคยเห็นวิธีจัดการกับเสือทางอินเทอร์เน็ตมาบ้าง เหมือนว่าต้องจ้องมองเสือ แล้วแกล้งทำเป็นสัตว์ที่ใหญ่กว่าเพื่อหยุดยั้งมัน 

      

    แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลดีนัก เพราะนั่นคงเป็นวิธีที่ใช้ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับเสือโดยบังเอิญ


    ทว่าตอนนี้เสือโกรธมาก มันจะไม่มีทางมารู้สึกหวาดกลัวได้เลย เจ้าเสือเต็มไปด้วยความดุร้ายรุนแรง มีเพียงการฆ่าคนที่พอจะบรรเทามันได้ 


    ส่วนการเลื่อนไถลเข้าไปสู้โดยตรงนั้น… 


    จ้าวผิงไม่กล้าแม้แต่จะคิดเลย

      

    ถึงอย่างไรมีดของราชวงศ์ต้าเว่ยก็ล้าหลังมาก แม้ว่าจะลับคมมีดแล้ว ก็ยังเข้าขั้นทื่ออยู่ดี

          

    ต่อให้เสือตัวนั้นจะนอนอยู่เฉย ๆ แล้วปล่อยให้แทง ก็เกรงว่าต้องกรีดหลายครั้งกว่าจะผ่าเปิดท้องเสือได้ 

        

    ก่อนหน้านี้ เพียงถลกหนังกระต่าย จ้าวผิงยังต้องออกแรงกระชากหนังออกสามสี่ครั้งกว่าจะกรีดเปิดหนังมันได้ 

             

    จริงสิ! กระต่าย

           

    ทันใดนั้นจ้าวผิงก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ เขาเอื้อมมือขึ้นถอดกระต่ายสองตัวที่ห้อยอยู่ตรงคอออกมา แล้วขว้างมันไปตรงหน้าเสือ

        

    จากนั้นเขาหันไปพูดกับอวิ๋นหม่าน “อวิ๋นหม่าน เจ้าถอยออกมาช้า ๆ นะ"

         

    ตอนนี้เสือมองไปที่อวิ๋นหม่านสลับก้มมองกระต่ายบนพื้นอีกครั้ง


    มันอยากจะไล่ล่าอวิ๋นหม่าน ทว่าไม่อาจปฏิเสธกลิ่นหอมของกระต่ายได้ กลิ่นเจ้ากระต่ายหอมเย้ายวนน่าลิ้มลอง

       

    จ้าวผิงก็มั่นใจเช่นกัน

     

    กระต่ายพวกนั้น เขาดองมันด้วยวัตถุดิบยาชนิดพิเศษ

      

    แม้ว่ายังไม่ผ่านการปรุงสุก แต่ก็จะได้กลิ่นหอมของเนื้ออยู่แล้ว

      

    แน่นอนว่าไม่นานหลังจากนั้น ต่อมรับกลิ่นของเสือย่อมมีชัยเหนือเหตุผล

       

    ในที่สุดเจ้าเสือวิ่งเข้าไปกัดกินกระต่ายทั้งสองตัว

     

    ถูกปาก!

     

    แม้แต่เสือยังต้องหลั่งน้ำตาและอาวรณ์ไม่อยากให้หมด

         

    มันจ้องมองจ้าวผิง สายตาท่าทางนั้นคล้ายจะบ่งบอกว่า ‘เจ้าควรให้ข้าเพิ่มอีกสิ’

         

    แต่ในเวลานี้จ้าวผิงและอวิ๋นหม่านได้ล่าถอยไปซ่อนตัวในจุดห่างไกลแล้ว  

      

    “เจ้าโยนกระต่ายให้มันกินทำไม?”

     

    เซี่ยเฉวียนพูดด้วยความไม่พอใจ "เสือตัวนี้อารมณ์ไม่ดี การให้มันกินของที่เปื้อนเลือด จะยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดุร้ายของมัน และทำให้รับมือได้ยากยิ่งขึ้นไปอีก"

     

    “ข้าใส่ยาเข้าไปในกระต่าย มาลองดูว่าจะวางยาพิษเสือได้ไหม"

      

    จ้าวผิงอธิบายสั้น ๆ


    “ใส่ยาพิษหรือ?” ดวงตาของเซี่ยเฉวียนสว่างวาบ “ใช้เวลานานเท่าใดจึงจะออกฤทธิ์?”


    “เรื่องนี้...” จ้าวผิงพูดด้วยความขมขื่น “ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”

       

    แม้จะบอกว่าเป็นยาพิษ แต่อันที่จริงมันยังเป็นแค่ผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปในการเพาะเลี้ยงเพนิซิลินของเขา จึงบอกไม่ได้ว่ามันสามารถออกฤทธิ์กับเสือได้มากน้อยเพียงไร ไม่ต้องพูดถึงว่าจะออกฤทธิ์นานแค่ไหนด้วย 

     

    ในชาติก่อน ตอนเขาเรียนหมอก็ได้เรียนรู้วิธีการสกัดเพนิซิลินแบบโบราณ

        

    เพนิซิลินอย่างหยาบไม่เพียงแต่ประกอบด้วยเพนิซิลินเท่านั้น แต่มีพาทูลินด้วย

     

    แม้ว่าสารพิษทั้งสองนี้จะผลิตโดยเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคเน่าในผลไม้ ลักษณะมองด้วยตาเปล่าก็คล้ายกัน และทั้งสองมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ทว่าพาทูลินมีฤทธิ์มากกว่า 


    แม้เพนิซิลินละลายในน้ำ และพาทูลินก็สามารถละลายในน้ำได้เช่นกัน

        

    แต่ความแตกต่างที่ใหญ่สุดระหว่างทั้งสองก็คือ เพนิซิลินเป็นยาปฏิชีวนะที่สามารถรักษาโรคและช่วยชีวิตได้

      

    ส่วนพาทูลินเป็นสารพิษ ซึ่งมีพิษร้ายแรงและดื้อรั้น โดยพื้นฐานแล้วใครก็ตามที่รับมันเข้าร่างการจะต้องตาย

     

    นี่เป็นครั้งแรกที่จ้าวผิงเพาะเลี้ยงเพนิซิลิน ด้วยเงื่อนไขและเวลาที่มีจำกัด ยังไม่มีโอกาสที่จะใช้เวลานานกว่านี้เพื่อทดลองใช้ ก็ต้องหยิบมันมาใช้จริงแล้ว

          

    มีปริมาณพาทูลินจำนวนเท่าใด จ้าวผิงก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำ 

      

    มันสามารถวางยาเสือให้ตายได้หรือไม่ จ้าวผิงก็ยิ่งไม่กระจ่าง

        

    จึงทำได้แค่รอ…

       

    ถ้าพิษฆ่ามันไม่ได้ ก็ค่อยคิดหาวิธีอื่น

      

    “เอ่อ…” เซี่ยเฉวียนก็พูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง

      

    แต่เขาเป็นนายพรานมากประสบการณ์ จึงสั่งทันทีว่า "ตอนนี้ให้พวกเราทุกคนซ่อนตัว และอย่าออกไปข้างนอกเด็ดขาด รอจนกว่าความดุร้ายของเสือจะบรรเทาลง จากนั้นค่อยขับไล่มันออกไป"


    ทุกคนพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

       

    ด้วยในเวลาที่เสือกำลังเดือดดาล ย่อมไม่มีใครอยากตกเป็นแพะรับบาป

     

    เจ้าเสือรออยู่ครึ่งนาที ครั้นมันเห็นว่าจ้าวผิงไม่ได้โยนกระต่ายมาให้อีก มันก็เลียริมฝีปาก ทำท่าทำทางคล้ายไม่พอใจ

       

    เจ้าเสือเริ่มมองไปรอบ ๆ จุดประสงค์คือตามหาจ้าวผิง

     

    แต่จ้าวผิงหายไปแล้ว…

     

    เสือเริ่มจะหมดความอดทนขึ้นมา จึงส่งเสียงคำรามอยู่หลายครั้ง  ก่อนจะใช้จมูกแกะรอย ตามกลิ่นแล้ววิ่งไปหาจ้าวผิง


    “รอไม่ไหวแล้วสินะ”


    จ้าวผิงกล่าวว่า "ที่หลบภัยของพวกเราไม่แข็งแรงพอจะทนแรงตะปบของเสือได้ เราต้องออกไปตั้งรับจากทางด้านนอกแทน” 

       

    เซี่ยเฉวียนก็คิดเหมือนกัน

     

    สถานที่ที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่นั้นเป็นลานบ้านที่ทรุดโทรม กำแพงเป็นแค่ดินผุพัง อย่าว่าแต่เสือเลย แม้ว่าพวกเขาจะใช้แรงเพียงน้อยนิด ก็ยังสามารถทลายกำแพงดินได้แล้ว

      

    เวลานี้ทำได้แค่ออกไปสู้สุดใจเท่านั้น 


    “เซี่ยเฉวียน เจ้าพาคนออกมารุมยิงเสือ พยายามกระตุ้นให้มันอ้าปากให้ได้"

       

    จ้าวผิงสั่งการ “อวิ๋นหม่าน เจ้าเล็งเป้าไปที่ปากเสือ เมื่อมันอ้าปากออก เจ้าเพียงแค่ยิงลูกศรเข้าไปให้แรงที่สุดเท่าที่จะทำได้"


    “เพราะผิวหนังของเสือนั้นหยาบและเนื้อก็หนา ลูกธนูหน้าไม้จึงไม่สามารถโจมตีจุดสำคัญของมันได้ แต่เนื้อในปากของมันนุ่มมาก สามารถโจมตีได้แน่นอน” 


     “ถ้าเจ้ายิงมันจากด้านล่าง บางทีอาจเจาะทะลุหัวและฆ่ามันด้วยธนูดอกเดียวได้"

      

    “รับทราบ” อวิ๋นหม่านรับคำสั่งและล้มตัวลงนอนกับพื้นเพื่อเล็งเป้าไปที่ปากเสือด้วยความแม่นยำ 

          

    เซี่ยเฉวียนไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้ว เขาจึงทำได้เพียงเชื่อฟังคำสั่งของจ้าวผิง และรวบรวมผู้คนออกมาเริ่มยิงธนู

       

    พวกชายหนุ่มที่ไม่ใช่นายพรานก็ช่วยกันหยิบก้อนหินจากด้านข้างขึ้นมาขว้างปาใส่เสือด้วย

       

    เสือวิ่งหลบซ้ายเบี่ยงขวา เรียกว่าการเคลื่อนไหวคล่องแคล่วมาก 

          

    ทว่ามีทั้งลูกศรและก้อนหินจำนวนมากเกินไป จึงสามารถขัดขวางความว่องไวของมันได้ 


    เป็นเวลาหลายอึดใจในการรีบวิ่งไปถึงนอกกำแพงดินที่พวกจ้าวผิงซ่อนตัวอยู่ 

           

    พวกจ้าวผิงค่อนข้างหวาดกลัว อีกทั้งยังลืมที่จะหลบหนีด้วย แน่นอนว่าต่อให้หนีก็หนีไม่พ้น ด้วยคนจะวิ่งเร็วกว่าเสือได้อย่างไร 

         

    ผลัวะ!

        

    ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนอากาศรั่วออกจากถุงลม 

     

    ทุกคนไม่ทราบเหตุผล มีเพียงจ้าวผิงเท่านั้นที่พูดด้วยรอยยิ้มดีใจว่า “เสือมีอาการท้องร่วงแล้ว หมายความว่ายาพิษใช้ได้ผล"

         

    “สักพักมันจะสำรอกและเจ็บปวดไปทั้งตัว จนถึงขั้นหมดสติไปเลยล่ะ"

     

    “พวกเราทุกคนมาคิดหาวิธีถ่วงเวลามันสักพักเถอะ แล้วจะฆ่ามันได้แน่” 

     

    อาจเพราะคำพูดของจ้าวผิงศักดิ์สิทธิ์เกินไป เพราะทันทีที่คำพูดจบลง เสือก็อ้าปากแล้วสำรอกออกมาจำนวนมาก 

     

    ในสำรอกของเสือยังคงมีชิ้นเนื้อที่ยังไม่ย่อยอยู่ด้วย คราบเลือดก็ไหลออกมาพร้อมกัน ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง 

     

    ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นยินดีและเริ่มระดมยิงเร็วขึ้น


    หลังจากยิงธนูหมดแล้ว ก็เปลี่ยนมาหยิบก้อนหินขว้างปาใส่มัน พอก้อนหินหมดแล้ว ก็คว้าหาของข้างกาย ไม่ว่าจะหยิบจับได้สิ่งใดก็ขว้างปาใส่มันทันที 

         

    เจ้าเสือไม่มีโอกาสได้หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย 

     

    ตอนนี้นอกจากการสำรอก ท้องร่วง ขาทั้งสี่ข้างก็ยังสั่นระริก แม้จะยืนก็ยังไม่มั่นคง 


    เพียงไม่นาน มันก็สูญเสียพลังงานทั้งหมดและล้มลงกับพื้น แม้แต่จะส่งเสียงคำรามก็ทำไม่ได้

     

    มันจ้องมองไปที่กำแพงดิน ทว่าฝืนร่างกายไม่ไหวแล้ว


    “เสือถูกวางยาพิษจริง ๆ เยี่ยมไปเลย!"


    ใครบางคนพูดด้วยความตื่นเต้น

          

    จ้าวผิงเองก็หายใจด้วยความโล่งอก


    แต่เขาไม่ทราบประสิทธิภาพแน่ชัดของพาทูลิน เขาจึงทำได้แค่มองเซี่ยเฉวียนพลางเอ่ย “พี่เฉวียน ตอนนี้เสืออ่อนแอลงแล้ว ก็ควรฉวยโอกาสนี้ปราบมัน ก่อนที่ฤทธิ์ของยาจะหมดเสีย”

     

    เซี่ยเฉวียนพยักหน้า ก้าวออกไปอย่างแผ่วเบา พร้อมกับนายพรายที่มีประสบการณ์ไม่กี่คน

     

    เขามองเสือที่ยังนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ก็เริ่มมีความกล้าหาญมากขึ้น หยิบท่อนไม้ขึ้นมา จากนั้นออกแรงทุบไปที่หัวของเสือ 

        

    ตุบ ตุบ ตุบ!


    ไม่รู้ว่าได้ลงมือทุบมันไปกี่ครั้ง กระทั่งเซี่ยจี้หัวหน้าหมู่บ้านเดินเข้ามา พวกเขาจึงหยุดมือ  

      

    แต่ละคนไม่รู้เลยว่าร่างกายเปรอะเปื้อนเลือดมากแค่ไหน ทั้งบนใบหน้าก็ยังเปื้อนยิ้ม เพราะในที่สุดเสือก็ถูกฆ่า

     

    หัวหน้าหมู่บ้านเซี่ยซุนหัวเราะเมื่อเห็นภาพนี้ และยกนิ้วหัวแม่มือให้เซี่ยเฉวียนด้วยความชื่นชม “เสี่ยวเฉวียน เจ้าสามารถฆ่าเสือได้ สมกับเป็นวีรบุรุษ!”


    “หัวหน้าหมู่บ้าน ข้าไม่ได้เป็นคนฆ่าเสือตัวนี้"

       

    เซี่ยเฉวียนส่ายหน้าพลางชี้ไปที่จ้าวผิงและพูดว่า “เป็นฝีมือพ่อหนุ่มจ้าว เขาวางยาพิษใส่เสือจนมันตาย”

           

    แต่ตอนนี้ จ้าวผิงกำลังเดินไปหาหูซิงเย่หัวหน้าหมู่บ้านแล้ว

      

    เขาต้องตรวจสอบอาการบาดเจ็บของอีกฝ่าย

        

    แม้ว่าอนุห้าของหูซิงเย่จะทำร้ายหลิ่วเมิ่งหรู และทั้งสองครอบครัวก็เข้ากันได้ไม่ดีนัก แต่สุดท้ายก็เป็นคนจากหมู่บ้านเดียวกัน และจ้าวผิงก็เป็นหมอ หลังจากเหตุการณ์เสี่ยงตายผ่านพ้นไปแล้ว ย่อมไม่อาจละเลยคนเจ็บได้

       

    หลังจากตรวจสอบแล้ว จ้าวผิงพลันส่ายหน้าและถอนหายใจ "หมดหวังแล้ว"

     

    “กระดูกตะโพกแตก กระดูกสันอกหักหลายท่อน ลมหายใจหยุดสนิท เตรียมตัวจัดงานศพได้เลย” 

      

    “เขาสมควรตายแล้ว!” แทนที่จะแสดงความเห็นอกเห็นใจ เซี่ยจี้กลับพูดด้วยความโกรธ “ใครให้พวกเขาอยู่ดีไม่ว่าดีไปขโมยลูกเสือมากินเล่า” 

     

    “ข้าจะรายงานเรื่องนี้ต่อท่านนายอำเภอแน่นอน พวกคนตระกูลหูก็รอรับโทษได้เลย!” 

     


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ยอดหมอพลิกแผ่นดิน ที่คุณอ่าน

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258