เขาได้ขโมยรถคันนั้นแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว ที่เขาทำแบบนี้เพราะไม่อยากให้นุชไปเสี่ยงด้วยเพราะขนาดเขาเลเวล13 โดยะเิเข้าไปก็ยังาเ็ไม่น้อยแล้วนุชที่เลเวลพึ่ง 5 เขาคิดว่ามันอันตรายเกินไปจึงได้ออกมาคนเดียว เขาขับรถไปเรื่อยๆ มาถึงตัวจังหวัดซึ่งอยู่ห่างเพียงแค่ 30 กว่ากิโลเมตร ภูมิขับไปตามทางจนถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีกำแพงสูงล้อมรอบไม่ต่างจากกำแพงคุกดูเหมือนว่าจะพึงต่อเติมเสร็จเสียด้วย ซึ่งอยู่ติดกับถนนลาดยางสี่เลน ดูเหมือนว่าที่นี่จะค่ายให้กับผู้คนได้อยู่อาศัย
เขาจอดรถลงอีกฝั่งถนนแล้วจึงได้หันมาส่ายสายตามองรอบๆ กำแพง ก่อนที่จะดับเครื่องแล้วลงจากรถมอเตอร์ไซค์ที่ยืมมาแต่เ้าของไม่รู้ตัว
ภูมิได้เดินข้ามถนนทีไรซึ่งรถวิ่งผ่านไปยังตรงหน้าประตูบานใหญ่ที่ทำจากเหล็กกล้าอย่างช้าๆ ไม่เร่งรีบ เมื่อมาถึงประตูก็ได้มียามที่อยู่ในป้อมยามทรงสี่เหลี่ยมได้ร้องทักขึ้นมาเสียงดัง
"ติดต่ออะไรหรือเปล่าครับ"
ภูมิไม่ได้สนใจเสียงร้องทักเพราะมันได้สลักสำคัญอะไรกับเขา เขายังคงเดินหน้าต่อไปจนถึงประตูบานใหญ่ที่สวยงาม ยามที่เห็นว่าชายคนนี้มายืนหน้าประตูก็เดินออกมาจากป้อมเพื่อหยุดภูมิแต่ภูมิก็ไม่ได้สนใจมากนักหันหน้ามาทางยามแล้วตบยามคนนั้นจนสลบแล้วในการโจมตีเดียว หยิบกุญแจจากยามแล้วเปิดประตูเหล็กเข้าไปข้างใน เขาเดินดุ่มๆ เขาไม่โดยไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้นพวกที่เฝ้ายามที่ใส่ชุดสูทถือปืนเห็นเขานั้นก็ได้ยิงปืนใส่เขาทันที เมื่อเห็นยามนอนสลบอยู่หน้าประตู เสียงปืนดังลั่นจนทำให้ทุกคนในค่ายหลบภัยแห่งรับรู้ แต่เขาก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมากมายนักเพราะเขามั่นใจในพลังซิงโครไนซ์ของตัวเอง
ภูมิปล่อยให้มันยิงจนหมดแม็กจึงพุ่งเข้าหามัน หงายมือขวาขึ้นตบเข้าที่หน้าอย่างแรงจนหัวของชายคนนั้นหมุน 360 องศา จากนั้นก็กำเป็หมัดแล้วต่อยเข้าที่หัวของอีกคนที่วิ่งเข้ามา
"โพละ"
หัวของมันแตกกระจายร่างของมันค่อยๆ ร่วงลงไปกองกับพื้นตามคนแรก ภูมิฆ่าพวกมันได้อย่างง่ายดายเมื่อเสร็จจากตรงนี้ เขาก็ไว้วิ่งเข้าหาคนอีกกลุ่มที่วิ่งเขามาอย่างรวดเร็วจนมันไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกเขาฆ่าไปอย่างง่ายดาย
เขาก็แค่ฆ่าทีละคนไปเรื่อยๆ จากหนึ่งเป็สองจากสองเป็ สาม สี่ห้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง ในตอนนั้นเองได้มีกลุ่มคนประมาณ 3 ที่เปิดใช้งานซิงโครไนซ์ได้ พวกเขาได้เข้าต่อสู้กับภูมิ
คนแรกที่มาเข้ามาถึงเป็มนุษย์แรดที่มีเขาอยู่ตรงจมูก เขาได้ต่อยหมัดที่เป็นิ้วมือสีดำเข้าใส่หน้าของภูมิ แต่ภูมิกลับหลบได้แล้วส่วนหมัดเข้าที่หน้าของมัน แต่ในตอนที่หมัดกำลังจะถึงหน้ามัน เขาก็ถูกกรงเล็บกรีดเข้าที่กลางหลังจนเขาเซถลาไป ภูมิหันกลับหลังพร้อมกับศอกเข้าใส่หน้าของคนที่กรีดหลังเขา มันเป็มนุษย์ครึ่งนกแก้ว ศอกของเขาเข้าที่หน้าของมันเต็มๆ เพราะมันไม่คิดว่าเขาจะดึงหมัดที่ต่อยออกไปกลับมาได้รวดเร็วแบบนี้ ส่วนอีกตัวก็ได้พุ่งเรียดพื้นเข้ามา แล้วจะกัดเข้าที่ขาของเขา แต่ภูมิได้เห็นมันก่อนจึงได้เตะขวาเข้าที่ปลายคางของมัน จนมันพับกลับหลัง เมื่อเห็นดังนั้นเ้าตัวแรกก็ได้พุ่งชนเขาในระยะสั้นๆ จนภูมิกระเด็นถอยหลังไป 2 เมตร แต่เขากลับไม่ล้ม ภูมิเมื่อตั้งตัวได้ก็ได้พุ่งเข้าหาพวกมันอีกครั้ง
การต่อสู้เป็ไปอย่างดุเดือดแต่ด้วยเลเวลของภูมิที่ทิ้งห่างพวกมันพอสมควร จึงทำให้พวกมันได้รับาเ็กันถ้วนหน้าแล้วสุดท้ายภูมิก็ได้ฆ่าพวกมันทั้ง 3 คน
เมื่อจัดการทั้ง 3 เรียบร้อยภูมิก็ได้เดินตรงไปยังคฤหาสน์หรูหลังใหญ่ที่มีไปสว่างจ้าเต็มไปหมด ภูมิเดินตรงไปเรื่อยๆ แต่เขาไม่ได้เอะใจเลยว่าทำไมพวกมันถึงไม่ส่งคนมาขัดขวางเขาเพิ่ม
ตอนนี้เขาได้มายืนอยู่หน้าประตูบ้านที่ทำจากไม้เนื้อดี ภูมิไม่ได้สนใจในราคาของมันแม้แต่น้อยเท้าขวายกขึ้นจากนั้นก็ถีบเต็มแรงจนมันปลิวกระเด็นไปไกล จากนั้นเขาก็ได้เดินเข้าไปในบ้าน
เมื่อเปิดเข้าไปข้างในมันเป็โถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนเกือบ 50 คน เมื่อพวกมันเห็นภูมิตรงหน้าประตู ก็ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
จากนั้นพวกมันทั้งหมดก็ได้เปิดใช้งานซิงโครไนซ์กันทุกคน ภูมิเมื่อเห็นแบบนั้นก็รู้ได้ทันทันทีว่าตัวเองเข้ามาในกับดักของพวกมันเสียแล้วเหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นที่หน้าผากของเขาและอีกอย่างเวลาซิงโครไนซ์ของเขาเหลือไม่มากแล้ว เขาหันหลังกลับทันที แต่แล้วด้านหลังของเขาก็ได้มี คนอีกกลุ่มที่ถือปืนกลเบารอรับเขาอยู่ ภูมิตัดสินใจวิ่งเข้าหาพวกที่ถือปืนดีกว่าเพราะเขาคิดว่าลูกะุไม่น่าจะทำให้เขาถึงตายเหมือนพวกที่เปิดซิงโครไนซ์ได้ และมันก็จริงเขาวิ่งฝ่าหาะุเขาหาพวกชุดดำที่ยิงเขาอยู่ในสวนหน้าคฤหาสน์ พร้อมกับมีพวกมนุษย์ครึ่งสัตว์ตามหลังเขามาเป็ฝูง
แม้จะรู้ว่าปืนยิงเขาไม่เข้าแต่พวกมันก็ยังยิงอยู่ดี พวกมันคิดว่าถ้าโดนตาอาจจะทำอะไรเขาได้บ้างเพราะภูมิยกแขนขึ้นมาปิดบริเวณตาตลอดในตอนที่พวกมันสาดะุเข้าใส่ ภูมิวิ่งเข้าหาพวกแล้วฆ่าพวกมันเพื่อเปิดทางแต่พวกมันก็มีกันเยอะมาก
" ทำไมมันเก่งอย่างนี้วะ ปืนก็ยิงไม่เขา แล้วจะฆ่ามันยังไง"
เสียงใครไม่รู้ดังออกมาจากกลุ่มที่กำลังยิงปืนเข้าใส่เขา ภูมิฆ่าพวกมือปืนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งใกล้จะฆ่าพวกมือปืนหมดแล้วก็ได้มีเสียงดังขึ้น