สวีอี้ถงใช้ชีวิตในบ้านโจวในฐานะของโจวเสี่ยวถงอย่างสบายใจแม้ว่าจะไม่ได้ร่ำรวยแต่ครอบครัวนี้ก็มีความรักความอบอุ่นมอบให้แก่กันจนเธออดคิดว่านี่คือครอบครัวในฝันของเธอไม่ได้หากเป็เนื้อเื่ในนิยายจะต้องมีเื่ที่น้องสาวอิจฉาพี่สาวบางครั้งก็อิจฉามากไปจนทำให้บ้านโจวเกิดเื่วุ่นวายจากความดื้อรั้นและเ้าอารมณ์ของโจวเสี่ยวถงแต่ตอนนี้ในเมื่อโจวเสี่ยวถงไม่ใช่คนเดิมบ้านสกุลโจวจึงได้สงบสุขบางวันก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นเสียด้วยซ้ำ
เพียงแต่เธอได้ใช้ชีวิตเป็โจวเสี่ยวถงได้ไม่นานก็ถึงวันแต่งงานของโจวเสี่ยวถงแล้วแม้ว่าสวีอี้ถงจะคิดว่านี่ไม่ใช่ชีวิตของตนเองแต่เพราะตอนนี้เธอรู้สึกคุ้นชินกับร่างนี้แล้วก็เลยอดรู้สึกตื่นเต้นกับการแต่งงานของโจวเสี่ยวถงไม่ได้
‘งานแต่งงานเชียวนะแฟนสักคนก็ยังไม่มีแต่ตอนนี้ฉันกลับกำลังจะแต่งงานแล้วข้ามขั้นตอนถึงขนาดนี้จะไม่ให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นได้อย่างไร’ สวีอี้ถงคิดในใจพลางหมุนร่างของตนเองอยู่ที่หน้ากระจกตอนนี้เธอกำลังสวมใส่ชุดแต่งงานอันล้าสมัยในความคิดของเธอแต่กลับล้ำสมัยของคนในยุคนี้ด้วยจิตใจอันสับสนพิธียกน้ำชาในตอนเช้าผ่านไปอย่างเรียบง่ายเธอสวมชุดกี่เพ้าสีแดงสดเข้าร่วมในพิธีท่ามกลางเสียงชื่นชมของแขกทุกคนที่มาร่วมงาน
พอตอนเย็นไร่ชาเทียนเฟิงของบ้านหยางก็จัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสอย่างยิ่งใหญ่เธอจึงได้สวมใส่ชุดเ้าสาวอันฟูฟ่องซึ่งเป็รูปแบบชุดแต่งงานที่คนในยุคนี้นิยมกันส่วนหยางจิ่วเองก็เปลี่ยนจากชุดพิธีการใน่เช้ามาสวมใส่ชุดสูทสีดำทำให้เขาดูดีขึ้นอีกมาก
“เมื่อเช้าก็คิดว่าหล่อแล้วมาตอนนี้ก็ยิ่งหล่อมากขึ้นไปอีก”สวีอี้ถงพึมพำออกมาอย่างลืมตัวทำให้หยางจิ่วนิ่วหน้าใส่เธออีกครั้ง
“อย่ามาทำเป็พูดเล่นกับฉันเธอไม่ใช่เพื่อนเล่นของฉันเสียหน่อย”คำพูดของเขาทำให้สวีอี้ถงยกมือขึ้นมาทำท่ารูดซิปที่ริมฝีปากของตนเองทีแรกเขาไม่ค่อยจะเข้าใจแต่แล้วหลังจากนั้นอีกครู่หนึ่งเขาน่าจะคิดได้จึงได้หันมาขึงตาใส่เธออีกครั้ง
แขกที่มาร่วมแสดงความยินดีส่วนใหญ่เป็คนสนิทที่อยู่ในหมู่บ้านและเป็คนงานในไร่ชาเทียนเฟิงของบ้านหยางคุณนายหยางที่ในยามนี้เป็แม่สามีทางนิตินัยของเธอแล้วมีสีหน้าเบิกบานอย่างเต็มที่ส่วนสามีที่พึ่งไปจดทะเบียนสมรสที่กองกิจการพลเรือนด้วยกันเมื่อวานนี้ก็มัวแต่ทำสีหน้าบึ้งตึงแถมยังขึงตาใส่บรรดาลูกน้องของเขาเป็ระยะสลับกับหันมาส่งสายตาตำหนิเธอในบางครั้งยามที่ได้เห็นว่าเธอรับเหล้าจากคนที่มาแสดงความยินดีขึ้นมาดื่ม
“เดี๋ยวก็เมาแล้วสติหลุดหรอก”คำพูดของเขากับท่าทีของโจวเสี่ยวถงทำให้สองแม่ลูกสกุลหยางหันไปมองหน้ากันเดิมทีพวกเธอคิดว่าคนที่จะดื่มเหล้าจนเมาแล้วถูกตำหนิจะเป็เ้าบ่าวผู้รักสนุกอย่างหยางจิ่วส่วนคนที่คอยส่งเสียงห้ามปรามจะเป็โจวเสี่ยวถง แต่ตอนนี้กลับกลายเป็ว่าโจวเสี่ยวถงกำลังถูกห้ามปรามโดยสามีผู้ทำสีหน้าบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลาต่างหาก
"ทำไมโจวเสี่ยวถงคนนี้ถึงได้แตกต่างจากเื่ที่บรรดาเพื่อนที่โรงเรียนของเธอเล่าให้หนูฟังอย่างนี้เล่าคะ"หยางเจินพูดกับคุณแม่ของเธอด้วยความประหลาดใจ
“แม่ก็บอกแล้วว่าลูกอย่าไปเชื่อคำพูดของคนอื่นโจวเสี่ยวถงน่ะหรือที่จะไม่เหมาะกับพี่ชายของเธอ จริงๆแล้วเป็พี่ชายของเธอต่างหากที่ไม่เหมาะสมกับโจวเสี่ยวถง”คำพูดประโยคนี้ของคุณนายหยางทำให้หยางเจินหันไปจ้องมองโจวเสี่ยวถงด้วยสายตามองประเมินอีกครั้ง
เพื่อนๆของเธอหลายคนที่ได้เรียนห้องเรียนเดียวกันกับโจวเสี่ยวถงต่างก็พูดเป็เสียงเดียวกันว่าโจวเสี่ยวถงเป็คนหยิ่งยโสสายตามองขึ้นแต่ที่สูงไม่เคยมองเห็นเพื่อนร่วมห้องเป็คนในระดับเดียวกัน ทั้งๆที่ฐานะทางบ้านของเธอก็ธรรมดาติดจะยากจนเสียด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับฐานะทางบ้านของเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆเมื่อได้ฟังคำบอกเล่าจากเพื่อนๆหยางเจินก็พลันตั้งแง่ในใจเอาไว้ก่อนแล้วว่าว่าที่พี่สะใภ้ของเธอเป็คนไม่ดีและคิดว่าเมื่อได้พบหน้ากันเธอจะต้องไม่ชอบโจวเสี่ยวถงแน่ๆแต่ตอนนี้เมื่อได้พบกันแล้วเธอกลับรู้สึกเกลียดไม่ลงท่าทีเย่อหยิ่งจองหองที่เธอคาดการณ์เอาไว้แทบจะไม่ปรากฏให้เธอเห็นอีกทั้งยังดูเหมือนว่าโจวเสี่ยวถงคนนี้จะมีท่าทีเป็มิตรกับเธอมากกว่าพี่ชายของเธอเสียอีก
“โจวเสี่ยวถงหัดปฏิเสธบ้างได้ไหม อย่าได้คิดจะทำให้ฉันเสียหน้าต่อหน้าผู้คนเชียวนะ”หยางจิ่วกระซิบเตือนเ้าสาวของเขาด้วยความไม่พอใจเมื่อได้เห็นว่าเธอเริ่มจะเดินเซไปเซมาแล้ว
“สบายใจได้ถ้าฉันเมาแล้วฉันไม่เคยสติหลุดทำเื่น่าอายเลยสักครั้ง ดังนั้นคุณวางใจได้ฉันไม่ทำให้คุณเสียหน้าแน่”แม้ว่าจะพูดเช่นนั้นแต่โจวเสี่ยวถงก็เริ่มปฏิเสธเหล้าที่บรรดาแเื่พยายามส่งมาให้
เดิมทีพวกเขาเ่าั้ก็คิดจะมอมเหล้าเ้าบ่าวนั่นแหละแต่เพราะสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนักของหยางจิ่วอีกทั้งยังมีกิตติศัพท์เื่การเป็อันธพาลอันโลดโผนของเขาอีกจึงทำให้ทุกคนไม่คิดจะยื่นแก้วเหล้าไปทางเขาแต่กลับยื่นให้เ้าสาวของเขาแทน ส่วนเ้าสาวของเขาอย่างสวีอี้ถงนั้นเพราะกังวลเื่ที่จะต้องอยู่กับเ้าบ่าวสองต่อสองหลังจากจบงานเลี้ยงไปแล้วเธอก็เลยคิดว่าควรจะดื่มเหล้าย้อมใจตนเองเสียหน่อยจึงไม่ได้ปฏิเสธเหล้าที่แเื่พยายามยัดเยียดให้แต่พอได้รับคำเตือนเธอก็เริ่มจะรู้ตัวแล้วว่าถ้าดื่มมากกว่านี้อาจจะครองสติเอาไว้ไม่อยู่จึงได้ปฏิเสธเหล้าที่ถูกส่งมาให้อย่างจริงจัง
“เสี่ยวถงฉันเป็เพื่อนร่วมงานของคุณพ่อของเธอ ถือว่าเป็ผู้าุโคนหนึ่งแต่เธอกลับปฏิเสธเหล้าอวยพรที่ฉันมอบให้อย่างนี้มันช่างเป็การไม่ไว้หน้ากันเลยนะ”พนักงานคนหนึ่งในไร่ชาพูดออกมาด้วยความไม่พอใจที่ถูกปฏิเสธแค่ดูใบหน้าของเขาก็รู้แล้วว่าในตอนนี้เขากำลังเมามากเมื่อเห็นเช่นนั้นสวีอี้ถงก็ไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับเขายื่นมือไปเกาะท่อนแขนของหยางจิ่วแล้วลากเขาออกไปจากกลุ่มแเื่ที่เป็คนเมาที่ชอบเล่นสนุกด้วยการมอมเหล้าเ้าบ่าวและเ้าสาวในทันที
“โจวเสี่ยวถง!อย่าคิดว่าได้เป็คุณนายน้อยของไร่ชาเทียนเฟิงแห่งนี้แล้วจะสามารถจองหองกับพวกเราได้นะโธ่เอ๊ย!คิดว่าตัวเองสูงส่งนักหรือที่แท้ก็แค่นังเด็กโง่เง่าที่ยังไม่รู้ตัวว่าพ่อของเธอใช้การแต่งงานของเธอกับเ้าอันธพาลนี่แลกตำแหน่งหัวหน้าคนงานให้ตัวเอง”เมื่อคนงานคนนั้นพูดเช่นนี้หยางจิ่วก็หยุดฝีเท้าในทันที
“พูดใหม่อีกทีสิ!”น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของหยางจิ่วทำให้บรรดาคนเมากลุ่มนี้ต่างถอยหนีรวมไปถึงคนที่พูดคำพูดต่อว่าเธอเมื่อครู่นี้ด้วย
“ผะผมไม่ได้ตั้งใจจะว่าคุณนะครับคุณชายหยาง”เมื่อเขาพูดเช่นนี้สวีอี้ถงก็พลันขมวดคิ้วในทันที
“ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าคุณกำลังต่อว่าภรรยาของผมอยู่สินะ”หยางจิ่วพูดพลางดึงแขนเสื้อขึ้นอย่างเตรียมพร้อมจะลงมือทำร้ายคนท่าทางของเขาพร้อมจะเอาเื่อย่างเต็มที่เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นสวีอี้ถงก็รีบส่งเสียงห้ามปรามเขาในทันที
“ช่างเขาเถิดค่ะอย่าได้ถือสาคนเมาเลย”เธอห้ามพร้อมกับดึงแขนของเขาเอาไว้เพื่อห้ามปรามไม่ให้เขามีเื่แต่ประโยคต่อมาของคนเมาคนนั้นทำให้เธอพลันสติหลุดในทันที
“คุณชายหยางที่ผมกำลังต่อว่าก็คือตาแก่บ้านโจวต่างหากฝีมือและความสามารถก็งั้นๆ แต่กลับสามารถคว้าตำแหน่งหัวหน้าคนงานในไร่ชาไปได้เมื่อก่อนผมก็ไม่เข้าใจว่าเขาดีกว่าผมตรงไหนแต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าขอแค่มีลูกสาวที่หน้าตาดีสักหน่อยก็ช่วยให้หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้าได้แล้ว”เมื่อเขาพูดจบก็พลันถูกรองเท้าส้นสูงที่ไม่รู้ว่าถูกถอดออกมาั้แ่เมื่อไหร่ของสวีอี้ถงฟาดเข้าไปที่บริเวณริมฝีปากของเขาในทันที
“ถ้ายังกล้าพูดจาดูถูกคุณพ่อของฉันอีกคราวหน้าฉันจะหันส้นรองเท้าไปทางคุณดูความแหลมของส้นรองเท้าของฉันสิถ้ามันเจาะเข้าไปในปากเน่าๆ ของคุณได้ปากของคุณก็น่าจะมีรูเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งรูแน่ๆ”คำพูดและการกระทำของเธอทำให้ทุกคนต่างอยู่ในสภาวะตกตะลึง ตอนนี้สายตาทุกคู่ต่างก็กำลังจ้องมองรองเท้าส้นสูงสีขาวในมือของเธอสลับกับคนเมาที่ถูกฟาดด้วยรองเท้าส้นสูงในทันที
“โจวเสี่ยวถงนังเด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”เมื่อคนเมาคนนั้นตั้งสติได้ก็เกิดความโมโหแล้วพุ่งเข้ามาจะทำร้ายโจวเสี่ยวถงในทันทีหยางจิ่วที่พึ่งจะตั้งสติได้ก็รีบเดินเข้ามาจะมาช่วยเธอแต่สวีอี้ถงที่ในตอนนี้อยู่ในร่างของโจวเสี่ยวถงกลับไม่คิดจะรอให้เขาแสดงฝีมือ ในฐานะที่เคยเป็นักกีฬาเทควันโดของมหาวิทยาลัยเธอก็แสดงทักษะอันโดดเด่นของเธอด้วยการวาดปลายเท้าขึ้นมาเตะเข้าไปที่บริเวณศีรษะของคนเมาคนนั้นจนเขาล้มลงไปบนพื้นแล้วสลบไปในทันทีภาพเด็กสาวในชุดเ้าสาวสีขาวงาช้างยกขาขึ้นมาเตะคนเมาจนสลบโดยไม่สนใจกระโปรงอันฟูฟ่องของเธอปรากฏเข้าสู่สายตาของทุกคนโดยเฉพาะหยางจิ่วที่อยู่ใกล้ที่สุดรีบตรงเข้าไปช่วยประคับประคองร่างที่ดูเหมือนจะเสียหลักของเธอเอาไว้
“โจวเสี่ยวถง!”เขาเรียกเธอด้วยความคาดไม่ถึงพลางก้มลงไปจ้องมองดวงตาที่เต็มไปด้วยความมึนเมาของเธอแล้วก็รีบออกแรงพยุงร่างของเธอเอาไว้ในทันทีพอเธอทรงตัวได้ก็ยืดตัวขึ้นแล้วชี้ไปที่ร่างที่นอนอยู่แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ฉันแต่งงานเข้าบ้านหยางก็เพราะฉันอยากจะแต่งคุณพ่อของฉันเป็คนขยันไม่จำเป็ต้องใช้ลูกสาวมาแลกกับหน้าที่การงานส่วนสามีของฉันแม้ว่าเขาจะเป็อันธพาลอย่างที่คุณพูดก็จริงแต่วางใจได้เขาไม่ได้คิดจะเป็อันธพาลไปจนตายหรอก เห็นแก่ที่คุณเมาฉันจะไม่ถือสาคุณแต่อย่าให้ฉันได้ยินคำพูดมั่วซั่วจากปากของคุณอีกนะ”เมื่อพูดจบเธอก็ทิ้งร่างพิงหยางจิ่วเอาไว้แล้วก็หลับใหลไปในอ้อมอกของเขาในทัน ที...