การซุบซิบเป็เื่น่ากลัวเจี่ยนหรานรู้ดีจากประสบการณ์
ถ้าให้เพื่อนร่วมงานเห็นเธอนั่งรถของท่านประธานคนใหม่มาทำงานเกรงว่าคำพูดนินทาว่าร้ายทั้งหมดจะสามารถฆ่าเธอให้จนตายได้
ดังนั้นเมื่อฉินเยว่ให้เธอนั่งรถของเขาไปทำงานเธอจึงสั่นศีรษะปฏิเสธไปอย่างไม่ต้องคิดสักนิด
ถึงจะไม่ได้นั่งรถของฉินเยว่แต่เวลาที่พวกเขามาถึงบริษัทกลับยังไล่เลี่ยกันอีก
ตอนเจี่ยนหรานกับคนกลุ่มหนึ่งกำลังรอลิฟท์อยู่ฉินเยว่ที่อยู่ภายใต้การห้อมล้อมของผู้ช่วยก็มาถึงลิฟท์ส่วนตัวของประธาน
เดิมทีเธอคิดจะแสร้งทำเป็ไม่เห็นเขาแต่ก็รู้สึกไม่เหมาะสมอีก เลยทักทายอย่างสุภาพมีมารยาทไปตามคนอื่นๆ“อรุณสวัสดิ์ ท่านประธานฉิน!”
“อืม!” ฉินเยว่ตอบรับคำหนึ่งอย่างไร้ความรู้สึก กวาดสายตามองก่อนก้าวเข้าไปในลิฟท์ทิ้งเงาหลังอันเ็าไว้ให้ทุกคน
ท่าทางเ็าของฉินเยว่ไม่ได้ดับความกระตือรือร้นของทุกคนแต่ละคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ท่านประธานคนใหม่กันอย่างเต็มที่
เจี่ยนหรานไม่ได้เข้าร่วมด้วยแต่ว่าในใจกลับคิดว่าน่าขำนิดหน่อย
ฉินเยว่คนนี้มีท่าทางจะแยกแยะเื่ส่วนรวมกับเื่ส่วนตัวได้ชัดเจนจริงๆ
เวลานี้เธอนึกถึงคำในเน็ตคำหนึ่งที่ใช้มาบรรยายฉินเยว่——— เทพหนุ่มผู้แสนเ็า
พอเข้าไปในบริษัทเจี่ยนหรานก็โยนเื่ที่เกี่ยวกับฉินเยว่ทั้งหมดทิ้งไปตั้งอกตั้งใจทำงาน
ใน่เวลาสั้นๆนี้ เจี่ยนหรานกับเพื่อนในแผนกเดียวกันหลายคนยุ่งอยู่กับการเตรียมโครงการประมูลของบริษัทซิงฮุย
การเปิดประมูลจะมีขึ้นในไม่ช้างานของเจี่ยนหรานก็เข้าสู่สถานการณ์ตึงเครียดตอนยุ่งมากๆ ก็ยุ่งจนไม่มีเวลาทานข้าวกลางวัน
ที่บริษัทเจี่ยนหรานนั้นขึ้นชื่อเื่บ้างานทำงานยุ่งจนไม่ทานข้าวกลางวันเป็เื่ปกติทุกคนก็ไม่ได้เป็ห่วงเป็ใยเธอจริงจัง
แต่วันนี้เจี่ยนหรานยุ่งจนลืมรับโทรศัพท์ที่ฉินเยว่โทรมา
เจี่ยนหรานเห็นรอบๆไม่มีคน ถึงได้โทรศัพท์อย่างระมัดระวัง “มีเื่อะไรหรือเหรอคะ?”
ความหมายที่ซ่อนอยู่คือตอนอยู่ที่บริษัทไม่มีธุระก็อย่าเที่ยวโทรหาเธอส่งเดชอย่าให้คนอื่นรู้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเขาและเธอ
ฉินเยว่คิดไม่ถึงว่าพอเจี่ยนหรานเอ่ยปากก็พูดประโยคนี้เขาชะงักไปนิดจึงเอ่ยปากว่า“ถึงงานจะสำคัญ แต่ก็อย่าให้ท้องหิว”
น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบเพียงแต่ออกจะห่วงใยนิดๆ
ใบหน้าเจี่ยนหรานร้อนฉ่าพูดว่า “อืม รู้แล้วค่ะ”
ฉินเยว่ที่อยู่อีกด้านปลายสายไม่พูดอะไรอีกเจี่ยนหรานก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีจึงกล่าวลาแล้วกำลังจะวางสาย
ฉินเยว่ที่ปลายสายเลยพูดใน่สุดท้ายว่า“ผมอยู่ที่โรงแรมไป่เหอ ห้อง 1808”
เจี่ยนหรานพยักหน้าโดยสัญชาตญาณ“งั้นคุณทานข้าวไป ฉันไม่รบกวนแล้ว”
“เจี่ยนหราน!” น้ำเสียงของฉินเยว่เข้มขึ้นอย่างชัดเจนผ่านไปหลายวินาทีถึงได้เอ่ย“ผมจะรอ”
“ไม่ต้อง...” เจี่ยนหรานปฏิเสธไปตามสัญชาตญาณ แต่คำพูดปฏิเสธยังไม่ออกจากปาก อีกด้านก็วางสายไปแล้ว
เห็นหน้าจอมือถือดับไปเจี่ยนหรานมุ่นคิ้วน้อยๆ สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้เธอจะมีเหตุผลอะไรไปปฏิเสธไม่ไปทานข้าวกลางวันกับสามีที่เพิ่งแต่งงานล่ะ
โรงแรมไป่เหอเป็โรงแรมห้าดาวที่อยู่แถวบริษัทราคาแพงระยับ ปกติเจี่ยนหรานไม่ไป นอกเสียจากบริษัทเชิญแขกสำคัญมาเลี้ยงอาหาร
เมื่อไปถึงโรงแรมไป่เหอเจี่ยนหรานยังคิดว่าจะไม่เจอคนรู้จักใครจะคิดว่าจะเจอสวี่ฮุ่ยอี๋ผู้ช่วยของฉินเยว่
เจี่ยนหรานคิดจะแสร้งทำเป็ไม่เห็นอีกฝ่ายกลับเรียกให้เธอหยุด“คุณเจี่ยน ประธานฉินให้ฉันมารับคุณค่ะ”
เจี่ยนหรานยิ้มอย่างเก้อเขินรีบก้าวตามฝีเท้าของสวี่ฮุ่ยอี้ไป
เธอกับฉินเยว่เป็สามีภรรยากันตามกฎหมายชัดๆตอนนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนแอบรักกันเขินจนไม่รู้จะเอาหน้าไปวางไว้ที่ไหนจริงๆ
พอมาถึงห้องหมายเลข1808 เจี่ยนหรานก็เห็น หลิวยง ผู้ช่วยอีกคนหนึ่งของฉินเยว่อีก
"ฉินเยว่เป็ฝ่ายลุกขึ้นไปรับเสื้อนอกของเจี่ยนหรานมาแขวนไว้บนที่แขวนเสื้อด้านข้าง
ดึงเก้าอี้ออกมาให้เธอนั่งแล้วกล่าวว่า “พี่สวี่กับหลิวยงทำงานกับผมมาหลายปีเื่ของเราพวกเขารู้หมดแล้ว”
"
เจี่ยนหรานพยักหน้าไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่พยายามมองสวี่ฮุ่ยอี๋กับหลิวยงชัดๆมากขึ้น
หลิวยงกับสวี่ฮุ่ยอี๋ก็พยักหน้าให้เธออย่างมีมารยาทไม่ได้พูดอะไร แล้วได้รับคำสั่งให้ออกจากห้องไป
ฉินเยว่ส่งน้ำแกงชามหนึ่งให้เจี่ยนหราน“หลายปีมานี้ ผมทำธุรกิจนิดหน่อย ดังนั้นข้างตัวเลยมีคนติดตามอยู่บ้าง”
ได้ยินเขาเป็ฝ่ายอธิบายเจี่ยนหรานรู้สึกพอใจมาก หันไปยิ้มให้เขาอย่างอายๆ “อืม ฉันเข้าใจ”
ตอนเช้ามีคุณป้าที่บ้านทำอาหารเช้าส่งมาให้ข้างกายยังมีผู้มีความสามารถอย่างหลิวยงกับสวี่ฮุ่ยอี๋ติดตามอีกเกรงว่าภูมิหลังของฉินเยว่คนนี้ยังซับซ้อนกว่าที่เธอจินตนาการเอาไว้
เจี่ยนหรานไม่ยินดีจะไปสืบค้นยังไงเสียที่เธอรับปากแต่งงานกับเขาเพราะแค่คิดว่าคนคนนี้ดูแล้วไม่เลวแต่ไม่ใช่เพราะภูมิหลังครอบครัวของเขา
เจี่ยนหรานไม่ได้ถามมากความฉินเยว่เองก็ไม่ได้พูดมาก ทั้งสองคนทานอาหารกันอย่างเงียบๆ
อีกทั้งั้แ่เล็กฉินเยว่ได้รับการสั่งสอนจากที่บ้านว่าห้ามพูดตอนทานข้าวห้ามกล่าวตอนจะนอนก็เลยไม่ชินที่จะพูดอะไรมากที่โต๊ะกินข้าว
อาหารมื้อนี้ทานได้เงียบสงบมาก
รอจนคนทั้งสองวางตะเกียบลงฉินเยว่ถึงได้เอ่ยเรียบๆ อีกว่า “ต่อไป ต่อให้งานยุ่งมากแค่ไหนก็ห้ามอดข้าว”
เจี่ยนหรานพยักหน้า“ฉันจะระวัง”
ได้ยินคำตอบอย่างไม่ใส่ใจของเธอดวงตาภายใต้แว่นตากรอบทองฉินเยว่ก็มืดครึ้มลง กล่าวอย่างไม่พอใจชัดเจนว่า“ต่อไปกลางวันมาทานข้าวกับผม”
น้ำเสียงของฉินเยว่เผด็จการวางอำนาจนิดหน่อยแต่เจี่ยนหรานไม่เกลียดชัง เงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขา “ขอบคุณประธานฉินที่ห่วงใย แต่ว่า...”
“ประธานฉิน?” หัวคิ้วของฉินเยว่ขมวดมุ่น “ในเมื่อคุณเรียกผมว่า ‘ประธานฉิน’ งั้นถ้าประธานคนใหม่พูดกับคุณ คุณจะเชื่อฟังหรือไม่ล่ะ?”
ผู้ชายคนนี้ไม่ทันไรก็ใช้ตำแหน่งมากดข่มเธอเสียแล้ว
เจี่ยนหรานลำบากตรากตรำอยู่ในแผนกธุรกิจของบริษัท่ซินเคอจี้เป็เวลาสามปีปกตินับว่าเป็คนฉลาดหัวไว ก็ยังไม่รู้ว่าควรจะตอบฉินเยว่ว่าอย่างไรดีไปชั่วขณะ
ฉินเยว่ถือโอกาสพูดต่อ“งั้นก็ตกลงตามนี้”
เจี่ยนหรานไม่อยาก“แอบมาพบคนรัก” แบบนี้กับฉินเยว่ทุกเที่ยงวัน แต่หาข้ออ้างมาปฏิเสธไม่ได้จริงๆ จึงได้แต่พยักหน้ารับ
เธอถึงกับคิดหาเหตุผลที่แย่จนแย่ไปกว่านี้อีกไม่ได้แล้วจึงรีบหนีไปทันที
พอเห็นเงาหลังของเจี่ยนหรานที่รีบหนีไปทันทีเคลื่อนลับตาไปแล้วสีตาของฉินเยว่ก็เข้มขึ้นเล็กน้อยนิ้วมือเรียวยาวเผลอเคาะบนโต๊ะเบาๆราวกับกำลังวางแผนอะไร
“คุณชาย” หญิงแต่งงานแล้วที่วัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบห้าสิบปีคนหนึ่งเคาะประตูขัดจังหวะความคิดของฉินเยว่
ฉินเยว่เงยหน้าขึ้นมองในดวงตามีความเ็าอย่างเช่นเคย“มีอะไร?”
หญิงคนนั้นกล่าวว่า“อาหารพวกนี้ถูกปากท่านหรือไม่ไหมคะ?”
ฉินเยว่คนนี้รักความสะอาดนิดๆและแทบจะไม่ทานอาหารข้างนอกเลยแต่โรงแรมไป่เหอนี้เป็ทรัพย์สินภายใต้ชื่อของเขาห้องส่วนตัวหรูหราหมายเลข1808 นี้เป็ห้องที่ลูกน้องจัดตามรสนิยมของเขาไว้ให้เขาโดยเฉพาะอาหารของเขาย่อมมีคนจัดเตรียมเปิดครัวเล็กไว้ให้เขาคนเดียว
ผู้หญิงคนนี้รับผิดชอบอาหารและเครื่องดื่มของฉินเยว่ั้แ่เล็กจนโตถือว่าเธอรู้รสนิยมเื่อาหารของเขาที่สุด
“ต่อไปอาหารทุกมื้อต้องเตรียมอาหารเสฉวนสองจานเผ็ดน้อย” ฉินเยว่ไม่ได้ตอบ แต่กลับสั่งการอย่างอื่น
อาหารตามความเคยชินของเขาเป็อาหารรสอ่อนแต่เจี่ยนหรานกลับชอบเผ็ด เื่พวกนี้เธอไม่เคยบอกเขา แต่ฉินเยว่รู้