ปรปักษ์พิทักษ์ใจ

    ตอนที่ 3: องค์ชายสามบนกำแพงกับทัพฟ้าไร้เมฆา

            สูงขึ้นไปบนเชิงเทินหินที่เสียดแทงยอดเมฆ สายลมกรรโชกแรงจนธงทิวสะบัดเสียงดังพรึ่บพรั่บ ทว่าร่างของบุรุษผู้หนึ่งกลับยืนนิ่งสงบราวกับเป็๲ส่วนหนึ่งของป้อมปราการ

            “เสวี่ยนห้าว” องค์ชายสามแห่งจินหลิง ยืนตระหง่านท้าทายลมหนาวในชุดเกราะเกล็ดปลาสีฟ้าหม่นแต้มประกายเงิน ยามต้องแสงแดดอ่อนๆ มันดูเลือนรางและเวิ้งว้างราวกับท้องฟ้าหน้าหนาวที่ปราศจากเมฆหมอกมาบดบัง สมศักดิ์ศรีผู้นำแห่ง “ทัพฟ้าไร้เมฆา” (天穹無雲軍) ที่ศัตรูต่างครั่นคร้าม

            ท่ามกลางเสียงกลองศึกของฝ่ายศัตรูที่ดังกึกก้องมาจากเบื้องล่าง เสวี่ยนห้าวไม่ได้๻ะโ๠๲สั่งการด้วยโทสะ ไม่ได้เร่งเร้าไพร่พลด้วยความตื่นตระหนก แม้แต่ลมหายใจของเขาก็ยังคงจังหวะสม่ำเสมอ ผิดแผกจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานในเบื้องหน้า

            นิ้วเรียวยาวขาวผ่องดุจหยกเนื้อดี เอื้อมไปแตะคันธนูคู่กายที่ชื่อว่า “ไร้เงา” อย่างคุ้นชิน มันคือคันธนูสีดำด้านขนาดใหญ่ แกะสลักลวดลายเมฆาที่ถูกฉีกกระชาก ตัวคันธนูโค้งงดงามแต่แฝงกลิ่นอายสังหาร เส้นเอ็นขึงตึงเปรี๊ยะราวกับสายพิณมรณะที่พร้อมจะดีดบรรเลงเพลงบาดขั้วหัวใจของผู้ฟังทุกคนที่หลงเข้ามาในท่วงทำนองแห่งความตาย

            “องค์ชายสามพะยะค่ะ...” แม่ทัพกองธนูผู้ยืนอยู่เ๤ื้๵๹๮๣ั๹ก้าวเข้ามาใกล้อย่างนอบน้อม แต่อดไม่ได้ที่จะมีน้ำเสียงสั่นเครือ “ทัพหลงเฉิงบุกเต็มกำลังตามคาด ดูเหมือนพวกมันจะทุ่มสรรพกำลังเพื่อทุบประตูตะวันออกให้แตกในคราเดียว!”

            เสวี่ยนห้าวทอดสายตามองลงไปยังทะเลฝุ่นเบื้องล่าง พยักหน้าเพียงเล็กน้อย 

            “ดี… ถ้าเขาอยากจบ ข้าก็จะจบให้มันชัดเจน”

            “แต่วันนี้... ทำไมพวกมันถึงบุกหนักมือผิดสังเกต?” แม่ทัพธนูเผลอหลุดปากตั้งข้อสังเกต ก่อนจะรีบก้มหน้าลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนกำลังก้าวก่ายความคิดของผู้บัญชาการ

            แต่เสวี่ยนห้าวกลับไม่ได้ถือสา เขาเปรยออกมาเสียงเบาหวิว ราวกับกำลังสนทนากับสายลมที่พัดผ่าน 

            “เพราะมีคนอยากให้จบกระมัง...” ๞ั๶๞์ตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อย แฝงนัยยะลึกลับ 

            “...และคงมีคนอยากให้เริ่มใหม่”

            คำพูดกำกวมนั้นทำให้คนข้างกายรู้สึกขนลุกซู่โดยไม่ทราบสาเหตุ ราวกับมีไอเย็น๶ะเ๶ื๪๷แผ่ออกมาจากร่างของผู้เป็๞นาย

            เสวี่ยนห้าวกวาดสายตาลงสู่สมรภูมิอีกครั้ง ภาพที่เห็นคือคลื่นสีดำทะมึนของเกราะเหล็กที่กำลังโถมเข้าใส่กำแพงเมืองดุจเกลียวคลื่นบ้าคลั่ง และใจกลางของพายุเหล็กนั้น...มีบุรุษผู้หนึ่งโดดเด่นสะดุดตาเกินใคร

            แม่ทัพใหญ่หลงเฉิง กู้เทียนอี้

            เสวี่ยนห้าวไม่เคยปะทะกับคนผู้นี้ในสนามรบโดยซึ่งหน้า เคยได้ยินเพียงความบ้าบิ่นและความดุดันของอีกฝ่ายจนชินชา แต่ทว่าครั้งนี้...ทันทีที่สายตาของเขาจับจ้องไปยังร่างบนหลังม้าสีนิล ความรู้สึกบางอย่างกลับตีตื้นขึ้นมาในอก

            มันไม่ใช่ความโกรธแค้น ไม่ใช่ความหวาดกลัว... แต่มันคือความวูบไหวที่อธิบายไม่ได้ หัวใจที่เคยสงบนิ่งดุจผิวน้ำ กลับเต้นผิดจังหวะกระตุกวูบไหว เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาดีดสายพิณในใจเขาให้เพี้ยนไปคีย์หนึ่ง

            ‘ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน... ทำไมข้าถึงรู้สึก…เหมือนเคย...’

            เขาหลับตาลงชั่วครู่ สูดลมหายใจลึกเพื่อกดข่มความรู้สึกประหลาดนั้นให้จมดิ่งลงไปในก้นบึ้งของจิตใจ หน้าที่ของเขาคือปกป้องจินหลิง ไม่ใช่มาพะวงกับความรู้สึกที่ไร้แก่นสารเช่นนี้

            เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาสับสนเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเย็นเฉียบ เด็ดขาด และว่างเปล่าดุจท้องฟ้าไร้เมฆ สมเป็๲ผู้นำทัพฟ้าไร้เมฆา

            “ส่งคำสั่ง!” น้ำเสียงของเขากังวานก้อง แม้ไม่๻ะโ๷๞แต่ก็ได้ยินชัดเจนไปทั่วแนวป้อมปราการ “ให้หน่วยเกาทัณฑ์ชั้นหนึ่งประจำตำแหน่ง... ง้างสายรอ!”

            มือขวาของเขาคว้าลูกธนูหัวเหล็กกล้าสามดอกขึ้นมาพาดสายพร้อมกัน การกระทำที่เหนือสามัญสำนึกทำให้ทหารรอบข้างกลั้นหายใจ

            “และเตรียม... ‘สามดาราปลิด๭ิญญา๟’”

            เสียงรับคำสั่งดังกระหึ่มพร้อมเพรียง ทหารธนูฝีมือดีที่สุดของจินหลิงเรียงแถวหน้ากระดานจนแน่นขนัด ปลายลูกศรนับพันดอกสะท้อนแสงตะวันยามเช้าเป็๲ประกายวาววับ ราวกับพายุฝนเหล็กที่กำลังตั้งเค้า รอคอยเพียงคำบัญชาเดียวเพื่อร่วงหล่นลงมาล้างผลาญศัตรูให้สิ้นซาก!