เมื่อเดินขึ้นมาบนบ้านกลับไม่เห็นใคร “พ่อไปไหนล่ะ” รินหันมาถามน้องสาว
“นรีให้พ่อไปนอนพักที่ห้องนรีก่อนค่ะ เพราะพ่อเตรียมซื้อของั้แ่เมื่อวานเลยกว่าจะกลับก็ห้างปิดเลยค่ะ แล้วเมื่อเช้าพ่อก็ขับรถมาคนเดียวไม่เปลี่ยนกับหนูเลย” รินพยักหน้า
“แล้วปูผ้าให้พ่อรึยัง” รินถาม
เหตุที่ให้เปลี่ยนเพราะเธอใช้แค่ผ้าคลุมเตียงเอาไว้กะว่าตื่นมาแล้วค่อยปูผ้าให้ใหม่ๆ แต่ก็นะ ดันไปเจอเื่บ้าบอฝันซ้อนฝัน ฝันประหลาด หรือไม่ใช่ฝันวะ
“เหม่ออะไรแก พวกฉันหิวนะ” คราวนี้เป็แป้งฉายาว่าแป้งแดกโหดมันไม่ได้มาฟลุ๊คๆ หรอกนะเฟ้ย
“เออ นรีไปช่วยพี่มะปรางหยิบจานมาก่่อนแล้วแบ่งส่วนของพ่อไว้ด้วยนะ” นรีเธอพามะปรางเข้าห้องครัว
“ไปกินที่ศาลาริมน้ำมั้ย” เขตเอ่ย
“เอาแค่ระเบียงพอเหอะ หอบขึ้นหอบลง ตรงระเบียงก็เห็นน้ำ” แป้ง
มันหิวจริงจังเว้ย ตัวเท่าเมี่ยงมันเอาไปเก็บไว้ที่ไหนวะ
“หิวจนกินควายได้ทั้งตัวแล้วเนี่ย” แป้งเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบกระบอกน้ำมาเตรียมในขณะที่เขตุเดินไปเอาแก้วน้ำ
“ไม่น่าเป็ไปได้นะ” อิซาเอ่ยในขณะกำลังปูเสื่อที่รินยื่นให้ริมระเบียง
“อะไรที่ไม่น่าเป็ไปได้ ห๊ะ” เขตถาม
“แป้งกินควายไม่ได้ทั้งตัวหรอก ควายตัวใหญ่กว่าแป้งประมาณ2.5 เท่า น้ำหนักขนาดนั้น กระเพาะต่อให้ย่อยดีแคไหนก็ย่อยเนื้อได้ไม่เกิน5 กิโลหรอกกว่าจะถ่ายออกมาใช้เวลาหลายวันเลยนะ” อิซาอธิบาย
“ไอ้ซา” รินและเขตดุขึ้นพร้อมกัน
“คนกำลังจะกินมาพูดอะไรเื่ขี้ๆ วะ” รินพูด
“ไอ้พี แกไม่ต้องย้ำก็ได้!” เขตเริ่มเหลืออดรู้แหละมันแกล้งแต่ก็แหม
“ก่อนจะกินควายฉันจะกินหัวแกก่อนเลย แอดไลน์ให้เป็ก่อน แล้วค่อยมาเสนอความคิด ไอ้บื้อ” แป้งอารมณ์เสีย
ยิ่งโมโหหิวเสือกมาพูดเื่ขับถ่ายไอ้เนิร์ดเอ๊ย
อิซายืนมองกำลังจะบอกว่านั่นก็เป็ไปไม่ได้อยู่ดีที่แป้งจะกินหัวเขา เพราะหนึ่งเขายังไม่ตาย และสองเขาคงไม่ยอม รินเหมือนจะรู้ว่าอิซาจะตอบว่าอะไร
“เงียบไปเลยซา ฉันว่าฉันหนักแล้วแกนี่หนักกว่า” รินคิด
ในขณะที่คนอื่นมองว่าเธอเป็คนประหลาดแต่กลายเป็ว่า ท่ามกลางเพื่อนสนิทของเธอ เธอกลายเป็ที่ปกติที่สุด
ในหมู่เพื่อนทั้งห้าคน คนที่อายุน้อยที่สุดคือริน เธอเรียนเองสอบเทียบมาเรื่อยๆ จนจบมหาวิทยาลัยใน่อายุที่คนทั่วไปสอบเข้า
ด้วยความที่เป็เด็กตัวสูงคนเลยคิดว่าเธอหน้าเบ่บี๋ แต่หน้าเด็กมากยังมีเบบี้แฟตอยู่แม้แต่จบมาแล้วถึง 5ปี
ส่วนอิซานั้นอายุมากกว่าเธอแค่2ปีเพราะเขาต้องเรียนภาษาไทยใหม่หมด
ด้วยความที่เกิดตุรกีแต่พ่อต้องย้ายมาทำงานในเมืองไทย ถึงมาเรียนโรงเรียนนานาชาติแต่ความรู้ภาษาไทยเป็ศูนย์ ถึงแม้จะเรียนคณะอินเตอร์ที่สอนภาษาอังกฤษก็ต้องเรียนภาษาไทยด้วยแล้วด้วยความที่อายุไม่ถึงเกณฑ์กับความยุ่งยากในการทำเอกสารก็เสียเวลาไปเป็ปี นี่ไงระบบราชการ ช้าแต่ชัวร์ ชัวร์ว่าช้า
ส่วนแป้งอายุเท่าอิซา เพราะสอบเทียบได้ ส่วนผู้เฒ่าทั้งสองเรียนตามเกณฑ์แต่มะปรางด้วยความเรียนแพทย์เลยเพิ่งจบและยังอยู่ใน่ส่งตัวไปตามโรงพยาบาลที่เลือก ส่วนที่เธอทำเื่ขอย้ายมาที่ไหนก็ไม่ต้องถาม เพราะมาที่นี่แน่นอนอยู่แล้ว กะจะมาตั้งรกรากกันเลยทีเดียว
แป้งเองก็มากว้านซื้อที่แถวนี้ทำโรงงานสร้างหุ่นยนต์การเกษตร เพื่อจะหาเื่มาก๊งเหล้ากับเพื่อนๆ ได้บ่อยๆ
อิซามีสตาร์ทอัพเป็ของตัวเองมีพนักงานที่พูดภาษาเดียวกันกับอิซาได้ ไม่น่าเชื่อนี่มันฝนตกขี้หมูไหลชัดๆ รินเลยร่วมหุ้นกับอิซาในตำแหน่งที่ไม่มีใครคิดว่าเธอจะสามารถทำได้
แต่เชื่อเหอะ เธอเป็คนเดียวที่ทำได้ ตำแหน่งนั้นคือ “ผู้อำนวยการ การสื่อสารภายใน” หน้าที่ของเธอคือต้องแปลความหมายของเหล่าเนิร์ดมาเป็ภาษาที่มนุษย์ทั่วไปจะเข้าใจได้
เพื่อให้ฝ่ายขายสามารถอธิบายกับลูกค้าได้ โชคดีที่ฝ่ายขายและประสานงานที่รินเลือกมามีพื้นฐานที่ดี มีความเข้าใจและเรียนรู้เร็ว เพราะการเข้าใจรินนั้นจะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก
เพราะทุกคำพูดของรินเรียบง่ายไม่ต้องตีความ แต่การสื่อสารทั่วไปมักจะมีนัยยะ หรือความหมายแฝง แต่รินไม่มี เพราะฉะนั้นคนที่ทำงานกับรินต้องปรับโหมดอยู่พอสมควรระหว่างการสื่อสารกับรินและมนุษย์ทั่วไป
ใน่ปีแรกต้องอาศัยรินในการสื่อสารกับทีมโปรดักชั่น แต่ตอนนี้ รินแทบไม่ต้องลงไปช่วยอะไรแล้วจึงไปเปิดแผนก R&D สำหรับสินค้าตัวใหม่
ส่วนอิซารับผิดชอบดูแลจบงานและส่งงานและหลังการขาย ดังนั้น รินมีหน้าที่เริ่ม อิซาปิด และรินเปิด
ส่วนนายทุนใหญ่ไม่ใช่ใครอื่น คืออีเจ้ โดยนางเอาเงินทุนจากตระกูลของนางแต่ผลกำไรนางเอามาสร้างธุรกิจให้เป็คู่แข่งกับตระกูลตัวเองด้วยของอ้างว่าสร้างสมดุลให้ตลาด
แต่นางไม่ทำเอง นางมีตัวแทนทำให้ ส่วนตัวเองก็ทำไลน์เสื้อผ้า เป็ดีไซเนอร์ชื่อดังบังหน้า บินไปโน่นมานี่แล้วปล่อยให้ นอมินีที่ชื่อรินคอยรันบริษัทให้
การถูกดึงเงินตัวเองมาเพื่อสร้างคู่แข่งของตัวเอง ถ้าอาปารู้คงกระอักเืตาย อากงคือเส้นเืในสมองแตกแน่นอน
ถึงแม่จะเป็หลานชายคนโตแต่รสนิยมทางเพศไม่ถูกใจผู้าุโทั้งหลาย แม้จะเป็คุณหนูหรูหราภายนอกแต่ความกดดันและการเหยียดหยามจากครอบครัว
โดยเฉพาะเหล่าลูกของแม่สองแม่สามทั้งหลายพยายามจะเสนอหน้าตัวเองขึ้นมา ถูกลอบฆ่ามาก็ไม่รู้จะกี่ครั้ง จนอาม่าขอให้แต่งงาน ซึ่งอีเจ้ก็อาละวาดทุกครั้งที่มีการดูตัวจนแทบจะโดนตัดหางปล่อยวัด
ดีที่นางสามารถสร้างชื่อเสียงในระดับโลกได้แต่นั่นก็ไม่สามารถลบล้างความผิด โทษฐานเกิดมาผิดเพศ เสียชาติเกิด มันช่างเป็ความเชื่อที่บั่นทอนคุณค่าความเป็มนุษย์ขนาดนั้น ไร้สาระ
วิธีเอาคืนของอีเจ้และการวางแผนธุรกิจและการตลาดของริน ทำให้แต่ละปีส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทใหญ่ลดลงทีละเปอร์เซ็นต์อาจจะดูน้อย แต่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ของ ยอดหมื่นล้านคือ ร้อยล้านนะ พวกเขาวางแผนไว้ให้ดูไม่โฉ่งฉ่างไป กินเงียบแต่กินนานๆ
ที่โหดสุดคือเงินลงทุนอีเจ้เอามาจากเงินปันผลของเขาในทุกๆ ปี ไม่เอาเงินใครมาร่วมทุนเลย รวมหัวกันงัดข้อรายใหญ่
นี่มันแก๊งตบทรัพย์ชัดๆ
หลังกินอาหารเสร็จเขตก็เอ่ยขึ้นมาว่า
“ไอ้พี แกมีเื่อะไรป่าว” เขต
รินก้มหน้าก้มตาเก็บจาน กวาดเศษอาหาร
“ครัวซองคงเอาเข้าเตาอบได้แล้วมั้ง” ริน
ว่าแล้วเธอก็เดินไปวอร์มเตาอบ
“รอไม่นานนะ โทษทีที่จริงตั้งใจจะอบั้แ่เช้า แต่มีเื่นิดหน่อย” ริน
“เื่อะไร” เพื่อนทั้งสี่พูดขึ้นพร้อมกัน
“……เห้อ…..” ริน ไม่รู้จะเล่ายังไงมันเป็เื่เหลือเชื่อเกินไปแล้วเธอก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็ความฝันมั้ย เพราะมันเหมือนจริงเกินไป
“เอาเป็ว่าอย่างนี้นะ” ริน