
ขอฝากฉบับการ์ตูนที่ร่วมประกวด LINE WEBTOON ด้วยนะครับ > <_____________________________________
“อ้าว มิว สวัสดี!”“สวัสดีครับพี่เร” เด็กชายพูดพลางยกมือไหว้ ในมือถือกระเป๋าหิ้วซอด้วงมาด้วย“จะกลับคอนโดเหรอ?” หญิงสาวเอ่ยถามพลางชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือ มันเป็นเวลาบ่ายสองโมงเศษซึ่งไวกว่าเวลาเลิกเรียนปรกติ ด้านนักเรียนผมทองก็จับสังเกตอีกฝ่ายได้ เจ้าตัวจึงเอ่ยชี้แจ้งขึ้นในทันที“วันนี้โรงเรียนให้กลับไวเพราะช่วงนี้ข่าวไวรัสระบาดหนักครับ กิจกรรมชมรมนี่งดหมดเลย”หญิงสาวร้องอ้อเข้าใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ก็ว่าทำไมวันนี้กลับเร็ว”“แล้วพี่เรล่ะครับ ทางนั้นก็ไม่น่าใช่เวลาเลิกงานนี่ครับ กลับเร็วเพราะไวรัสเหมือนกัน หรือว่า…”สาวแว่นเหยียดยิ้มพร้อมหยิบซองจดหมายสีขาวออกมาจากกระเป๋า แกว่งไปมาประหนึ่งพัดพกพา“พิษเศรษฐกิจ! เอาเถอะ พี่ก็ว่าบริษัทแบบนี้อยู่ไปได้ไม่กี่น้ำหรอก เชอะ!” เรวดีเดาะลิ้นก่อนยัดซองขาวกลับเข้าที่เดิม “มองแง่ดี พี่เป็นไทจากบริษัทนั่นแล้ว ผมสิ ยังต้องเรียนต่อไป” กล่าวพลางเดินไปพร้อมคู่สนทนา“อืม พูดได้ดี” หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ “แล้วนี่ได้แข่งดนตรีไทยไปแล้วหรือยังล่ะ?”“แข่งปลายปีนี้พี่ แต่ไม่รู้ไวรัสจะทำงานประกวดเลื่อนไปหรือเปล่าน่ะครับ” ลูกครึ่งวัยมัธยมกล่าวพลางถอนหายใจ “ผมกับวงอยากแข่งมากเลย”“ฮืม ขอให้ได้แข่งเถอะ อุตส่าห์ซ้อมมาตั้งนาน”“ครับ วันนี้นี่เรื่องแปลกเยอะจริง ศุกร์สิบสามนี้เฮี้ยนจริงนะเนี่ย!”“มันก็แค่วันน่า” หญิงสาวเอ่ยแย้งขัดต่อมชอบเรื่องราวสยองขวัญของอีกฝ่าย เด็กชายพยักหน้าน้อย ๆ และในระหว่างเดินกลับคอนโด เด็กชายก็เอ่ยถามขึ้น“เอ่อ พี่เรครับ พี่กับป้าอนงค์บอกเรื่องคุณแม่ให้คุณคิด คนที่เพิ่งมาใหม่ใช่หรือเปล่าครับ?”เรวดีนิ่งไปครู่หนึ่ง ภาพของชายหนุ่มสวมหน้ากากที่มาหาตนเมื่อเช้ายังคงติดตา พลันเธอก็หันไปทางเด็กมัธยมด้วยสีหน้าสลดพ่วงกังวล“อา ใช่ ขอโทษนะ ป้าพี่ชอบไปยุ่งกับคนพักห้องนั้นทุกที…” เธอพูดด้วยเสียงสำนึกผิด “ไม่สิ พี่เองก็ด้วย ขอโทษนะ”เด็กชายโบกมือตอบอย่างไม่ถือสาราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่“เอ๊ะ หรือว่าเขาไปกวนอะไร ไปทำอะไรมิวกับแม่หรือเปล่า?” หญิงสาวถามพลันร่างเล็กผมทองก็รีบแย้งฉับพลัน“เปล่าครับ พี่คิดเขามาหาเบาะแสวิญญาณในห้องนั้นเฉย ๆ ก็ดูกันเองดีครับ แถมมากับพี่เวิร์คด้วย ไม่มีอะไรหรอกครับ”“ค่อยโล่งอกหน่อย ขอโทษด้วยน่า” อดีตมนุษย์เงินเดือนหญิงถอนหายใจโล่งอก “พี่ไม่นึกว่านายคิดนั่นจะตรงดิ่งไปหาเลยนะเนี่ย ขนาดบอกไปแบบนั้นแท้ ๆ ”“บอกคุณคิดว่าอะไรหรือครับ?” เด็กชายถามเมื่อนึกถึงคำพูดที่ตนบอกไปแก่คิด เรก็หัวเราะแห้ง ๆ ในทันที“ไม่มีอะไรหรอกมิว แต่เอาจริงนะ ไม่นึกว่าเวิร์คจะยอมออกจากห้องด้วยนะเนี่ย”“นั่นสิครับ ปรกติสิงบอร์ดสิงคอมอยู่ตลอดแท้ ๆ ” มิวออกความเห็น“นั่นสินะ”“ที่ผมจะบอกก็คือคุณคิดก็เป็นชาวบอร์ดเหมือนกันนะครับ”“หะ จริงหรือ? บอร์ดเล่าสู่กันฟังน่ะนะ?”“ใช่ครับ พี่เรก็ว่างงานแล้ว มารวมตัวชาวบอร์ดกันได้นะครับ คุณพี่ไอดีแม่หมอ”“อา…อย่าเรียกชื่อไอดีนั่นนะ” เรวดีกลอกตาไปทางอื่นพร้อมใช้ปลายนิ้วกุมขมับ พลางนึกในใจว่าอะไรดลใจให้ตั้งชื่อไอดีเช่นนั้นไปเหมือนกัน เธอจำได้แค่เคยสมัครไปสมัยอยู่มัธยมต้นซึ่งเป็นยุคมืดของตนก็เท่านั้น“ไว้สะดวกก็แล้วกันนะ … ว้าย !”“เอ๊ะ!”สองเพื่อนร่วมคอนโดต่างวัยร้องอุทานเสียงดังทันทีที่ร่างตัวเล็กสี่เท้าสีดำวิ่งตัดหน้าไป มันคาบแผ่นบางอย่างเอาไว้ในปาก ก่อนจะวิ่งดุ๊กดิ๊กหายไปอย่างรวดเร็ว“หมาดำวิ่งตัดหน้าเนี่ย คนไทยถือว่าเป็นลางหรือเปล่าครับ?” มิวถามหน้านิ่งแม้ในใจจะตกใจอยู่พอสมควร“ใจเย็นก่อนพ่อหนุ่ม พี่เคยได้ยินแต่แมวดำวิ่งตัดหน้านะ” เรวดีออกความเห็น “แต่เอาเถอะ จะหมาดำหรือแมวมันก็แค่สัตว์นั่นแหละ ไม่เกี่ยวกับเรื่องลางหรอก”“ใครก็ได้ ช่วยจับเจ้าลูกหมาสีดำนั่นที!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทิศตรงข้าม“อ้ะ พี่คิดนี่น่า” มิวเอ่ย เรวดีหันไปมองเสียงผู้ที่วิ่งมาเยือน ภาพที่หญิงสาวเห็นก็คือคิดกำลังวิ่งมาหน้าตั้งพร้อมกับคุณชายผีที่ลอยเป็นเงาตามตัวเขา!!!ขณะที่หญิงสาวชะงักงันกับภาพตรงหน้า มิวก็ตะโกนถามคิดที่กำลังวิ่งมาทางพวกเขา“เกิดอะไรเหรอพี่?”“มันคาบบัตรประชาชนกองบ.ก.พี่ไป!” คิดตอบไปพลางวิ่งไปพลาง“อ้าว ได้ไงเนี่ยพี่?”“ช่วยกันหาก่อน! เดี๋ยวเล่าให้ฟัง”“มาเร็วพี่เร หาหมาตัวเมื่อกี้เร็ว” มิวเรียกสติหญิงสาวที่กำลังมองวิญญาณเฮี้ยนลอยตามคิดมา เธอพยักหน้าตามอย่างช้า ๆ แล้วเอ่ยด้วยอาการเกร็งสุดฤทธิ์“อ้ะ อืม ๆ ได้” หญิงสาวเนียนตอบไปพร้อมทำเป็นไม่เห็นผีคุณชาย ก่อนจะช่วยตามหาสุนัขสีดำเมื่อครู่อีกแรง