ฮุ่ยเหนียงมองลูกสาวอย่างเข้าใจได้ ลูกสาวของนางโตจนป่านนี้ยังไม่เคยเข้าครัวทำอาหารด้วยตัวเองมาก่อน ตอนนี้มีความคิดริเริ่มการทำของอร่อยให้คนในความครัวถือเป้นสิ่งที่ดี นางย่อมสนับสนุน
“ท่านแม่เริ่มจากผสมแป้งก่อน …”
ฮุ่ยเหนียงผสมแป้งข้าวจ้าวและเเป้งข้าวเหนียวเข้าด้วยกันจากนั้นแบ่งออกเป็สามส่วนเท่าๆกันใส่ถ้วยคนละใบ อวิ๋นซีนนำน้ำดอกไม้ป่าที่นางบดผสมน้ำและกรองกากออกมาผสมในถ้วยใบที่แรก น้ำพักทองที่นึ่งสุกมาผสมในถ้วยที่สองบดให้เข้ากัน และถ้วยที่สามเป็น้ำผักสีเขียวที่กรองกากออกแล้ว ฮุ่ยเหนียงทำการนวดแป้งให้เข้ากันอย่างรวดเร็วจนได้แป้งสามสีสามส้วยดูสวยงาม
อวิ๋นซีทำการปั้นแป้งแต่ละสีขนาดเล็กเท่าๆกันใส่ถาดที่วางไว้เมื่อปั้นจนเสร็จ จู่ๆนางก็ตบเข่าตนเองหนึ่งที ฮุ่ยเหนียงที่นั่งปั่นแป้งอยู่ข้างๆสะดุ้งด้วยความใ !
(⊙_⊙)
“ลืมของสำคัญไปได้อย่างไรกัน !” นางหันไปมองฮุ่ยเหนียงแล้ววิ่งออกไปข้างนอก
“ลืม? เข้าลืมอะไรหรืออวิ๋นซี ?” เสียงฮุ่ยเหนียงไล่ตามหลังอวิ๋นซีไป
“ท่านแม่เดี๋ยวข้ากลับมา ไปหาน้องชายก่อน”
“…….” ฮุ่ยเหนียง
ครึ่งชั่วยามผ่านไปอวิ๋นซีเดินกลับมาพร้อมกับลู่เซิงที่ถือกิ่งไม้ไว้ในมือ นางลืมทำไม้เสียบไปได้ตอนนี้จึงฉุกละหุก ไม่มีเวลาไปหาไม้ไผ่ดีๆมาเหลาก็ใช้กิ่งไม้สะอาดไปก่อนแล้วกัน ลู่เซิงรับหน้าที่ในการเหลาไม้ให้ ขณะที่นางกับฮุ่ยเหนียงต้องทำน้ำราดขนมกันต่อ โดยตั้งไฟวางหม้อใส่น้ำ จากนั้นเติมน้ำตาล เกลือเล็กน้อยคนให้เข้ากันแล้วต้มจนเดือด จากนั้นเติมนมลงไปเคี่ยวจนหนืดแล้วยกออกจากเตามาพักไว้ให้เย็น
หลังจากลู่เซิงเหลาไม้เสร็จ อวิ๋นซีจึงสั่งงานให้เขาช่วยเสียบไม้ขนมแต่ละสี ใส่ไม้ละสามก้อนสามสี ลู่เซิงตื่นเต้นดีใจเป็อย่างมากเขารู้สึกว่าขนมชนิดนี้ช่างแปลกนัก ท่าทางน่าอร่อย
เขาจึงทำอย่างตั้งใจ บรรจงเสียบขนมเข้ากับไม้อย่างดีจนฮุ่ยเหนียงและอวิ๋นซีได้แต่มองและยิ้มชมอยู่ในใจ
น้องชายนางหน้าตาดีอย่างมาก ถ้าขุนให้อ้วนกว่านี้สักนิดใส่เสื้อผ้าใหม่เข้าไปอีกหน่อยก็ดูดีมีราศีอย่างแท้จริง
“ท่านพี่ อย่างนี้ได้หรือไม่” หลังจากทำเสร็จเด็กชายก็ยกถาดมาวางข้างหน้าให้อวิ๋นซีดูผลงานของเขา
“ลู่เซิงเก่งมากเลย ทำคนเดียวจนเสร็จ” อวิ๋นซีชมเชยเขา ปกติลู่เซิงก็เป็เด็กรู้ความมีความรับผิดชอบ นิสัยเรียบร้อยไม่ค่อยซุกซนเหมือนเด็กชายคนอื่นๆในหมู่บ้าน
อวิ๋นซีเอ็ยดูเขาเป็อย่างมากเพราะนางในโลกก่อนเป็ลูกคนเดียวไม่มีน้องชาย ตอนนี้ยิ่งอยากทำให้ครอบครัวดีขึ้น อยากทำสิ่งต่างๆให้น้องชายได้มีชีวิตที่ดี
เมื่อตั้งหม้อน้ำจนน้ำเดือดได้ที่อวิ๋นซีจึงนำขนมที่เสียบไม้ไว้ลงไปต้มให้สุกและตักขึ้นมาพักให้เย็นจากนั้นราดน้ำราดที่เคี่ยวเตรียมไว้และหางามาโรยหน้าเพื่อความสวยงาม
เวลาบ่ายคล้อย ขนมบัวลอยเสียบไม้ปรากฎแก่สายตาของทุกคน ฮุ่ยเหนียงมองลูกสาวของตัวเองด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ ขนมชนิดนี้ดูดีเหลือเกินลูกสาวของนางสามารถคิดขนมแบบนี้ออกมาได้ช่างดีจริงๆ
ฝั่งลู่เซิงมองขนมอย่างอดทนรอไม่ไหว เมื่อเห็นดังนั้นอวิ๋นซีให้เขาไปเรียกท่านพ่อมาชิมพร้อมกัน นางอยากรู้ว่าขนมที่นางทำขึ้นจะอร่อยถูกปากคนโบราณหรือไม่ ….
ลู่เซิงกึ่งจูงกึ่งลากลู่เซียวที่กำลังสับต้นกล้วยเตรียมไว้ให้หมูในคอกโดนลู่เซิงกึ่งจูงกึ่งลากด้วยความรีบร้อนให้เข้ามาในบ้าน
เมื่อลู่เซิงเห็นขนมหลากสีหน้าตาน่ากินที่วางอยู่ในถาด เขารู้สึกประหลาดใจจึงมองไปที่สองแม่ลูก
“นี่คือขนมที่อวิ๋นซีทำขึ้นหรือ? ช่างน่ากินยิ่งนัก”
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ลู่เซิง ลองชิมเถอะ….” อวิ๋นซีก็อดใจรอไม่ไหวแล้ว
เมื่อทั้งสามคนได้ชิมขนมในถาดต่างตาลุกวาว ขนมที่ทำขึ้นนี้ทั้งเหนียวสู้ฟัน หอมอร่อยหนึบหนับเป็อย่างยิ่ง ทั้งหน้าตาก็ดึงดูดเชิญชวนให้ลิ้มลอง อวิ๋นซีเห็นดังนั้นก็โล่งใจ ของอร่อยยังไงก็อร่อยสินะ เมื่อต่างคนต่างหยิบไม้แล้วไม้เล่าขนมบนถาดไม่กี่ไม้บนถาดก็หมดไปโดยไม้รู้ตัว
ลู่เซิงเมื่อเห็นว่าขนมบนถาดไม่มีเหลือแล้วจึงทำหน้าเศร้าด้วยความเสียดาย ยังไม่จุใจเลยขนมท่านพี่อร่อยจริงๆ
ลู่เซียวหลังจากที่ไม่ได้คาดหวังในขนมของลูกสาวเมื่อได้ชิมก็ยกมือชื่นชมอวิ๋นซีไม่หยุด
“อวิ๋นซีอร่อยมากเลย พ่อไม่เคยกินกินขนมที่อร่อยแบบนี้มาก่อนจริงๆ”
“เป็ท่านแม่ต่างหากที่ทำ ข้าเพียงชี้แนะบ้างเท่านั้นเ้าค่ะ” อวิ๋นซีมองฮุ่ยเหนียง ยกความดีความชอบทั้งหมดให้มารดา ปกติมารดาเป็คนเงียบๆไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ค่อนข้างนิสัยเรียบร้อยอยู่มาก การที่ในหัวจะมีสูตรขนมแต่ไม่เคยเปิดเผยจึงเป็เื่น่าเชื่อถือมากกว่า อวิ๋นซีตกลงกับฮุ่ยเหนียงไว้เเล้ว
นางอยากเอาสูตรขนมนี้ไปทำขนมขายเพื่อเก็บเงินสักเล็กน้อย ลองขายดูสักหน่อยถ้าขายดีนางจะทำขนมแบบอื่นเพิ่ม ตอนแรกมารดาไม่เห็นด้วย นางเป็เด็กผู้หญิงจะไปเปิดหน้าตาขายของข้างนอกได้อย่างไร ถ้าจะให่ลู่เซิงไปเขาก็ยังเด็กอยู่มากไม่ปลอดภัย ถ้ามารดาไปเองจะดีมากกว่า อวิ๋นซีเถียงชนะมารดาไม่ได้จึงได้แต่ยอมรับปากตกลงไปตามนั้น
“ท่านพ่อ ท่านคิดว่าถ้าทำออกไปขายจะขายได้หรือไม่”
“ทำขายหรือ ต้องขายได้อยู่แล้วอวิ๋นซีทำขนมออกมาอร่อยขนาดนี้พ่อว่าต้องขายดีแน่” ลู่เซียวคิด
“แต่่นี้พ่อไม่ว่างหากจะต้องเอาขนมไปขายพ่อจะไปเอง รอให้งานพลิกหน้าดินที่ไร่เสร็จพ่อจะไปขายให้เอง”
อวิ๋นซีมองฮุ่ยเหนียงตอนนี้ที่บ้านไม่มีเงินเหลือแล้ว จะให้รอไปอีกหน่อยได้อย่างไร
“ได้ท่านพ่อ”
กล่าวเสร็จก็เก็บถาดดึงฮุ่ยเหนียงให้ตามไป
“ท่านแม่ ท่านเชื่อข้าสักครั้งได้หรือไม่?” อวิ๋นซีจับมือฮุ่ยเหนียงอย่างอ้อนวอน