เล่มที่ 1 บทที่ 20 ความบริสุทธิ์ในวัยเยาว์จะอยู่กับคุณ
เขาพลิกตัวขึ้นขี่ลาป่าในทันที ทันใดนั้นวิสัยทัศน์ก็กว้างไกลขึ้นอย่างมาก ทั้งยังค่าสเตตัสไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่ง, ความอดทน และความเร็วในการเคลื่อนที่ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกที่ห่างหายไปนานก็ได้กลับคืนสู่ร่าง นี่แหละอัศวินที่แท้จริงจำเป็นต้องมีสัตว์พาหนะ มีเพียงสัตว์พาหนะอย่างเดียวเท่านั้น ถึงจะถือว่าสอบผ่านในการเป็นอัศวิน แม้ว่าลาป่าตรงหน้าจะดูซูบผอมไปหน่อย ทว่ากำลังรบก็ยังพอมีอยู่ หากขี่สัตว์พาหนะ กำลังสู้รบจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างมาก——
【จินซีเหอซี】 (อัศวินฝึกหัด)
เลเวล: 20
พลังโจมตี: 153-233 (+ 10%)
พลังป้องกัน: 182 (+ 10%)
ค่า HP: 2528
พลังปราณ: 100/100
ค่าความโชคดี: 2
ค่าความสำเร็จพิเศษ: 4
กำลังสู้รบ: 841
……
กำลังสู้รบสูงถึง 841 แต้ม ซึ่งเหนือกว่าเว่ยหนี่เปี้ยนไกวที่อยู่อันดับสองไปกว่าสามร้อยแต้ม เรียกได้ว่าทิ้งห่างชนิดไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว ในเวลานี้ แม้จะมีเว่ยหนี่เปี้ยนไกวสัก 3-5 คนเข้ามาก็สามารถสู้ได้อย่างสบาย!หลังจากดูอย่างรอบคอบแล้ว อันที่จริงค่าสเตตัสก็ไม่ได้เพิ่มมากมายอะไรขนาดนั้น เพียงแต่เอฟเฟกต์พิเศษดูดเลือดระยะใกล้ 2% นี้ก็เพียงพอที่จะเพิ่มค่ากำลังสู้รบได้ถึง 100 แต้ม สุดยอดมากจริงๆ!
“เลเวลของพี่เหว่ยเหลืออีกนิดหน่อยก็ใกล้ถึง 20แล้ว ตอนนี้เราจะทำอย่างไรกันต่อดี?” หลินเฉอถาม
ผมที่นั่งอยู่บนหลังลาป่า จึงก้มมองลงไปที่ทุกคน ก่อนพูดว่า “กลับเข้าเมืองกันก่อนเถอะ นำเหรียญทองและอุปกรณ์ที่ดรอปได้ไปฝากขายกัน หลังจากทุกคนออกจากหมู่บ้านเริ่มต้นแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็จะไม่มีค่าอีกตต่อไป ผู้เล่นหลายคนที่กำลังเร่งเก็บเลเวลยังคงต้องการอุปกรณ์ และเหรียญทองเพื่อซื้อยาอยู่ พวกเราต้องรีบชิงทำเงินก่อน”
“โอเค กลับหมู่บ้านเริ่มต้นกันก่อน”
“อื้ม!”
มันใช้เวลาราวๆยี่สิบนาทีในการกลับมาที่หมู่บ้านเริ่มต้น เนื่องจากคว้าเฟิร์สคิลมาได้แล้ว ดังนั้นตอนนี้จึงไม่มีเรื่องด่วนอะไร สิ่งที่ต้องทำก็มีเพียงช่วยจางเหว่ยให้อัพถึงเลเวล 20 เท่านั้นและไปรับจดหมายแนะนำจากหัวหน้าหมู่บ้านเริ่มต้น ไปรายงานตัวที่เมืองชั้นรองหนึ่งแห่ง จากนั้นพวกเราก็จะสามารถอบรมอาชีพรองที่เมืองชั้นรองได้
เมื่อเข้าสู่หมู่บ้านเริ่มต้น หลินเฉอได้นำสิ่งของต่างๆไปฝากขายที่โรงประมูล ซึ่งคฑาหินเหล็กไฟอันนั้นถูกวางขายในราคา 20 เหรียญทอง และเหรียญทองจากที่ระบบให้มา รวมกับที่ดรอปมาจากมอนสเตอร์ รวมแล้วมีทั้งหมด 37 เหรียญ เมื่อดูบันทึกการซื้อขายของหมู่บ้านเริ่มต้นแล้ว อัตราส่วนเหรียญทองในปัจจุบัน ไม่ใช่ 1 เหรียญเงินต่อ 1 หยวน เหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป ทว่าเป็น1 เหรียญทอง แลกเป็นเงินได้ 40 หยวน ความเร็วการเสื่อมราคาของสกุลเงินในเกมนั้นเร็วมากจริงๆ
“พี่ ขายเหรียญทองสิบเหรียญไหม?” หลินเฉอถาม
“อื้ม 10 เหรียญทองน่าจะขายได้ 350 หยวน ” ผมพยักหน้า
เขาวางเหรียญบนชั้นวางทันที วินาทีต่อมาเขาก็หันกลับมามองผมด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะพูดอย่างยิ้มๆว่า “พี่เฉิน ขายได้แล้ว 20 เหรียญทอง ในเสี้ยววินาทีเลย!”
“ไม่แปลกใจ”
ผมมองไปในที่ห่างไกล เงาร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่งได้สะท้อนเข้าสู่ดวงตา เป็นหั่วเยี่ยนฉู่ เป็นเขาที่ให้ 20 เหรียญทองให้กับพวกเราในไม่กี่วินาทีก่อน ชั่วอึดใจต่อมาหลินเฉอพูดอย่างตื่นเต้น “คฑาหินเหล็กไฟก็ขายได้แล้วในไม่กี่วินาที!”
ผมยิ้มออกมา “ขายเหรียญทองที่ได้มาต่อเลย"
“อื้อ!”
ท่ามกลางฝูงชน ร่างที่ดูโดดเดี่ยวของหั่วเยี่ยนฉู่เดินจากไป พร้อมคฑาหินเหล็กไฟที่อยู่ด้านหลังอันดูเศร้าสร้อยของเขานั้น และเมื่อเทียบดูเท่ากับว่าเขาให้พวกเรา 700 หยวนแล้ว
หลังจากที่ได้รับจดหมายแนะนำตัวจากหัวหน้าหมู่บ้าน เมื่อเหลือบมองดูเวลา ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเช้าแล้ว ออนไลน์ต่อเนื่องเกือบ 12 ชั่วโมง มิแปลกใจที่ทุกคนจะเหนื่อย แต่ทว่าข่าวดีก็เข้ามาอย่างรวดเร็ว เหรียญทองทั้งหมดที่พวกเราฝากขาย ทำกำไรได้เกือบ 2000 หยวน ทำให้มีค่าอาหารสำหรับหนึ่งสัปดาห์แล้ว
ณ เวลาต่อมา พวกเราก็ยังคงมุ่งหน้าไปฝึกฝนเก็บเลเวลในป่า จนกระทั่งใกล้เที่ยง ในที่สุดจางเหว่ยก็อัพเป็นเลเวล 20 พร้อมกับสายฝนสีทองที่โปรยปรายลงมา ตอนนี้พวกเราก็สามารถออกจากหมู่บ้านเริ่มต้นได้สักที
ว่าแล้วก็ออฟไลน์ก่อน ไปพักผ่อนเติมกำลังต่อสู้ เรื่องที่จะเข้าเมืองชั้นรองไม่จำเป็นต้องรีบร้อน
……
หลังจากกลับมาที่หมู่บ้านเริ่มต้น พวกเราก็ทยอยออฟไลน์ออกจากเกม หลังจากกินอะไรง่ายๆรองท้องแล้ว แต่ละคนก็แยกย้ายกลับห้องไปพักผ่อน ครั้งนี้ไม่มีกำหนดเวลา ผมนอนยาวไปเกือบแปดชั่วโมง ประมาณตอนเย็นราวๆหนึ่งทุ่มกว่าถึงพึ่งตื่น จากนั้นก็ล้างหน้าล้างตานิดหน่อย แล้วพาทุกคนออกไปทานอาหารเย็น
ณ ร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดแห่งหนึ่ง
หลินเฉอเขี่ยกระดูกไก่ในชามข้าวเล่น ก่อนจะพูดอย่างกังวลว่า “ผมมีเรื่องหนึ่งอยากจะพูด มันสำคัญมากสำหรับสตูดิโอของเราเลยนะพี่เฉิน เรื่องนี้มันกระชั้นชิดเจียนตัวแล้วต้องรีบทำอย่างเร่งด่วน”
“มันคือเรื่องอะไร?” ผมถามอย่างแปลกใจ
“นางฟ้าพเนจรนะสิพี่!” เขาขมวดคิ้วยุ่ง “ไม่ใช่ว่าทุกคนในสตูดิโอเราต้องการสาวๆขนาดนั้น แต่มันเป็นไปไม่ได้หากทีมของเราไม่มีฮีลเลอร์ พี่ดูตอนที่สู้กับดยุคเห็ดสิ ตลอดการต่อสู้เลือดของพี่ต่ำกว่า 50% แถมหากเล่นพลาดเพียงแค่ครั้งเดียวก็อาจจะถูกฆ่าได้ในเสี้ยววินาที เพื่อความมั่นคงของสตูดิโอ จะขาดแม่นมไม่ได้ ตอนนี้พวกเราเจอเพียงบอสระดับทองแดงและระดับเหล็กดำ ยังพอสู้ได้ แต่ถ้าในอนาคตต้องเจอบอสระดับเงินและระดับทองล่ะจะทำอย่างไร สู้แบบนี้ต่อไปคงไม่รอดแน่ แล้วถ้า HP ของบอสสูงถึงหลักหมื่นและหลักแสน สู้ได้แค่ไม่กี่นาทีก็ม่องเท่งไปเสียก่อนละมั้ง ต่อให้อุปกรณ์ของพี่จะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่มีทางเล่นแบบนี้ต่อไปได้หรอก……”
“อืม... เป็นเรื่องด่วนจริงๆ”
ผมพยักหน้าเห็นด้วย “ลองคิดหาวิธีดูสิ เราลองเปิดรับสมัครในเว็บบอร์ดดูดีไหม?"
“มันค่อนข้างยาก สภาพของพวกเราตอนนี้เรียกได้ว่าแย่เกิน แถมผู้เล่นหญิงที่ไม่คุ้นเคยที่ไหนจะอยากมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับชายร่างใหญ่สี่คน? ต่อให้เราออกประกาศรับสมัครก็ตาม แต่ก็คาดได้ว่าคงไม่มีใครสนใจ”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะทำอย่างไรกันดีล่ะ? ออกไปตระเวนหากันไหม?” ผมถามขึ้น
ดวงตาของหลินเฉอพลันสว่างขึ้น “ดูเหมือนว่าจะได้อยู่นะ ครั้งที่แล้วตอนที่ผมมาหาพี่ แถวรอบๆ ทะเลสาบไท่หู ระหว่างทางผ่านหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยบ้านเก่าๆ ถนนที่นั่นเองก็เก่ามาก ผมเห็นมีสาวหลายคนยืนอยู่ที่หน้าประตูด้วยท่าทางรอคอยอย่างกระตือรือร้น บางทีพวกเธออาจจะกำลังรอซื้อหมวกเกมเร็วๆนี้ก็ได้ นี่มัน... แย่แล้ว เราต้องไปที่นั่นเดี๋ยวนี้ เสนอเงินเดือนให้เธอมากที่สุด รับสมัคร 1 คน เดือนละ 10000 หยวน หรือ 20000 หยวนก็ได้ ไม่เป็นไรช่วงนี้พวกเราก็ประหยัดกันหน่อย เพื่อทีมจะได้มีนางฟ้าพเนจรสักที!”
ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ “ได้ หลังกินข้าวเย็นเสร็จ ต้าไห่และพี่เหว่ยกลับไปก่อน พวกเราจะลองไปดู บางทีไม่แน่อาจจะสามารถพานางฟ้าพเนจรกลับมาสักคนก็ได้"
“อื้ม ไปกันเถอะผมชักจะรอไม่ไหวแล้ว” หลินเฉอรู้สึกตื่นเต้น
“ไปกัน!”
……
เมื่อก้าวออกจากร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ด ก็พบรถมอเตอร์ไซด์เจ้าแกะน้อยของหลินเฉอจอดอยู่ด้านนอก เขาเป็นคนขับผมเป็นคนซ้อนอยู่ด้านหลัง ทันใดนั้นทั้งคนทั้งรถก็ค่อยๆเลือนหายไปในความมืดมุ่งตรงไปที่ถนนสายเก่าอันลึกลับทันที
ยามม่านราตรีกาลล่วงไป แสงจันทร์ที่โอบคลุมผืนดินราวกับกระโปรงของสตรี ถนนสายเก่าส่องประกายแสงนีออน ถึงแม้แสงไฟจะมีอยู่ไม่มาก ทว่ามันก็เผยกลิ่นที่ทำให้มึนเมา จากการเผาไหม้เครื่องยนต์ของเจ้าแกะน้อย มันส่งเสียงคร่ำครวญดังอยู่ใต้บั้นท้ายของพวกเราเป็นระยะๆ จนท้ายที่สุดรถได้ขับเคลื่อนเข้าสู่ถนนสายเก่า หลังจากเข้าสู่ถนนสภาพแวดล้อมโดยรอบพลันมืดสลัว มีบ้านเก่าเรียงรายเป็นแถวๆ และด้านล่างบ้านเก่าหลังนั้นมีสาวสวยที่แต่งหน้าแต่งตัวจัดหนักจัดเต็มหลายคนยืนอยู่ห่างออกไปสามถึงห้าเมตร
ใจผมกระตุกวาบเล็กน้อย “เสี่ยวเฉอ เรามาผิดที่หรือเปล่า? ฉันรู้สึกว่า …… บรรยากาศมันแปลกๆยังไงไม่รู้ เมื่อตอนที่เราปฏิบัติการกวาดล้างสื่ออนาจาร ……ดูเหมือนว่าจะผ่านสถานที่แบบนี้อยู่บ่อยๆ!”
“รำลึกถึงสถานที่เก่าๆ มีอะไรที่ไม่ดีล่ะพี่”
เจ้าแกะน้อยที่ดูเหมือนขาดพลัง หลินเฉอจึงเริ่มบิดอย่างเมามัน พลางมองไปที่หญิงสาวสองข้างทาง ด้วยสายตาราวกับประหม่าเล็กน้อย “แต่ว่าพี่เฉิน พวกเราควรพูดอย่างไรดี?”
“ให้ตายเถอะ เดี๋ยวฉันพูดเอง”
“โอ๊ส”
ผมจับไหล่ของหลินเฉอยันตัวลุกขึ้นยืนอยู่ข้างหลังเจ้าแกะน้อยทันที สายตาปรายมองไปที่หญิงสาวๆริมถนนทีละคน จากนั้นตะโกนพูดกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะอายุยี่สิบต้น ๆว่า”คนสวย คุณรู้จักสกายโร้ดไหมครับ?”
“อะ…… อะไรคือสกายโร้ด” หญิงสาวประหลาดใจ ก่อนชูนิ้ว “หนึ่งครั้งสามร้อย ทั้งคืนเจ็ดร้อย”
ผมตัวแข็งทื่อทันทีที่ได้ยินเสียงเธอพูดแบบนั้น
ในขณะที่มอเตอร์ไซด์ของหลินเฉอวิ่งต่อไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ก่อนพูดขึ้นโดยพยายามบอกใบ้กับหญิงสาวที่สวมกระโปรงสั้นคนนั้นอย่างบ้าคลั่ง “คนสวย คุณเคยได้ยินไหมว่าท่ามกลางสายลมและสายฝน ฉันกำลังรอคุณอยู่ในโลกสกายโร้ดรึเปล่า?!”
หญิงสาวหยิบบุหรี่ขึ้นมา พลางมองมาที่พวกเราอย่างดูถูก “เล่นก็เล่น แต่งกลอนใช่มั้ย? ฉันก็ทำได้ ความบริสุทธิ์ในวัยเยาว์จะอยู่กับคุณ แพ็คเกจจัดเต็มเพียงคืนละ 800!"
หลินเฉอหน้าแดงขึ้นฉับพลัน พร้อมทั้งรีบบึ่งรถหนีออกจากบริเวณนั้นทันที
“บรรยากาศมันไม่ถูกจริงๆ” เขากล่าว “ดูเหมือนสาวๆพวกนี้ได้สูญเสียความฝันของตัวเองไปแล้ว ……”
ผมส่ายหัว “พวกเธอก็เป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ทำงานหนักเพื่อหาเงินเหมือนกันแหละน่า ……”
“จะยังลองหาต่อไหมพี่?”
“ลองวนดูอีกสักหน่อยก็แล้วกัน จะล้มเลิกตอนนี้มันยังเร็วเกินไป”
“โอ๊ส!”
หลังจากขับวนไปอีกรอบ ราวกับกำลังชมขบวนพาเหรดอย่างไรอย่างนั้น จนสุดท้ายดูเหมือนจะมีใครบางคนกำลังจ้องมองมาที่พวกเราสองคนอยู่ คนสองคนเดินควงไม้สีดำเดินเข้ามา พลางจ้องมองเหมือนนกล่าเหยื่อ “เอ็งสองคนจะเอามั้ย ถ้าไม่เอาก็ไสหัวไปไกลๆ? ไม่ต้องมาขับเสนอหน้าไปมาแถวนี้ มีปัญหาอะไรเปล่า? เสร่อ”
“แม่*เอ้ย……”
หลินเฉอหยุดรถทันที ก่อนจะลงจากรถด้วยสีหน้าโมโห “รอบทะเลสาบไท่หูยังไม่มีคนไหนกล้าพูดกับฉันแบบนี้สักคน พวกแกสองคนเป็นแค่นักเลงตัวเล็กๆทำตัวหยิ่งขนาดนี้ ฉันคนเดียวจะช่วยสั่งสอนพวกแกสองคนเอง เข้ามาเลย!”
“คือพวกเรา …… กำลังตามรับสมัครนางฟ้าพเนจร …… “ผมจ้องมองขณะพูด “ไม่ต้องสู้กันหรอก หลินเฉอขึ้นรถ ไปได้แล้ว จะตีพวกนั้นนายจ่ายค่ารักษาพยาบาลไหวไหม?”
“ฮึ ถือว่าพวกแกโชคดีไป!”
ขณะที่มอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าส่งเสียงครวญครางอีกครั้ง ด้านหลังก็มีนักเลงสองคนวิ่งไล่ตามพลางสบถตะโกนโวยวาย ก่อนจะขว้างไม้แหวกสายลมมาทางพวกเรา ผมยื่นมือไปจับหัวของหลินเฉอให้หลบได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นพวกเรารีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อขับไปบนถนนสายหลักจึงเจอรถตำรวจอยู่ข้างทาง พวกนักเลงสองคนนั้นจึงไม่กล้าไล่ตามมาอีก หลินเฉอแสยะยิ้ม “อันที่จริง …… ผู้หญิงคนที่ใส่ชุดสีน้ำเงิน หุ่นนี้อย่างเซี้ยะเลยว่ามั้ยพี่ ผมว่าอย่างน้อยวัดจากสายตาก็ C + เอวก็ยังคอดกิ่ว แค่ 800 เอง พี่เฉินหรือว่าเรา……”
“ป๊าบ!”
ผมฟาดมือลงกลางกระบาลของเขาอีกครั้ง “ไปไปไป กลับสตูดิโอ ในฐานะผู้เล่นมืออาชีพความความอดทนเป็นกฎข้อแรก ถ้านายยังไม่สามารถต้านทานสิ่งล่อใจเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ได้ แบบนี้จะทำงานได้ยังไง? อันที่จริง ฉันชอบคนที่สวมชุดแดง ร่างโปร่งขายาวคนนั้นมากกว่า”
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ~~~"
……
ช่วงเวลาต่อมา หลังจากที่กลับมาถึงสตูดิโอ จางเหว่ยและต้าไห่กำลังออนไลน์อยู่แล้ว ส่วนผมและหลินเฉอหลังจากดื่มน้ำก็เข้าออนไลน์เกมทันที ตอนนี้ทุกคนเลเวล 20 เรียบร้อย สามารถไปที่เมืองชั้นรองได้
“แว้บบ!”
หลังจากออนไลน์ ผมก็ปรากฏตัวในหมู่บ้านเริ่มต้น
หลินเฉอเองก็ปรากฎตัวอยู่ไม่ไกล พวกเรารีบตั้งทีม พร้อมทั้งดึงต้าไห่และจางเหว่ยเข้าร่วมทีมทันที ในเวลานี้ผมเห็นจางเหว่ยอยู่ในพื้นที่ฝึกซ้อม กำลังหันหน้าไปทางหุ่นไม้ที่ใช้สำหรับฝึกทักษะ ทั่วทั้งใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
“พี่เหว่ย!”
ผมโบกมือให้เขาจากระยะไกล “ไปเถอะ เตรียมไปเมืองชั้นรองกันเถอะ!”
“โอเค!”
“ทำอะไรอยู่พี่ถึงดูมุ่งมั่นขนาดนั้น?" ผมถามขึ้นเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้
เขาแสดงท่าทีเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะปาดเหงื่อแล้วพูดว่า “ก็ฉัน……ฉันเองก็ไม่อยากเป็นตัวถ่วงของทุกคนไปตลอดนี่นา……”
ผมพยักหน้า ในใจของผมก็พลันชื่นใจ มีสมาชิกดีแบบนี้ ทีมเทียนเสวี่ยนของพวกเราไม่ต้องกังวลว่าจะไม่เจริญรุ่งเรือง