บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 4 บทที่ 98 คำนับข้าเป็นอาจารย์ของเจ้าเถอะ

            “เนี่ยหลีคงไม่เกิดเรื่องนะ?” ตู้เจ๋อจ้องมองเงาหลังที่หายลับไปของเนี่ยหลีสองคิ้วขมวดมุ่นเล็กน้อย กับสถานที่ที่ไม่รู้จักเช่นด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนนี้ เขายังมีความกังวลใจอยู่บ้าง

            ลู่เพียวหัวเราะฮาๆ และพูดว่า “ตู้เจ๋อเจ้าคิดมากเกินไป และก็ไม่เชื่อใจเนี่ยหลีเกินไปแล้วกระมัง? ยังมีเรื่องอะไรที่ยากสำหรับเนี่ยหลีบ้าง?หากมีเวลาเป็นห่วงเนี่ยหลีมิสู้เอาเวลาไปหลอมรวมกับจิตอสูรให้เร็วที่สุดจะดีกว่าข้าแทบรอดูไม่ไหวแล้วว่าเสือดาวปีศาจสีโลหิตของข้าจะแข็งแกร่งปานไหน!” ลู่เพียวแตะแหวนมิติ ท่าทางตื่นเต้นยิ่ง

            สองคนหันไปมองด้านข้าง หาสถานที่ว่างแห่งหนึ่งนั่งลงฝึกยุทธ์ทางหนึ่งก็รอคอยเนี่ยหลี

            เห็นความเคลื่อนไหวของคนทั้งสอง เยี่ยเซิ่งอดรู้สึกดีใจมิได้ไม่แปลกใจที่วรยุทธ์ของตู้เจ๋อและลู่เพียวจะก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วช่างขยันขันแข็งเกินไปแล้ว แม้แต่เวลาเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังไม่ยอมให้เสียไปหากนักเรียนคนอื่นๆ ขยันขันแข็งเช่นตู้เจ๋อและลู่เพียวเช่นนั้นพวกตนก็วางใจได้แล้ว

            เยี่ยเซิ่งและคณะอาจารย์ขยับไปด้านข้างเพื่อพักผ่อน ส่วนตู้เจ๋อ ลู่เพียวสองคนมุ่งมั่นอยู่กับการหลอมรวมจิตอสูร

            เวลานี้ ภายในด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วน

            ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยแสงเงา ภาพนับไม่ถ้วนฉายผ่านหน้าไปราวกับกำลังเดินผ่านห้วงเวลาและอวกาศอันไม่สิ้นสุด เนี่ยหลีเดินเข้ามาทอดตามองออกไป เบื้องหน้าเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจีดอกไม้เบ่งบานราวกับภาพปักฝีมือเยี่ยม เป็นภาพฉากที่งดงามยิ่ง

            อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ก้าวเท้าเข้ามาในด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนแล้วเนี่ยหลีรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงระเบิดในอาณาเขตวิญญาณของตนพลังวิญญาณก็เหมือนกับกำลังจะระเบิดออก ขยายตัวออกไปไม่หยุดอาณาเขตวิญญาณขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            อาณาเขตวิญญาณของเขาขยายตัวออกไปทีละน้อยๆใบหน้าของเนี่ยหลีแสดงความเจ็บปวด รู้สึกว่าอาณาเขตวิญญาณของตนกำลังขยายตัวออกไปทรมานอย่างยิ่ง

            ที่แท้ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนนี้ก็คือแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งซึ่งสามารถบำรุงพลังวิญญาณได้!

            พักอยู่ในนี้เพียงครู่เดียว ได้ผลมากยิ่งกว่าการฝึกในโลกภายนอกหลายๆวันเสียอีก!

            อาณาเขตวิญญาณขยายตัวขึ้นถึงหนึ่งในสามส่วนแล้ว! ความเจ็บปวดรุนแรงแทบทำให้ซีกแก้มของเนี่ยหลีกระตุก

            เนี่ยหลีลืมตาขึ้น จ้องมองไกลออกไป เขาเห็นในทุ่งหญ้าที่อยู่ไกลออกไปมีเงาร่างหนึ่งกำลังนั่งอยู่ตรงนั้น ดูเหมือนจะเป็นหนิงเอ๋อทว่าสายตาของเนี่ยหลีกำลังพล่าเลือนนัก เวลานี้ยังมองเห็นไม่ชัดเจน ‘อยู่ที่เดิมโคจรลมปราณเพื่อฟื้นฟูร่างกายอีกสักครู่ก่อน จึงค่อยว่ากัน’

            ในอาณาเขตวิญญาณพลังของปีศาจเงาและแพนด้าเขี้ยวเสือกำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            ช่างสมกับเป็นด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนเสียจริงเนี่ยหลีรู้สึกได้ว่าจิตอสูรทั้งสองในอาณาเขตวิญญาณของตนกำลังแข็งแกร่งขึ้นความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์น่าอัศจรรย์ใจยิ่ง

            ชั่วขณะนี้เอง ลึกลงไปในสติสัมปชัญญะของเนี่ยหลีเสียงแปลกใจแหบพร่าสูงวัยดังขึ้นคราหนึ่ง

            “เจ้าผีน้อย ในอาณาเขตวิญญาณของเจ้ามีจิตอสูรสองตนได้อย่างไร?”

            “ท่านเป็นใคร?” เนี่ยหลีเอ่ยถามขณะกำลังจดจ่ออยู่กับการรวบรวมพลังวิญญาณที่เพิ่มพูนขึ้น เขารู้สึกได้ว่ามีวิญญาณดวงหนึ่งกำลังแอบดูเขาอยู่อย่างไรก็ตาม วิญญาณดวงนี้ไม่ได้ทำร้ายเขา ดังนั้นเนี่ยหลีจึงมิได้กังวล

            “ฮาๆ เจ้าตอบคำถามของข้าก่อนสิ ข้าจึงจะบอกว่าข้าเป็นใคร!”

            “เพราะข้าได้ฝึกเคล็ดวิชาที่พิเศษอย่างหนึ่ง เช่นนี้ได้หรือไม่...” เนี่ยหลีพูดอย่างสงบ

            “อ้อ... วิชาอะไรจึงวิเศษเช่นนี้?”

            “นี่เป็นคำถามที่สองแล้ว?” เนี่ยหลีกลอกตา “เอาแต่ถามคำถามผู้อื่นไม่หยุด แต่กลับไม่ตอบคำถามของผู้อื่นจะไม่ไร้มารยาทเกินไปสักหน่อยหรือ!”

            เสียงสูงวัยนั้นทำท่าตกใจและพูดว่า “เจ้าผีน้อยคนนี้รับมือยากเสียจริงข้าหลับอยู่ในด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนแห่งนี้มาหลายร้อยปีแล้วแม้จะได้พบเห็นเด็กมีพรสวรรค์มาแล้วมากมาย ทว่าพวกเขาไม่เข้าตาผุๆของข้าเอาเสียเลย เจ้ากับนางหนูที่อยู่ตรงนั้นมีพรสวรรค์ดีเยี่ยมทว่าพรสวรรค์ของเจ้าดูท่าจะดีกว่าเล็กน้อย วันนี้ข้าต้องตาเจ้าแล้วตาแก่เช่นข้าจะยอมรับเจ้าเป็นศิษย์ก็แล้วกัน!”

            “ท่านจะรับข้าเป็นศิษย์รึ? ข้าพูดตั้งแต่เมื่อใดว่าจะกราบท่านเป็นอาจารย์?”เนี่ยหลีพูดอย่างดูแคลน จะเป็นอาจารย์ของข้า เจ้าเป็นใครกัน?สามารถสอนข้าได้หรือ? โผล่ออกมาก็อยากจะเป็นอาจารย์ของข้าเช่นนั้นข้าคงมีอาจารย์เสียมากมายก่ายกองแล้ว?

            “เจ้าเด็กเหลือขอ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร?” เสียงสูงวัยนั้นพูดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ

            “แล้วท่านเป็นใครเล่า?” เนี่ยหลีถามขึ้นอย่างดูแคลนเล็กน้อย

            “หลังจากยุคมืด พวกเราผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานทั้งห้านำพาผู้รอดชีวิตนับแสนคนอพยพมาถึงเมืองกวงฮุยแห่งนี้ต้านทานการโจมตีจากฝูงสัตว์อสูร! ข้าคือหนึ่งในห้าบรรพชนผู้ก่อตั้งเมืองกวงฮุยบรรพชนเยี่ยเหยียน! เป็นบรรพชนผู้ก่อตั้งตระกูลวายุเหมันต์เจ้าเด็กเหลือขอ ได้ยินชื่อเสียงของข้าเข้า หวาดกลัวแล้วล่ะสิ!” เสียงสูงวัยนั้นดูมีความภาคภูมิใจ “ข้าผนึกวิญญาณเอาไว้ในด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนและคอยปกป้องเมืองกวงฮุยเสมอมาหากไม่เป็นเพราะข้า เมืองกวงฮุยก็คงล่มสลายไปแล้ว!”

            “ที่แท้ก็คือหนึ่งในบรรพชนผู้ก่อตั้ง!” เนี่ยหลีพลันเข้าใจทันทียกสองมือขึ้นคำนับปลกๆ “ข้าช่างเสียมารยาทแล้วเสียมารยาทแล้ว แต่ทว่า ท่านบรรพชน ข้าไม่สนใจจะเป็นลูกศิษย์ของท่าน!”

            “ไม่สนใจรึ? เจ้าไม่สนใจจะเป็นลูกศิษย์ของข้าจริงหรือ?”เยี่ยเหยียนโมโหแล้ว “เจ้าเด็กเหลือขอเจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังได้รับโอกาสอะไร? ด้วยการชี้แนะของข้าเจ้าอาจจะกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานผู้หนึ่งได้สำเร็จภายในชั่วอายุของเจ้าก็เป็นได้อย่างน้อย ก็จะสามารถกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองดำได้!”

            “ข้าไม่ต้องกราบท่านเป็นอาจารย์ก็สามารถกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานได้เช่นกัน!” เนี่ยหลีบ่นอุบกับตัวเองแม้ข้าจะนับถือท่านในฐานะที่เป็นบรรพชนผู้ก่อตั้งเมืองกวงฮุยแต่ก็ไม่จำเป็นต้องกราบกรานท่านเป็นอาจารย์!

            “เจ้า... อวดดีเกินไปแล้ว โอหังนัก! เจ้าคิดว่าผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานเป็นกันได้ง่ายดายนักหรือ?ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานคนหนึ่งคือยอดคนที่คงอยู่ในทวีปเชียวนะ! นอกจากพวกที่มีพรสวรรค์อันโดดเด่นแล้วคนทั่วไปย่อมไม่อาจได้สัมผัสถึงเขตแดนอันศักดิ์สิทธิ์นั้น!” หากเยี่ยเหยียนยังมีชีวิตอยู่เดาว่าปอดของเขาคงต้องระเบิดแล้วเขาเป็นบรรพชนผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานผู้หนึ่งซึ่งคิดจะรับเนี่ยหลีเป็นศิษย์กลับถูกเนี่ยหลีปฏิเสธ นี่ช่างเป็นเรื่องที่ไม่อาจทนทานรับได้เสียจริงๆ! “เจ้ารู้หรือไม่ว่าปีนั้นมีกี่คนที่ต้องมาขอร้องกราบกรานขอเป็นศิษย์ของตาแก่เช่นข้า?”

            “เอาเถอะๆ!” เนี่ยหลีเริ่มสลดทดท้อไม่จบ “ท่านบรรพชน ในเมื่อท่านต้องการเป็นอาจารย์ข้า ไหนท่านลองบอกมาท่านคิดจะสอนอะไรข้าบ้าง?”

            “ในฐานะที่เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานข้ารอบรู้ทุกสิ่งในแผ่นดินใหญ่นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ข้าไม่รู้ข้าเชี่ยวชาญในดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ทั้งยังมีเคล็ดวิชาที่ทรงอานุภาพซึ่งเป็นมรดกตกทอดต่อๆ มาอีกมากมาย ในด้านเคล็ดวิชายุทธ์ข้าก็สามารถให้คำแนะนำแก่เจ้าได้!” เยี่ยเหยียนพูดอย่างภาคภูมิใจท่าทางพึงพอใจในตนเองถึงสิบส่วน “ตรงนี้มีเคล็ดวิชายุทธ์ที่ทรงอานุภาพอยู่ถึงห้าอย่างเจ้าสามารถเลือกได้อย่างหนึ่ง!”

            ตรงหน้าของเนี่ยหลีพลันปรากฏแสงสว่างวาบขึ้น เป็นแสงเจิดจ้าห้าจุดด้านบนปรากฏเป็นรูปร่างอย่างหนังสือห้าเล่ม

            “ให้ข้าดูสิว่าท่านมีเคล็ดวิชาดีๆ อะไรบ้าง!” สายตาของเนี่ยหลีตกอยู่บนหนังสือทั้งห้าเล่ม“หา? เคล็ดวิชามู่จ่วนท่านก็ยังเอาออกมาได้ของเล่นชิ้นนี้อย่างมากที่สุดก็ฝึกได้ถึงแค่ระดับทองดำเท่านั้น? ทั้งขั้นตอนที่บันทึกอยู่ก็มีข้อผิดพลาดมากมายในบทที่สามบอกให้โคจรพลังวิญญาณไปยังจุดเทียนซูนี่มิใช่เป็นการทำลายตัวเองในอนาคตข้างหน้าหรอกหรือ? จุดเทียนซูเป็นจุดที่ใช้เชื่อมต่อฟ้าดิน!”

            “โอ๋... หนังสือเล่มนี้ เป็นข้าหยิบออกมาผิดแล้ว” เยี่ยเหยียนสีหน้าจืดเจื่อนเล็กน้อยหนังสือเล่มหนึ่งบนอากาศหายวับไป

            “ให้ข้าดูเล่มนี้ซิ ข้าแทบพ่นแล้ว เคล็ดวิชาหยางหลิงเคล็ดวิชาชุดนี้ฝึกได้ช้ายิ่ง ยังต้องหาสถานที่ที่มีแสงตะวันส่องถึงจึงจะฝึกได้วันที่มีหมอกหนาก็ฝึกไม่ได้แล้ว ต่อให้สามารถฝึกถึงระดับตำนานได้ เกรงว่าคงต้องรอจนอายุเจ็ดสิบแปดสิบปีเสียก่อนอีกทั้งทฤษฏียุทธ์ทั้งหมดตรงนั้น ข้าไม่พูดอะไรแล้ว ถ้าเปลี่ยนคำว่า ‘ซื่อหยางเข้าสู่ร่างกาย’ เป็นคำว่า ‘หยินหยางผสานรูป’ อัตราเร็วในการฝึกยุทธ์จะเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าเลยทีเดียว!”

            “...”เยี่ยเหยียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งรู้สึกว่าสิ่งที่เนี่ยหลีบอกออกมามีเหตุผลที่ลึกซึ้งอยู่หลายส่วน ถูกสกัดกั้นจนไม่ทราบว่าจะพูดอะไรออกมาแล้ว

            “ข้าดูเล่มนี้ซิ นี่มิใช่เคล็ดวิชาชางหลางหรอกหรือ? จะต้องหลอมรวมกับจิตอสูรจำพวกหมาป่าจึงจะสามารถฝึกจนถึงระดับตำนานได้...”

            “เป็นอย่างไร เจ้าชอบเคล็ดวิชาชุดนี้หรือไม่?” เยี่ยหยางเอ่ยถามขึ้นอย่างดีใจเล็กน้อย

            “ฝึกเคล็ดวิชาพวกนี้หรือ? ข้าขอถามท่านบรรพชนเคล็ดวิชาชางหลางของท่านเหตุใดจึงมีแค่เก้าบท? ฝึกถึงระดับตำนานสามดาวก็หมดแล้วที่ข้าก็มีเคล็ดวิชาชางหลางเช่นกัน ให้ข้ามอบบทที่สิบแก่ท่านดีหรือไม่? ข้ารับรองว่าจะช่วยให้ท่านฝึกจนถึงระดับตำนานขั้นห้าได้!” เนี่ยหลีพูด

            “...”เยี่ยเหยียนพูดไม่ออกแล้ว เขารู้สึกเหมือนกำลังจะเป็นบ้าเจ้าเด็กเหลือขอผู้นี้มีความเป็นมาอย่างไรกันแน่? คิดไม่ถึงว่ายังกลับจะมาสอนเคล็ดวิชาให้เขา?

            หลายปีที่ผ่านมา อัจฉริยะที่เยี่ยเหยียนได้พบไม่ถึงจำนวนหมื่นก็มีจำนวนหลายพันคนแล้วทุกคนล้วนเป็นยอดอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดของเมืองกวงฮุยทว่ากลับไม่เคยพบสักคนที่เหมือนตัวประหลาดเช่นเนี่ยหลีเคล็ดวิชาทั้งห้าที่มอบให้เนี่ยหลีดู ทุกเล่มล้วนเป็นเคล็ดวิชาทรงอานุภาพระดับสูงแล้วทว่าเมื่อให้เนี่ยหลีดู ทุกเล่มกลับล้วนไร้ค่า

            เยี่ยเหยียนคิดๆ ก็ไม่เข้าใจ เนี่ยหลีอายุเท่าไหร่กันเหตุใดจึงมีความรู้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ยังน่ากลัวเสียยิ่งกว่าตาแก่ที่อยู่มานับพันๆ ปีเช่นเขาอีกหรือ? 

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954