ปกป้องข้าที ข้าอ่อนแอ!
04 น้องต้องสู้
เมื่อลู่เว่ยหลงได้ลองมาขบคิดถึงการ์ตูนที่ตัวเอกหลุดเข้าไปในโลก RPG (เกมประเภทบทบาทสมมุติต้องเก็บเก็บเลเวล) หรือนิยายเกิดใหม่ไปในยุคจีนโบราณที่ทั้งอ่านเอง และน้องสาวเล่าให้ฟังแล้ว...
บางเื่จะมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ระบบ’ คอยแนะนำจัดการ หรือคอยห้ามมิให้กระทำสิ่งต่างๆออกนอกลู่นอกทาง
เื่นี้เขาได้พยายามเรียกระบบขึ้นมาแล้วแต่ก็พบว่าไม่มีเสียงใดๆแว่วขึ้นมาในใจเลย จึงต้องปัดตกไป
บางเื่ตัวเอกมักจะมีความสามารถพิเศษ เช่นการทำอาหาร ซึ่งสามารถดึงดูดใจเหล่าตัวละครดั้งเดิมในเื่ให้หลงไหลในรสชาติอันแซ่บเว่อร์ได้
พอมาลองคิดถึงไอ้ดิน มนุษย์เงินเดือนผู้ฝากท้องไว้กับข้าวกล่องเวฟร้านสะดวกซื้อแล้ว ก็จำต้องปัดเื่นี้ตกไปอีกที
ตัวเอกบางเื่ก็จำบทขึ้นมาได้ซะงั้น ใครเป็พระเอก ใครเป็ตัวร้าย เหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็ไปในทิศทางไหน รู้ไว้เพื่อจะได้เตรียมการแก้ไขให้ถูกทาง
...แต่เขามาด้วยความเคว้งจริงๆ อะไรจะรันทดปานนี้
หรือบางทีก็อาจจะมีความสามารถพิเศษ จู่ๆก็เก่งเว่อร์ขึ้นมา พลังลมปราณถูกอัพขึ้นไปอยู่ในระดับเทพ เหล่าตัวละครประกอบต้องยอมรับและแทบกราบไหว้ นั่นก็เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้จริงๆ...
ก็เพราะเขาพยายามมาแล้ว ถึงกล้าบอกว่าเป็ไปไม่ได้ไงล่ะ...
“ลู่เว่ยหลงเอ๋ย ข้าพยายามทำดีที่สุดแล้ว”
ชายหนุ่มถอนหายใจ
กว่าสองสัปดาห์มานี้ เขาเก็บตัวเงียบอนู่ในเรือนแยก ไม่ออกไปพบปะผู้ใด หนึ่งเพราะร่างกายเขาอ่อนล้าเกินไป อาการขาดสารอาหารทำให้เขาไม่อยากเดินไปไหน สองคือแผลที่ยังไม่หายดี เมื่อขยับก็ยังคงกระเทือนนิดหน่อย รออีกสักนิดให้อาการดีขึ้นก็ยังไม่สาย สามคือการนั่งฝึกเดินลมปราณ ที่ดูจะกินเวลาเป็พิเศษ นั่งสมาธิแป๊บๆเวลาก็ผ่านไปนานโข
ซึ่งเวลาที่เสียไปกับการเดินลมปราณอย่างยากลำบากนั้น ผลที่ให้กลับมาช่างทำให้รู้สึกห่อเหี่ยวนัก...
ก็มันขุนไม่ขึ้น!
ภายใต้ฟ้าไม่มีสิ่งใดมาก สำหรับผู้มีใจพากเพียร
แต่ครั้งนี้เห็นทีจะมากเกินไปหน่อย พลังปราณที่เสมือนขันใบน้อยๆของเขาขยับขนาดขึ้นมาเพียงนิดเดียว มากกว่าเดิมแค่เพียงพอให้ใช้ได้เล็กน้อยเท่านั้น
ในเมื่อสิ่งที่กำลังทำไปไร้ประโยชน์ ลู่เว่ยหลงจึงคิดเปลี่ยนแผน
ไหนๆแผลของเขาก็ดีขึ้นมาก ออกไปสืบเื่ราวด้านนอกให้รู้กันไปเลยกว่า ว่าตกลงแล้วสาเหตุไหนที่ทำให้คุณชายลู่ตัดสินใจทำร้ายตนเองหนักหน่วงถึงเพียงนี้
“จิ้นฝาน แต่งตัวให้ข้าที”
“คุณชายจะออกไปเดินข้างนอกหรือขอรับ?”
“ข้าเริ่มเดินไหวแล้ว อยู่แต่ในห้องรู้สึกอุดอู้อยากออกไปรับลมด้านนอกบ้าง”
จิ้นฝานรีบปราดไปยังหีบเสื้อผ้าใบเดียวที่มี ก่อนหน้านี้ท่านประมุขมอบชุดใหม่ให้เขาสองหีบ แต่ก่อนหน้านี้ถูกฝูฮูหยินยึดไปด้วยเหตุผลที่ว่าเขาดูแลเสื้อผ้าราคาสูงไม่เป็ ประเดี๋ยวจะขึ้นรา
จิ้นฝานหยิบเลือกชุดที่เข้ากับสภาพอากาศด้านนอกในขณะนี้ให้คุณชาย
“ไม่เอาสีขาว”
ลู่เว่ยหลงรีบบอกเมื่อเห็นเด็กหนุ่มหยิบชุดขาวขึ้นมาถือไว้
“ขะ...ขอรับ”
จิ้นฝานหันไปคุ้ยใหม่ ได้ชุดสีอ่อนจางแทบไม่ต่างจากเดิมมาอีกหนึ่งตัว ก่อนจะหันมาทำหน้าอึกอักมาให้คุณชาย
ลู่เว่ยหลงเห็นดังนั้นจึงถอนหายใจเฮือก ดูท่าจะมีแต่ชุดคล้ายๆเดียวกันอยู่เต็มหีบ มันก็ไม่ใช่ว่าเขาเื่มากหรอก แต่ใส่ชุดสีซีดแบบนี้ก็ยิ่งดูป่วยไปกันใหญ่
เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วจึงเริ่มออกเดินไปทางเรือนใหญ่ ภายนอกอากาศที่เย็นทำให้คนร่างบางจามฮัดเช้ยไปหนึ่งครั้ง เขาเดินไปเรื่อยๆ ตามองสำรวจ
เรือนแยกนี้มีหลายห้องก็จริงแต่ไม่ถูกใช้ มีทางเดินเชื่อมเรือนไปถึงเรือนใหญ่และทางห้องเครื่อง จวนสกุลฉินแห่งนี้ก็กว้างขวางไม่น้อย แถมยังดูแลตกแต่งได้อย่างดูดี ไม้สีเข้มถูกนำมาสร้างเรือน สีแดงของกระเบื้องทำให้ดูน่าเกรงขาม
ช่างเหมาะสมกับเพลงกระบี่ดุดันของสำนักกระบี่แห่งนี้จริงนะ
ระหว่างทางเขาผ่านสาวรับใช้มาสองคน ทั้งคู่เมื่อเห็นคุณชายเดินผ่านมาก็ไม่ได้แสดงท่าทีเคารพอะไรนัก เพียงแค่ก้มหัวเล็กน้อยเดินผ่านไป
ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะเป็คนของฝูฮูหยินทั่งคู่ ตาคู่หวานเหลือบไปเห็นตะกร้าลูกผิวกั่ว (แอปเปิ้ล) ที่สาวใช้คนหนึ่งถืออยู่
โอ๊ะ ถึงฤดูแอปเปิ้ลแล้วรึ ทำไมห้องเครื่องจึงไม่ส่งมาให้ข้าบ้าง นี่ข้ากินแต่เมนูผักจนหน้าจะเป็ผักอยู่แล้ว
เขาถือโอกาสขอแบ่งมาบ้าง สาวใช้แสดงทีท่าไม่ค่อยเต็มใจแต่ก็ยื่นมาให้หนึ่งลูก
“ขี้เหนียวชะมัด ให้มาลูกเดียว”
ลู่เว่ยหลงพึมพำโยนลูกผิงกั่วในมือไปมา จิ้นฝานที่เดินตามหลังมาถึงกับหน้าเสีย เด็กหนุ่มกลัวคุณชายจะคิดมากกับกริยาไม่งามของสาวใช้ทั้งสองคน
ร่างบางเดินมองโน่นมองนี่เรื่อยมาจนใกล้ถึงเรือนใหญ่
“อ้าว คุณชาย ออกมาเดินด้านนอกไหวแล้วหรือเ้าคะ”
เสียงแผดแหลมดึงให้ลู่เว่ยหลงหันไปมอง
พบว่าเป็ ชิงชิง สาวรับใช้อุ่นเตียงนางนั้นนี่เอง นางตีสีหน้าเป็ห่วง แต่ในสายตาของลู่เว่ยหลงแล้วดูน่าหมั่นไส้จับใจ ดูท่าจะต้องเปิดศึกกับนางเสียแล้วสินะ
“ข้านึกว่าคุณชายจะต้องนอนติดเตียงไปอีกแสนนานเสียอีก มาเห็นคุณชายข้างนอกแบบนี้ ข้าไม่รู้ว่าจะกล่าวอันใดกับคุณชายดีเลยเ้าค่ะ”
ใบหน้าสวยยิ้มเย็นมาให้ลู่เว่ยหลง นางชิงชังเกอผู้นี้ยิ่งนัก
ั้แ่ชายผู้นี้เข้ามาในตระกูลฉิน ก็ดึงความสนใจของเหล่าประมุขในจวนไปหมด ทั้งประมุขฉิน กวงฮูหยิน รวมถึงฉินหย่งสือนายของนางด้วย...! ถึงแม้นางจะได้ตำแหน่งว่าได้เป็นางรับใช้อุ่นเตียงของนายท่านมาไหนแต่ไร แต่กลับไม่เคยได้รับความสนใจจากนายท่านฉินหย่งสือบ้างเลย
เป็นางรับใช้อุ่นเตียงประสาอะไร มิเคยได้อุ่นเตียงนายเลยสักครั้ง
แค่คิดก็ขายหน้า
คนๆนี้คงจะถือว่าตนเป็คนรู้จักั้แ่วัยเยาว์ของนายท่านกระมัง
ร่างกายเหมือนไม้ผุขนาดนี้ก็ยังไม่เจียมตัว! นายท่านฉินหย่งสือหรือก็คอยดูแลให้ความสำคัญ แต่ไม่ว่าจะกระทำการใดไปมากเท่าไหร่ คุณชายท่านนี้ก็กลับปัดทิ้งไปเสียหมด
สำนวน ‘ไม่ได้เป็คนดูแลบ้าน ไม่รู้ว่าของเครื่องใช้มันแพง’ คงนำมาใช้ได้
นายท่านฉินหย่งสือเป็ผู้มีฝีมือเก่งฉกาจหาตัวจับได้ยาก ความเหี้ยมโหดของเพลงกระบี่ถือว่าเป็หนึ่งของคนรุ่นหลัง สัตว์อสูรจากอเวจีไหนมาก็ปราบได้ เด็กร้องไห้ได้ยินชื่อยังหยุดร้อง เหล่าสาวงามและเกอต่างก็้าเสนอตัวมาให้ ตระกูลใหญ่ต่างๆก็แทบกราบประเคนลูกสาวมาให้ดูตัว แต่ก็ไม่เคยถูกแล
แล้วนี่มันอะไรกัน? นางเองก็ไม่เข้าใจว่านายท่านฉินหย่งสือสนอกสนใจอะไรในตัวเกอผู้นี้นักหนา จะมาก็มาแต่ตัว ปราณก็ไม่มี ชื่อเสียงลาภยศก็ไม่มี ไม่มีอะไรทั้งนั้น! จะไม่ให้นางชังได้อย่างไร
“คุณชายรีบกลับห้องไปเสียเถิดเ้าค่ะ หากไม่สบายขึ้นมีอีกครา ข้าเกรงว่าคุณชายอาจเอาชีวิตไม่รอด”
พูดเสร็จก็หัวเราะคิกคัก
ลู่เว่ยหลงที่ยืนฟังนิ่งๆมานานข่มอาการสั่นกลัวไว้ในใจ แล้วจึงหันไปพูดกับจิ้นฝาน
“จิ้นฝาน เ้าได้ยินอะไรไหม?”
จิ้นฝาน “?”
“ข้าได้ยินเหมือนเสียงลมหวีดหวิว... เสียงเหมือนผีบ้านผีเรือน”
ชายหนุ่มเน้นคำว่า ‘ผีบ้านผีเรือน’ เป็พิเศษ สาวใช้รายนั้นถึงกับเบิกตาโพลง
“สงสัยจะมาขอส่วนบุญ แต่ข้าไม่มีอะไรจะให้ จะมีก็แต่ลูกผิงกั่วลูกนี้ เอ้า มารับส่วนบุญไปเสียนะ”
คุณชายลู่ก้มลงวางผลไม้ลงบนพื้นด้านหน้าของหญิงสาวพอดิบพอดี จากนั้นจึงหันไปพยักเพยิดกับจิ้นฝานให้เดินไปกันต่อ
“ผีตนนี้คงโหยมานาน ลูกผิงกั่วอาจจะไม่พอ ข้าเศร้าใจแทนผีตนนี้เสียจริง เฮ้อ”
ชิงชิงมองตามหลังคุณชายที่เดินสวนออกไป ปากพะงาบๆ แทบไม่เชื่อหูตนเอง
เป็ไปไม่ได้ที่คุณชายลู่จะฝีปากกล้ากับนางเช่นนี้ ใครกันแน่ที่เป็ผี? คงไม่ใช่นางแน่? เมื่อนึกได้ดังนั้นนางจึงกรีดร้องออกมาอย่างไร้เสียง กระทืบเท้าเร่าๆ เตะลูกผิงกั่วออกไป
ว่าข้าเป็ผีบ้านผีเรือนงั้นรึ!
ข้าไม่ให้อภัยแน่ๆ!
ลู่เว่ยหลงเดินหัวเราะคิกคักขณะเดินไปทางเรือนใหญ่อีกครั้ง แม้กระทั่งจิ้นฝานยังอมยิ้ม แต่ในใจเด็กน้อยกลับมีความสงสัย คุณชายไม่เคยเอ่ยปากสู้กับผู้ใดมาก่อน เหตุใดครานี้จึงเปลี่ยนใจหันไปตอกกลับนางได้ แต่ยังไงเสีย ก่อนหน้านี้คุณชายก็พูดจากับเขาน้อยเหลือเกิน เกรงว่าเขาเองก็รู้จักคุณชายไม่ดีพอจะตัดสินนิสัยใจคอคุณชายได้
เมื่อเลี้ยวมุมทางเดิน ลู่เว่ยหลงพบว่ามีสาวรับใช้นั่งหมอบหลบมุมอยู่อีกสองคน ทั้งสองคนมีสีหน้าหดเกร็ง จมูกบาน เหมือนกำลังกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่ ดูท่าจะอยู่ใกล้พอจะได้ยินบทสนทนานั้นเข้าพอดี
ลู่เว่ยหลงเดินผ่านไปด้วยใจเบิกบาน
คนร่างบางตัวสั่นเมื่อมีลมพัดวูบมา ฤดูใบไม้ร่วงแล้วกลางวันเริ่มสั้นลง เขารีบสาวเท้าเดินผ่านสวนกว้างหลายแห่งและเรือนต่างๆมุ่งหน้าไปยังเรือนใหญ่ วันนี้อาจจะเจออะไรดีๆเข้าอีกก็ได้
เข้าเรือนใหญ่มาได้ไม่นาน ระหว่างที่ลู่เว่ยหลงเดินแกร่วมองไปมา ฝูฮูหยินก็เยื้องย่างเข้ามาในรัศมีสายตาของลู่เว่ยหลง นางมาพร้อมกับสาวใช้คนสนิทสองคน
ดูท่าว่าสาวใช้คงจะนำความไปแจ้งแก้ฮูหยินแน่ ว่าคุณชายลู่เข้ามาเดินเพ่นพ่านในเขตเรือนใหญ่
“คารวะ ฝูฮูหยิน”
ร่างบางก้มลงทำมือคำนับ ร่างกายของลู่เว่ยหลงเริ่มสั่นสะท้าน แต่มิใช่เพราะความหนาว เหตุผลคงเป็สายตาดุจเหยี่ยวงดงามคู่นั้นที่จ้องมองมา กายของลู่เว่ยหลงไม่สามารถอดรนทนต่อไปได้ หัวใจของเขาเต้นแรง ลมหายใจขาด่ ตัวสั่นเทา ไม่กล้าสบตา
ลู่เว่ยหลงคนก่อนคงเกรงกลัวฝูฮูหยินเป็อย่างมาก
“เ้ามาเดินอยู่ในเรือนนี้มีเหตุอันใดรึ?”
เสียงเยียบเย็นดังขึ้น ฝูฮูหยิน มีร่างสูงโปร่ง นุ่งอาภรณ์สีม่วงสดดูงดงามน่าเกรงขามเป็อย่างมาก ใบหน้าสวยเฉี่ยวมั่นใจสมกับเป็ผู้มีอำนาจ ดวงตาหรี่มองคุณชายด้วยท่าทีไม่ไว้ใจ มีความไม่พอใจที่ลู่เว่ยหลงเข้ามาโผล่ที่นี่
“เ้าเดินไหวแล้วรึ เหตุใดจึงมาเสียไกลจากเรือนเ้า”
“ฝูฮูหยิน ข้าแข็งแรงขึ้นมากแล้วขอรับ”
“หึ ท่านประมุขกับคุณชายใหญ่ไม่อยู่ ยังอุตส่าห์สร้างเื่สร้างราวได้อีก ไม่รู้จะเรียกร้องความสนใจไปถึงไหน”
นางพูดเสียงเ็าสีหน้าปั้นปึ่ง ลู่เว่ยหลงทำใจดีสู้เสือ
“ข้าต้องขออภัยฮูหยินด้วย ที่ทำให้ท่านต้องลำบาก”
“ลำบากมากเสียด้วย หวังว่าเ้าจะซาบซึ้งบุญคุณ แจ้งแก่ท่านประมุขว่าข้าเมตตาช่วยเหลือเ้ายามเ้าป่วยไข้”
โอ้โห ยังจะเอาดีเข้าตัวอีกรึนี่! มาลูกแบบนี้ก็ได้สิ
“แน่นอนขอรับเป็บุญคุญแก่ฮูหยินยิ่งนัก ที่อุตส่าห์เรียกตัวหมอฝีมือกุลีมาช่วยทำแผลให้ข้า ตั้ง หนึ่ง คน”
ลู่เว่ยหลงก้มลงคำนับด้วยท่าทางซึ้งใจเสียเต็มประดา ในใจลอบยิ้ม ข่มมือที่สั่นให้เป็ปกติ
“ความเมตตาของฮูหยินทำให้ข้าประทับใจยิ่งนัก ข้าจะแจ้งแก่ท่านประมุขว่าท่านเป็ห่วงสุขภาพที่ทรุดโทรมของข้า กลัวว่าข้าจะย่อยเนื้อสัตว์ไม่ได้จนจัดสำรับผักมาให้ข้าทุกมื้ออีกด้วย”
ฝูฮูหยินถลึงตาโต เส้นเืที่ขมับปูดโปน สีหน้าของนางรับใช้ทั้งสองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน
“อากาศเริ่มเย็นแล้ว ฮูหยินโปรดระวังสุขภาพด้วย ข้าเองก็คงต้องกลับเรือนเสียที เสื้อผ้าของข้ามีไม่มากมายนักเห็นทีจะสู้ความหนาวไม่ไหว เมื่อเ้าบ้านไม่จัดมาให้ข้าเองก็ไม่รู้จะทำเช่นไร ข้าขอตัวก่อน”
ลู่เว่ยหลงคำนับแล้วหันกายเดินกลับ ไม่อยู่รอดูสีหน้าเดี๋ยวดำเดี๋ยวแดงของฮูหยิน
ปากสีแดงขบเม้มกันจนน่ากลัวว่าเืจะออก สายตาโกรธแค้นขุ่นเคือง มือสองข้างกำแน่นจนไหล่สั่นเทา เล็บยาวแดงจิกแน่นลงบนฝ่ามือ
เ้าเด็กเหลือขอนี่!
เหตุใดวันนี้มันจึงได้กำเริบเสิบสานนัก ทุกทีเห็นยืนฟังเงียบๆจนนึกว่าเป็ใบ้ ไปรู้จักวิธีการพูดเปิดปากคุยกับนางั้แ่เมื่อไหร่กัน
สายตาจิกหับขวับไปยังสาวใช้ที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านหลัง
“เอาหีบเสื้อผ้าไปคืนคุณชาย! เพิ่มสำรับเนื้อเข้าไปอีกหนึ่งจานด้วย”
ร่างบางระหงะโสั่งเสียงเขียว
“ไปสิ! ไป!”
ะโจนเส้นเืปูดขึ้นคอ สาวใช้ทั้งสองรีบกุลีกุจอลุกออกไปจนเกือบล้มฟาด ใบหน้าสวยที่บัดนี้แดงก่ำเพราะเืลมขึ้นหน้า
เ้าเด็กเหลือขอ
ทำไมจึงไม่ตายๆไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดกันไปนะ!
—————-
น้องลู่เริ่มสู้คนแล้วจ้า (ฮา)
อย่าเพิ่งรำคาญลูกแมวน้อยตัวสั่นๆตัวนี้เลยนะ
มาเป็กำลังใจให้น้องลู่กันจ้า ^^
.