คนทรงในชุดสีเหลืองคนนี้ไม่เหมือนกับคนทรงคนอื่นที่สมิทธิ์เคยเห็นเขาไม่มีหน้ากากปิดบังใบหน้าเหตุผลหนึ่งน่าจะเป็เพราะว่าเขาคงมั่นใจในความงดงามของตนเองมากทีเดียว
ใบหน้าของชายคนนี้หล่อเป๊ะเหมือนเป็พระเอกที่หลุดมาจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นจมูกโด่ง คางเรียวแหลม ดวงตาเป็สีน้ำตาลอ่อน ผิวขาวนวลผ่องเนียนเรียบเหมือนมีแสงเรืองออกมาดูเผินๆ หน้าตาของเขาเหมือนใช้โปรแกรมแต่งรูปมากกว่าจะเป็ใบหน้าของคนจริงๆ เสียด้วยซ้ำ
“เอามือออกไปเดี๋ยวนี้นะ เ้าหน้าหวาน!” ทุกคนที่ฟังอยู่คิดเหมือนกันว่าหน้าตาอย่างสรรค์ไม่น่าจะเรียกใครด้วยคำนี้ได้
เมื่อตั้งสติได้ สรรค์ก็เรียกอาวุธของเขามาไว้ในมือเขาะโพร้อมกับขว้างอาวุธออกไปเต็มแรงท่าทางของสรรค์ดูหัวเสียกับความรุ่มร่ามของคนทรงแปลกหน้าคนนี้ยิ่งกว่าตอนที่เขาไล่ฆ่าสมิทธิ์เสียอีก
ด้ายสีขาวพุ่งไปด้วยความรวดเร็วหวังเอาชีวิตของเหยื่อลูกดิ่งโลหะตรงเข้าหาคนทรงในชุดสีเหลืองจากทางด้านหลังตำแหน่งตรงกับหัวใจพอดิบพอดี
“ไม่นะ!” นิรุทธ์ะโขึ้นด้วยความใ
แทนที่ลูกดิ่งจะเจาะทะลุเข้าไปในร่างของคนทรงหน้าหวานภาพที่อยู่ตรงหน้าของทุกคนตอนนี้ กลับกลายเป็นิษฐาที่เอาร่างของเธอเข้ามาบังไว้แทน
สรรค์ยั้งมือไว้ไม่ทัน ลูกดิ่งโลหะปักลงไปบนหน้าอกด้านซ้ายของนิษฐาจมลงไปครึ่งหนึ่งสร้อยประคำสีดำที่ห้อยคอเธออยู่ถูกทำลายจนขาดกระจุยกระจาย ไม่สามารถป้องกันการโจมตีอันรุนแรงนี้ได้เลยแม้ยังไม่เห็นเืไหลออกมาจากาแ แต่ดูจากสภาพแล้วเธอไม่น่าจะรอด เพราะอาวุธสังหารพุ่งตรงไปที่หัวใจของเธออย่างแม่นยำ
นิษฐาอยู่ในท่าทางกางแขนเหยียดไปด้านข้างราวกับพยายามป้องกันอันตรายให้กับคนทรงแปลกหน้าที่อยู่ด้านหลังดวงตาของเธอเลื่อนลอยเหมือนคนไม่มีสติ
“ด้วยมนต์ของร่างทรงเทพเ้าแห่งเสน่ห์อย่างข้าทั้งผู้หญิงผู้ชาย ก็พร้อมจะกลายเป็ทาสรักที่พร้อมจะปกป้องข้าอย่างไม่คิดชีวิต”คนทรงหน้าหวานอธิบายอย่างภาคภูมิใจเขาขยิบตาให้เหล่าคนทรงของเทวาลัยแห่งโชคชะตาเหมือนเย้ยหยัน
“น... นิษฐา!” สรรค์ะโเสียงสั่น หน้าตาของเขาใสุดขีด
“อย่าเพิ่งถอนลูกดิ่งออกมานะไม่งั้นเืของเธอจะไหลไม่หยุด คราวนี้นิษฐาได้ตายจริงแน่”นิรุทธ์รีบบอกสรรค์ก่อนที่เขากำลังจะเรียกอาวุธกลับไป
แม้ว่าตอนนี้สรรค์อยากจะถอนลูกดิ่งของเขาออกจากอกของนิษฐาแค่ไหนเขาก็ทำไม่ได้ ไม่นานนัก ร่างของนิษฐาก็อ่อนแรงล้มลงโดยที่ยังมีอาวุธของสรรค์ปักอยู่ด้ายสีขาวที่ต่อเชื่อมระหว่างอาวุธกับมือของเขาที่อยู่ตรงหน้ากลายเป็สิ่งที่ย้ำเตือนความรู้สึกผิดของเขาให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ
ทุกคนเห็นใจและเข้าใจว่าสรรค์ต้องเสียใจแค่ไหนที่อาวุธสังหารของเขาแทนที่จะใช้เพื่อปกป้องคนของเทวาลัย กลับกลายเป็มาทำร้ายเพื่อนคนทรงที่เปรียบเสมือนครอบครัวของเขาเสียเอง
ระหว่างที่ทุกคนกำลังนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูกคนทรงในชุดสีเขียวก็พูดขึ้น เสียงของเขาไพเราะน่าฟังก็จริงแต่แฝงไว้ด้วยความน่ากลัว
“นี่เป็การเตือนจากภาคีสหเทพว่าเป็เื่ง่ายมากที่จะจัดการกับทุกคนที่อยู่ในเทวาลัยแห่งนี้”
ภาคีสหเทพคงแบ่งหน้าที่ให้แก่พวกเขาทั้งคู่กันมาแล้วโดยคนหนึ่งแสดงฝีไม้ลายมือที่เหนือชั้นให้เห็น ส่วนอีกคนหนึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็ทูตผู้เจรจาแม้ยังไม่รู้ว่าพลังที่ได้จากเทพเ้าของเขาคืออะไร แต่น่าจะร้ายกาจไม่แพ้คราสหรือคนทรงเทพแห่งเสน่ห์แน่
คนทรงในชุดเขียวท่าทางสงบเสงี่ยม ดวงตาของเขาเปล่งแสงเหมือนดวงไฟลอยอยู่ภายในหน้ากากของเขาซึ่งเป็แก้วใสเหมือนกับจอโทรทัศน์ ทำให้ไม่อาจล่วงรู้อารมณ์ของเขาได้เลยถ้าไม่เห็นรอยยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ โผล่พ้นออกมาจากหน้ากากส่วนปากที่เปิดปิดได้
เขายื่นคำขาดกับสมิทธิ์ซึ่งเหมือนกับหย่อนะเิเวลาเอาไว้
“ขอเพียงเ้า ร่างทรงเทพแห่งา ยอมร่วมมือกับเราชีวิตของเ้ารวมถึงเทวาลัยก็จะปลอดภัย”
