ตอนที่ 23 ชีวิตประจำวัน
ทันทีที่หลี่เซียงหยุนได้ยินคำตอบนี้เธอก็ชะงักไปครู่หนึ่ง และไม่้าที่จะถามอะไรอีก ก่อนที่เธอจะแต่งงานกับเหล่าหวังเธอเคยมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ทั้งยังเกือบแต่งงานกันแล้วด้วย แต่ต่อมาเธอจับได้ว่าคู่หมั้นของเธอกำลังนอกใจจึงได้ตัดสินใจถอนหมั้นพร้อมกับตัดความสัมพันธ์กับเขาทันที
“แล้วหนูบอกได้หรือเปล่าว่าจะมีอะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับป้าอีกไหม? เสี่ยวฮั่ว แล้วหนูพอจะมีวิธีช่วยแก้ไขมันให้กับป้าบ้างไหม ? ” หากฟังจากคำพูดของหลี่เซียงหยุนแล้วนั้น ดูเหมือนเธอจะเป็มืออาชีพกว่าฟู่เยี่ยนเสียอีก
“ตอนนี้หนูคิดว่าเื่ร้ายๆ ที่จะเกิดขึ้นกับป้าสะใภ้น่าจะเกี่ยวข้องกับพี่ิจื่อค่ะดังนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับพี่ิจื่อแล้วล่ะคะ”
ฟู่เยี่ยนใช้ความพยายามเป็อย่างมากเพื่อที่จะเบี่ยงเบนความสนใจป้าสะใภ้ของเธอไปที่ิจื่อ
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบดูให้ิจื่อเถอะ! ”
ทันใดนั้นเองหวังิเหล่ยก็ได้นั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามของฟู่เยี่ยนซึ่งฟู่เยี่ยนเองก็ไม่ได้โยนกิ่งไม้ทิ้งไปแต่อย่างใด เพียงแค่พูดออกไปตามตรงว่า
“พี่ิจื่อในตอนนี้บนใบหน้าของพี่มีหมอกสีเขียวปกคลุมเต็มไปหมด ทั้งยังมีสีแดงปะปนอยู่อีกด้วยหนูเกรงว่าภรรยาในอนาคตของพี่เขาอาจมีใจไม่ซื่อ ป้าสะใภ้คะหากไม่รีบจัดการเื่นี้ให้ถูกต้อง ในอนาคตจะต้องมีเื่ร้าย ๆถึงขั้นเืตกยางออกเกิดขึ้นอย่างแน่นอนเลยค่ะ ! ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหวังซู่เหมยก็เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา และแอบคิดอยู่ในใจว่าลูกสาวของเธอไปเรียนรู้วิธีนี้มาจากที่ไหนกัน
“อะไรนะ ?หมอกสีเขียวอย่างนั้นเหรอ มันหมายความว่าอย่างไรกัน ? ทั้งยังร้ายแรงถึงขั้นต้องเืตกยางออกอีกด้วยเหรอ? ” หลี่เซียงหยุนรู้สึกสับสนขึ้นมาทันที
“ป้าสะใภ้ครับผมรู้มาว่าคู่หมั้นของพี่ิจื่อไม่ใช่คนดีด้วยล่ะครับ ! ” ฟู่เซินที่อยู่ข้าง ๆก็ได้พูดแทรกขึ้นมาทันที ซึ่งเขาได้ยินมาแบบนั้นจริง ๆ
ฟู่เยี่ยนเองก็ไม่ได้พูดโกหกแต่อย่างใดเพราะเธอเห็นหมอกสีเขียวบกคลุมไปทั่วศีรษะของิจื่อเต็มไปหมดซึ่งสิ่งนี้เป็สิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ว่าเขาจะล้มเหลวในความรักครั้งนี้ !
“ป้าสะใภ้คะหนูเกรงว่าการแต่งงานของพี่ิจื่อครั้งนี้อาจจะถูกหลอกลวงค่ะดังนั้นเราจึงต้องคิดถึงเื่นี้อย่างรอบคอบก่อนจะตัดสินใจเพราะหากแต่งงานกันไปแล้ว เราก็จะไม่สามารถแก้ไขเื่นี้ได้อีกเลยค่ะ ! ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นแม่เฒ่าหลี่ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอพยายามระงับความโกรธเอาไว้ ก่อนจะถามออกไปว่า “ลองย้อนคิดดูั้แ่ต้นสิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างกับการหมั้นของิจื่อ !”
คำพูดของฟู่เยี่ยนนั้นทำให้หลี่เซียงหยุนรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีหากลูกชายของเธอแต่งงานกับลูกสะใภ้ที่เธอเลือกเธอก็จะต้องเผชิญกับเคราะห์ร้ายจนถึงขั้นเืตกยางออกเลยน่ะสิแล้วแบบนี้เธอควรจะต้องทำอย่างไรดี ?
“การแต่งงานของิจื่อจะมีปัญหาได้อย่างไรน้องชายและน้องสะใภ้ของหนูเป็คนจับคู่ให้กับพวกเขาเองเลยนะอีกอย่างครอบครัวของต้าหนีก็ได้สัญญาเอาไว้แล้วว่าจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ถึงสามชิ้นพร้อมกับเงินอีก50 หยวนให้กับเรานี่นา ! แล้วแบบนี้มันจะเกิดเื่ร้าย ๆ ขึ้นได้อย่างไรกันล่ะ ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหวังซู่เหมยและแม่ของเธอก็ได้หันมามองหน้ากันทันที สินสอดเยอะขนาดนั้นเลยหรือ !
“พวกเขาตกลงให้สินสอดเยอะขนาดนั้นแต่ทำไมเธอถึงปิดบังพวกเราล่ะ ! ”แม่เฒ่าหลี่พูดพร้อมกับสีหน้าที่ซีดลงไปอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลี่เซียงหยุนก็ถึงกับพูดไม่ออก
แท้จริงแล้วเป็เพราะเธอไม่อยากให้แม่สามีของเธอและคนอื่นรู้เพื่อที่เธอจะได้เก็บเงิน 50 หยวนนั้นเอาไว้เอง
“ย่าครับในวันที่นัดดูตัว คนที่ผมเจอไม่ใช่หลิวต้าหนีคนนี้ครับ ! ”หวังิเหล่ยทนไม่ไหวอีกแล้ว เขาจึงพูดออกมาในที่สุด
“อะไรนะ ? ” แม้ว่าทุกคนจะรู้ถึงเื่นี้แล้วแต่พวกเขาก็ยังคงแสร้งทำราวกับว่าเพิ่งเคยได้ยินมันเป็ครั้งแรก
“ผมบอกเื่พวกนี้กับแม่ไปแล้วแต่แม่ก็ไม่เชื่อผม และยังบอกว่าผมเป็โรคประสาทอีกด้วย”หวังิเหล่ยพูดระบายความในใจของเขาออกมาอีกครั้ง
“ก็ลูกเป็แบบนั้นจริงๆ ไม่ใช่เหรอ แม่ก็พูดไปอย่างที่เห็นนั่นแหละ ยังจะไม่ยอมรับอีกเหรอ” หลี่เซียงหยุนพูดออกไปด้วยความงุนงง
“แต่จากที่หนูทำนายดวงชะตาของป้าสะใภ้แล้วเห็นได้ชัดเลยนะคะว่านี่เป็การหลอกลวงั้แ่ต้นแล้วดังนั้นแน่นอนว่าพี่ิจือเองก็ถูกหลอกไปด้วยเช่นกัน”ฟู่เยี่ยนมั่นใจมากว่าป้าสะใภ้จะไม่ยอมขายลูกชายของตัวเองอย่างแน่นอนเพียงแค่เธออยากได้เงินจนต้องถูกหลอกเท่านั้น
ในตอนนี้สองแม่ลูกก็ได้พูดคุยกันถึงเหตุการณ์ตอนที่นัดดูตัวอีกครั้งก่อนที่ความจริงทุกอย่างจะปรากฏ
แท้จริงแล้วในวันที่นัดดูตัวนั้น พวกเขาสองแม่ลูกไม่ได้เจอกับผู้หญิงคนเดียวกันจริง ๆแต่หลี่เซียงหยุนกลับเกิดความโลภและอยากได้เงินสินสอดเ่าั้ เธอจึงยอมตกลง แม้ว่าหลิวต้าหนีจะไม่ใช่คนที่หน้าตาดีคนนั้นก็ตาม
ส่วนตระกูลหลิวเองก็รู้ดีว่าเด็กหนุ่มนั้นมักจะชอบผู้หญิงที่สวยอยู่แล้วดังนั้นพวกเขาจึงได้ส่งหลิวเอ้อหนีที่ดูน่ารักและเรียบร้อยมาพบกับหวังิเหล่ยแทนหลิวต้าหนีนั่นเอง
ดังนั้นทั้งสองแม่ลูกจึงรู้สึกถึงพอใจเป็อย่างมากโดยไม่ได้คำนึงถึงความผิดปกตินี้เลย เมื่อพูดถึงเื่นี้ มีเพียงน้องชายของหลี่เซียงหยุนเท่านั้นที่รู้เื่ราวทั้งหมดั้แ่ต้นเพราะความคิดนี้มาจากเขานั่นเอง !
เมื่อหลี่เซียงหยุนรับรู้เื่ที่เธอจะต้องพบกับเื่ที่เลวร้ายจนถึงขั้นต้องเืตกยางออกและลูกชายของเขายังต้องมาถูกหลอกอีกเธอจึงรู้สึกโกรธขึ้นมาและแทบจะทนรอไม่ไหวที่จะแยกผู้หญิงต่ำช้าคนนั้นออกไปจากชีวิตลูกชายของเธอ!
แม้ว่าเธอจะยังคงมีความลังเลในสิ่งที่ฟู่เยี่ยนพูดอยู่บ้างเล็กน้อยแต่ก็ยังคงกัดฟันพร้อมกับหยิบเงิน 1หยวนออกมาจากกระเป๋าและยื่นมันให้กับฟู่เยี่ยนทันที เพื่อให้ฟู่เยี่ยนหาวิธีแก้ไขเื่นี้
เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่เยี่ยนก็ได้ยิ้มออกมา
“ในเวลาสี่ทุ่มของคืนนี้ทุกอย่างจะถูกเปิดเผยที่ลานนวดข้าวของหมู่บ้านเสี่ยวถุน”หลังจากที่พูดจบ แม่เฒ่าหลี่ หลานชาย และลูกสะใภ้ของเธอก็ได้เดินทางกลับบ้านแม้ว่าอากาศจะร้อนแค่ไหน แต่ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้สนใจเลย
เมื่อแม่ของเธอกลับไปแล้วหวังซู่เหมยก็ได้ถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าที่เป็กังวล “ขอให้เื่ทั้งหมดผ่านไปได้อย่างราบรื่นด้วยเถอะนะ ! ”
“แม่คะ อย่ากังวลไปเลยพี่ใหญ่กับพี่รองบอกว่าจะไปที่นั่นด้วยเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ? มันจะต้องผ่านไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน” ฟู่เยี่ยนพูดปลอบใจแม่ของเธอ
“อืม ! ”
เมื่อเห็นว่าผู้เป็แม่ยังคงเป็กังวลอยู่ฟู่เยี่ยนจึงได้เปลี่ยนประเด็นโดยถามถึงเื่การทำเหล้าขึ้นมาแทน
“จริงสิแม่ลืมพูดถึงเื่นี้ไปเลย ที่จริงแล้วยายของหนูมีทักษะการทำเหล้าที่ยอดเยี่ยมมากเลยนะแต่ด้วยปัญหาที่พี่ชายของลูกต้องเผชิญอยู่ ไหนจะเื่ป้าสะใภ้ของลูกอีกยายจึงไม่มีเวลาสนใจเื่นี้เลย ! ”
เมื่อพูดถึงพี่สะใภ้ของเธอแล้วหวังซู่เหมยก็กัดฟันแน่นด้วยความเกลียดชัง
“เมื่อก่อนป้าสะใภ้ของหนูมีฐานะที่ยากจนมาก ครอบครัวของเธอไม่มีแม้แต่เงินที่จะนำไปซื้ออาหารเสียด้วยซ้ำ”
“ส่วนครอบครัวของยายนั้นเป็ครอบครัวที่พอจะมีฐานะอยู่บ้างเนื่องจากลุงใหญ่ของลูกทำงานเป็นักบัญชีในหมู่บ้าน ดังนั้นพวกเราจึงพอมีกิน แต่ก็ไม่ได้ถึงกับร่ำรวย”
“แต่เขากลับเอาแต่หาเงินจนไม่มีเวลามองหาภรรยาที่ดีเสียได้ ! ”
“แม่เองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามีครอบครัวผู้หญิงดี ๆที่ไหนยอมให้สินสอดกับครอบครัวฝ่ายชายแบบนี้บ้าง ! ”
ฟู่เยี่ยนรู้ถึงเื่นี้ดีแค่มองก็รู้แล้วว่าป้าสะใภ้ของเธอนั้นไม่ใช่คนที่มีจิตใจดี ซึ่งเธอเองก็รู้สึกลำบากใจกับเื่นี้เช่นกัน
“แม่คะเรามาคิดหาวิธีที่เพิ่มรายได้กันดีกว่าค่ะ เราเชิญลุงใหญ่มาที่บ้านดีไหมคะอย่าไปสนใจป้าสะใภ้เลย”ฟู่เยี่ยนไม่มีทางเลือกนอกจากเปลี่ยนเื่คุยเท่านั้น
“อืมลุงใหญ่ของลูกเป็คนที่บ้างานมากจริงอยู่ที่เขาเป็นักบัญชีและมีความเชี่ยวชาญในเื่การค้าขายมากแต่หากลูกขอให้เขามาช่วยขายเหล้าล่ะก็เขาจะต้องมองว่ามันเป็เื่ที่น่าอับอายอย่างแน่นอน”
แม้ว่าเขาจะเป็พี่ชายแท้ๆ ของเธอ แต่หวังซู่เหมยก็ยังคงบ่นอย่างไร้ความปราณี
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่เยี่ยนก็ถึงกับพูดไม่ออก เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรในสถานการณ์แบบนี้ดีเพราะไม่ว่าเธอจะพยายามมากแค่ไหน แต่สถานการณ์กลับไม่ได้ดีขึ้นเลย
ดังนั้นเธอจึงใช้เวลาตลอด่บ่ายหมดไปกับการฟังเสียงถอนหายใจของหวังซู่เหมย
หลังจากที่ทานมื้อเย็นเสร็จฟู่เซินและฟู่ซินก็ได้ไปที่บ้านลุงใหญ่ของพวกเขา
และพวกเขายังได้ขอให้เพื่อนร่วมชั้นของฟู่เซินช่วยบอกข้อมูลที่สำคัญๆ อีกด้วย เพราะตามที่ฟู่เยี่ยนบอกนั้น มันเป็่เวลาที่ทุกคนหลับกันหมดแล้ว
หลังจากที่ทานมื้อเย็นเสร็จสมาชิกในครอบครัวของฟู่ต้าหย่งก็ได้แยกย้ายกันเข้าห้องโดยฟู่เหมี่ยวและฟู่เยี่ยนกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้อง
ส่วนฟู่ต้าหย่งและหวังซู่เหมยก็กำลังพูดคุยกันเกี่ยวกับสิ่งที่หลี่หงอี้บอกกับเขาเมื่อตอนบ่ายของวันนี้
“หงอี้ได้บอกกับผมเมื่อตอนบ่ายว่า่นี้เขาไปที่สถานีรถไฟทุกวันจึงรู้มาว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีคนรับซื้อโสมป่ามาที่หมู่บ้านของพวกเรา”
“ฉันไม่รู้ว่าขั้นตอนการคัดเลือกทหารของเสี่ยวจินคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว? และตอนนี้มันก็ผ่านมานานกว่าสิบวันแล้วด้วย”เมื่อพูดถึงเื่โสมหวังซู่เหมยก็รู้สึกเป็กังวลเกี่ยวกับการคัดเลือกทหารของฟู่ซินขึ้นมา
“อดทนรออีกนิดเถอะผมคิดว่าเราจะต้องได้รับข่าวเมื่อพวกเขามาถึงอย่างแน่นอน”ฟู่ต้าหย่งพูดพร้อมกับพ่นควันบุหรี่ออกมา ก่อนจะนั่งลงที่ขอบเตียงคั่ง
“นี่ก็ดึกมากแล้วพักผ่อนก่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้าหลังจากที่คุณตื่น เสี่ยวจินและเสี่ยวมู่ก็คงจะกลับมาพอดี”
“คุณคะคุณคิดว่าพวกเขาจะเปิดโปงตระกูลหลิวได้หรือเปล่า ? ”
“แน่นอนอยู่แล้ว !คุณยังไม่เชื่อใจลูกสาวของเราอีกเหรอ”
ฟู่เยี่ยนไม่รู้เลยว่าพ่อกับแม่กำลังพูดถึงเธออยู่เพราะในตอนนี้เธอได้เข้าไปในดินแดนต่างมิติแล้ว
ซึ่งโสมที่เธอได้ปลูกเอาไว้ก่อนหน้านี้มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็อย่างมาก
ตอนนี้พื้นที่ภายในดินแดนต่างมิติเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากเพราะฟู่เยี่ยนได้ปลูกสมุนไพรที่สามารถใช้ทำยาเอาไว้แทบจะทุกชนิดและองุ่นป่าของเธอก็กำลังออกผลอย่างเนืองแน่น
ก่อนหน้านี้ฟู่เยี่ยนเคยล้มต้นไม้ไปหลายต้นมาก แต่เมื่อเธอเข้ามาอีกครั้งในวันนี้กลับพบว่ามีต้นไม้โตเพิ่มขึ้นอีกหลายต้นเลย
ซึ่งฟู่เยี่ยนยังคงค้นพบอีกว่าหากพืชชนิดไหนที่มีคุณค่าหรือสรรพคุณทางยามากๆ นั้นจะเติบโตช้ากว่าพืชธรรมดาเล็กน้อย เพราะดูจากวัชพืชที่โตเร็วมาก ๆเ่าั้ก็พอจะรู้แล้ว
ส่วนขอบเขตที่เป็หมอกสีขาวตรงขอบของดินแดนต่างมิตินั้นเธอไม่แน่ใจว่ามันเป็แค่ภาพลวงตาหรือเปล่าเพราะไม่ว่าเธอจะเพ่งมองมันแค่ไหนก็ไม่สามารถมองเห็นภาพที่อยู่อีกด้านหนึ่งได้ชัดเจนเลย
ไม่ว่าฟู่เยี่ยนจะพยายามครุ่นคิดถึงเื่นี้มากแค่ไหนแต่เธอก็ยังคงคิดไม่ออก เธอจึงทำได้เพียงแค่สงสัยต่อไปและไม่รู้เลยว่าเส้นเขตแดนนั้นจะไปสิ้นสุดตรงไหน
เมื่อพยายามคิดแล้วแต่ก็คิดไม่ออกฟู่เยี่ยนจึงได้กลับออกไปจากดินแดนต่างมิติ ก่อนจะพบว่าฟู่เหมี่ยวยังคงหลับอยู่เธอจึงได้เข้านอนทันที
ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะเริ่มคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วแม้ว่าที่นี่จะไม่ได้เจริญเท่ากับบ้านเมืองในชีวิตเดิมของเธอแต่ก็ยังคงมีกลิ่นอายที่เป็เอกลักษณ์อยู่