ภายในห้องโถงที่ว่าการอำเภอเมืองผิงอัน บรรยากาศหนักอึ้งราวกับมีูเามองไม่เห็นกดทับลงมา ฉินอวี่ ผู้ตรวจการหนุ่มจากหน่วยศาลต้าหลี่จ้องมองต้าหนิวด้วยสายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวล่าเหยื่อ
"ข้าจะถามเ้าอีกครั้ง..." น้ำเสียงของฉินอวี่เรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันทางจิติญญา "มือปราบธรรมดาที่ไม่มีแม้แต่พลังปราณอย่างเ้า สังหารมารสกัดโลหิตที่มีระดับพลังเทียบเท่าผู้ฝึกตนขั้นหลอมปราณระดับ 5 ได้อย่างไร?"
ต้าหนิวเหงื่อแตกพลั่ก เข่าสั่นพั่บๆ ความกดดันจากยอดฝีมือเมืองหลวงทำให้เขาแทบจะลืมวิธีหายใจ "ข...ข้า... คือว่าข้า..."
โครม! เพล้ง! โอ๊ย!
ทันใดนั้น เสียงกระเื้ัคาแตกก็ดังลั่น ตามด้วยร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาทะลุเพดาน ฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่วห้อง!
"แค่กๆ! หลังคาจวนนายอำเภอนี่มันผุเร็วจริงๆ..." สวี่อันปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าที่พยายามทำให้ดูสง่างามที่สุด แม้ว่าหน้าผากจะปูดเป็ลูกมะกรูดก็ตาม
เขายืดอก กระแอมไอปรับเสียง แล้วหันไปประสานมือคารวะผู้ตรวจการหนุ่ม "ต้องขออภัยที่เสียมารยาทใต้เท้า! ข้าน้อย 'สวี่อัน' สัปเหร่ออันดับหนึ่งแห่งเมืองผิงอัน และพ่วงตำแหน่ง 'ที่ปรึกษาพิเศษด้านคดีลี้ลับ' ของทางการ เป็ผู้วางแผนการสังหารมารร้ายผู้นั้นเองขอรับ!"
ฉินอวี่หรี่ตามองสวี่อันั้แ่หัวจรดเท้า ััได้ถึงพลังปราณอันน้อยนิดที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในร่างของอีกฝ่าย "ที่ปรึกษาพิเศษ? สัปเหร่อที่มีพลังปราณแค่ขั้นหลอมปราณระดับ 1 ขั้นต้นเนี่ยนะ? ช่างน่าขัน... พวกเ้าคิดจะปิดบังอะไรศาลต้าหลี่กันแน่!"
สิ้นคำพูด ฉินอวี่สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง แสงสีทองสว่างวาบพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา กลายเป็อักขระโบราณนับร้อยตัวลอยวนล้อมรอบตัวสวี่อัน ปิดกั้นทางหนีทีไล่ทั้งหมด!
"นี่คือ 'ค่ายกลสัจจะเทวะ'!" นายอำเภอหลิวอุทานหน้าซีดเผือด "สวี่อันระวัง! มันคืออาคมไต่สวนขั้นสูง หากเ้าโกหกหรือทนแรงกดดันไม่ได้ ิญญาของเ้าจะถูกบดขยี้แหลกเหลว!"
สวี่อันกลืนน้ำลายเอื้อก เขารู้สึกเหมือนถูกดึงเข้ามาในมิติปิดตาย อักขระสีทองเ่าั้ลอยค้างอยู่กลางอากาศราวกับหน้าต่างระบบในเกมตอบคำถามที่เดิมพันด้วยชีวิต กติกาของค่ายกลนี้ชัดเจนและบีบคั้น: ตอบความจริง รอด... โกหก หรือตอบช้าจนหมดเวลา ตาย!
(สวี่อัน! ค่ายกลนี้ทรงพลังมาก ข้าสู้แรงกดดันตรงๆ ไม่ไหว ได้แต่ช่วยกางม่านพลังบางๆ ป้องกันิญญาเ้าไว้เท่านั้น เ้าต้องระวังคำพูดให้ดี!) เสียงของไป๋ลู่ดังขึ้นในหัวอย่างร้อนรนจากในร่มกระดาษน้ำมัน
"คำถามแรก..." ฉินอวี่เริ่มต้นการไต่สวน อักขระรอบตัวสวี่อันเริ่มบีบตัวแคบลงมา "พวกเ้ามีสมรู้ร่วมคิดกับนิกายบัวโลหิตเพื่อจัดฉากเื่นี้หรือไม่?"
"ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเกี่ยวข้องกันแม้แต่ครึ่งสลึง!" สวี่อันตอบสวนทันควัน วิ้ง! อักขระสีทองคลายตัวออกเล็กน้อย ถือว่าผ่านการตรวจสอบความจริง
"คำถามที่สอง..." แรงกดดันมหาศาลทวีคูณขึ้น อักขระสีทองเปลี่ยนเป็สีแดงเตือนภัย "เ้า... เป็ผู้ลงมือสังหารมารสกัดโลหิตด้วยตัวเอง ใช่หรือไม่!"
สวี่อันชะงัก นี่มันคำถามกับดัก! ถ้าตอบว่า 'ใช่' ค่ายกลจะจับโกหกได้ เพราะคนแทงตะปูคือต้าหนิว และคนตัดขั้วหัวใจคือไป๋ลู่ ถ้าตอบว่า 'ไม่ใช่' ฉินอวี่ก็จะรู้ว่ามีบุคคลที่สาม (หรือผี) เข้ามาแทรกแซง ซึ่งอาจนำภัยมาสู่ไป๋ลู่ได้!
เวลาของค่ายกลเริ่มนับถอยหลัง แรงกดดันบีบจนสวี่อันรู้สึกหายใจไม่ออก กระดูกทั่วร่างลั่นกรอบแกรบ
ต้องหาช่องโหว่ของคำถาม! ตรรกะ... เอาตรรกะแบบเกมตอบคำถามมาใช้! สวี่อันสมองแล่นปรี๊ด เขาสูดหายใจลึกแล้วะโออกไป
"ข้าไม่ได้ใช้มือของข้าปลิดชีพมัน! และข้าไม่ได้ใช้อาวุธของข้าฟาดฟันมันจนตาย! ข้าเพียงแต่มอบตะปูให้ต้าหนิว และความตายของมันเกิดจาก 'การถูกแทง' และ 'อาการช็อคตาย' อย่างกะทันหัน! ข้าเป็เพียงผู้อำนวยการสร้างความตายของมันเท่านั้น!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถง ค่ายกลสัจจะเทวะส่องแสงกระพริบถี่ยิบราวกับกำลังประมวลผลตรรกะอันซับซ้อนและเลี่ยงบาลีขั้นสุดยอดของสวี่อัน
สิ่งที่สวี่อันพูดคือ "ความจริงทางเทคนิค" ทุกประการ เขาไม่ได้ใช้มือตัวเองฆ่า (ต้าหนิวทำ) และความตายก็มาจากอาการช็อค (ตะปูแทงเป้า) บวกกับการถูกตัดขั้วหัวใจ (ไป๋ลู่ทำ แต่เขาไม่ได้พูดถึง)
วิ้งงงง! ในที่สุด ค่ายกลก็ยอมรับว่าไม่มีประโยคใดที่โกหก อักขระสีทองแตกสลายกลายเป็ละอองแสง หายวับไปในอากาศ!
ฉินอวี่เบิกตาตากว้างด้วยความประหลาดใจเป็ครั้งแรก "เ้า... สามารถทนแรงกดดันและไขปริศนาค่ายกลของข้าได้ด้วยวาทศิลป์เช่นนี้... ไม่ธรรมดาจริงๆ"
"แฮ่ก... แฮ่ก..." สวี่อันหอบหายใจ เอามือปาดเหงื่อ "ใต้เท้าฉิน ท่านเล่นแรงเกินไปแล้ว ข้าเป็แค่สัปเหร่อตัวเล็กๆ นะขอรับ"
"แต่เป็สัปเหร่อที่ฉลาดแกมโกง และมีความกล้าหาญ" ฉินอวี่เก็บมือไพล่หลัง ท่าทีเป็มิตรขึ้นเล็กน้อย "ศาลต้าหลี่้าคนนำทางและสืบข่าวในพื้นที่ที่ไว้ใจได้ เ้าสนใจจะทำงานให้ข้าหรือไม่?"
รอยยิ้มการค้าปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสวี่อันทันที เขาเปลี่ยนโหมดจากผู้รอดตายเป็นักธุรกิจในเสี้ยววินาที "ทำงานให้ทางการถือเป็เกียรติอย่างยิ่ง! แต่ว่า... ใต้เท้าฉิน ข้าเป็คนตรงไปตรงมา เื่เกียรติยศชื่อเสียง ข้ายกให้ศาลต้าหลี่ทั้งหมด! แต่เื่ 'เงินรางวัล' ค่าหัวคนร้าย และเบี้ยเลี้ยงพิเศษ... เรามาแบ่งกันตามสัดส่วนดีไหมขอรับ? ข้าขอแค่เจ็ดส่วน... เอ้ย สามส่วนก็พอ!"
ฉินอวี่หัวเราะในลำคอ "หน้าเงินเสียจริง... แต่ตกลง หากเ้าช่วยข้าปิดคดีนี้ได้ เงินรางวัลทั้งหมดข้ายกให้เ้า"
"ตกลงตามนี้!" สวี่อันแทบจะะโกอดผู้ตรวจการหนุ่ม ทั้งเงิน ทั้งอายุขัยจากคดีใหญ่ๆ หวานหมูสัปเหร่อล่ะทีนี้!
"อย่าเพิ่งดีใจไป สวี่อัน" สีหน้าของฉินอวี่กลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง "คดีมารสกัดโลหิตเป็แค่เปลือกนอก เ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมมันต้องรีบเร่งควักหัวใจสตรีบริสุทธิ์ถึงเจ็ดดวงในเมืองผิงอัน?"
"มันไม่ได้ทำโอสถโลหิตเพื่อทะลวงพลังหรอกรึ?"
"นั่นเป็แค่ผลพลอยได้ เป้าหมายที่แท้จริงของนิกายบัวโลหิต คือการใช้เืบริสุทธิ์ทั้งเจ็ดดวง เป็กุญแจคลายผนึกอาคมที่ซ่อน 'ของวิเศษ' บางอย่างเอาไว้... และสถานที่ที่ผนึกนั้นตั้งอยู่ ก็คือ 'สุสานบรรพชนตระกูลหลิน' ที่ท้ายเมืองผิงอันนี่เอง"
ดวงตาของสวี่อันเบิกกว้าง สุสาน? ถิ่นหากินของเขา! แหล่งรวมศพชั้นดี และที่สำคัญ... ตระกูลหลินคือตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเมือง!
"ใต้เท้าฉิน..." สวี่อันยิ้มกริ่ม มือลูบด้ามร่มกระดาษน้ำมันเบาๆ "ท่านมาถูกคนแล้ว เื่คนตายและสุสาน... ไม่มีใครในเมืองนี้รู้ดีไปกว่าสัปเหร่อผู้นี้อีกแล้วล่ะขอรับ"