แม้ว่าการฟันด้วยดาบหนึ่งครั้งจะพลาดเป้า แต่ก็ทำให้สือชิงจู้ใจนรีบเก็บน้ำเต้าสุราและหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว ขี้เมาสองคนที่กำลังขนโถน้ำตาลอยู่ เมื่อได้เห็นเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้เป็ครั้งแรก ต่างร้องโวยวายด้วยความใแล้วทิ้งโถน้ำตาลวิ่งหนีไปทันที
ส่วนสือชิงจู้ที่เหลืออยู่กลับวิ่งช้าที่สุดจึงตกเป็เป้า แผ่นหลังทั้งหมดเปิดเปลือยอยู่ภายใต้คมดาบของหลินอวี่
ฉัวะ!
หลินอวี่เปลี่ยนจากการฟันเป็การแทงโดยไม่ลังเล มีดฟันฟืนที่บิ่นนั้นแทงทะลุหลังของสือชิงจู้ไปโดยตรง คมดาบสีขาวแทงเข้า เืสีแดงไหลออก สือชิงจู้ล้มลงกับพื้นในสภาพตัวอ่อนปวกเปียก พ่นเืออกมาจากปากพร้อมกับยื่นมือขอความช่วยเหลือไปยังชายหน้าบากที่กำลังวิ่งเข้ามา
"ช่วย... ช่วยข้า... ฆ่า... ฆ่ามัน..."
หลินอวี่ซึ่งเพิ่งฆ่าคนเป็ครั้งแรก ในเวลานี้ไม่มีอาการลนลานหรือตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกอย่างที่คนอื่นว่ากันเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม เขารู้สึกว่าหัวร้อนรุ่ม แต่ยังคงใจเย็นพอที่จะดึงมีดฟันฟืนออกมา แล้วชี้ไปยังชายหน้าบากแปลกหน้า
"ฆ่า!" เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน เขากวัดแกว่งมีดฟันฟืนในมือ เล็งไปที่จุดตายบริเวณลำคอของชายหน้าบากแล้วฟันลงไป
อย่าว่าแต่ขี้เมาสองคนก่อนหน้านี้ที่ไม่เคยเห็นฉากฆ่าคนเลย แม้แต่ชายหน้าบากที่มีข่าวลือว่าเคยเป็ทหารหนีทัพและฆ่าคนมาแล้ว แต่ความจริงเขายังไม่เคยแม้แต่จะจับดาบกองทัพด้วยซ้ำ
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้พบกับยมบาลเดินดินที่ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตาอย่างหลินอวี่ เขาชักมีดเลาะกระดูกที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมาตามสัญชาตญาณ ถอยหลังไปตั้งรับดาบหนึ่ง
เคร้ง!
มีดคุณภาพต่ำสองเล่มปะทะกันจนเกิดรอยบิ่นและขัดกันอยู่ เืสด ๆ บนมีดฟันฟืนกระเด็นใส่ใบหน้าของชายหน้าบาก ใบหน้าของเขาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว
น่ากลัวเหลือเกิน! หากต้องสู้กันจริง ๆ ชายหน้าบากมั่นใจว่าเขาต้องถูกหลินอวี่ฆ่าตายแน่นอน!
ในจังหวะที่คมมีดปะทะกัน ชายหน้าบากถีบหลินอวี่เพื่อสร้างระยะห่าง จากนั้นเขาก็หมุนตัว กุมหัว และวิ่งหนีไปในคราวเดียว และไม่ลืมที่จะะโบอกเพื่อนพ้องที่ได้ยินเสียงและคิดจะย้อนกลับมาดู
"หนีเร็ว! หลินอวี่กลับมาแล้ว! สือชิงจู้ตายแล้ว!"
'สือชิงจู้ตายแล้ว?'
พวกเพื่อนพ้องใจนสะดุ้ง เมื่อเห็นชายหน้าบากใบหน้าเต็มไปด้วยเื และแม้แต่เขายังสู้กับหลินอวี่ไม่ได้ หากบุ่มบ่ามเข้าไปคงไม่พ้นต้องเอาชีวิตไปทิ้ง พวกที่แบกโถน้ำตาลอยู่รู้สึกว่าตนเองวิ่งยังไม่เร็วพอ จึงทิ้งโถน้ำตาลแล้ววิ่งหนี มุ่งหน้าไปยังจุดที่มีรถวัวอย่างชุลมุน โดยไม่สนใจโถน้ำตาลอีกสิบกว่าใบที่ยังไม่ได้ขึ้นรถ ต่างยื้อยุดฉุดกระชากกันขึ้นรถวัวสามคัน แล้ววิ่งขึ้นเนินหนีออกจากหมู่บ้านสือหลินไป
หลินอวี่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเนิน มองดูคนกลุ่มนั้นที่วิ่งไกลออกไปด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะหันกลับมาหิ้วร่างของสือชิงจู้ที่นอนกองอยู่กับพื้นแล้วชะงักไป
สือชิงจู้ที่เมื่อครู่ยังคิดจะรังแกหยางเวย บัดนี้ถูกลากขึ้นมาเหมือนสุนัขตายตัวหนึ่ง ดวงตาที่เลื่อนลอยเบิกกว้าง แขนทั้งสองข้างยังคงยื่นออกอย่างสุดแรง แต่ทรวงอกไม่มีการกระเพื่อมอีกต่อไปแล้ว
หลินอวี่ลองตรวจดูลมหายใจครู่หนึ่งแล้วจึงโยนร่างนั้นลงกับพื้น เขาใช้มือซ้ายกุมมือขวาที่สั่นจนชาจากการปะทะ ทิ้งมีดฟันฟืนที่โชกเื แล้วเดินไปปลอบหยางเวย
"เสี่ยวเวยไม่ต้องกลัว คนตายแล้ว จะไม่มีใครรังแกเ้าได้อีก"
"พี่หลิน ข้าไม่กลัวเ้าค่ะ"
หยางเวยโผเข้ากอดเขา แม้ปากจะบอกว่าไม่กลัว แต่ร่างกายยังคงสั่นเทาเล็กน้อย
เมื่อตั้งสติได้ หลินอวี่หันไปมองสือชิงจู้ที่ตายสนิทอีกครั้ง เขารู้สึกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เหมือนกับความฝัน ความจริงั้แ่ตอนที่มีดฟันฟืนแทงทะลุหัวใจ เขาก็คาดการณ์ผลลัพธ์นี้ไว้แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ถามถึงตัวตนของชายหน้าบากและพวก การตายของสือชิงจู้จึงอาจทิ้งปัญหาตามมาในภายหลัง
เขารีบย่อตัวลงข้างป้าใหญ่หลิน เมื่อเห็นว่าจมูกยังมีลมหายใจอุ่น ๆ จึงช่วยพยุงนางขึ้นมา ในเวลานี้ หลินเฉิงและคนอื่น ๆ ที่เข้าไปช่วยดับไฟบนเขาในหมู่บ้าน ต่างก็มารวมตัวกัน
"เ้าอวี่ ในที่สุดเ้าก็กลับมา..."
หลินเฉิงยังพูดไม่ทันจบ เมื่อเห็นสือชิงจู้นอนจมกองเือยู่บนพื้น ก็ใจนสะดุ้งโหยง ไม่ใช่แค่หลินเฉิงที่เห็น แต่คนอื่น ๆ ก็เห็นเช่นกัน ก่อนที่หลินอวี่จะได้อธิบาย สือซานก็กุมศีรษะ เดินโซเซออกมาจากลานบ้าน
"แย่แล้ว สือชิงจู้พาคนนอกหมู่บ้านมาขโมยน้ำตาล แถมยังตีข้าจนสลบ รีบไปเรียกเ้าอวี่... เอ๊ะ? เ้าอวี่ เ้ากลับมาแล้วหรือ?"
"ขอรับ กลับมาได้ทันเวลาพอดี สือชิงจู้ไม่เพียงแต่คิดจะขโมยน้ำตาล แต่ยังทำร้ายป้าใหญ่ และคิดจะชิงตัวเสี่ยวเวยไปด้วย"
หลินอวี่เตะมีดเลาะกระดูกที่ตกอยู่บนพื้นมาตรงหน้าทุกคน
"ข้าประมือกับเขาเล็กน้อย แล้วพลาดพลั้งฆ่าเขาตาย"
แม้จะบอกว่าพลาดพลั้ง แต่เป็ความตั้งใจของเขาเอง โชคดีที่กฎหมายของต้าฉางลงโทษโจรอย่างเด็ดขาด สือชิงจู้กระทำตัวเป็โจรอย่างชัดเจน ดังนั้นการฆ่าเขาจึงไม่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต ไม่แน่ว่าอาจจะได้รับฉายาวีรบุรุษกำจัดโจรจากศาลาว่าการอำเภอหรือทางหมู่บ้านด้วยซ้ำ
คนที่เคยเห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน บัดนี้กลับนอนเป็ศพจมกองเื ชาวบ้านผู้ซื่อสัตย์ต่างรู้สึกใจนยากจะเชื่อแต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่า คือการที่สือชิงจู้ร่วมมือกับคนนอกมาฉวยโอกาสปล้นชิงในหมู่บ้านสือหลิน
"ข้าก็ว่าทำไมจู่ ๆ ถึงเกิดไฟไหม้ใหญ่ขนาดนี้ ต้องเป็ฝีมือสือชิงจู้ที่้าอาศัย่ที่ไม่มีคนเฝ้าประตู เพื่อเข้าไปขโมยน้ำตาลที่บ้านเ้าอวี่แน่ ๆ "
"ถ้าไม่ใช่เขาวางเพลิง จะพาคนนอกหมู่บ้านมาแอบเข้าบ้านคนอื่นล่วงหน้าได้อย่างไร?"
"ปล้นถึงในหมู่บ้านตัวเอง ทั้งยังทำร้ายพี่สะใภ้หลิน และคิดจะชิงเมียชาวหมู่บ้านสือหลินไป สมควรตาย!"
ภายใต้การนำของหลินเฉิง ชาวบ้านจำนวนมากที่โกรธแค้น ต่างพากันรุมฟันศพของสือชิงจู้เพิ่มอีกหลายดาบ ด้วยวิธีนี้ ต่อให้ศาลาว่าการอำเภอมาชันสูตรศพ ก็จะเชื่อว่าเป็เพราะชาวบ้านโกรธแค้น จึงร่วมกันรุมตีโจรจนตาย
หลินอวี่จดจำความมีน้ำใจของทุกคนไว้ในใจ แล้วจึงเปลี่ยนประเด็น
"น่าเสียดายที่ปล่อยให้โจรอีกสิบกว่าคนหนีไปได้ พี่ซาน พวกเขาขโมยไปแค่โถน้ำตาลหรือ?"
"ใช่" สือซานกุมหัวถาม "จะให้ตามไปหรือไม่?"
ฟ้ามืดทางลื่น อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามเตรียมตัวมาอย่างดี ต่อให้ตามไปตอนนี้ก็ไม่มีทางทัน
หลินอวี่มองดูทุกคนที่เหนื่อยล้าแล้วส่ายหน้า "ช่างเถอะถือว่าฟาดเคราะห์ไป"
ปากพูดเช่นนั้น แต่ในใจเขารู้ดี ในเมื่อโจรเหล่านี้ขนไปแค่โถน้ำตาล แสดงว่าพวกเขารู้ว่าน้ำตาลทรายแดงเป็ของที่มีค่าที่สุดในบ้าน ต้องนำไปขายในเมืองแน่นอน
โชคดีที่น้ำตาลทรายแดงมีเพียงเขาเท่านั้นที่เคี่ยวได้ ขอเพียงแจ้งทางการ และให้หอสุราชิงเจียงช่วยจับตาดูตลาด ไม่ช้าก็เร็วจะสามารถกวาดล้างคนกลุ่มนี้ได้ทั้งหมด
"พี่หลิน โถน้ำตาลกลิ้งไปไกลแล้ว ข้าจะไปดูว่าแตกหรือไม่เ้าค่ะ"
หยางเวยตัวเล็กแต่ใจเด็ด อีกทั้งเสาหลักของบ้านกลับมาแล้ว นางจึงไม่นำความตื่นเต้นเมื่อครู่มาใส่ใจเลย ในสายตาของนาง โถน้ำตาลสำคัญที่สุด โถน้ำตาลแลกเป็เงินได้ เงินแลกเป็เนื้อหมูได้ คืนนี้เสียหมูไปหลายสิบตัว นางเสียดายจนแทบขาดใจ!
ส่วนสือชิงจู้น่ะหรือ? คนตายไปแล้ว ยิ่งไม่คุ้มค่าให้นางต้องใส่ใจ
"ทุกคนช่วยกันเก็บกวาดอีกแรง และลุงเอ้อเหอ รบกวนท่านพาคนสองสามคนไปแจ้งผู้นำหมู่บ้านเื่โจร แล้วค่อยไปแจ้งความที่ศาลาว่าการอำเภอในเมืองด้วยขอรับ"
ขณะที่ฆ่าคน หลินอวี่ได้ขยายประสาทััทั้งห้า เมื่อกวาดสายตามองคร่าว ๆ ก็พบว่านอกจากครอบครัวผู้นำหมู่บ้านแล้ว ยังมีแม่ชิงจู้ ส่วนชาวบ้านที่เหลือที่เป็ผู้ใหญ่และสามารถถือมีดฟันฟืนได้ ล้วนอยู่ที่นี่หมดแล้ว
ทุกอย่างประจวบเหมาะราวกับเป็แผนการที่ถูกจัดวางไว้อย่างประณีต ครอบครัวสือชิงจู้อาจไม่มีความเกี่ยวข้องกับอ่าวตงหู แต่บ้านเดิมของเฉินฟางจวี๋อยู่ที่อ่าวตงหู!
เื่นี้ต้องเกี่ยวข้องกับครอบครัวผู้นำหมู่บ้านอย่างแน่นอน
"เรียนรู้วิธีการยืมมือฆ่าคนได้รวดเร็วดีแท้ แต่น่าเสียดายที่ความลับแตก แม่ชิงจู้ต้องเสียลูกชายเพียงคนเดียวไปอีกครั้ง คราวนี้มีเื่สนุกให้ดูแล้ว..."
"พี่หลิน ท่านพึมพำอะไรอยู่เ้าคะ ดูนี่สิ โถน้ำตาลใบนี้ไม่แตก ใบนี้ก็ไม่แตกด้วย!"
หยางเวยกำลังคุ้ยหาโถน้ำตาลกลม ๆ ในพงหญ้า หลินอวี่ดึงสติกลับมา ประเมินจำนวนโถน้ำตาลที่เหลือคร่าว ๆ แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย เหลือน้ำตาลทรายแดงไม่ถึงหนึ่งพันจิน และเหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็จะรุ่งสางแล้ว
ทว่าอ้อยป่าที่ต้องใช้เคี่ยวน้ำตาลในวันนี้ถูกไฟเผาวอดวาย ต่อให้เร่งทำตอนนี้ก็ไม่ทัน โชคดีที่ลุงถงซึ่งเป็ผู้ดูแลและเป็คนคุ้นเคยและพูดคุยง่าย เขาจึงถือวิสาสะขอเลื่อนการส่งมอบไปเป็ตอนเย็นเพื่อชดเชยส่วนที่ขาด ซึ่งไม่ถือว่าเป็การผิดคำสัญญา
"เ้าอวี่ มีรถม้าคันหนึ่งมาหาเ้าที่หน้าหมู่บ้าน บอกว่าเป็เ้าของหอสุราชิงเจียง เ้ารีบไปดูเถิดว่าเป็เื่จริงหรือไม่"
ชาวบ้านในตอนนี้ระมัดระวังคนแปลกหน้าเป็อย่างมาก ไม่กล้าปล่อยให้ใครเข้าหมู่บ้านเลย หากไม่เอ่ยชื่อหลินอวี่ ป่านนี้คงถอดล้อรถทิ้งลงร่องน้ำไปแล้ว
เมื่อหลินอวี่ได้ยินเช่นนั้น คิ้วที่เพิ่งคลายออกก็ขมวดเข้าหากันอีกครั้ง คนที่มาไม่ใช่ลุงถง แต่เป็เ้าของหอสุรา? นี่มันช่างเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเสียจริง