“เป็ไรวะ… กูเห็นมึงดูซึมๆ ั้แ่กลับจากงานประกวดเมื่อวานแล้วนะไอ้วาฬ ไม่สบายหรอ? ” เสียงของไอ้ขุนเขารูมเมทของผมเอ่ยขึ้นถาม ตอนนี้พวกเรากำลังนั่งกินข้าวเช้ากันอยู่กลางห้อง โดยเอาโต๊ะญี่ปุ่นตัวน้อยที่ใช้สำหรับเขียนหนังสือมากางวางกับข้าวบนโต๊ะอาหาร แล้วนั่งลงทานที่พื้นห้องกัน
“เปล่า” ผมตอบมันเพียงสั้นๆ กลับไป พร้อมกับเขี่ยอาหารในจานของตัวเองไปมา
“มึงอย่าบอกนะมึงโกรธกูเื่ที่กูได้ตำแหน่งเดือนมหาลัยน่ะ งั๊ม!” ไอ้ขุนเขาว่าขึ้นพร้อมกับตักข้าวเข้าปาก
“เฮ้อ! มึงนี่ก็คิดได้เนอะ มึงคิดว่าคนอย่างกูอยากได้ตำแหน่งเดือนมหาลัยมากรึไงวะ” ผมว่าออกไป
“เออว่ะ! ก็จริงแหะ! แล้วมึงเป็อะไรวะ หรือมึงไปสารภาพกับใบหม่อนแล้วโดนปฏิเสธกลับมาหรอ? ” ทันทีที่ไอ้ขุนเขาพูดเื่นี้ขึ้นมา มันเหมือนกับมีมีดนับสิบเล่มทิ่มแทงมาที่หัวใจของผมจนมันเจ็บไปหมด ไอ้ขุนเขาที่เห็นผมเงียบไปถึงกับชะงักด้วยท่าทีใออกมาทันที
“ชะ… เชี่ย! จริงหรอวะ! กูขอโทษนะเว้ย กูไม่ได้ตั้งใจซ้ำเติมมึงนะเว้ยไอ้วาฬ กูไม่รู้ว่ามึงไปสารภาพรักกับใบหม่อนมาแล้วอ่ะ” ไอ้ขุนเขารีบขอโทาขอโพยผมทันทีหลังจากที่เห็นอาการของผมเงียบไป
“อื้ม! ช่างมันเถอะ..” ผมว่าออกไปแล้วก้มหน้าลงที่โต๊ะญี่ปุ่นที่เราสองคนกำลังนั่งทานข้าวพร้อมกับสะอื้นตัวโยนออกมา ไอ้ขุนเขารีบเข้ามาใช้มือลูบหลังให้ผม ยิ่งมันลูบผมก็ยิ่งร้องออกมา ทำไมผมถึงได้อ่อนแอกับเื่แบบนี้นักนะ คิดแล้วก็อยากจะว่าตัวเองดังๆ ออกมา แต่ติดที่ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำอะไรเลยนี่สิ่
“ฮึก!!! หม่อนคิดกับกูแค่เพื่อน หม่อนมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ฮึก!!”
“มึง! ใจเย็นๆ ก่อนนะเว้ย บางทีความสัมพันธ์แบบเพื่อนมันก็ดีกว่าความสัมพันธ์แบบแฟนนะ มึงบอกกูเองไม่ใช่หรอวะ ว่ามึงกับใบหม่อนเป็เพื่อนกันมาตั้งหลายปีน่ะ บางทีใบหม่อนเขาก็คิดถูกแล้วที่อยากจะรักษามึงไว้ในฐานะเพื่อนน่ะไอ้วาฬ เพราะมันเป็ความสัมพันธ์ที่ยาวนานกว่า” ไอ้ขุนเขามันพูดปลอบผม ทำให้ผมเองที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้คิดตามที่มันพูดออกมา ก่อนจะพบว่าสิ่งที่ไอ้ขุนเขาพูดมันก็เป็อย่างที่มันว่าออกมาทั้งหมด
“อื้ม! ขอบใจมึงมากนะเว้ย กูโอเคแล้ว”
“เออ! ดีแล้วล่ะที่มึงโอเค เสียใจได้แต่ก็อย่าเสียใจนาน มึงลองเปิดโอกาสให้กับคนอื่นบ้าง ไม่สิ่! ไม่ใช่เปิดอโอกาสให้คนอื่นอย่างเดียว เปิดโอกาสให้ตัวเองด้วยเว้ย เดี๋ยวมึงก็เจอคนที่ใช่เองแหละ” ผมพยักหนักให้มันแล้วกลับมานั่งทานข้าวกันต่อ วันนี้ทั้งวันผมกับไอ้ขุนเขาไม่ได้ออกไปไหน พวกเราสองคนต่างก็นั่งนอน ดูหนัง เล่นเกม อ่านหนังสืออยู่แต่ในห้อง ส่วนพวกไอ้ตั้ม ไอ้นีโอ และไอ้วิน ก็พึ่งจะโผล่หัวออกมาหลังจากเวลาได้เลยบ่ายสามไปแล้ว พวกมันขึ้นหอผมกับไอ้ขุนเขามานั่งเล่นอยู่ในห้อง แต่สิ่งที่ดูจะสะดุดตาดูเหมือนไอ้วินกับไอ้ขุนเขาจะมีซัมติงอะไรบางอย่างแปลกๆ เพราะพวกมันไม่ค่อยตีกันอย่างเมื่อก่อนแล้ว
“ไอ้วิน! กูว่า… มึงดูแปลกๆ ไปนะ” ไอ้ตั้มเอ่ยขึ้นออกไป ทำให้ไอ้วินที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ใกล้ๆ กับไอ้ขุนเขารีบหันมามองที่ไอ้ตั้มก่อนทันที
“แปลกๆ แปลกๆ อะไรวะ กูก็ปกติดีนี่” ไอ้วินว่าออกมาด้วยสีหน้างงๆ "
“เออ! กูก็ว่ามึงแปลกไป ปกติมึงแทบจะไม่เข้าใกล้ไอ้ขุนเขาเลยนะ แต่ทำไมตอนนี้…. มึงถึงดูเหมือนกับ…” ไอ้นีโอทำสายตาเหมือนกำลังจับผิดไปที่ไอ้วินกับไอ้ขุนเขา จนไอ้วินมีอาการเลิ่กลั่กออกมาแปลกๆ
“อะ เอ่อ.. คือ…”
“กูกับวินนี่กำลังคุยๆ กันอยู่น่ะ” เป็เสียงของไอ้ขุนเขาที่เอ่ยขึ้นตอบแทนไอ้วินออกมา ทำเอาพวกผมที่ได้ยินถึงกับตาโตขึ้นทันที
“ห้ะ! มึงว่าไงนะ พวกมึงสองคนกำลังคุยๆ กันอยู่หรอ” ไอ้นีโอใออกมาเสียงดังลั่นห้องออกมา พวกผมยังสะดุ้งกับน้ำเสียงของมันเลยครับ ไอ้ตั้มเลยประทานฝ่ามือไปที่หัวไอ้นีโอไปหนึ่งที
ป๊าบ!!
“โอ้ย!! มึงตบหัวกูทำไมเนี่ยไอ้ตั้ม”
“ก็มึงใซะเวอร์เลยนะ! เสียงดังจนแก้วหูพวกกูจะแตกแล้วเนี่ย ใอะไรขนาดนั้นวะมึงเนี่ย!” ไอ้ตั้มว่าออกมา
“เอ้า! หรือว่าพวกมึงไม่ใ”
“กูเฉยๆ นะ ดีกว่าที่ต้องเห็นพวกมันมานั่งตีกันให้พวกเราดูว่ะ” ผมว่าขึ้น
“เออ! จริง! กูเห็นด้วย แต่ไอ้วินแม่งใจง่ายชิบหาย ฮ่าๆ ”
“มึงหุบปากเลยนะไอ้ตั้ม! กูไม่ได้ใจง่ายสักหน่อย!”
“ไม่ใจง่าย แต่รู้จักเขายังไม่ถึงเดือนมึงก็ตกลงคุยกับเขาเลยว่างั้น " ไอ้นีโอเองก็ยังไม่หยุดที่จะขยี้ไอ้วินเข้าไปอีก จนไอ้ขุนเขาต้องออกโรงมาปกป้องไอ้วินต่อทันที
“พวกกูแค่เปิดใจคุยกัน ยังไม่ได้เป็อะไรกันเว้ย! อีกอย่าง… กูเป็ขอให้วินนี่เปิดใจให้กูเองแหล่ะ ใช่มั้ยคร๊าบ!!!” ไอ้ขุนเขาบอกออกมาก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ไอ้วิน จนไอ้วินต้องชะงักตัวถอยหนีหน้าไอ้ขุนเขา
“อ๊ะ!! ใกล้เกินไปแล้วเว้ย!!” ไอ้วินว่าสวนไอ้ขุนเขากลับไป แต่เ้าตัวยังคงยิ้มออกมาให้ไอ้วินอย่างทะเล้น
“โว้ย!!! เหม็นความรักโว้ย!!!”
“มึงก็หาสิ่ไอ้นีโอ! ได้ข่าวว่ามึงไปจีบสาวคณะเภสัชอยู่ไม่ใช่หรอวะ” ไอ้ตั้มพูดขึ้น
“ห้ะ! จีบสาวเภสัช? จริงหรอวะไอ้นีโอ” ผมอุทานออกมาด้วยความใก่อนจะหันไปถามไอ้นีโอ
“อะ อะไรมึงไอ้ตั้ม! มึงมั่วละ ไปฟังใครมาจากไหนอีกล่ะ” ไอ้นีโอเองก็ยังมีท่าทีเลิ่กลั่กไม่ต่างกับไอ้วินที่ก่อนหน้านี้โดนพวกผมต้อนจนต้องรับสารภาพ และตอนนี้พวกผมเองก็กำลังหันมาจับผิดไอ้นีโอต่อทันที
“มึงจะให้กูพูดมั้ยล่ะไอ้นีโอ ว่ามึงกับสาวเภสัชผู้มีดีกรีเป็ดาวของคณะพูดอะไรกันหลังเวทีประกวดน่ะ” ไอ้ตั้มพูดขึ้นก่อนจะยกยิ้มเ้าเล่ห์อย่างผู้ที่เหนือกว่าออกมา
“ไอ้เชี่ย!ตั้ม! มึงแอบฟังพวกกูคุยกันหรอวะ”
“อย่า! มึงอย่ามาโมโหกลบเกลื่อนไอ้นีโอ เมื่อกี้มึงบอกว่าสาวเภสัชที่ไหนนะ มีดีกรีเป็ดาวคณะด้วย ถ้างั้นก็…..”
“นิหน่า!! นิหน่าแน่ๆ ใช่มั้ยวะไอ้ตั้ม” ไม่ทันที่ผมจะพูดชื่อของสาวเภสัชคนนั้นออกไป ไอ้ขุนเขาทีดูเหมือนว่าจะรู้ว่าผมหมายถึงใครก็พูดขึ้นแทนผมซะก่อน แล้วหันไปถามความแน่ใจจากไอ้ตั้มอีกที
“ฮ่าๆ ไอ้นีโอ! มึงก็ไม่รอด!!!” ไอ้ตั้มหัวเราะร่าออกมาเสียงดัง พวกเราต่างก็อมยิ้มออกมาที่เห็นว่าคนอย่างไอ้นีโอมันตามจีบสาวที่มีดีกรีเป็ถึงดาวคณะอย่างนิหน่า แต่เอาเข้าจริงผมว่าเพื่อนผมมันจะรักใครชอบใครพวกผมก็สนับสนุนและคอยอยู่ข้างพวกมันอยู่แล้วล่ะครับ หึหึ!
“เออๆ กูยอมรับก้ได้ว่ากูกำลังตามจีบนิหน่าอยู่ ก็แบบว่า… เขาตรงสเปกกูดี แถมยังเป็ตัวของตัวเองสูงอีก กูก็เลยชอบ! พอใจพวกมึงหรือยัง”
“เออๆ มึงจะรักใครชอบใครพวกกูก็สนับสนุนเพื่อนอยู่ละ แต่ว่า…. วันนี้เราปาร์ตี้กันปะ ฉลองให้กับคู่กูกับวินนี่ที่เปิดตัว เอ้ย! เปิดเผยว่ากำลังคุยกันอยู่ แล้วก็ฉลองให้ไอ้นีโอที่กำลังพยายามจีบนิหน่าด้วย” ไอ้ขุนเขาว่าขึ้น
“เออ! ก็ดี… กูอยากแดกเหล้ามานานละ งั้นคืนนี้พวกเราฉลองกันที่ไหนดีวะ ถ้าที่หอในมึงแดกเหล้าไม่ได้แน่” ไอ้ตั้มว่าขึ้น
“งั้น!… คอนโดกูมะ ไม่ไกลจากมอเท่าไหร่ด้วย ถ้าไปหอนอกไอ้วาฬอาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่” ไอ้ขุนเขาเสนอขึ้น
“เออ! ดีเหมือนกัน! หอนอกกูไม่ได้กว้างมาก อีกอย่างกลัวรบกวนข้างห้องด้วย ไปคอนโดไอ้ขุนเขาก็ดีเหมือนกัน กว้างและเป็ส่วนตัวดี” ผมว่าออกมาอย่างเห็นด้วย
“งั้นก็เอาตามนี้แล้วกัน อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเริ่มมืดละ กูว่าพวกเราพากันออกไปซื้อของจัดปาร์ตี้ดีกว่าว่ะ กว่าจะซื้อเสร็จก็คงได้เวลาแดกเหล้าพอดี” ไอ้ขุนเขาว่าขึ้น พวกผมจึงรีบพยักหน้าเห็นด้วยออกมา
“งั้นเดี๋ยวกูไปเคลียร์สถานที่กับวินนี่เอง พวกมึงไปซื้อของ อ่ะ! อันนี้เงินกูกับวินนี่ มึงอยากแดกอะไรก็ซื้อมา ที่เหลือก็ออกเอง” ไอ้ขุนเขาว่าขึ้นก่อนจะยื่นเงินแบ่งพันมาให้พวกผมใบนึง
“งั้นก็คนละ 500 แล้วกัน เอาแค่เบาๆ ก่อน ตามนี้! ดิล!” ผมว่าขึ้นแล้วเก็บเงินไอ้วินกับไอ้ขุนเขามา ก่อนที่พวกเราจะแยกย้ายกันไปจัดการ
คอนโด xxx
ผมที่พึ่งจะตื่นนอนหลังจากที่งีบหลับ่เที่ยงไป ก็ลุกมาล้างหน้าล้างตาแล้วเดินออกมาแต่งตัวเพื่อที่จะออกไปหาอะไรกินข้างนอก แต่ระหว่างที่ผมหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะออกไปข้างนอก สายเรียกเข้าเบอร์ของไอ้ขุนเขาน้องชายผมมันก็ขึ้นโชว์ขึ้นมาซะก่อน ผมจึงกดรับสายน้องชายของตัวเอง
“ว่าไงไอ้ตัวแสบ”
(เฮีย! วันนี้ผมพาเพื่อนมาจัดปาร์ตี้ที่ห้องอ่ะ เฮียสนใจมาแจมด้วยปะ! ตอนนี้อาหารเครื่องดื่มพร้อมหมดแล้ว อยากให้เอียมาแจมอ่ะจะได้แนะนำเพื่อนให้รู้จัก)
“เพื่อนมึงที่คณะก็รุ่นน้องกูหมด กูยังต้องรู้จักใครเพิ่มอีกวะ” ผมว่าออกไป
(ไม่ใช่ดิ่เฮีย! ขุนหมายถึงเพื่อนของเพื่อนรูมเมทของขุนอ่ะ พวกไอ้วาฬไง!)
“รูมเมทมึงมาหรอ? ”
(ใช่เฮีย! ไม่ใช่แค่รูมเมทผมนะ เพื่อนร่วมเมทผมก็มา มีแค่ 5 คนเอง ไม่วุ่นวายหรอก มาเปล่า?)
“เออๆ เดี๋ยวกูออกไปหาอะไรกินรองท้องก่อนเดี๋ยวตามไป” ผมบอกกับไอ้ขุนเขาน้องชายตัวเองก่อนจะกดวางสายไป
“หึ! ไอ้เด็กปลาวาฬ…. หายเฮิร์ทแล้วหรอเนี่ย” ผมว่าขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมา ก่อนจะเดินออกจากห้องไปหาอะไรกินรองท้องใกล้ๆ คอนโด แล้วกลับมาร่วมปาร์ตี้ที่ห้องของไอ้ขุนเขาน้องชายของผม แต่ก่อนที่ผมจะกลับคอนโด ไอ้ขุนเขาโทรมาบอกให้ผมไปช่วยเพื่อนมันถือของที่ล่างคอนโดหน้าล็อบบี้หน่อย ผมเองที่เดินมาถึงคอนโดพอดีและกำลังจะเดินเข้าคอนโดตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเพื่อนที่มันพูดถึงคือใคร กำลังจะเอ่ยถามน้องชายของตัวเองแต่ก็หันไปเห็นร่างสูงโปร่งผิวขาวสว่างที่มือกำลังถือแพ็คน้ำดื่มกับมืออีกข้างกำลังถือถุงหิ้วใส่อาหารอยู่ ดูจะลำบากน่าดู ผมเลยไม่รอช้ารีบเดินเข้าคอนโดไปแล้วใช้มือของตัวเองเอื้อมไปจับถุงหิ้วแพ็คน้ำดื่มมาจากน้องมัน น้องมันเองดูจะใแต่พอหันมาเห็นผมก็เลิกทำห้าใแล้วหันมาทำหน้าเหมือนจะเบะปากให้ผมแทน
“อะไร? ก็มาช่วยถือของไง” ผมว่าขึ้น
“ไอ้ขุนเขาบอกให้มาช่วยหรอ ผมถือเองก็ได้นะ พี่ไม่ต้องช่วยผมหรอก? ” ไอ้เด็กปลาวาฬว่าออกมา ตอนนี้หน้ามันเริ่มจะแดกแล้ว น่าจะเป็เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์แน่ๆ เพราะผมได้กินเหล้าจากตัวน้องมันด้วย แต่ไม่ได้แรงอะไรมากนัก เป็เพียงกลิ่นอ่อนๆ ที่พอจะรู้ว่าน้องมันกินเหล้ามา
“หึ! ดูสภาพตัวเองด้วย อย่าดื้อ! แล้วเดินตามมา” ผมบอกน้องมันก่อนจะเดินนำไปที่ลิปต์ของคอนโด น้องมันก็เดินตามหลังผมมาอยู่ห่างๆ พอผมหันไปมองน้องมันเองก็ดูเหมือนจะเดินไม่ปกติเท่าไหร่ หึ! คออ่อนจริงๆ เลยนะ แล้วยังจะอาสามาซื้อของอีก ให้ตายสิ่!
ผมมาถึงห้องน้องชายของตัวเองที่อยู่ชั้นล่างติดกับชั้นของห้องผม ผมกดกริ่งเรียกให้น้องมันมาเปิดประตูให้ ไม่นานนักเ้าของห้องก็มาเปิดประตูให้พวกเรา ผมจึงเดินเข้าไปในห้องน้องชายตัวเอง และก็ได้เห็นสภาพของเพื่อนๆ น้องชายของผม ที่ตอนนี้ต่างก็มีสภาพเมามายจนผมอดคิดในใจไม่ได้ว่ามันแดกเหล้ากันหรืออาบเหล้ากันแน่ สภาพแต่ละคนคือแทบจะหงายหลังลงไปนอนที่พื้นกันอยู่แล้ว
“อ้าว!! พี่ทะเล๊ หวัดดีพี่!!” พวกเพื่อนน้องชายผมพากันยกมือไหว้สวัสดีทักทายผมกันออกมา ผมก็ทำเพียงแค่พยักหน้ากลับไปให้พวกมัน แล้วจู่ๆ พวกมันก็หงายหลังลงไปนอนที่พื้นกันทันที
เฮ้อ!!
ผมหันไปคุยกับน้องชายตัวเองที่ตอนนี้มันนั่งลงข้างๆ น้องตัวเล็กๆ ที่นอนหลับไปที่พื้นแล้ว แต่น้องชายผมมันค่อยๆ จับหัวน้องคนตัวเล็กมาวางลงที่ตักของมันแล้วเอนหลังพิงกับโซฟาที่ตั้งอยู่กลางห้อง
“นี่มึงยังกล้าให้ไอ้รูมเมทมึงไปซื้อของคนเดียวอีกหรอวะ ดูสภาพมันดิ๊!” ผมว่าน้องชายของผมออกไป
“โห! เฮีย!! เฮียเปรียบเทียบสภาพพวกผมกับสภาพมันดิ! สภาพไอ้วาฬมันดีที่สุดแล้ว” ไอ้ขุนเขามันพูดขึ้นมาก่อนจะชี้ไปที่รูมเมทของมันที่กำลังนั่งลงที่พื้นแล้วขยับตัวมาแกะอาหารใส่จานที่วางอยู่บนโต๊ะกลางโซฟา
“เฮ้อ! รู้ว่าแดกกันไม่ไหวแล้ว พวกมึงก็ยังจะแดกกันต่อเนี่ยนะ? ”
“ก็ไอ้วาฬมันอยากแดกต่ออะเฮีย สงสารมันเถอะ… มันพึ่งจะอกหักมา ผมก็เลยจะอยู่กินปลอบใจมันสักหน่อยน่ะ”
ผมหันไปมองรูมเมทน้องชายตัวเองที่กำลังนั่งลงแล้วหยิบแก้วมาใส่น้ำแข็ง แล้วเปิดเหล้าในขวดผสมกับพวกมิกเซอร์แล้วยกขึ้นดื่มเอง
“พี่จะกินมั้ย! ผมจะชงให้”
“หึ! จัดมา… เดี๋ยวกูนั่งกินเป็เพื่อนมึงเอง ส่วนมึง… ถ้าไม่ไหวก็ไปนอนซะไอ้ขุนเขา”
ฝากกดไลค์กดติดตามและคอมเมนท์เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับพี่ทะเลมากินเหล้าเพื่อนคนน้องแล้วครับทุกคน หลังจากนี้จะเป็ยังไงต่อ ฝากติดตามและลุ้นเป็กำลังใจด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์น๊า ><