อืมม… เหลือเวลาอีก 40 นาทีถึงจะเข้าคาบบ่ายไปนั่งที่ไหนดีนะ ?
ฉัน “เรน” ไม่ถึงกับไม่มีเพื่อนแต่เพราะไม่ชอบสุงสิงกับใครมากเกินไป เลยปลีกวิเวกออกมาคนเดียวบ่อยๆ ่พักกลางวันก็เป็อีก่ที่ฉันชอบเพราะได้ใช้เวลาอย่างอิสระฉันไม่ค่อยกินข้าวกลางวันที่โรงอาหารจะซื้อเป็ของกินเล่นหรือขนมมานั่งกินตามสนามหญ้า ใต้ต้นไม้ มุมตึก ดาดฟ้าห้องสมุด หรือที่อื่นๆ ที่ขาจะพาเดินไปได้ แล้วก็นั่งเล่นจนได้ยินเสียงกริ่งดังบางทีก็พกหนังสือมาอ่านฆ่าเวลา บางทีก็งีบหลับสักหน่อยหรือบางทีก็ออกไปเดินเล่นบ้าง
วันนี้ไปห้องศิลปะละกันไปดูด้วยว่ามีผลงานใหม่ๆ มาวางรึยัง วิชาศิลปะที่โรงเรียนฉันค่อนข้างเปิดกว้างนักเรียนสามารถทำงานศิลปะได้หลายรูปแบบและอุปกรณ์ของที่นี่ก็ค่อนข้างครบครันไม่ว่าจะสีน้ำ สีน้ำมัน งานปั้น งานไม้ ก็มีให้ทำหมดผลงานที่นักเรียนทำก็ถูกเก็บไว้ในห้องนี้ด้วยเช่นกันฉันแวะมาดูงานของนักเรียนคนอื่นเป็ครั้งคราวนี่ก็เกือบสองอาทิตย์แล้วนับจากที่มาดูครั้งล่าสุดภาพวาดที่เป็สวนดอกไม้อันนั้นจะเสร็จรึยังนะ ?
“ตะวัน เอ่อ… ฉันคิดกับนายมากกว่าเพื่อน” เสียงผู้หญิงพูดสั่นๆเหมือนไม่ค่อยมั่นใจ
ฉันที่กำลังนั่งดูงานแกะสลักไม้อยู่ที่ซอกหนึ่งในห้องได้ยินเสียงแว่วมาจากทางหน้าห้อง“หืม !?” โอเค ไม่เป็ไรเราแค่หลบอยู่ตรงนี้จนกว่าเขาจะคุยกันเสร็จละกัน
“ั้แ่เมื่อไหร่หรอ ?”
“ไม่รู้สิ ฉันแค่อยากบอกนาย”
“อืม ขอบใจนะ แล้วก็ขอโทษด้วย”
“เราคิดไว้แล้วแหละว่าจะเป็แบบนี้ ตะวัน นายน่ะทั้งสดใส ใจดีมีแต่คนชอบ ขนาดฉันยังชอบนายเลย …ไม่เป็ไรหรอก” เสียงของหญิงสาวเริ่มสั่นถึงปากจะบอกว่าไม่เป็ไร
“เรายังเป็เพื่อนกันเหมือนเดิมก็ได้นิ ใช่มั้ย”เสียงของชายหนุ่มพูดปลอบอย่างใจดี แน่นอนว่าเสียงสะอื้นดังขึ้น
“เดี๋ยวเธอก็ได้เจอคนอื่นอีก เชื่อฉันสิ”
ให้ตายเถอะหมอนี่จะมาใจดีในเวลาแบบนี้มันก็เท่ากับแอบใจร้ายกับฝ่ายหญิงไปหน่อยนะแต่ช่างเถอะ เมื่อไหร่จะแยกย้ายละเนี่ย
กึก… เสียงประตูปิดลงเสียงคนพูดก็เงียบหายไปด้วย ฉันมองลอดออกไปไม่เห็นคนแล้ว เห้อ…ใกล้จะหมดเวลาพักแล้วด้วย ออกไปเลยดีกว่า
“เฮือก !!” นี่มันตะวัน คนที่โดนสารภาพรักในห้องเมื่อกี้นิ !!“อะ เอ่อ… ขอไปหน่อยนะ จะหมดเวลาพักแล้ว” ฉันเดินก้มหน้างุดออกไปอย่างเร็วพอลงมาชั้นล่างได้ก็ถอนหายใจยาวๆ เห้อออ… เมื่อกี้มันอะไรกันเนี่ย โอ้ยนายนั่นเดินย้อนกลับมาหรือว่ายืนรออยู่หน้าห้องั้แ่แรกแล้วสีหน้านายนั่นตอนเห็นฉันเปิดประตูออกไปเป็แบบไหนนะฉันใตัวแข็งไม่กล้ามองหน้าเลย แล้วทำไมฉันไม่รออีกซักหน่อยค่อยออกมาก็ได้เล่าแต่ว่าถ้ารอจะต้องรอจนถึงตอนไหนใครจะรู้อีกล่ะ โอ้ยยย
หลังคุยกับตัวเองแล้วถอนหายใจยาวๆฉันก็มีสติมากขึ้น ฉันตัดสินใจที่จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น และภาวนาให้นายตะวันลืมเื่นี้ไปเหมือนกัน
ณ ห้องเรียน
ครูเอมหยิบกระดาษขึ้นมาหนึ่งแผ่นแล้วเก็บของเตรียมออกจากห้อง เพื่อนๆ เริ่มหันไปพูดคุยกันเพราะใกล้จะหมดคาบแล้ว
“เอาล่ะ งานชิ้นนี้จะเป็คะแนนเก็บของพวกเธอครูสุ่มคู่มาให้แล้ว มาดูรายชื่อที่หน้ากระดานได้เลย ครูจบคาบเท่านี้ค่ะ” ครูเอมวิชาสังคม สั่งงานให้ไปดูหนังแล้วนำเสนอการวิจารณ์ซึ่งครูให้ทำเป็คู่โดยสุ่มรายชื่อให้ ฉันเดินไปดูรายชื่อหน้าห้องเหมือนเพื่อนคนอื่นๆแล้วกลับมาที่โต๊ะเงียบๆ
“บังเอิญอีกแล้วนะ”ตะวันที่นั่งข้างหลังฉันเงยหน้าขึ้นมายิ้มแฉ่ง
“…” ฉันลืมไปสนิทว่าอยู่ห้องเดียวกับนายนี่แล้วฉันก็ไม่ได้ใส่ใจขนาดไม่รู้ตัวเลยว่านายนี่นั่งข้างหลังฉันมาเกือบเทอมแล้ว !
“ฮะๆ งั้นเราทำเื่อะไรดี” ฉันยิ้มแหยๆ บังเอิญอีกแล้วงั้นหรอฉันทำเนียนไม่รู้เื่แล้วกัน
“ฉันชอบดูหนังรัก เธอล่ะ” เอ่อะ พอได้ยินแล้วรู้สึกแปลกๆ แฮะ
“ฉันไม่มีแนวที่ชอบเป็พิเศษหรอก อะไรก็ได้”
“หรอ ถ้างั้นไว้ฉันเลือกมาให้เธอจะติดอะไรมั้ย”
“ได้สิ เลือกมาเผื่อซัก 2-3เื่ก็ได้ แล้วมาคัดอีกที”
“โอเค ถ้างั้นฉันขอไลน์เธอหน่อยสิ จะได้คุยกันต่อได้”แล้วตะวันกับฉันก็แลกไลน์กันก่อนที่จะหันกลับไปเรียนวิชาต่อไป
ครืด~มือถือฉันแจ้งเตือนว่ามีคนไลน์มา
TAWAAAN : ฮาย
pouringrain : …
TAWAAAN : before sunrise, beforesunset, before midnight เธอเอาเื่ไหน
pouringrain : นั่นมันไม่ใช่เื่เดียวกันหรอ
ฉันหันไปมองหน้าตะวันที่ยิ้มแฉ่งตั้งรับไว้แล้วเห้อ ฉันต้องเลือกสินะ
pouringrain : งั้นฉันเลือก beforesunrise ละกัน
“ดีมาก” ตะวันโน้มตัวมากระซิบข้างหลังหูฉัน เฮือก !ฉันตัวแข็งไปสองวิก่อนที่สติจะกลับมาจดจ่อกับเนื้อหาบนกระดานต่อได้
กริ๊งงง~เสียงออดวิชาสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกับเสียงเพื่อนๆ ที่เก็บของลงกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน
ครืด~เอ้ะ แจ้งเตือนไลน์อีกแล้วหรอ
NameLess : เราส่งของไปให้น่าจะถึงแล้วล่ะ
ฉันรีบเก็บของและเด้งตัวกลับบ้านอย่างรวดเร็วหลังจากเห็นข้อความจนไม่ทันสังเกตว่าตะวันทำท่าจะรั้งไว้เหมือนอยากจะคุยด้วย
…
ฉันวิ่งมาถึงหน้าบ้านแล้วและกำลังหอบอยู่เหนื่อยจัง มีพัสดุวางไว้จริงด้วย ฉันรีบหยิบเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว ตื่นเต้นจังข้างในจะเป็อะไรนะ
“เรน ออกมาเอากับข้าวก่อน” เสียงดุๆ ของพี่คินดังขึ้นขัดจังหวะ
“อือ แปปนึง”
พี่คิน หรือ อคินเป็พี่ชายข้างบ้านที่เห็นมาั้แ่เด็กๆ่สองสามปีมานี้พ่อแม่ฉันต้องไปดูธุรกิจที่ต่างจังหวัดฉันเลยต้องอยู่บ้านคนเดียวโดยมีบ้านพี่คินช่วยดูแล เมื่อก่อนฉันก็สนิทกับพี่คินนะเพราะตามต้อยๆ เล่นด้วยกันตลอดแต่พอโตขึ้นต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเองมากขึ้นเลยห่างกันเป็ธรรมดาตอนนี้พี่คินเป็นักศึกษามหาวิทยาลัยแล้วด้วยพ่อกับแม่พี่คินก็ไม่ค่อยมานอนบ้านนี้ซักเท่าไหร่ พี่คินเลยพาเพื่อน พาสาวมานอนด้วยบ่อยๆ ฉันเองก็ไม่ค่อยกล้าไปรบกวนมาก
กลับมาที่พัสดุของฉันดีกว่าเพื่อนทางเน็ตที่รู้จักกันมานานส่งของขวัญวันเกิดล่วงหน้ามาให้ด้วยเพื่อนทางเน็ตเ้าของชื่อไลน์ว่า NameLessฉันรู้จักมานานแล้วเราเป็ที่ปรึกษาให้กันและกัน ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมได้คุยด้วยแล้วสบายใจเหมือนกับเขาเป็เพื่อนในชีวิตเราจริงๆ รับรู้ปัญหาของเราจริงๆแต่ว่าเราก็ยังไม่เคยเจอกันซักที ชื่อจริงๆ ของเขาคืออะไรฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำซึ่งฉันว่าการรักษาความสัมพันธ์แบบนี้ไปเรื่อยๆ น่ะดีแล้ว
ครืด~
NameLess : เปิดดูยางงง
pouringrain : กำลังจะเปิดเนี่ย
ฉันแกะกล่องด้วยความระมัดระวังน้ำหนักกล่องไม่ได้หนัก แต่ก็ไม่ได้เบาจนเกินไปหลังจากคุ้ยกระดาษฝอยกันกระแทกออกก็เจอกับกล่องเพลงไขลานน่ารักๆข้างบนเป็ตุ๊กตาบ้านในสวนดูอบอุ่นฉันลองไขดูกลไกของกล่องก็หมุนไปพร้อมมีเสียงเพลงน่ารักๆ ออกมา ดูแล้วอบอุ่นหัวใจดีเขาเลือกของขวัญได้ถูกใจฉันมากอีกแล้ว
pouringrain : ขอบคุณนะ ฉันชอบมากเลย
NameLess : เวลาเธอเหงาก็เอาออกมาเล่นบ่อยๆ นะ มันน่าจะช่วยคลายเหงาได้
นี่ฉันนั่งน้ำตาซึมกับของขวัญจากคนแปลกหน้าหรอเนี่ยหรือว่าฉันจะเหงาเกินไปจริงๆ
“เรนนนนนน” เสียงดุๆ ดังขึ้นขัดจังหวะ ฉันใหมดเลย
“ไปแล้วๆ” ฉันเดินไปหน้าบ้านเจอกับพี่คินแต่งตัวสบายๆถือหม้อแกงเลียงมาให้
“อะ ใกล้ถึงวันเกิดละนิ ่นี้ก็ได้กินดีหน่อยนะ”
“โห หอมมาก พี่คินว่างมาทำกับข้าวละหรอ”
“จะเอามั้ยฮะ”
“เอาค่า ขอบคุณนะคะพี่ชาย” ฉันแกล้งหยอกพี่คินด้วยการไหว้ย่อไปหนึ่งทีฮ่าๆ แกล้งคนขี้เก็กมันสนุกแบบนี้แหละ
วันนี้เป็วันดีๆ อีกหนึ่งวันรีบกลับบ้านมาเจอกับของขวัญสุดประทับใจ แถมพี่คินยังทำอาหารโปรดมาให้กินอีกด้วยเื่ที่เจอที่โรงเรียนตอนนี้ไม่ได้มีความหมายอะไรกับฉันแล้ว เย้
หลังจากกินข้าวอาบน้ำเสร็จก็ถึงเวลาพักผ่อนแล้วฉันเป็คนค่อนข้างแบ่งเวลาชัดเจน อาจจะด้วยความที่ต้องอยู่คนเดียวพึ่งตัวเองเป็หลัก ก็เลยมีวินัยค่อนข้างมาก
ฉันหยิบกล่องเพลงมาไขลานมองดูบ้านหลังน้อยหมุนไปพร้อมเสียงเพลงฉันฝันอยากมีบ้านแบบนี้แหละ อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวชีวิตน่าจะมีความสุข มีชีวิตชีวามากกว่านี้
ครืด~
TAWAAAN : เธอออ
TAWAAAN : เคยดู before sunrise แล้วใช่มั้ย
TAWAAAN : นัดวันคุยงานเลยมั้ย
pouringrain : ได้ เป็หลังเลิกเรียนดีมั้ย
TAWAAAN : โอเค งั้นหลังเลิกเรียนวันศุกร์นะ จะได้มีเวลาไปคิดก่อนสองวัน
วันศุกร์หรอ วันเกิดฉันพอดีนี่นาแต่เอ้ะ ฉันก็ไม่ได้มีนัดฉลองอะไรกับใครอยู่แล้วนี่ ไม่เป็ไรหรอก
pouringrain : โอเคเลย
…
เช้านี้มาแปลกพี่คินดักรออยู่หน้าบ้านในชุดนักศึกษาพร้อมบิ๊กไบค์คันโต
“ปะ ขึ้นรถ”
“ฮะ ?” ฉันงง ไม่ใช่ว่าพี่คินไม่เคยไปส่งที่โรงเรียนนะเมื่อก่อนก็เรียนโรงเรียนเดียวกันเลยได้ไปโรงเรียนด้วยกันบ่อยครั้งแต่นี่ถ้าพี่คินจะใส่ชุด
นักศึกษาไปส่งฉันก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน
“เดี๋ยวฉันไปส่ง มีเรียนเช้าพอดี”
“อ่า อืม” ฉันเขย่งขึ้นไปนั่งคร่อมที่เบาะคนขับ สูงชะมัด
“จับดีๆ นะ” บรื้น~!บิ๊กไบค์กระชากตัวออกอย่างเร็วฉันใจนเผลอกอดเอวพี่คิน ถึงพี่คินจะขับไม่ได้เร็วมากถ้าเทียบกับรถบนถนนแต่ฉันไม่ชินกับการนั่งบิ๊กไบค์ก็เลยแอบกลัว
เห้อ ถึงหน้าโรงเรียนจนได้พี่คินเอาขาตั้งลงแล้วลงจากรถมาถอดหมวกกันน็อคให้ฉัน
“ผมยุ่งหมดแล้ว” มือพี่คินจัดทรงผมให้ฉันหน้าเราใกล้กันมากกว่าปกติ ทำเอาฉันคิดว่าที่ผ่านมาเราห่างกันเกินไปรึเปล่าพี่คินโตขนาดนี้แล้วหรอ
“จะลงมายัง”
“ลงๆ” ฉันทุลักทุเลแปปนึงกว่าจะลงจากเบาะได้
“ตั้งใจเรียนล่ะ” พี่คินบอกกับฉันพร้อมยกมือขึ้นทำท่าจะไปแล้ว
“บอกตัวเองเหอะ” ฮ่าๆฉันหัวเราะเพราะมือที่ทำท่าจะบ๊ายบายกลายเป็จะตีฉัน
วันนี้มาโรงเรียนเช้าหน่อยคนยังมาไม่มาก อากาศก็เย็นดี ไปนั่งเล่นที่ใต้ต้นไม้ก่อนละกัน ฉันเดินผ่านประตูโรงเรียนเข้าไปขวามือเป็สนามบาส เช้าๆ แบบนี้มีนักเรียนมาวิ่งรอบสนามด้วยแฮะ อาจจะเป็นักกีฬา
“เมื่อกี้ใครหรอ” จู่ๆ เสียงก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังทำเอาฉันใหมด
“ฮู่ว นายนี่เอง ใหมดเลย เมื่อกี้พี่เราเอง ทำไมหรอ”
“อ๋อ เปล่า เห็นใส่ชุดนักศึกษามหาลัยที่เราสนใจพอดี”ตะวันทำหน้างงๆ แต่ปากก็บอกว่าไม่มีอะไรก่อนจะมาเซ้าซี้ฉันว่าทำไมมาโรงเรียนเช้าจัง
“แล้วเธอจะไปไหน ไม่ขึ้นห้องเรียนเลยหรอ” ตะวันเดินตามฉันต้อยๆมาทำไมไม่รู้
“แล้วนายล่ะ ปกติมาเช้าหรอ มาทำอะไรล่ะ”
“ฉันมากินข้าวเช้าที่โรงเรียน แล้วก็บางวันมีนัดเล่นบาสกับเพื่อนบ้างบางวันก็มีนัดซ้อมดนตรี”
“แล้ววันนี้ไม่มีนัด ?”ฉันถามเพราะนายนี่ทำตัวเหมือนสนิทกันเร็วไปหน่อย
“ตอนแรกมี แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว”นายนี่หน้าเปื้อนยิ้มได้ตลอดเวลาจริงๆ
“แล้ว ?” หมายถึงว่านายจะเอายังไงต่อ
“แล้ว ?” ตะวันล้อเลียนฉัน
“…”
“โหเรนนน แล้วเธอจะไปไหนอะ ไปด้วยดิ”
“อ่า…”
“งั้นไปดาดฟ้ากันมั้ย ฉันพาไปเอง” พูดยังไม่ทันขาดคำตะวันก็คว้ามือฉันแล้ววิ่งไปขึ้นลิฟต์
“แฮ่กๆๆ เห้อ นายจะวิ่งทำไมเนี่ย”ฉันยืนหอบอยู่ในลิฟต์ก่อนที่จะขึ้นมาถึงชั้นหกเราต้องเดินขึ้นบันไดไปอีกก่อนตะวันจะเปิดประตูออกไปยังดาดฟ้า
ลมเย็นตีเข้าหน้าพร้อมกับแดดอ่อนสีทองฉันเดินออกไปเกาะลูกกรง ข้างล่างเห็นเป็สนามบาสที่มีกลุ่มคนมาเล่นกันแล้วทางศาลาก็เริ่มมีกลุ่มเด็กผู้หญิงมาจับจอง ในโรงอาหารก็เห็นคนเข้าออกเยอะขึ้น
สวยดีจังแสงแดดสีทองที่มาพร้อมกับลมเย็นๆ ทำเอาฉันมองภาพคนเดินไปเดินมาเพลินได้เป็สิบนาที
“ฉันมาดาดฟ้าบ่อยนะ แต่ไม่เคยขึ้นมาตอนเช้าเลย”ฉันหันไปพูดกับตะวันพร้อมรอยยิ้มแล้วก็เจอกับใบหน้าเปื้อนยิ้มของตะวันที่เหมือนกำลังมองฉันอยู่พอดี
“ฉันถึงพาเธอมาไง”
“ฮะ อะไรนะ” เสียงวิทยุประจำวันดังขึ้นมาพอดีนักเรียนชมรมกระจายเสียงจะมีจัดรายการวิทยุตอนเช้าทุกวัน
“อ้อ ฉันชอบมานั่งคิดอะไรเพลินๆ น่ะ ลมมันเย็นดีด้วย”
“คิดไม่ถึงนะว่านายจะมีมุมนี้ด้วย นายดูเพื่อนเยอะจะตาย”
“ไม่หรอก ฉันก็้าเวลาอยู่คนเดียวบ้าง ว่าแต่เธอล่ะเห็นทีไรก็อยู่คนเดียวตลอด ไม่ไปกับเพื่อนบ้างอะ”
“ฉันไม่ชอบความวุ่นวาย หลายคนก็หลายความ”
“เธอเก่งจังที่อยู่คนเดียวได้”
“มันชินมากกว่าน่ะ สบายใจกว่าด้วยมีความสุขแบบไหนก็ทำแบบนั้นแหละ”
“แล้วเธอไม่เหงาหรอเวลาเห็นเพื่อนคุยเล่นกัน”
“อืม… ก็นะ” ฉันเองก็ตอบคำถามนี้ไม่ได้เหมือนกัน เหมือนกับว่าทุกวันนี้มันก็ดีพอสำหรับฉันอยู่แล้วถึงจะเหงาไปบ้างแต่ก็ไม่เป็อะไร
กริ๊งงง~สัญญาณเรียกเข้าแถวดังขึ้นแล้ว
“ปะ ลงไปได้แล้ว” ฉันบอกกับตะวันแล้วเดินนำลงไป