เบรกไม่หยุด...ให้ฉุดมารัก!​

    การมาของไมค์ [2]


    เธอจ้องมองเขาสองคนที่ยืนห่างออกไปไกลไม่ถึงห้าสิบเมตร พอที่จะทำให้ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเขาดังแว่วมา

    ไวโอลินพยายามจะไม่คิดอะไรที่เห็นว่าเขาปล่อยให้เสียงเรียกเข้าดังอยู่อย่างนั้น แต่กลับไปยอมกดรับสาย

    เธอรู้สึกน้อยใจในการกระทำของเขา จนกระทั่งโทรศัพท์รอสายนานเกินไป จึงถูกตัดไปโดยอัตโนมัติ หญิงสาวพยายามที่จะห้ามใจ ไม่ให้ตัวเองรู้สึกแย่ลงไปกว่านี้ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะทำมันไม่ได้

    ไวโอลินกดโทรออกไปหาเขาอีกครั้ง พันเจียที่รู้สึกถึงความสั่นของโทรศัพท์มือถือที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุมแขนยาวตัวเก่งเอื้อมมือเรียวหนา ๆ ของเขาเข้าไปหยิบมันออกมา โดยก้มหน้าลงมองแค่ครู่เดียว เพื่อกดตัดสาย

    “ทำไมนาย...”

    ไวโอลินทำหน้าเจื่อน ๆ เหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ที่ได้เห็นแบบนั้นก็รู้สึกสะเทือนใจอยู่ไม่น้อย ที่เขาไม่ยอมกดรับโทรศัพท์ของเธอ เพราะกำลังอยู่กับผู้หญิงคนอื่น พอลองนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เขาขอคบกับเธอ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองมาเจอกับผู้หญิงอีกคน

    ไวโอลินเริ่มคิดเข้ามาในหัวแล้วว่า สร้อยคออาเกตสีเขียวเส้นนั้น น่าจะเป็นสร้อยคอของผู้หญิงคนนี้ด้วย ไม่ผิดแน่!!!

    อยู่ ๆ น้ำตาก็เอ่อขึ้นมาคลอเบ้า ไวโอลินสูดหายใจเข้าไปในปอดลึก ๆ กล้ำกลืนฝืนทนดูเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะเห็นผู้หญิงหน้าสวยคนนั้น ขอเลี่ยงเพื่อเดินมาเข้าห้องน้ำ และ กำลังเดินตรงมายังสถานที่ที่ไวโอลินกำลังแอบเฝ้ามองอยู่

    เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปแอบในห้องนสุขาที่ใกล้ตัวเธอที่สุด แล้วปิดประตูล็อกกลอน ขังตัวเองอยู่ข้างในนั้นอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเผลอร้องไห้ออกมาน้ำตาไหลริน ยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดบังใบหน้าไม่ยอมให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาง่าย ๆ

    ครู่ใหญ่หลังจากที่ไวโอลินได้ยินเสียงประตูห้องสุขาถูกเปิดออก พร้อมกับเสียงรองเท้าที่ฟังเหมือนว่าเธอคนนั้นจะเดินกลับออกไปแล้ว เหลือเพียงความเงียบที่เข้ามาแทนที่ ไวโอลินจึงค่อย ๆ แง้มประตูออกไปพบว่าไม่มีใครอยู่แล้ว จึงเดินออกมาจากห้องน้ำ

    เธอจึงเดินกลับออกไปหาไมค์ที่ยืนพิงกำแพงรอเธออยู่ โดยมีกระเป๋าลากวางอยู่ข้าง ๆ ตัว เธอเดินมาหยุดตรงหน้าเขาด้วยสีหน้าท่าทางที่หม่น ๆ

    “รอนานไหม”

    ไวโอลินถามเสียงอ่อย ๆ ราวกับเบื่อโลก ไมค์ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะย้อนถามกลับไปบ้าง

    “นั่นเธอเป็นอะไรหรือเปล่า”

    “...เปล่า” ไวโอลินตอบออกมาสั้น ๆ ชายหนุ่มเห็นเธอตาแดง ๆ เลยอดที่จะถามไม่ได้

    “ร้องไห้หรือเปล่าเนี่ย ดูเธอตาแดง ๆ นะ”

    “ร้องไห้เหรอ (ไวโอลินทำเสียงอึกอัก) ไม่ได้ร้องไห้นะ”

    ไมค์ทำหน้าไม่ค่อยเชื่อ ไวโอลินอึกอักรีบอธิบาย

    “เมื่อกี้ตอนกดครีมล้างมือ มันกระเด็นเข้ามาในตา ก็เลยรีบล้างมันออก เนี่ย ๆ ยังรู้สึกแสบตาอยู่เลย ไม่เชื่อนายดูสิ ๆ”

    ไวโอลินพูดเสียงสูงชี้มาที่เบ้าตาข้างหนึ่ง ทำทีจะแหวกลูกตาให้เขาดูเพื่อความสมจริง ไมค์หัวเราะคิกคัก ๆ แล้วยกมือขึ้นเพื่อเบรกเธอในทันใด

    “โอเค ๆ เชื่อแล้ว ๆ รีบเอากระเป๋าไปเก็บที่โรงแรม ก่อนก็ดีกว่านะ คือตอนเนี่ยหิวมากเลย อยากกินอาหารไทยเต็มทีแล้วเนี่ย”

    “ได้ ๆ ๆ ไปสิ ๆ”

    ว่าแล้วไวโอลินก็เดินนำหน้าไป แต่ก็อดที่จะหันกลับมากวาดสายตามองหาพันเจียกับผู้หญิงคนนั้นด้วยไม่ได้

    โรงแรมแห่งหนึ่ง

    ไวโอลินเดินนำหน้าไมค์มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์รอเช็คอินเพื่อขอเข้าพัก

    “สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ”

    “สวัสดีค่ะ พอดีจองห้องพักของที่นี่ไว้น่ะค่ะ” ไวโอลินยิ้ม

    “รบกวนขอทราบรหัสการจองด้วยค่ะ” พนักงานถามกลับ ไวโอลินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย พลางหันมายิ้มให้กับไมค์ เพราะเธอไม่รู้ว่าไมค์ได้จองไว้ด้วยหมายเลขอะไร จึงหันกลับไปถาม

    “ไมค์ (ไวโอลิน เรียกชื่อของชายหนุ่มเบา ๆ แกมกระซิบ) นายจองห้องพักแบบไหน รหัสจองอะไรหรอ ฉันจะได้บอกพนักงานถูก” หญิงสาวขมวดคิ้วรอคำตอบ แต่ไมค์กลับแค่อมยิ้มออกมาเล็ก ๆ พร้อมกับส่ายหน้าไปมาเบา ๆ เหมือนว่าตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

    “ไม่รู้”

    ไมค์หัวเราะแฮ่ะ ๆ ไวโอลิน เอียงคอเล็ก ๆ แล้ว หันไปยิ้มหวาน ๆ ให้กับพนักงานที่ยืนรอคำตอบอยู่ ไวโอลินหันกลับมายิ้มกัดฟันกรอด ๆ ให้กับไมค์ก่อนจะพูดเป็นเสียงกระซิบว่า

    “ได้ไง!”

    ไมค์ยังคงสั่นหัวไปมาเบา ๆ พลางมองหาใครบางคนที่เขานัดไว้ ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ใครคนหนึ่งที่เพิ่งจะเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ด้านหลังของไวโอลินเมื่อครู่

    “เธอลองหันไปถาม...เจ้านั่นดูสิ”

    ไมค์พูดจบ ไวโอลินก็หันกลับไปมองตามที่เขาบอก ก่อนจะถึงกับอึ้งไปทันที เมื่อได้เห็นหน้าของผู้ชายคนนั้นซึ่งเธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไวลินยืนนิ่งราวกับถูกสต็อปไว้ชั่วขณะ

    “หวัดดี...ฮอร์น!”

    “ยินดีต้อนรับ ไมค์!”

    ไมค์เดินเข้ามาทักทายฮอร์น ในขณะที่ฮอร์นเองเดินมาแตะที่ไหล่ของไมค์เบา ๆ เป็นการทักทายตอบ

    “นี่ไวโอลิน…”

    ไมค์ยังไม่ทันจะได้แนะนำ ไวโอลินให้เขาได้รู้จัก ฮอร์นก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อน

    “ไวโอลิน...น้องสาวคนเดียวของนายเลิฟ”

    “เฮ้! นี่รู้จักกันแล้วเหรอ”

    ไมค์ถึงกับเซอร์ไพรส์ที่รู้ว่าทั้งสองคนรู้จักกันแล้ว จะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำความรู้จักกันให้ยุ่งยาก

    “รู้จักดีเลยล่ะ"

    ฮอร์นบอกพลางยิ้มออกมากว้าง ๆ ไวโอลินยืนตัวแข็งทื่อ เพราะไม่คิดว่าเพื่อนของไมค์ที่บอกนั้นจะหมายถึงฮอร์น

    หลังจากที่ไมค์นำกระเป๋าขึ้นไปเก็บในห้องพักชั้นบนสุดของทางโรงแรม ซึ่งฮอร์นได้ทำการเช็คอินเอาไว้ล่วงหน้าให้กับเขา ตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

    ไมค์เปลี่ยนจากชุดที่ใส่ระหว่างการเดินทาง มาเป็นเสื้อผ้าที่สบาย ๆ เป็นเสื้อยืดกางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบให้ดูเหมือนกันวัยรุ่นไทยทั่วไปที่อาศัยอยู่ที่นี่ แม้ว่าจะมาที่นี่ไม่กี่ครั้ง แต่ไมค์ก็คุ้นเคยกับการแต่งตัว และอาหารการกินของเมืองไทยเป็นอย่างดี

    ที่หน้าล็อบบี้ทางเข้าของโรงแรม มีมุมรับแขกสบาย ๆ สำหรับให้ลูกค้าได้นั่งเล่น และจิบชาอุ่น ๆ กันแบบชิว ๆ ฮอร์น ไมค์ และไวโอลินจึงพากันมานั่งเล่นที่หน้าล็อบบี้ หลังจากที่กลับมาจากมื้อค่ำที่ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับโรงแรม และ เป็นส่วนหนึ่งของทางโรงแรมแห่งนี้ หากแต่ได้แบ่งตัวอาคารแยกออกไปให้ดูชัดเจน เพื่อรองรับแขก หรือ ลูกค้าที่ไม่ได้เข้ามาใช้บริการในส่วนของทางโรงแรม เพื่อให้ไม่เป็นการรบกวนลูกค้าของทางโรงแรมอีกด้วย

    ไมค์เริ่มบทสนทนาขึ้นทันที เมื่อพวกเขานั่งลงที่โซฟารับแขกอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

    “อาหารเมื่อกี้อร่อยมาก ๆ เลยนะ นี่สงสัยฉันต้องหาแฟนเป็นสาวไทยบ้างแล้ว จะได้ขอให้ทำอาหารไทยอร่อย ๆ ให้กินทุกมื้อ” ไมค์พูดกับทั้งสองคน แต่ไม่มีใครเอ่ยปากตอบรับคำสนทนาของเขาเลยสักคน เพราะตั้งแต่ที่ร้านอาหารก็เห็นจะมีแค่ไมค์เท่านั้น ที่นั่งพูด ๆ อยู่คนเดียว จนเขาเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ที่สองคนนี้เงียบผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่บอกว่ารู้จักกัน แต่ไม่ยักกะพูดจา หรือ มองหน้ากันเลยด้วยซ้ำ

    “นี่นายสองคน รู้จักกันจริง ๆ หรือเปล่าเนี่ย ฉันชักจะสงสัยแล้ว” ไมค์หันไปถามฮอร์น ก่อนจะหันไปทางไวโอลินเพื่อขอคำตอบ

    “รู้สิ เธอคือไวโอลิน น้องสาวของนายเลิฟ...เพื่อนเราไง”

    “นั่นสิ นายก็รู้จัก แต่ทำไมไวโอลิน ไม่พูดกับนาย แล้วนายก็ไม่พูดกับเธอ” ไมค์ถามงง ๆ ฮอร์นยิ้มอ่อน ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นมาโอบไหล่หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ บนโซฟาตัวยาว

    “โทษทีนะ ฉันอาจจะลืมบอกไป คือจริง ๆ แล้ว เราสองคนเป็นแฟนกัน”

    “หา! ปะ...เป็นแฟนกัน!” ไมค์อุทานเสียงดัง จนพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์หันมามอง

    “อือหือ!” ฮอร์นพยักหน้าแล้วค่อย ๆ ถอนมือออกมาจากไหล่ของเธอ เมื่อหันไปเห็นสีหน้าของไวโอลินที่ดูจะไม่เล่นด้วย

    “ที่นายเล่าให้ฟังบ่อย ๆ ว่ามีแฟนแล้ว คือน้องสาวนายเลิฟเองน่ะเหรอ” ไมค์ยังคงข้องใจอยู่

    “อือหือ!” ฮอร์นพยักหน้า

    ในขณะที่ไวโอลินนั้นรู้ดีว่า สถานะภาพระหว่างฮอร์นกับเธอในตอนนี้นั้นมันไม่ใช่อย่างที่ไมค์เข้าใจแล้ว แม้ว่าเธอยังคงมีความรู้สึกดี ๆ ต่อฮอร์น แต่เพราะว่าฮอร์นเลือกที่จะเดินไปจากเธอ

    ไวโอลินคงเหนี่ยวรั้งเขาไว้ต่อไปไม่ได้ เธอจำเป็นต้องพยายามหักห้ามใจ และในวันที่เธอเริ่มทำใจได้แล้วเธอจึงเลือกที่จะไม่ขอกลับไปเจ็บอีก

    ไวโอลินเริ่มรู้สึกอึดอัด กลืนไม่เข้าคายไม่ออก กดดันกับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า และเพราะไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมฮอร์นถึงบอกออกไปแบบนั้น

    “จริง ๆ แล้วเรา!”

    ไวโอลินไม่ทันจะได้แก้ตัวออกไป ไมค์ก็ถามแทรกขึ้นมาก่อน

    “เป็นแฟนกัน! แล้วทำไมวันครบรอบของเลิฟ พวกนายถึง ไม่ได้ไปร่วมเคารพศพ ด้วยกันล่ะ” ฮอร์นหันมาหาไวโอลิน แล้วหันมาสบตากับไมค์อีกทีเพื่อตอบ

    “คือตอนนั้น ไวโอลินยังไม่รู้ว่าฉันเป็นนักแข่งเหมือนกับพี่ชายของเขา ฉันก็เลยเลือกตามไปทีหลัง หลังจากที่เธอกลับมาแล้ว เพราะไวโอลินเสียเลิฟไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ฉันเลยไม่อยากให้เธอเป็นห่วง” ไมค์พยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วซักถามกลับไปอีก

    “แล้วนายสองคน คบกันนานหรือยัง คบกันตั้งแต่เมื่อไหร่”

    “เราคบกัน หลังจากการตายของเลิฟหนึ่งเดือน” ฮอร์นกำลังจะอธิบายต่อ แต่ทว่าไวโอลินกลับชิงตัดบทขึ้นมาเสียก่อน

    “พอทีเถอะ!” ทั้งไมค์และฮอร์นหันมามองเธอเป็นตาเดียว

    “ไวโอลิน” ไมค์เอ่ยออกมาเบา ๆ ที่เห็นเธอแสดงสีหน้าเครียด ๆ ออกมา

    “เราสองคน เลิกกันแล้ว (พูดน้ำเสียงเรียบ ๆ) เราเลิกกันแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องรื้อฟื้น หรือพูดถึงอดีตตอนนี้หรอกนะ นายเลิกพูดเรื่องนี้เถอะ...ฮอร์น” ไวโอลินหันไปหาฮอร์น ขณะที่บอกกับเขา

    “นายสองคน เลิกกันแล้วงั้นเหรอ เอาเป็นว่าฉันเข้าใจแล้ว ว่าทำไมพวกนาย ถึงได้เอาแต่เงียบ ไม่พูดไม่จากันเมื่อกี้ โอเค...งั้นเรามาเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่านะ” ไมค์กล่าว แล้วหันไปหาฮอร์น ก่อนจะหันกลับไปหาไวโอลินอีกครั้ง

    “ความจริง ที่ฉันมาที่นี่ จริง ๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องเที่ยวอย่างเดียวหรอกนะ” ไมค์บอก

    “หมายความว่าไง ที่นายพูดว่าไม่ได้มาที่นี่แค่เรื่องเที่ยวเท่านั้นน่ะ” ไวโอลินถาม ด้วยความใคร่รู้ ฮอร์นยิ้มบาง ๆ แล้วหันไปชี้แจงกับไวโอลินแทนไมค์

    “ฉันขอให้ไมค์มาที่นี่ เพื่อเข้าร่วมแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ”

    “หมายถึง การแข่งรถซูเปอร์คาร์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอาทิตย์หน้าเหรอ”

    “อืม...ฉันมาร่วมทีมเดียวกับฮอร์น” ไมค์ตอบกลับไป

    “การแข่งขันจะมีขึ้นอาทิตย์หน้าที่ชลบุรี!” ฮอร์นเสริม ไวโอลินถึงกับทำอะไรไม่ถูก เมื่อรู้ว่าฮอร์นขอให้ไมค์มาร่วมทีมกับเขา ในขณะที่เธอเองก็สนใจที่จะชวนไมค์มาร่วมทีมกับพวกของพันเจียเช่นเดียวกัน แต่ว่ามันคงจะช้าไปซะแล้วที่เธอจะขอให้ไมค์เข้ามาร่วมทีมเดียวกับพันเจียแทนการร่วมทีมกับฮอร์น

    คล้ายกับเรื่องเบรกไม่หยุด...ให้ฉุดมารัก!​ ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663