ร่ำรือกันแต่โบราณว่าเมื่อจิ้งจอกตัวไหนบำเพ็ญตบะครบหนึ่งร้อยปีก็จะมีหางงอกเพิ่มขึ้นมาหนึ่งหาง ยิ่งหางมากเท่าไหร่ก็จะมีฤทธิ์มากขึ้นเป็ทวีคูณ นอกจากจะมีวิชาอาคมแก่กล้า ปีศาจจิ้งจอกยังมีพลังชีวิตมหาศาล อึดจนแทบจะเป็ะ จิ้งจอกเก้าหางทั้งตัวผู้และตัวเมียสามารถแปลงร่างเป็มนุษย์ ตัวเมียมักจะปรากฏตัวในร่างสาวสวย คอยสูบพลังชีวิตของเฒ่าหัวงูทั้งหลาย แต่บางตำนานก็กล่าวว่าจิ้งจอกเก้าหางเป็ปีศาจที่มีรักแท้ และพร้อมที่จะทำทุกสิ่งเพื่อความรัก
ด้วยเหตุที่ปกติไม่ว่าจะเป็เทพหรือปีศาจก็มักจะไม่ข้ามเขตแดนของตน เ้าที่เ้าทางของบ้านเราจึงไม่ค่อยจะคุ้นกับเทพหรือปีศาจของประเทศอื่นอย่างปีศาจจิ้งจอก โดยเฉพาะเทพหรือปีศาจที่สามารถปรากฏตัวในต่างถิ่นได้ มักจะมีพลังมากกว่าเทพหรือปีศาจทั่วไป แน่นอนว่าิญญาเล็ก ๆ อย่างเ้าที่เ้าทางนั้นยากจะรับมือกับผู้ยิ่งใหญ่พวกนี้ได้ ความหวังในการรับมือกับปีศาจจิ้งจอกเก้าหางจึงอยู่ที่ความสามารถพิเศษของผม เทวิน อินองค์จันทร์
แหมคิดแล้วรู้สึกเท่จริง ๆ เสียแต่ว่าตอนคับขันดันเข้าทรงเทพไม่ได้ซะอย่างงั้น
“ไม่แน่ใจครับ ตอนกลางวันผมลองอัญเชิญท่านทูต์ราฟาเอลก็ไม่มา สงสัยติดธุระอยู่”
ปีศาจจิ้งจอกลอยตัวมายืนอยู่หน้าประตูบ้าน ตอนนี้เป็เวลาเกือบตีสาม พ่อกับแม่คงหลับอยู่ ส่วนไอ้จ้อนไม่รู้อยู่ไหนไม่ยอมออกมาช่วยกันเลย เลี้ยงเสียอาหารเม็ดบวกข้าวสุกจริง ๆ ไอ้นี่
แม้จะเป็กลางคืน แต่ผมรู้สึกว่าร่างของปีศาจจิ้งจอกเป็ประกายในความมืด จากชั้นสองมองลงไปจึงเห็นหน้าของเธอได้ชัด ต้องยอมรับเลยว่าปีศาจตนนี้สวยมาก แต่เป็ความสวยร้าย ๆ แบบเหนืุ์ มองแล้วให้ความรู้สึกเย็น ๆ เศร้า ๆ
เธอใช้สายตายั่วยวนมองมาทางผม ดวงตาคมกริบบาดใจ สองมือไข้วหลัง เอนตัวมาจนหน้าอกชิดประตูรั้ว ท่าทางท้าทายจนน่าะโเข้าไปลงโทษซะให้เข็ด
“ระวังอย่าสบตากับปีศาจตนนี้ เทวิน เดี๋ยวจะถูกสะกดจิตเอาได้”
เ้าที่เตือนพร้อมยกมือขึ้นพนม แสงสีขาวนวลก็ครอบคลุมบริเวณบ้านผมเอาไว้ มองดูคล้ายกำแพงเวทมนตร์ที่ป้องกันฮอกวอตส์จากพวกของโวเดอมอร์
ปีศาจคนสวยใช้นิ้วจิ้มกำแพงเวทย์
“พวกเ้าคิดว่าของแค่นี้จะขวางข้าฯได้งั้นรึ”
แม้จะพูดห้วน ๆ แต่น้ำเสียงของเธอหวานกว่าคุณแพรวโอเปอเรเตอร์ขององค์การ UPO. แต่ในความหวานแฝงไว้ด้วยประกายเย็นะเื และถึงจะอยู่ห่าง แต่เหมือนเสียงนั่นกระซิบอยู่ข้างหู คล้ายลมเย็นพัดผ่านไปจนขนหูลุกซู่
“ท่านเ้าที่เอาอยู่ไหมครับ”
ผมมั่นใจแล้วว่าปีศาจตนนี้ไม่ธรรมดา
เ้าที่เ้าทางขมวดคิ้วสีขาวดก หน้าตาเคร่งเครียดเหมือนกับผมตอนทำข้อสอบปลายภาค ดูท่าคงไม่เล็งผลเลิศเท่าไหร่
“ปกติผมจะป้องกันปีศาจหรือสิ่งชั่วร้ายที่จะเข้ามาในอาณาบริเวณบ้านของเราได้จนถึงรุ่งเช้า จากนั้นแสงของสุริยเทพจะปัดเป่าพวกผีปีศาจให้หนีไป แต่ปีศาจตนนี้มีฤทธิ์มากเหลือเกิน หากมันจะฝ่าเข้ามาจริง คงยันไว้ได้ไม่เกินตีห้า”
จิ้งจอกคนสวยถอยหลังครึ่งก้าว แล้วยกหลังมือขึ้น
ฟาดกำแพงเวทมนตร์ของเ้าที่เบา ๆ
เสียงดังตูมเหมือนคนขว้างะเิใส่กำแพงเวทย์สีขาวนวล รอยปริร้าวกระจายไปทั่วจนเกือบจะแตก แต่ก็กลับคืนสภาพเดิมทันทีเมื่อเ้าที่พนมมือบริกรรมคาถาพึมพำ
“สงสัยจะไม่เกินตีสี่แล้วครับ”
ประโยคนี้เล่นเอาผมหน้าเหวอ เพราะเท่ากับมีเวลาเหลืออีกไม่ถึงชั่วโมง
“ไหงงั้นละครับ”
“พลังของปีศาจตนนี้ใกล้เคียงกับเทพทีเดียว คุณเทวินรีบหาทางแก้ไขเถอะครับ”
ผมเก้ ๆ กัง ๆ หยิบมือถือกับกระเป๋าเงินขึ้นมา นึกไม่ออกว่าจะโทรไปหาองค์การ UPO ดี หรือจะลองเข้าทรงเทพอีกดี ระหว่างที่กำลังคิดรถสายตรวจคันหนึ่งก็แล่นเปิดไฟเข้ามาในซอยของหมู่บ้าน ซึ่งไม่ใช่เื่ปกติ เพราะหมู่บ้านเล็ก ๆ ของผมค่อนข้างสงบเงียบ ไม่มีใครสนใจมาดูแล แม้แต่ รปภ.ยังไม่เคยมี อย่าว่าแต่ตำรวจที่ร้อยวันพันปีไม่เห็นผ่านมา
ปีศาจจิ้งจอกหายวับไป
รถสายตรวจแล่นเอื่อย ๆ ช้าจนผิดปกติ แต่ไม่ว่าจะช้าแค่ไหน ก็ต้องผ่านบ้านของผมไปในที่สุด
พอคล้อยหลังไม่นาน ปีศาจจิ้งจอกก็ยืนเขย่งปลายเท้าอยู่บนหลังคาบ้านฝั่งตรงข้าม
“ตื้อจริงแม่นางคนนี้”
เสียงดังมาจากด้านหลังทำผมสะดุ้งโหยง พอหันไปก็เห็นตือโป๊ยก่ายยืนพุงหลามถือคราดอย่างผ่าเผย จึงถอนใจอย่างโล่งอก
“ท่านเข้ามาได้ยังไงครับ”
ผมถามด้วยความสงสัย เพราะขนาดปีศาจจิ้งจอกที่ดูน่ากลัวยังผ่านกำแพงมนตร์ของท่านเ้าที่มาไม่ได้ นับประสาอะไรกับพี่ตือของผม
“แม่ทัพเทียนเผิงมิได้มาร้ายครับ”
เ้าที่ตอบแทน
“ดีเลย งั้นขอเชิญท่านแม่ทัพออกไปสู้กับปีศาจจิ้งจอกเลยครับ”
ผมยกมือคำนับแบบหนังจีน
ตือโป๊ยก่ายส่ายหัวจนเหนียงคอกระเพื่อม
“ข้าฯสู้นางไม่ได้”
“เป็ผู้ชายทำไมยอมแพ้ง่ายอย่างนี้ละครับ”
พี่ตือยิ้มหน้าบาน
“เมื่อเช้าขนาดข้าฯอาศัยทีเผลอใช้คราดฟาดไปเต็มที่ นางยังไม่เป็อะไรสักนิด ปีศาจระดับนี้คงต้องพี่ใหญ่เท่านั้นถึงจะพอฟัดพอเหวี่ยงกัน”
“พี่ใหญ่ ใครหรือครับ”
“มุ้ยเกาอ๋อง”
“ใครครับมุ้ยเกาอ๋อง”
“ก็พญาวานรโสภายังไง”
“ยิ่งไม่รู้จักเลยครับ”
“พวกเ้าคงเคยได้ยินชื่อซุนหงอคงหรือเห้งเจียกระมัง”
“ถ้าชื่อนี้พอรู้จักครับ”
พวกเทพนี่มีหลายชื่อจริง พอเรียกไม่ถูกใจมีเคืองอีกต่างหาก
“แล้วตอนนี้พี่ใหญ่ของท่านแม่ทัพอยู่ไหนครับ”
“ไม่รู้”
“อ้าว”
ความหวังของผมริบหรี่ไปอีก
“งั้นท่านแม่ทัพกับท่านเ้าที่ช่วยกันรุมไหวไหมครับ ผมจะเป็กำลังใจให้จากในบ้าน”
ทั้งสองส่ายหน้าพร้อมเพรียงอย่างกับนัดกันมา
อะไรบางอย่างสะกิดให้ผมหันไปมองฝั่งตรงข้าม ก็เห็นจิ้งจอกเก้าหางถือขนสีขาวเส้นเล็กเส้นหนึ่ง แล้วใช้สองนิ้วดีดขนนั้นมาทางพวกผม
ขนสีขาวลอยช้า ๆ ผ่านกำแพงของเ้าที่ แล้วเพิ่มความแบบฉับพลัน ผมยังไม่ทันตั้งตัว เ้าที่เ้าทางก็อยู่ในท่าพนมมือ ส่วนตือโป๊ยกายกระชากร่างผมเหวี่ยงไปบนที่นอนดังป้าบ ก่อนหมุนตัวฟาดคราดใหญ่ปะทะกับขนจิ้งจอกที่พุ่งทะลุหน้าต่างเข้ามา
เสียงเหมือนคราดฟาดโดนก้อนหินใหญ่ดังจนแก้วหูผมลั่นเปรี๊ยะ บ้านะเืทั้งหลัง คราดในมือของตือโป๊ยก่ายสั่นกัก ๆ จนแม่ทัพเทียนเผิงของเราต้องใช้มืออีกข้างช่วยจับไว้ไม่ให้คราดหลุดมือจนเสียมวย
ขนนั่นพุ่งวาบผ่านหน้าต่างเข้ามาโดยที่กระจกหน้าต่างไม่แตกสักนิด
“ร้ายกาจ”
ตือโป้ยก่ายเสียงเครียด หันไปทางเ้าที่
“เ้าป้องกันขนนี่ไม่ได้หรือ”
“กำแพงมนตร์ต้านพลังของมันไปครึ่งหนึ่งแล้ว หาไม่จะรุนแรงกว่านี้อีกมาก”
คำตอบของเ้าที่ทำให้ผมน้ำลายเหนียวคอ นี่ขนาดพลังลดไปครึ่งหนึ่ง พี่ตือโป้ยก่ายกับเ้าที่ยังตึงมือขนาดนี้ อย่าลืมว่าปีศาจจิ้งจอกเพิ่งจู่โจมด้วยขนเพียงเส้นเดียวนะครับ ถ้าเธอสลัดขนมาทั้งตัวได้นึกไม่ออกว่าจะเป็ยังไง
ทันใดนั้นรถหลายคันแล่นมาจากทุกทิศทุกทางจนฝุ่นคลุ้งไปทั่ว ทุกคันเปิดไฟหน้าสว่างจ้า พยายามหันหน้ารถให้ไฟส่องไปทางปีศาจจิ้งจอกที่อยู่บนหลังคา บางคันเป็รถตำรวจ บ้างคันเป็รถธรรมดา คนในชุดตำรวจและสูทสีดำลงมาจากรถราวสามสี่สิบคน
ผมจะไม่แปลกใจถ้าทุกคนถือปืนหรือมีด หรือแม้แต่ไม้ง่ามสำหรับใช้จับพวกคนร้ายที่มักจะเห็นในข่าว แต่เท่าที่เห็นคือในมือของแต่ละคนถือไม้ตียุง
ใช่ครับไม้ตียุง ผมพยายามมองยังไงก็เป็อย่างอื่นไปไม่ได้ คนพวกนี้ท่าทางขึงขัง หน้าตาเอาจริงเอาจัง แต่กลับถือไม้ตียุงในมือ รูปร่างเหมือนไม้ตียุงอันละไม่กี่สิบบาทที่หาซื้อได้ตามตลาดนัดทั่วไป
จิ้งจอกเก้าหางยิ้มเยาะ ยื่นนิ้วชี้ออกมา ก็มีประกายแสงพุ่งจากนิ้วเข้าใส่ตำรวจที่ถือไม้ตียุงยืนอยู่หน้าสุด คนทั้งหมดรีบยกไม้ตียุงขึ้น แสงจากการโจมตีของปีศาจจิ้งจอกกระจายจากไม้ตียุงของคนที่อยู่ด้านหน้า ไปหาไม้ตียุงของคนที่อยู่ด้านหลังทุกคน ทำให้พลังของการโจมตีลดลง แต่คนกว่าครึ่งก็เซถลาล้มกลิ้งกับพื้นอย่างทุลักทุเล
“จะสังหารพวกเ้านั้นง่ายมาก”
น้ำเสียงเย็น ๆ ของเธอฟังดูขุ่นเคืองขึ้นมา
“รีบทำอะไรเข้าเถอะเทวิน ไม่งั้นคนพวกนี้ตายหมดแน่”
ตือโป๊ยก่ายระล่ำระลัก
ผมพยายามรวบรวมสติ เมื่อตอนกลางวันท่านทูต์ไม่ตอบรับคำอัญเชิญ คราวนี้คงต้องลองเทพฝั่งเอเชียดูบ้าง พอคิดถึงเห้งเจียหรือซุนหงอคงพี่ใหญ่ของตือโป๊ยก่าย ภาพของลิงั์ในหนังจีนก็ผุดเข้ามาก่อนเพื่อน
เมื่อตัดสินใจได้ก็หยิบบัตรแพลตตินั่มขององค์การ UPO. ออกมาจากกระเป๋าเงิน
“ผมเทวิน อินองค์จันทร์ ขออัญเชิญท่านเห้งเจีย”
เงียบ
“พี่ใหญ่ชอบให้เรียกอีกชื่อหนึ่ง”
ตือโป๊ยก่ายรีบแนะ
“ผมเทวิน อินทร์องค์จันทร์ ขออัญเชิญท่านมุ้ยเก้าอ๋อง”
พลังความร้อนเหมือนไฟไหม้ลามไปตามเส้นเืของผม ร้อนจนเืแทบจะระเหย ถัดจากนั้นเส้นประสาทก็ร้อนตามมาติด ๆ กล้ามเนื้อทุกส่วนปะทุเหมือนูเาไฟ ภาพทีเห็นตรงหน้าคือเปลวเพลิงสีแดงเข้มจนเกือบดำ มีธงสีแดงดำปนเหลืองเป็แฉกสะบัดปลิวอยู่รอบตัว พร้อมกับเสียงคำรามก้องของสัตว์อะไรสักอย่างหนึ่ง ไม่เหมือนเสือหรือสิงโต เป็เสียงดังด้วยความโกรธในระดับที่มนุษยชาติไม่เคยไปถึง
จากนั้นสติของผมก็ดับวูบลงเหมือนคนปิดไฟ
“วินตื่นได้แล้ว สายแล้วลูก”
เสียงเรียกของแม่ดังแว่ว ๆ มาจากนอกห้อง ผมพยายามยกเปลือกตาขึ้นอย่างยากเย็น พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง ความรู้สึกแรกที่เข้ามาคือเหนื่อยเหมือนกับแบกควายวิ่งมาราธอนถอยหลัง พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดคลานลงจากเตียงไปหมุนกลอน
พอประตูห้องนอนเปิดออก ไอ้จ้อนก็ะโผางเข้ามา ผมยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกมันเลียหน้าเลียจนน้ำลายเปียกเต็มไปหมด
“ระวังเ้าจ้อนนะลูก เช้านี้เป็อะไรก็ไม่รู้ คึกใหญ่เชียว”
เสียงแม่ะโมาจากชั้นล่าง แต่ช้าไปเสียแล้ว ไอ้จ้อนแกว่งหูแกว่งหางเลียหน้าผมจนหนำใจแล้วก็วิ่งลงไปชั้นล่าง
คำว่าเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดคงน้อยไปสำหรับตอนนี้ แขนและขาของผมสั่นไปหมด สมองมึนงงคิดอะไรไม่ออก เบลอเหมือนคนขาดน้ำตาล ค่อย ๆ กระดึ๊บ ๆ ลงจากชั้นบนลงมาที่โต๊ะกินข้าว
พ่อผู้ทันสมัยยังคงกางหนังสือพิมพ์อ่านเหมือนเคย ส่วนแม่ก็ง่วนอยู่ในครัว
กะเพราไก่ไข่ดาววางคู่กับพิซซ่าอยู่บนโต๊ะอาหาร ดูไม่น่าจะเข้ากันได้
“แม่ซื้อพิซซ่ามาจากไหนแต่เช้าครับ”
“เ้าเดิมนะแหละ อยู่ ๆ ก็เอามาส่งบอกว่าลูกได้รางวัลพิเศษอีกแล้ว แปลกจริง”
“อ๋อครับ”
ผมเออออห่อหมกไปก่อน เดาได้ว่านี่คงเป็อาหารพิเศษจากองค์การ จึงรีบหยิบพิซซ่าชิ้นหนึ่งยัดเข้าปากอย่างหิวโหย เรี่ยวแรงเริ่มกลับมา แขนขาก็หยุดสั่น
หลังจากฟาดพิซซ่าไปสามชิ้น กะเพราไข่ดาวอีกหนึ่งจาน ผมก็มานั่งเรอเอิก ๆ อยู่ที่โซฟาเก่าหน้าทีวี เอาขาวางพาดหัวไอ้จ้อนไว้แก้แค้นที่ถูกจู่โจมเมื่อเช้า
“วินไม่ไปเรียนหรือลูก”
แม่ถามผมหลังจากที่พ่อออกไปทำงาน
“วันนี้เหมือนไม่สบาย ว่าจะหยุดอยู่บ้านครับแม่”
“เป็หวัดหรือเปล่า เดี๋ยวแม่เอายาให้”
ปิ้งป่อง
ผมยังไม่ทันได้นึกคำพูดตอบแม่ เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น
แม่เดินไปเปิดประตู สาววัยรุ่นหุ่นแข็งแรงกระทัดรัดในชุดเสื้อนักศึกษาสีขาวกับกางเกงยีนส์แน่นเปรี๊ยะยืนอยู่หน้าบ้าน
“สวัสดีค่าคุณแม่”
แม้จะดูกระโดกกระเดกไปบ้าง แต่เธอก็นับว่าเป็ชาวต่างชาติที่ไหว้สวยใช้ได้
“คัธย่า มายังไงละลูก แต่เสียดายวันนี้เทวินไม่สบาย อ้าว”
แม่ทำเสียงแปลกใจเมื่อหันมาเห็นผมเด้งตัวลุกอย่างรวดเร็ว
“ผมดีขึ้นแล้วครับแม่ เดี๋ยวไปเปลี่ยนชุดก่อน”
จากนั้นไม่กี่นาทีผมก็กอดเอวบาง ๆ ซ้อนท้ายบิกไบค์คัธย่าคนสวยมาที่มหาวิทยาลัย
“เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น”
คัธย่าถามหลังจากรอให้ผมดูดกาแฟหวานเจี้ยบไปครึ่งแก้ว
“คุณรู้ด้วยหรือ”
“มีรายงานถึงพลังที่รุนแรงปะทะกันแถวบ้านของคุณ ตอนแรกฉันจะไปดู แต่หน่วยงานของฉันแจ้งว่าคุณได้รับการคุ้มครองจากองค์การของพวกคุณแล้ว ไม่อยากให้ฉันเข้าไปก้าวก่าย ฉันเลยรออยู่ที่หอพัก”
ได้รับการคุ้มครอง ถ้าคัธย่าเห็นพวกที่ถือไม้ตียุงต้านทานการโจมตีของปีศาจจิ้งจอกเมื่อคืน ไม่รู้จะคิดยังไง
แต่เหตุการณ์หลังจากนั้นผมก็จำไม่ค่อยได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ผมถูกปีศาจจิ้งจอกจู่โจมนะ”
“ปีศาจจิ้งจอก เป็ยังไงหรือเทวิน ฉันไม่เคยเห็นเลย”
“อธิบายยาก ก็เหมือนคนนี่แหละแต่สวยแบบน่ากลัว”
“แล้วทำไมปีศาจถึงโจมตีคุณ”
“อันนี้ผมก็ไม่รู้”
คัธยาทำท่าหนักใจ
“คุณต้องระวังตัวนะ เท่าที่ฉันรู้ การติดต่อกับเทพหรือปีศาจ ไม่ได้มีแต่ข้อดี คนทั่วไปไม่สามารถรองรับพลังงานที่มากขนาดนี้ได้ และเท่าที่ฉันค้นคว้ามา ยิ่งเราติดต่อกับเทพได้มากเท่าไหร่ พวกปีศาจก็จะสังเกตเห็นเราได้มากขึ้น”
“จริงเหรอคัธย่า แล้วผมต้องทำยังไง”
คัธยาเอนตัวมาใกล้ ผมพยายามสูดกลิ่นน้ำหอมผสมเหงื่อของเธอ
“ฉันไม่แน่ใจ พวกเราศึกษาทดลองมาหลายปี จึงทำอุปกรณ์ตรวจจับพลังงานของเทพกับปีศาจได้สำเร็จ การที่คนธรรมดาแบบคุณติดต่อกับเทพได้โดยตรง ฉันไม่เคยพบมาก่อน”
นี่แสดงว่าการเข้าทรงของผมอาจเป็อันตรายได้ ไอ้ผมก็ไม่เคยคิดถึงเื่นี้เลย สงสัยคงต้องปรึกษากับทางองค์การ UPO. อย่างจริงจังละ
แค่คิดเท่านั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“สวัสดีค่ะ คุณเทวิน ปลอดภัยดีไหมคะ”
“ดีครับคุณแพรว”
“ทางองค์การต้องขอโทษด้วยที่เข้าไปช่วยเหลือคุณช้า แต่คนของเราก็พยายามกันอย่างเต็มที่ค่ะ”
“คนขององค์การคือตำรวจกับพวกที่สวมสูทสีดำเมื่อคืนเหรอครับ”
“ใช่แล้วค่ะ”
“มีใคราเ็ไหมครับ”
“มีคนาเ็เล็กน้อยไม่กี่คนเท่านั้น ดีที่อุปกรณ์ชนิดใหม่ของเราใช้ได้ผล”
“อุปกรณ์ที่เหมือนไม้ตียุงนั่นเหรอครับ”
“แหม แค่คล้ายเท่านั้นค่ะ คุณเทวินไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว พ่อปู่ฝากบอกว่าจะติดต่อคุณเทวินเย็นนี้ ท่าทางจะต้องคุยยาวด้วยนะคะ”
“ครับคุณแพรว”
พอผมวางสายก็เห็นดวงตาสีฟ้ากลมโตของคัธย่ามองจ้องมา
“เดี๋ยวเย็นนี้ผมปรึกษากับทางองค์การแล้วค่อยโทรหาคุณได้ไหมครับ”
คัธย่ายิ้มน้อย
“ได้สิเทวิน คุณโทรหาฉันได้ตลอดเวลานะ”
ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่า วันนี้คัธย่าเหมือนทำตัวติดกับผมตลอด เล่นเอาไอ้โต้งกับเพื่อน ๆ แช่งชักกันเป็แถว
“ไง เป็แฟนกันแล้วสิ”
ไอ้โต้งมายืนส่งเสียงหนัก ๆ ข้างหลังผม เมื่อเห็นว่าคัธย่าไปทำธุระ
“ใช่”
“สัตว์”
“อ้าว ไอ้นี่”
“พวกกูไม่เชื่อ”
“ตรูออกจะหล่อเหลา น้องเขาเลยถูกใจ”
“มึงต้องมีอะไรปิดบังแน่”
ชะไอ้นี่ฉลาดเสียด้วย สมกับเป็เพื่อนผม แต่ยังไงก็บอกมันไม่ได้ ยิ่งตอนนี้ผมเริ่มรู้แล้วว่าการเข้าทรงของผมอาจมีอันตรายได้
“มีอะไรหรือเปล่าเทวิน”
คัธย่าที่เดินกลับมาส่งเสียงถามเมื่อเห็นไอ้โต้งกำลังทำท่าจะเขมือบผม
“ไม่มีอะไรหรอก พวกคนบ้านะ เรากลับกันเลยไหมครับ”
คัธย่าพยักหน้า ดูท่าอยากให้ผมรีบโทรหาองค์การ แล้วเล่าเื่ให้เธอฟัง แต่ไอ้โต้งคงเข้าใจว่าพวกผมจะไปหาที่จีบกัน
แต่ไม่ว่ายังไง คัธย่าก็ขี่บิกไบค์ฝ่าสายตาอาฆาตของไอ้โต้งกับเพื่อนๆ มาส่งผมที่บ้านได้ในที่สุด ดูแล้วเธอไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไงเลย
“คุณต้องโทรหาฉันนะเทวิน ฉันอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ครับคัธย่า”
พอคัธย่ากลับไป ผมก็ทำเป็หมกตัวเล่นเกมส์ออนไลน์อยู่ในห้อง รอให้องค์การติดต่อมา
ในที่สุดโทรศัพท์เครื่องเก่าก็ดังขึ้น
“คุณเทวินาเ็ไหมครับ”
เสียงทุ้มคุ้นหูของพ่อปู่จริงจังกว่าที่เคย
“พ่อปู่ไปประชุมที่ยุโรปไม่ใช่เหรอครับ”
“ใช่ครับแต่ผมเป็ห่วงคุณเทวินมากกว่า”
“ผมไม่เป็ไรครับ แล้วคนขององค์การมีใคราเ็ไหมครับ”
“เล็กน้อยครับ เป็เื่ธรรมดา ดีปีศาจจิ้งจอกนั้นยังไม่ตั้งใจลงมือฆ่า ไม่งั้นคงมีคนตายบ้าง”
“เห็นคุณแพรวบอกว่าพ่อปู่มีเื่จะคุยกับผมยาวเลย”
พ่อปู่เงียบไปพักใหญ่ ทำผมเครียดขึ้นมา
“ก่อนอื่นทางองค์การ UPO. ต้องขอโทษคุณเทวิน ที่อยู่ ๆ ก็ดึงคุณกับครอบครัวมายุ่งกับเื่อันตรายแบบนี้ ไอ้กระผมเองตอนแรกก็มัวแต่ดีใจที่ประเทศของเรามีคนที่สามารถติดต่อกับเทพได้ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ทันสมัยเหมือนประเทศอื่นเขา เลยไม่ทันได้คิดถึงข้อเสียที่ตามมา”
ผมพยายามคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนที่จะหมดสติไป ก็พอจำได้ว่าจิ้งจอกเก้าหางโจมตีพวกผมด้วยขนเพียงเส้นเดียว เล่นเอาท่านเ้าที่กับตือโป้ยก่ายแทบรับมือไม่ไหว แต่จากนั้นเกิดอะไรขึ้นก็ยังนึกไม่ออก
“ไม่มีใครเป็อะไรก็ดีแล้วครับพ่อปู่ ว่าแต่เื่อันตรายนี่เป็ยังไงหรือครับ”
ผมอดเป็ห่วงพ่อแม่กับไอ้จ้อนไม่ได้
“อย่างที่คุณเทวินพอทราบอยู่แล้ว ว่าตอนนี้มีเทพกับปีศาจปรากฏกายในโลกมนุษย์บ่อยขึ้น ความจริงประเทศต่าง ๆ หลายประเทศก็มีความร่วมมือกันอย่างลับ ๆ เพื่อเผชิญปัญหาพวกนี้ สำหรับพวกปีศาจที่มีพลังไม่มาก บางครั้งคนธรรมดาที่ฝึกฝนมาดีบวกกับอุปกรณ์ที่สร้างมาเป็พิเศษก็สามารถขับไล่ไปได้ แต่ถ้าพวกที่มีพลังมาก ก็อาจต้องอาศัยกองทัพกันเลยทีเดียว หลายปีที่ผ่านมาประเทศอเมริกากับยุโรปสามารถสร้างอุปกรณ์ตรวจจับพลังงานระดับสูงได้ จึงมีความพยายามใช้พลังของเทพเพื่อจัดการกับปีศาจ แต่อุปกรณ์พวกนี้ต้องใช้เทคโนโลยีเฉพาะทาง ซึ่งประเทศของเราไม่มีเทคโนโลยีและเงินทุนในระดับนั้น เราจึงมุ่งเน้นไปที่การค้นหาคนที่มีความสามารถพิเศษที่สามารถใช้พลังของเทพได้แทน แต่ขอเรียนตามตรงว่าสิบกว่าปีที่ผ่านมาคุณเทวินคือคนที่ติดต่อกับเทพได้ดีที่สุดที่เราเคยพบเลยครับ”
“แล้วอันตรายที่ว่าละครับ”
“อันนี้ต้องเท้าความก่อนว่า แต่โบราณมาเทพหรือปีศาจมักจะปรากฏตัวในโลกมนุษย์ของเราอยู่เรื่อย ๆ โดยเทพมักจะมาช่วยเวลามนุษย์เดือดร้อน ส่วนปีศาจก็มักจะมาทำร้ายมนุษย์ แต่สมดุลของโลกก็ไม่เคยแกว่งไปมากนัก กระทั่งยี่สิบปีที่ผ่านมา เราพบว่าปีศาจมาสร้างปัญหาบ่อยขึ้น หลายครั้งยังเป็อันตรายตุ่์อย่างร้ายแรง แบบที่คุณเทวินเข้าทรงช่วยเหลือในครั้งก่อน ๆ หากไม่มีคุณเทวิน อาจจะมีคนล้มตายหลักพันหรือหมื่นคนก็ไม่ทราบ แต่เมื่อเราติดต่อกับเทพได้ เหมือนกับว่าพวกปีศาจก็จะให้ความสนใจคุณเทวินแล้ว ซึ่งตรงนี้ผมเกรงว่าอาจทำให้คุณเทวินกับครอบครัวมีอันตรายได้ครับ”
“แล้วพอมีทางแก้ไขไหมครับพ่อปู่”
“ทางที่ดีที่สุด คือคุณเทวินถอนตัวจากเื่นี้ไป ทางองค์การก็จะไม่ติดต่อคุณเทวินอีก เชื่อว่าพวกปีศาจก็น่าจะไม่มารังควานต่อครับ”
“แล้วถ้ามีปีศาจมาอาละวาดอีก ทางองค์การจะทำยังไงครับ”
“เราก็ต้องใช้ความร่วมมือกับทางต่างประเทศ บวกกับกองกำลังที่เตรียมไว้โดยเฉพาะ”
ผมนึกถึงพวกปีศาจที่ผ่านมา แต่ละตัวน่ากลัวไม่ใช่น้อย หากมีการต่อสู้กันจริง มนุษย์ไม่รู้จะรับมือไหวไหม
“ถ้าเกิดพวกปีศาจอาละวาดจริง บ้านเราคงมีคนตายไม่น้อยเลยนะครับ”
ผมพูดลอย ๆ ออกไป
“คงเป็อย่างนั้นละครับ”
ผมถือโทรศัพท์เดินไปมาอยู่ในห้องนอน ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ สุดท้ายจึงตัดสินใจ
“ถ้าอย่างนั้น ผมคงถอนตัวไม่ได้หรอกครับ แต่ต้องหาวิธีคุ้มครองครอบครัวของผมด้วย”
“เห็นไหม ข้าฯเชื่อคนไม่ผิดจริง ๆ”
เสียงดังพร้อมกับตือโป้ยก่ายและท่านเ้าที่ยืนอยู่ด้านซ้ายและขวาของผม
“เสียงใครหรือครับคุณเทวิน”
พ่อปู่รีบถาม คงกลัวว่าจะมีคนอื่นรู้เื่นี้
“เอ่อ ท่านแม่ทัพเทียนเผิงกับเ้าที่นะครับ”
“ข้าฯทั้งสองจะคุ้มครองครอบครัวของเทวินเอง พวกเ้าหาทางสู้กับพวกปีศาจเถอะ”
เสียงของตือโป้ยก่ายดังผ่านโทรศัพท์ไปหาพ่อปู่
“นั่นเป็แม่ทัพเทียนเผิงจริงหรือครับคุณเทวิน”
“ใช่ครับ”
“แถมมีเ้าที่เ้าทางอยู่ด้วย”
“ใช่ครับ”
“โอ คุณเทวิน นี่เป็ครั้งแรกเลยทีผมได้โทรศัพท์คุยกับเทพ ซึ่งอาจจะเป็ครั้งแรกของมวลมนุษยชาติก็เป็ได้ เพราะคุณเทวินแท้ ๆ เลยครับ”
“พ่อปู่ดีใจผมก็ดีใจครับ”
“ฮ่า ๆ ขอบคุณคุณเทวินครับ ที่ไม่ถอนตัวจากองค์การของเรา ส่วนเื่ความปลอดภัยของครอบครัวคุณเทวิน ทางองค์การจะส่งคนคอยดูแลตลอดเวลาครับ”
“ขอบคุณเช่นกันครับพ่อปู่”