พ่อบ้านลูกครึ่งต่างโลก กับการผจญภัยตามหารัก

    บทที่ 3 ศึกราชสำนัก // องค์กรหัตถ์อสูร #04 ประชุมเครียด .. ผู้ร่วมขวนการทั้ง 9




            ผู้ร่วมประชุมประกอบด้วย  องค์ชายเอียนน์  มอร์ดัส มาร์ควิสอีเดี้ยน องค์หญิงอิเรเน่  ราชองครักษ์หลวงลิเลีย  เคาน์สเลน  มาร์ควิสเซเลส  พ่อบ้านตระกูลฟีลด์อลัน และไวนเคานเตสแอน

            “คำถามแรกเลย เราจะสู้กะองค์รัชทายาทด้วยอะไร เรามีจุดอ่อนของเขาในกำมือเหรอ?”...อลันเปิดถามก่อน

            “มีเยอะ แต่ไม่มีหลักฐาน”...เอียนน์พูด

            “โฮ่.........เช่นอะไรบ้าง? ....”...อลันถามอีก

            “มอร์ดัส....”...เอียนน์สั่งมอร์ดัส

            “พระเจ้าข้า.....”...มอร์ดัสรับคำ  แล้วพูดขึ้นมา

            “เรื่องแรก…

            -การตายของขุนนางหลายคน   ล้วนตายด้วยฝีมืออสูรมือสังหารขององค์กรหัตถ์อสูร    พวกที่ขุนนางที่ตายล้วนเป็นคนที่ค้านร่างฎีกาขององค์รัชทายาททั้งสิ้น

            -การกลุ่มพ่อค้าหลายคน    ล้วนตายด้วยฝีมืออสูรมือสังหารขององค์กรหัตถ์อสูรเช่นกัน พวกที่พ่อค้ารายใหญ่ที่ตายล้วนเป็นคนที่เปิดกิจการแข่งขันและเบียดสานการค้าของกลุ่มพ่อค้าที่สนับสนุนองค์ชายรัชทายาททั้งสิ้น

            -เชนอาร์ค เวอร์รากีอุส  องค์ชายลำดับที่ 4 ได้รับความไว้วางใจในการดูทำหน้าที่ตรวจร่างฎีกาช่วยพระราชา   ต่อมาไม่นานเป็นศพลอยอยู่ในอุทยานตำหนักชั้นใน  เป็นคดีอุจฉกรรจ์อื้อฉานสะท้านสะเทือนเมืองหลวงที่สุดเท่าที่เคยมีมา    หน่วยงานสืบสวนของราชองครักษ์มุ่งไปที่องค์กรอสูรมือสังหารขององค์กรหัตถ์อสูรซึ่งมีแค่พวกมันที่เข้ามาทำเรื่องเช่นนี้ถึงในวังชั้นในได้  และไม่แน่นักว่า  มันอาจจะแฝงตัวเป็นคนในกององครักษ์หลวง   เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีการสั่งเปลี่ยนชุดกำลังขององครักษ์หลวงชั้นในทั้งหมด

            นี่เป็นสิ่งที่เราพอจะโยงและรวบรวมได้แต่ทว่ายังขาดหลักฐานชี้ชัดมัดตัวเกียเวอร์นว่าเกี่ยวข้องกับองค์กรหัตถ์อสูร

            นอกนั้นก็เป็นคดีย่อยๆ ในการใช้อำนาจข่มเหงผู้คน”

            ...จบการกล่าวของมอร์ดัส

            “มีอะไรบ้าง ที่ว่าข่มเหง?”...อลันถาม

            “ก็...เช่น....เอ่อ...”...มอร์ดัสมองไปที่เคาน์สเลน  และมาร์ควิสเซเลส

            “เจ้าเล่าได้เลย มอร์ดัสข้าผ่านจุดนั้นมาแล้ว  ต้องเอาไอ้นรกนี่ให้ชดใช้ความผิดที่มันก่อ ดังนั้นท่านอลันควรทราบเรื่อง”…เคาน์สเลน  พูด

            “ของข้าก็ด้วย...!!”...มาร์ควิสเซเลส พูดอีกคน

            ทั้งคู่เป็นขุนนางประจำราชสำนัก  ไม่มีเขตแดนให้ปกครอง  แต่มีที่ดินกรรมสิทธิ์ครอบครองแทนในระดับหนึ่ง  ไม่มีอิทธิพลท้องถิ่น  แต่มีอิทธิพลในราชสำนักพอสมควร

            “คือ...มันเมาแล้วขืนใจมารีเมอาร์  บุตรสาวคนโตของท่านเคาน์สเลนในคืนงานวันเกิดของนางที่คฤหาสน์ท่านตระกูลบัลด์เดอร์ของท่านสเลน  จากนั้นก็ทำทีรับผิดชอบโดยการมาสู่ขอแกมบังคับแล้วจับนางสมรสเข้าปราสาทรัชทายาทไป”...มอร์ดัสกล่าวเสร็จหายใจหนัก2-3 ที

            “ยังมีอีกคดีฉาว   มีอาภรรยาเคยเป็นนางเอกคณะละครดังที่งดงาม  โดนเชิญไปเล่นที่วังหลายครา  จนต้องรักกับท่านมาร์ควิสเซเลส  และได้สมรสพระราชทานจากความเห็นชอบของฝ่าบาท  ต่อมาไม่นานนางโดนขอตัวไปให้แสดงบทเล็กๆ ให้รัชทายาทชม   จากนั้นมีอาก็โดนกักตัวขืนใจอยู่ 1 สัปดาห์  กลับมาไม่นานก็พบว่านางตั้งท้อง......ทุกวันนี้นางโดนเรียกตัวไปถวายการรับใช้สัปดาห์ละ2 วัน  โดยลูกชายที่เกิดกับเขา....กับมัน...นั้นไม่มีใครรู้ว่าเป็นลูกมันนอกจากคนที่ทราบเหตุการณ์วันนั้น มันรู้ว่าจะไม่มีใครเผยแพร่เรื่องนี้เพราะท่านผู้หญิงมีอาจะเสื่อมเสียเกียรติ    มันจึงพาลูกสาวที่เกิดจากมันไปอบรมเลี้ยงดูในวังโดยอ้างว่าเห็นนางน่ารักดีเลยจะรับเป็นลูกบุญธรรม  ซึ่งนางเองยังไม่รู้ว่าเกียเวอร์นคือพ่อแท้ๆของนาง”

            ....มอร์ดัสเล่าไปกัดฟันกำหมัดไป  เขาไม่พอใจกับพฤติกรรมอุบาทว์ของรัชทายาท

            “โหดร้ายที่สุด”...แอนกล่าวโดยเอามือปิดปาก  น้ำตาซึมออกมา

            อลันจับไหล่แอนปลอบขัวญ

            “พวกท่านจึงเข้าร่วม?”...อลันถามขุนนางทั้ง 2

            “ใช่!!”...พวกเขาตอบพร้อมกัน

            “ทำไมข้าถึงยังไม่ได้ตั๋วฆ่าไอ้ระยำนี่?.... ถ้าพวกท่านต้องการ  ข้าไปฆ่ามันให้ก็ได้”...อลันเสนอด้วยเสียงเย็นชาและโกรธมากๆมากจนคนในห้องอึดอัดตาม

            “ขอบคุณท่านอลัน  องค์ชายเองก็เสนอแนวทางนี้ตั้งแต่ท่านมาร่วม  แต่ข้าอยากให้ความชั่วหลักๆ  ของมันที่มีมือสังหารในปกครองเผยแพร่  และจับมันใส่ตรวน  สวมชุดนักโทษ ข้าอยากไปเยี่ยมมันตอนมีสภาพนั้น กระทืบมันคาคุก  แล้วตอนประหารมัน   ข้าอยากให้ลูกสาวข้ามาดูด้วยตานาง”...สเลนกล่าว

            “ข้าก็เช่นกัน.....ข้าอยากเห็นมันร้องโหยหวยกลัวความตายต่อหน้าข้าและภรรยา”...เซเลสกล่าวทั้งน้ำตา

            “ยืดอายุไปได้อีกนะ ไอ้นรก!!”....อลันก้มหน้าพูดถึงเกียเวอร์น  แล้วหันมาถามเอียนน์

            “ท่านไม่ได้เล่าเรื่องพวกนี้ให้ข้าฟัง?”....อลันเกลียดการข่มขืนที่สุด  เวลาเขาอ่านข่าวพาดหัวในหนังสือพิมพ์ที่โลกเขา   เขาจะโกรธข่าวข่มขืนมากกว่าข่าวฆาตกรรม

            “ถ้าเล่า แผนก็พัง  เราฆ่ามันได้เพราะเจ้าบุกไปฆ่า   แต่ความชั่วมันไม่โดนเปิดโปง  มันคงยังเป็นผู้บริสุทธิ์ที่โดนลอบสังหาร การตายของมันจะได้รับการไว้อาลัยและมีพระราชพิธีพระศพอันสมเกียรติ   และองค์กรหัตถ์อสุรก็ยังลอยนวล  เราต้อจัดการพวกมันรวบรวมกัน”....เอียนน์ตอบ

            “อลัน...เจ้าต้องเข้าใจนะ  ว่าองค์ชายเตรียมตัวตั้งมากมายเพื่อจัดการเรื่องนี้  เจ้าห้ามหุนหันล่ะ”...ลิเลียบอก

            “อะไรทำให้เจ้าคิดว่าข้าจะหุนหันพลันแล่นลงมือ?”...อลันถาม

            “ก็เจ้าแข็งแกร่ง   แกร่งกว่าผู้กล้า   แกร่งกว่าเหล่าสุดยอดนักฆ่าที่พวกมันมี    ถ้าเลือดขึ้นหน้าข้ากลัวว่าจะทำให้เจ้าเผลอลงมือแบบไม่สนอะไร”...ลิเลียกล่าวแบบใช้เหตุผลแล้ว

            “เจ้าประเมินข้าต่ำไปแล้วลิเลีย   เหตุการณ์ที่น่าจะทำให้ข้าเดือดจนแทบจะฆ่าล้างบางนั้นมันผ่านไปแล้ว”.....อลันหมายถึงเรื่องของแตงโมกับเซรมี่

            “งั้นตอนนี้คือรวบรวมหลักฐาน....”...อีเดี้ยนกอดอกแล้วเริ่มพูด

            “ใช่ เรายังไม่มีหลักฐาน   แน่นอนว่าคดี2 อันหลังเราจะไม่ใช่มันเล่นงานรัชทายาท  เพราะพวกนางบอบช้ำมามากพอแล้ว ลำพังแค่คดีสั่งฆ่าขุนนางกับคดีสั่งฆ่าพ่อค้า  ก็เพียงพอจะประหารมันได้  ทว่ามันอาจจะใช้อำนาจดิ้นหลุดคดี  ดังนั้นเราต้องซ้ำด้วยคดีที่มันยังไงก็ไม่รอดคือคดีสั่งปลงประชนม์เชนอาร์ค”....เอียนน์กล่าว

            “เดิมหน้าที่นั่นควรเป็นข้า”...อลันบอก

            “แล้วเหตุใดตอนนี้จึงไม่ใช่ท่าน??”...อิเรเน่ถาม

            “ข้าเป็นที่รู้จักไปทั่วแล้ว  ทั้งราชสำนัก หน่วยองครักษ์  ทหารหลวง   มือปราบนครหลวง  ชาวบ้านหลายที่ในโยฮันตัน   สมาคมนักผจญภัย  ไม่ว่าจะในฐานะนักสู้  ฐานะวีรบุรุษแห่งซเปล  ฐานะคนสนิทองค์ชาย  และฐานะ....คู่หมั้นองค์หญิง...ตอนนี้ข้าแต่ออกนอกปราสาทคนก็มองแล้ว”...อลันบอก

            “ใครใช้ให้ท่านเดินร่อนก่อเรื่องไปทั่วล่ะ!?”...อิเรเน่ย้อน

            “ก่อเรื่อง?..ข้าเดินไปทั่วก็เพราะท่าน!  ยิ่งท่านพาข้าไปเปิดตัวที่สมาคมนักผจญภัยข้าเลยยิ่งดังใหญ่!”....อลันสวนบ้าง

            “จึ๊ส์......ไม่เห็นนับที่ตัวเองพานายหญิงของตัวเองอุ้มไปอุ้มมาทั่วเมืองเลย”...อิเรเน่แขวะอลัน

            “นั่นมันเวลาพักของข้า  เราตกลงกันแล้วว่าตอนเย็นข้าจะให้เวลานายหญิงข้า”...อลันแย้ง

            “อ๋อ..เหรอ...แต่ไม่ใช่กับคนที่เป็นว่าที่ราชบุตรเขย  ถึงจะเป็นกับเจ้านายแต่ก็เป็นหญิงสาวที่ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่  และที่ข้าจำได้นะเห็นไปตั้งแต่บ่ายๆ เลยนี่”

            “นายหญิงเข้าใจข้าผิด  ข้าก็ต้องเพิ่มเวลาทำความเข้าใจกับนางนี่!!...ท่านพูดเหมือนตัวเองไม่มีส่วนเลยนะ”...อลันเริ่มยั๊วะ

            “บนหอนาฬิกาด้วยการกอดกันกลมเนี่ยนะ  ... ..ทีกับข้า...ออ ..ใช่ กับข้านั่นตอนเมานี่นะ..”...อิเรเน่ทำหน้าทะเล้นเชิดปากยักไหล่ไปมาล้อเลียนอลัน  แล้วจบที่แลบลิ้นใส่

            แอนหน้าแดงกับสิ่งที่ทั้ง 2 เถียงกัน  อยากจะตะโกนห้ามแต่ไม่กล้าในที่ประชุมนี้

            “เอาล่ะๆ พอๆ เรื่องใครจะกอดใครเอาไว้ไปคุยกันข้างนอกหลังประชุม”...เอียนน์บ่นแล้วอมยิ้ม

            “แบบนี้เราก็ไม่มีคนลอบทำการนี้แล้วสิ  จะไม่ผิดแผนรึองค์ชาย?”…อีเดี้ยนถาม

            “หึ..มีอยู่คนหนึ่ง...”....เอียนน์ยิ้มตอบ

            “คนนั้นคือ..???!”...ทุกคนถามเอียนน์