ร้อยนวลพันนางที่เคยพานพบมิอาจทำให้ดวงใจพี่ไหวหวั่น คราแรกพบสบตาเ้าใต้ต้นหว้า ั้แ่นั้นมาพี่คิดถึงเพียงดวงหน้าหวานทุกค่ำคืนรอยยิ้มเ้าคอยฝังอยู่ในดวงใจพี่มิเลือนหาย เฝ้าถวิลหาเมื่อใดหนอจึงจักได้พบหน้านวลลอออีกครา…
“คุณเซดริกคะคุณเซดริก”
เสียงเรียกดังแว่วคล้ายเรียกมาจากที่ไกลๆ เปลือกตาหนาค่อยๆ ปรือเล็กน้อยด้วยความสะลึมสะลือ
“คุณเซดริกเป็อะไรรึเปล่า ทำไมถึงมานอนอยู่ตรงนี้คะ”
ลืมตาขึ้นมองไปทางต้นเสียงเรียกพบว่าเป็แม่บ้านฉวีเซดริกยันตัวลุกจากพื้นห้องมานั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะตัวใหญ่ มีเครื่องคอมพิวเตอร์หลายตัวตั้งอยู่ข้างบน
เผลอนอนกลางวันซะได้
เซดริกบ่นตัวเองในใจเขาชอบนอนบนพื้นเย็นๆ แบบนี้เป็ประจำ แต่ไม่เคยนอนให้ใครเห็นมาก่อนไม่แปลกที่ทำให้แม่บ้านฉวีใ
“ไม่ได้เป็อะไรแค่ง่วงเลยเผลอหลับเท่านั้น”
“ถ้าง่วงก็ไปพักผ่อนบนเตียงสิคะ”
อยู่ฝรั่งเศสก็ชอบถูกแม่บ่นใส่พอย้ายกลับมาอยู่ไทยไม่วายโดนแม่บ้านฉวีจู้จี้ใส่ ราวกับสองคนนี้คือคนเดียวกันอย่างนั้นแหละแต่เซดริกก็ปล่อยให้เธอบ่นได้ตามใจเพราะเขารู้ว่าเธอห่วงเขาเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่งห่วงลูกหลานตัวเอง
“ถ้าคุณไม่ใช้ห้องทำงานแล้วอิฉันขอทำความสะอาดนะคะ”
“ได้ครับเดี๋ยวผมต้องออกไปข้างนอก”
มือใหญ่เอื้อมไปคลิกเมาส์ปิดหน้าจอกราฟหุ้นก่อนจะกดปิดพักคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องปล่อยให้แม่บ้านฉวีจัดการทำความสะอาดห้องทำงาน หมุนข้อมือหลุบตามองนาฬิกาเรือนหรูเวลาบ่ายสามโมงแล้ว
เซดริกออกจากห้องทำงานไปยังห้องนอนเข้าห้องน้ำชำระร่างกาย ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ทาครีมและโลชั่น พรมน้ำหอมใส่ซอกคอตามด้วยข้อแขน
เซดริกเป็คนค่อนข้างดูแลผิวพรรณของตัวเองเป็พิเศษบางครั้งชอบโดนเพื่อนล้อว่าเ้าสำอางยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก เขาแค่ชอบเห็นตัวเองดูดีเท่านั้นใครจะว่าอะไรก็ช่าง เขาไม่แคร์
คว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะเครื่องแป้งขึ้นมากดไปยังปลายสายรอสักครู่ก็มีเสียงตอบกลับดังขึ้น เขาจึงกรอกเสียงลงไป
“ฉันเองตอนนี้นายเห็นเธออยู่ที่ไหน”
เสียงจากปลายสายบอกสถานที่อย่างละเอียดชัดเจนอย่างไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่มาก่อนสักครั้งเซดริกกดวาง หยิบกระเป๋าสตางค์กับกุญแจรถ
เซดริกออกจากคอนโดหรูไปยังโรงจอดรถขับเคลื่อนรถสปอร์ต ปอร์เช่สีเทาคันหรูออกสู่ถนนไปยังสถานที่ที่ลูกน้องส่งโลเคชันเข้ามาในไลน์
ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะเดินทางมาถึงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางนาด้วยรถติดบนถนนลากยาวเป็หางว่าว
เซดริกหาที่จอดรถเรียบร้อยก่อนจะเดินไปยังเป้าหมายซึ่งอยู่ข้างๆ ห้างสรรพสินค้า ไม่นานก็มาถึงร้านกาแฟแห่งหนึ่ง มีห้องเล็กๆ สำหรับให้ลูกค้านั่งเห็นพัตรากำลังนั่งเม้าท์กับเพื่อนอยู่ข้างในไม่รอช้าสาวเท้าเดินเข้าไปในร้านทันที
“อุ๊ย! แก ข้างหลังๆ”
เห็นเพื่อนสาวประเภทสองบุ้ยปากมาทางเซดริกเขายกมือโบกทักทาย เดินเข้าไปใกล้ พัตราหันมามองเขาด้วยสีหน้าตื่นใไม่เข้าใจว่าทำไมเธอแสดงสีหน้าแบบนั้นออกมา
“บงชูร์”
เซดริกเคยชินกับคำนี้มากกว่ากล่าวทักทายแบบไทยๆเขาจึงใช้มันมาตลอดเวลาที่อาศัยอยู่เมืองไทย พยายามเปลี่ยนมาใช้คำว่าสวัสดีแต่สุดท้ายเผลอใช้คำนี้ก่อนเสมอ
เพื่อนสาวของพัตรารีบจัดแจงที่นั่งให้เซดริกเขาเอื้อมมือไปจับมือสองสาวเป็การทักทายแบบตะวันตกก่อนจะนั่งลงข้างๆ เธอ
“คุณไม่ดีใจที่เห็นผมเหรอครับ”
เซดริกเลิกคิ้วข้างหนึ่งเห็นพัตราชี้นิ้วไปที่ตัวเธอ มีสีหน้าเหลอหลา หากเป็หญิงสาวคนอื่นถูกเขารุกหนักแบบนี้คงม้วนอายหลายตลบแล้วแต่ดูเธอสิ ทำราวกับเห็นผีอย่างไรอย่างนั้น
“ทำไมฉันต้องดีใจคะคุณอุ๊ย!”
พัตราถูกเพื่อนร่างท้วมชื่อลิลลี่หยิกใส่ทีหนึ่งต่อหน้าเซดริกเธอร้องเสียงหลงทำให้เขารู้สึกขำกับท่าทางของเธอ ผู้หญิงอะไรแต่งตัวลุคเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดแต่ไม่สันทัดเื่ผู้ชายเอาเสียเลย
แต่แบบนี้ก็น่ารักดีแฮะ
เซดริกนึกเอ็นดูเขาประหลาดใจตัวเองเหมือนกัน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกพิเศษกับเธออย่างบอกไม่ถูกั้แ่แรกพบเมื่อเกือบสองปีก่อนแล้วตอนนั้นพัตรายังเป็เด็กสาวมาดเซอร์อยู่เลย
เซดริกพยายามข่มความรู้สึกของตัวเองลงอย่างยากเย็นแต่ยิ่งห้ามมันกลับยิ่งปะทุขึ้นมาราวกับลาวาร้อนก็ไม่ปานในที่สุดเขาจึงยอมแพ้หัวใจตัวเอง
เพราะหัวใจพยศดวงนี้มันพยายามหาทางเข้าใกล้พัตราอยู่ตลอดเวลาถึงขั้นเขาต้องคิดค้นสูตรน้ำแร่ธรรมชาติปรับสมดุลผิว และตั้งชื่อเพี้ยนๆ ขึ้นมาน่าเจ็บใจชะมัด
“หรือว่าคุณมีงานชิ้นใหม่ให้ฉันทำคะ”
“ถ้างั้นเราไปทานข้าวกันไหมจะได้คุยงานด้วยเลย”
เห็นไหมล่ะเซดริกยังไม่ทันได้นึกก็เอ่ยประโยคแผลงๆ ออกมาอีกแล้ว วันนี้ก็เหมือนกัน จู่ๆก็นึกอยากเห็นหน้าพัตรารู้สึกร้อนรนทนไม่ไหวจนต้องถ่อสังขารมาหาเธอถึงที่นี่
“ได้สิคะแต่พวกเรามากันตั้งสามคน เห็นทีคุณต้องเลี้ยงพวกเราซะแล้วค่ะ”
“ด้วยความยินดีครับ”