ตำนานเทพสงครามอมตะ [นิยายแปล]

    ตอนที่ 42 โจมตีสังหารอย่างแข็งกร้าว

    ส่วนหวงฝู่หลิงซีซูเฮ่าและคนที่เหลือต่างมีสีหน้ากังวลเล็กน้อย ในเมื่อหวงเหว่ยถิงกล้าพูดแบบนี้ออกมาจะต้องมั่นใจในความสามารถของตนเองอย่างแรงกล้าแน่นอน

            ถึงเซียวอวี้จะเอาชนะบุตรชายของชิงหลงโหวได้ความสามารถในการต่อสู้ของเขาก็เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วแต่หวงเหว่ยถิงยังกล้าเข้าประลองศึกเป็นตาย นี่บ่งบอกได้ว่าความสามารถในการต่อสู้ของเขาผู้นี้น่าสะพรึงอย่างยิ่ง

            “เจ้ากล้าหรือไม่”

            บัดนี้กลิ่นอายบนร่างของหวงเหว่ยถิงยิ่งน่าประหวั่นพรั่นพรึงขึ้นเรื่อยๆสายตาแรงกล้าราวกับดวงอาทิตย์ร้อนแรงคู่นั้น ทำให้ผู้คนไม่กล้าดูแคลนมวลอากาศของการกดขี่ที่มีแค่ตนเองเป็นเลิศในใต้หล้าลอยข้ามผ่านในกลางอากาศ

            สีหน้าตู้เสี่ยนและคนอื่นๆยิ้มแย้มสดใสยิ่งขึ้น พวกเขาถึงขนาดทายได้ว่า หลังจากการประลองเซียวอวี้จะต้องเลือดสาดไปทั้งสังเวียนผู้ชนะอย่างแน่นอน ยุติความคั่งแค้นนี้

            “เหอะๆๆ”

            เซียวอวี้หัวเราะขึ้นในฉับพลันดวงตาที่หลุบต่ำลงของเขาค่อยๆ ช้อนตัวขึ้น จู่ๆมวลอากาศทรงพลังที่ยิ่งใหญ่ราวกับพยัคฆ์ดุดัน ก็แผ่กระจายไปทั่วบนสังเวียนผู้ชนะ

            “ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตายข้าจะทำให้เจ้าสมปรารถนา” เซียวอวี้เอ่ยปาก ยังแข็งกร้าวยิ่งกว่าหวงเหว่ยถิงลมปราณสีทองกระจายไปทั่วท้องฟ้าลมปราณที่ทรงพลังไร้เทียมทานทำให้ผู้คนพากันตกตะลึง

            “สมควรตาย!”

            “บัดซบไม่คิดเลยว่าเขาจะเลื่อนขั้นแล้ว เป็นขั้นก่อนกำเนิดสี่ชั้นฟ้า!”

            ตู้เสี่ยนและคนอื่นๆพลันหน้าถอดสีทันที

            “ตายซะเถอะ!”

            สีหน้าของหวงเหว่ยถิงแปรเปลี่ยนเล็กน้อยด้วยเช่นกันทว่าต่อมาสีหน้าพลันกลับเป็นดุดันสุดแสน สองมือถือกระบี่สั้นไว้ข้างละเล่มกระโจนเข้าสังหารอย่างดุเดือด

            เขาถือกระบี่กระโจนเข้าห้ำหั่นไอกระบี่เลือนรางกลายเป็นผืนมหาสมุทร อยากจะรัดเซียวอวี้ให้ตาย

            เซียวอวี้สีหน้าไม่สะทกสะท้านฟันพลังฝ่ามือรูปมังกรสีทองออกไป ราวกับแท่นโม่ขนาดใหญ่พุ่งปะทะ

            โครม!

            ทันทีที่ทั้งสองคนขึ้นมาก็ใช้พลังทั้งหมดไอกระบี่บนสังเวียนผู้ชนะลอยข้ามผ่านกลางอากาศในขณะเดียวกันยังมีพลังฝ่ามือรูปมังกรแต่ละสายแผดเสียงคำรามในชั่วพริบตาประมือไปสิบกว่ากระบวนท่าแล้ว

            “ตาย!”

            หลายสิบกระบวนท่าต่อเนื่องหวงเหว่ยถิงยังกำจัดเซียวอวี้ไม่ได้ สีหน้าของเขายิ่งคั่งแค้นขึ้นเรื่อยๆส่งเสียงฮึดฮัดเยียบเย็นทีหนึ่ง สองมือกวัดแกว่งร่ายรำกระบี่สั้นทั้งสอง

            ไอกระบี่กลายเป็นธารน้ำตกขาวโพลนกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาหวงเหว่ยถิงใช้วิชาอภินิหารที่แข็งแกร่งที่สุด

            “นี่คือค่ายกลกระบี่สมุทรพิโรธของสำนักกระบี่หลิงเซียวไม่ถ่ายทอดให้ใครนอกจากศิษย์สายใน ดูท่าว่าหวงเหว่ยถิงจะสำคัญมากในสำนักกระบี่หลิงเซียว”ซูเฮ่าขมวดคิ้วแล้วเปรยขึ้น

            มือเรียวยาวทั้งสองของหวงฝู่หลิงซีจิกชายเสื้อไว้แน่นจ้องสนามประลองที่อยู่ไม่ไกลตาไม่กะพริบ

            เซียวอวี้สีหน้าไม่แปรเปลี่ยนลมปราณสีทองราวกับมหาสมุทรทะลุผ่านท้องนภา เขาแผดเสียงคำรามลั่นมวลอากาศอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงกระจายออกไปโดยรอบ

            ในขณะเดียวกันสองมือของเขาร้อนแผดเผา ราวกับในมือตระกองกอดดวงอาทิตย์ร้อนแรงเอาไว้

            เงาร่างของเขาพุ่งเข้าใส่ธารน้ำตกไอกระบี่ที่เหมือนท้องมหาสมุทรฝ่ามือทั้งสองราวกับประคองดวงอาทิตย์ร้อนแรงดวงหนึ่ง ทุกครั้งที่ตีขนาบลงไปจะมีไอกระบี่มากมายสลายตัวไป

            เซียวอวี้ยิ่งต่อสู้ยิ่งห้าวหาญมือทั้งสองสั่นสะท้านในทันควัน ดวงอาทิตย์ร้อนแรงดวงนั้นกลายเป็นกระแสน้ำไหลบ่ากดอัดหวงเหว่ยถิงอย่างแรงกล้าหาใดเปรียบพลังอันน่าพรั่นพรึงดั่งสามารถบดขยี้ทุกอย่างให้แหลกลาญได้

            “น่ากลัวนัก!”

            “ความสามารถของหวงเหว่ยถิงน่าตกตะลึงวิชากระบี่เก่งกาจยิ่งนัก แต่เซียวอวี้น่ากลัวยิ่งกว่าวิชาที่เขาแสดงออกมาน่าจะเป็น ‘หัตถ์เทพสังหารสุริยันต์จันทรา’ของสกุลเซียว แต่อานุภาพเหมือนจะร้ายกาจกว่ามาก

            “หัตถ์เทพสังหารสุริยันต์จันทราเป็นแค่วรยุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับบนเท่านั้นเขาสำแดงพลังระดับนี้ออกมาได้ สมแล้วที่เป็นเจ้าเหนือหัวยุวชนที่สามารถทัดเทียบกับคุณชายจั่วได้”

            “อย่างเขาเนี่ยนะ?จะเอามาเทียบกับคุณชายจั่วได้ แค่สหายหวงก็สามารถฆ่าเขาได้แล้วละ”ลูกหลานเจ้านครชั้นสูงยิ้มหยันในขณะที่เอ่ย

            แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามผู้กล้าคนหนุ่มสาวทั่วไปที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเซียวอวี้สายตาของพวกเขาต่างระแวดระวัง ความเร็วในการเติบโตของเซียวอวี้เร็วเสียจนพวกเขาอกสั่นขวัญแขวน

            “เซียวอวี้เจ้าคิดว่าข้ามีปัญญาแค่นี้อย่างนั้นหรือ”

            บนสังเวียนผู้ชนะหวงเหว่ยถิงต่อสู้เป็นเวลานานยังเอาชนะไม่ได้ ถึงแม้แสงกระบี่จะเปล่งประกายแวววาวราวกับทางช้างเผือกแต่ท้ายที่สุดเซียวอวี้ยังสามารถสกัดกั้นลงได้ ถึงขนาดตอบโต้กลับได้ด้วย

            สีหน้าของเขายิ่งเย็นชาขึ้นเรื่อยๆเรือนผมยาวทั่วศีรษะโบกสะบัดปลิวไสว แผดเสียงคำรามลั่นไอสังหารบนร่างยิ่งน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ

            โครม!

            ทันใดนั้นกระบี่สั้นสองเล่มรวมกันเป็นกระบี่ยาวเล่มหนึ่งหวงเหว่ยถิงถือกระบี่ยาวตวัดฟันในแนวระนาบปล่อยแสงกระบี่ราวกับธารน้ำตกไปทีหนึ่งราวกับจะทำลายสังเวียนผู้ชนะให้แหลกลาญลง

            เซียวอวี้สีหน้าเรียบเฉยไม่สะทกสะท้านเงาร่างวูบไหวหลบหลีกท่าไม้ตายของหวงเหว่ยถิงในฉับพลันจากนั้นปรากฏตัวอยู่อีกด้านของสังเวียนผู้ชนะภาพมายามังกรคะนองน้ำขนาดใหญ่ยักษ์ตัวหนึ่งยังมีภาพมายาช้างยักษ์อีกตัวปรากฏอยู่ในกลางอากาศเปลี่ยนเป็นกระแสน้ำไหลบ่าเข้าจู่โจมเข่นฆ่า

            มังกรคะนองคำรามเสียงยาวช้างยักษ์แผดเสียงร้องด้วยความเดือดดาล!

            เสียงของช้างและมังกรที่ดังสะเทือนเลือนลั่นทำให้คนมากมายหน้าถอดสี ยิ่งทำให้สีหน้าของตู้เสี่ยนบึ้งตึงเหนือกว่าสิ่งใด

            เมื่อก่อนเขาก็พ่ายแพ้เพราะกระบวนท่านี้

            “หึ!”

            หวงเหว่ยถิงทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจจิตสังหารปรากฏขึ้นบนใบหน้า โยนกระบี่ยาวในมือไปในกลางอากาศกระบี่ยาวเล่มนั้นแยกตัวเป็นแสงสายฝนเปลี่ยนเป็นกระบี่เล็กแหลมคมที่ยาวเท่าเรียวนิ้วนับร้อยเล่ม

            “พายุฝน!”

            “ไร้ขอบเขต!”

            คำสองคำที่พ่นออกมาจากปากงหวงเหว่ยถิงยิ่งใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด

            ตูม!

            แสงกระบี่เปรียบดั่งมังกรเปรียบดั่งขุนเขา เปรียบดั่งพายุฝน กระจายมวลอากาศที่แข็งแกร่งทั่วทั้งผืนฟ้าและปฐพีราวกับเปลี่ยนสีแสงกระบี่มากมายแผดเสียงก้อง หมายจะสังหารเซียวอวี้

            มุมปากของหวงเหว่ยถิงมีหยาดโลหิตไหลรินเล็กน้อยนี่คือ ‘ทะเลกระบี่มังกรเขียว’ ของสำนักกระบี่หลิงเซียวเดิมทีต้องเป็นนักพรตขั้นก่อกำเนิดถึงจะสามารถแสดงอิทธิฤทธิ์ออกมาได้เขาพลิกทวนกระแสเลือดฝืนสำแดงออกมาเพื่อสังหารเซียวอวี้

            ตอนนี้สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องบนสังเวียนผู้ชนะตาเขม็ง

            ตู้เสี่ยนและคนอื่นๆเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาเหมือนได้เห็นเซียวอวี้วายปราณโดยไร้แม้แต่ที่กลบฝังแล้ว

            โครม!

            ขณะเดียวกันเซียวอวี้ลงมือต่อเนื่องพลังฝ่ามือรูปมังกรที่มีเปลวเพลิงลุกไหม้ทั่วทั้งร่างแต่ละสายเข้าสกัดกั้นแสงกระบี่ทั้งหมดพลังเปี่ยมล้นและร้อนระอุ ราวกับจะถอนภูผายกกระถางทองสัมฤทธิ์ราวกับผลักภูเขาไฟให้ทรุดถล่มลอยข้ามผ่านกลางอากาศ

            “ปะ...เป็นไปไม่ได้!” มีคนอุทานด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว

            “เป็นไปได้อย่างไรกันไม่คิดเลยว่าเขาจะหลอมรวมวิชา ‘จับมังกรไอยรา’ และ ‘หัตถ์เทพสังหารสุริยันต์จันทรา’ เข้าด้วยกัน แล้วโจมตีออกมาอย่างเลิศล้ำไม่คิดเลยว่าเขาจะหลอมรวมวรยุทธ์ได้ นี่ยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดอยู่หรือ”

            ตูม...

            ท่าไม้ตายทั้งสองเข้าปะทะกันทั่วทั้งสังเวียนผู้ชนะถูกกระแสลมปราณมหาศาลปกคลุมเสียงระเบิดก้องของมวลอากาศดังขึ้นต่อเนื่องไม่ขาดสายราวกับเสียงประทัด

            ผู้คนเห็นเงาร่างทั้งสองเข้าประจัญอย่างดุเดือดผ่านคลื่นไอพลังหนักหน่วงด้วยความหวาดผวา

            “ฉึก!”

            เซียวอวี้หลบไม่พ้นโดนไอกระบี่สายหนึ่งฟันเข้า แขนครึ่งท่อนเกือบขาดสะบั้นแต่หวงเหว่ยถิงก็ไม่ราบรื่นเช่นเดียวกันถูกฝ่ามือของเซียวอวี้กระแทกหน้าอกจนแทบจะแหลกเหลว

            ทั้งคู่เข้าห้ำหั่นสุดกำลังรีดท่าไม้ตายต่างๆ ออกมา สีหน้าของตู้เสี่ยนและคนอื่นค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปเพราะหวงเหว่ยถิงยิ่งลงมือยิ่งอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ เห็นได้ชัดว่าใกล้จะพ่ายแพ้แล้ว

            เซียวอวี้สายตาเยียบเย็นหลบการโจมตีของหวงเหว่ยถิงอย่างไม่สะทกสะท้าน จากนั้นกระแทกฝ่ามือลงที่หลังของเขา หวงเหว่ยถิงกระอักเลือดออกมาราวกับถูกขุนเขาปะทะเข้าใส่เซถลาไปทีหนึ่ง

            หวงเหว่ยถิงตกตะลึงร่นถอยด้วยความรวดเร็ว เบื้องหลังของเขาปรากฏแสงกระบี่หนาใหญ่ ฟันเข้าใส่เซียวอวี้

            ปึ้ง!

            หมัดทั้งสองของเซียวอวี้ทำลายล้างทุกอย่างที่ขวางหน้าใช้กายเนื้อโจมตีแสงกระบี่จนแหลกละเอียด แล้วใช้ท่านวจำแลงคุนเผิง ไล่ตามไปในชั่วพริบตาฟันฝ่ามือกระแทกลงตรงหน้าอกของเขาอีกครั้ง

            แววตาของหวงเหว่ยถิงซึมกะทือพละกำลังและพลังชีวิตทั่วร่างหายไปอย่างรวดเร็ว

            “ข้ายอมแพ้โปรดปรานีด้วย!”

            หวงเหว่ยถิงตื่นตระหนกตกใจรีบตะโกนเสียงลั่น สายตาฉายความหวาดผวา เสียขวัญอย่างยิ่ง อยากจะรีบไปจากสังเวียนผู้ชนะ

            “รีบช่วยเขาเร็ว!”

            ด้านล่างสังเวียนหวงเวยหลินคำรามลั่นอย่างตาลีตาเหลือกนักพรตขั้นลูกกลอนนิลคนหนึ่งของสกุลหวงเพิ่งจะขยับตัวก็ถูกนักพรตคนหนึ่งของจวนสกุลเซียวจับจ้อง

            หวงเวยหลินเองก็ถูกเจียงไป๋หย่งตรึงร่างไว้อย่างแน่นหนาด้วยเช่นกันไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอจะไปช่วยชีวิตหวงเหว่ยถิง

            “ไม่เจ้าฆ่าข้าไม่ได้นะ อาจารย์ของข้าคือ...” หวงเหว่ยถิงตื่นตระหนกระคนเดือดดาลก่อนขึ้นสังเวียน เพื่อความยุติธรรม เขาถูกค้นตัวเป็นที่เรียบร้อย บนตัวจึงไม่มีอาวุธวิเศษคุ้มครองชีวิตที่ผู้อาวุโสของสำนักกระบี่หลิงเซียวคนนั้นมอบให้เขา

            “ในเมื่อตัดสินเป็นตายก็คือสังเวียนเป็นตาย ต่างฝ่ายต่างปล่อยให้เป็นไปตามชะตาฟ้าลิขิต!”

            สีหน้าของเซียวอวี้เฉยชาฝ่ามือที่มีเปลวเพลิงแผดเผาข้างหนึ่งพุ่งปะทะทรวงอกของหวงเหว่ยถิงสายตาของเขาก็ค่อยๆ ดับวูบลง ใบหน้าปรากฏความไม่อยากเชื่อและตื่นตระหนก

            “บึ้ม!”

            หัวใจของเขาถูกฝ่ามือนี้กระแทกจนแหลกละเอียดพลังชีวิตมลายหายไปทันที ในเวลานี้ต่อให้เป็นเซียนต้าหลัวจินก็[1]ช่วยชีวิตเขาไม่ได้



    [1] เป็นเทพบนสวรรค์ที่สูงที่สุดในบรรดาเทพเจ้าของลัทธิเต๋า

    คล้ายกับเรื่องตำนานเทพสงครามอมตะ [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน