ภายในจวนของสกุลหลิน ฮูหยินเฟยเจินนั่งมองสามีด้วยความเป็ห่วงเพราะั้แ่กลับมาจากวังหลวง เจียงเล่อก็มีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา ข้าวปลาก็ไม่ยอมทานสักคำ
“ท่านพี่...ท่านมีเื่ใดหนักใจอย่างนั้นหรือบอกข้าได้หรือไม่”
“ข้าต้องบอกเ้าแน่ฮูหยิน แต่ต้องรอให้ฮุ่ยิมาก่อน”
“ทำไมต้องให้นางมาฟังด้วยเล่า” เฟยเจินหน้าตึงขึ้นอย่างไม่พอใจนักแม้ที่ผ่านมาดูเหมือนนางกับฮุ่ยิจะเข้ากันได้ดี แต่ในใจก็ไม่ได้ยินดีนักหรอกที่เห็นสามีของตนปันใจให้หญิงอื่น
“เพราะเื่นี้เกี่ยวกับฟางหรงด้วยน่ะสิ”
“เกี่ยวกับนางงั้นรึ นางไปทำเื่อันใดไว้หรือท่านพี่หรือว่าคุณชายโม่...” ยังไม่ทันที่ฮูหยินจะถามจบประโยคดีเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น เจียงเล่อจึงเอ่ยปากให้เปิดเข้ามาได้ ฮุ่ยิจึงเปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“คำนับท่านพี่ คำนับฮูหยิน”อนุภรรยาย่อกายลงคำนับทั้งสองคนอย่างอ่อนช้อยแล้วเดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวข้างๆ สามีแล้วเอ่ยถามว่า“ท่านพี่เรียกให้ข้ามาพบที่นี่มีเื่อันใดหรือเ้าคะ”
“ข้ามีเื่จะปรึกษาพวกเ้าทั้งสองคนเป็เื่สำคัญเกี่ยวกับการออกเรือนของฟางหรงและอันเฉิน”
“คุณชายโม่ส่งคนมาขอสู่หรงเอ๋อร์ของข้าแล้วหรือท่านพี่”ฮุ่ยิถามอย่างตื่นเต้น ก่อนจะหน้าเจื่อนลงเมื่อสามีส่ายหน้าปฏิเสธนางมองเลยไปทางฮูหยินเฟยเจินจึงได้ทันเห็นอีกฝ่ายแอบยิ้มเยาะใส่นางจึงกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ
“วันนี้ฮ่องเต้เรียกข้าไปเข้าเฝ้า แล้วพระองค์ก็ทรงรับสั่งขอบุตรสาวคนใดคนหนึ่งของข้าให้แต่งกับ...”ยังไม่ทันที่เจียงเล่อจะได้พูดจบประโยคดี ก็ถูกฮุ่ยิชิงพูดสวนขึ้นมาเสียก่อนว่า
“ให้แต่งกับองค์ชายใช่ไหมท่านพี่” อนุภรรยาดีใจจนเก็บอาการตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่นางปรายตามองไปที่ฮูหยินอย่างสะใจที่ลูกสาวของนางจะได้แต่งงานกับเชื้อพระวงศ์
ส่วนเฟยเจินก็รู้สึกเจ็บใจที่ลูกของอนุภรรยาจะได้ดีกว่าลูกของตนนางจึงเอ่ยดักคอฮุ่ยิว่า
“ขอคนใดคนหนึ่ง นั่นก็หมายความว่าไม่เป็ฟางหรงก็อันเฉินใช่ไหมเ้าคะท่านพี่”
“ใช่” ผู้เป็สามีพยักหน้าตอบ
ฮุ่ยิมองฮูหยินอย่างไม่พอใจนางมองหน้าสามีแล้วเอ่ยเสียงอ่อนเสียงหวานว่า
“ท่านพี่...ข้าหวังว่าท่านจะช่วยส่งเสริมหรงเอ๋อร์ของเรานะเ้าคะนางนั้นเพียบพร้อมทุกด้าน เหมาะสมที่จะได้เป็พระชายาขององค์ชายถ้าหรงเอ๋อร์ได้แต่งงานกับองค์ชายก็จะเป็ประโยชน์ต่อตระกูลของเรานะเ้าคะ”
“ถ้าอันเฉินได้แต่งก็จะเป็ประโยชน์ต่อตระกูลของเราเช่นกัน”ฮูหยินเฟยเจินเอ่ยขึ้น
ฮุ่ยิโกรธจัดแต่ต้องเก็บอารมณ์เอาไว้ นางจึงฝืนยิ้มให้ฮูหยินแล้วเอ่ยชี้แจงเสียงอ่อนหวานว่า
“ท่านพี่ลืมไปแล้วหรือเ้าคะว่าอันเฉินเกิดจากแม่ที่เป็บ่าวรับใช้ถ้าฮ่องเต้ทรงทราบว่าเราส่งคนที่ไม่คู่ควรไปให้จะเป็การลบหลู่เกียรติของพระองค์ได้นะเ้าคะ”
“ก็จริง ข้าเห็นด้วยกับที่เ้าพูด” เจียงเล่อที่นิ่งฟังมานานพยักหน้าเห็นด้วย“ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้หรงเอ๋อร์แต่งงานก็แล้วกัน”
“ขอบคุณท่านพี่” ฮุ่ยิยิ้มกว้างก่อนจะถามด้วยความตื่นเต้นว่า“แล้วหรงเอ๋อร์ของข้าจะได้แต่งงานกับองค์ชายคนไหนหรือเ้าคะ”
“อ๋องสิบ”
“อ๋องสิบ!”
ทั้งฮุ่ยิและฮูหยินเฟยเจินพูดออกมาพร้อมกันด้วยความใก่อนที่ในเวลาต่อมามารดาของฟางหรงจะเป็ลมหมดสติไป
“คุณหนู! คุณหนูเ้าคะ คุณหนูห้า แฮ่กๆ”
เสียงร้องเรียกที่ดังขึ้นหน้าห้องก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเข้ามาด้วยฝีมือของสาวใช้คนสนิท อันเฉินที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่เงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจที่เห็นเจียวจูวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง
“มีอะไรหรืออาจูทำไมเ้าต้องวิ่งเอะอะเสียงดังอย่างนี้ด้วยเล่า”
นายสาวตำหนิแต่อาจูเหนื่อยหอบเกินกว่าจะพูดคำใดได้ในตอนนี้
“ข้ามีเื่สำคัญจะมาบอกคุณหนูเ้าค่ะ” หลังจากหายเหนื่อยแล้วเจียวจูก็เปิดปากพูดทันที
“เื่อะไร”
“เื่แต่งงานของคุณหนูกับคุณหนูสี่”
“อะไรนะ!” อันเฉินค่อนข้างใแม้ใจอยากแต่งงานออกเรือนเพื่อไปจากที่นี่ แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆ เธอก็รู้สึกใจหายวาบขึ้นมา
“พวกในครัวมันเล่าว่าฮ่องเต้ทรงขอบุตรสาวจากนายท่านคนหนึ่งเพื่อให้แต่งงานกับองค์ชาย แต่สุดท้ายนายท่านก็ตัดสินใจให้คุณหนูสี่แต่งเ้าค่ะ”
“อย่างนั้นหรือ” คุณหนูห้าได้ฟังก็มีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย
“แต่คุณหนูไม่ต้องผิดหวังหรอกเ้าค่ะเพราะองค์ชายที่จะแต่งงานกับคุณหนูสี่ก็คือ...อ๋องสิบ” พูดจบเจียวจูก็หัวเราะคิกคักอย่างสะใจทันทีในขณะที่อันเฉินกำลังนิ่งอึ้ง ก่อนจะรู้สึกสงสารพี่สาวต่างมารดาขึ้นมาจับใจเพราะใครๆ ก็รู้ว่าอ๋องสิบผู้นี้นั้นมีสติฟั่นเฟือน
“น่าสงสารท่านพี่ฟางหรงยิ่งนัก”
“อย่าไปสงสารเลยเ้าค่ะคุณหนูตอนที่ยังไม่รู้ว่าต้องแต่งกับอ๋องสิบ นายหญิงฮุ่ยิพยายามพูดจาโน้มน้าวนายท่านให้เลือกคุณหนูสี่แล้วพูดจากดขี่ข่มเหงคุณหนูว่าเป็ลูกที่เกิดจากบ่าวจึงไม่คู่ควรแต่พอรู้ว่าลูกของตนต้องแต่งกับใครก็ใจนเป็ลมหมดสติไปเลยเ้าค่ะ”เจียวจูบอกเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะรีบหุบปากเมื่อเจอสายตาตำหนิจากคุณหนูของนาง
“อย่าไปซ้ำเติมนางเลยแค่นี้ทั้งท่านพี่ฟางหรงกับแม่รองก็คงทุกข์ใจหนักหนามากแล้ว”
“นั่นสิเ้าคะ ใครๆ ก็รู้ว่าอ๋องสิบสติฟั่นเฟือนคุ้มดีคุ้มร้ายอยู่บ่อยๆ บางวันก็ดีแสนดี ทำตัวซุกซนเหมือนเด็กๆ แต่บางวันก็ดุร้ายถึงขนาดฆ่าคนในจวนตายเลยก็มีหากใครได้อยู่ใกล้ต้องเป็บ้าเข้าสักวันหนึ่งแน่เลยเ้าค่ะ”
ขณะที่นายบ่าวกำลังสนทนากันอยู่นั้นก็เกิดเสียงเอะอะดังขึ้นที่ห้องของหลินฟางหรงสองสาวรีบวิ่งออกจากห้องไปดูก็พบผู้คนกำลังยืนมุงดูอยู่ที่หน้าห้องมากมาย
เจียวจูแหวกบ่าวไพร่ออก เพื่อให้คุณหนูห้าแทรกตัวเข้าไปด้านในได้พอเข้ามาในห้องได้แล้วก็ต้องใ เมื่อเห็นฟางหรงยืนอยู่บนเก้าอี้ในมือจับผ้าสีขาวที่ผูกกับขื่อไว้อยู่
“ฟางหรง...เ้าอย่าทำเช่นนี้เลยลงมาเถิดแม่ขอร้อง ฮือๆๆ” ฮุ่ยิอ้อนวอนบุตรสาวทั้งน้ำตา แข้งขาอ่อนแรงจนสาวใช้คนสนิทต้องคอยช่วยพยุงตัวเอาไว้
“ใช่ๆ เ้าลงมาก่อนเถิดฟางหรงมีเื่อะไรคับแค้นใจก็บอกพ่อได้” เจียงเล่อพยายามโน้มน้าวบุตรสาวโดยมีฮูหยินเฟยเจินช่วยพูดอีกแรง
“ใช่เ้ามีเื่อะไรไม่พอใจก็พูดกับแม่ใหญ่ได้นี่นา อย่าทำเช่นนี้เลย”
“ข้าอยากตาย ฮือๆอยู่ไปข้าก็ต้องทนทุกข์ทรมานเหมือนตายทั้งเป็อยู่ดีสู้ให้ข้าตายเสียั้แ่วันนี้ไปเลยจะดีกว่า ฮือๆ” ฟางหรงพูดเสียงสะอึกสะอื้นทำท่าจะผูกคอตายจริงๆ จนทุกคนร้องห้ามเสียงหลง
“อย่าๆ เ้า้าสิ่งใดบอกพ่อมาเถิดพ่อจะให้เ้าทุกอย่างเลย ขอแค่เ้าลงมาข้างล่างเร็วเข้า”
“ข้าไม่อยากแต่งงานกับอ๋องสิบถ้าท่านพ่อบังคับให้ข้าแต่ง ข้าก็จะผูกคอตายเสียเดี๋ยวนี้เลย”
“โธ่...หรงเอ๋อร์พ่อก็ลำบากใจไม่อยากให้เ้าแต่งเลย แต่เราจะขัดรับสั่งของฮ่องเต้ได้อย่างไรเล่า”
“ท่านพ่อก็ให้อันเฉินแต่งแทนข้าสิ ฮือๆนางก็เป็บุตรสาวของท่านคนหนึ่งเช่นกัน ย่อมมีสิทธิ์แต่งงานกับอ๋องสิบได้”
“ใช่ๆ ท่านพี่ก็ให้อันเฉินแต่งแทนหรงเอ๋อร์สิเ้าคะ”ฮุ่ยิรีบสำทับคำของบุตรสาวทันที
“ก็ไหนเ้าเคยพูดว่าอันเฉินเป็ลูกที่เกิดจากบ่าวจึงไม่คู่ควรยังไงเล่า”ฮูหยินเฟยเจินอดพูดด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้
“โธ่...ท่านพี่เวลานี้ท่านพี่ยังมีกะจิตกะใจเหน็บแนมข้าอยู่อีกหรือเ้าคะหรือว่าท่านอยากเห็นหรงเอ๋อร์ของข้าตาย ฮือๆๆ” ฮุ่ยิเอ่ยตัดพ้อเสียงสะอึกสะอื้นทำเอาเฟยเจินพูดอะไรไม่ออกอีก เพราะใจจริงก็ไม่ได้อยากเห็นใครต้องตาย
“หากข้าต้องแต่งกับอ๋องสิบจริงๆ ข้าขอยอมตายดีกว่า”คุณหนูสี่เอาผ้าขาวมาคล้องไว้ที่ลำคอท่ามกลางเสียงร้องคัดค้านของทุกคน
อันเฉินมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความกระวนกระวายใจภาพพี่สาวที่กำลังจะผูกคอตายช่างบีบหัวใจยิ่งนัก จนนางทนไม่ไหวเอ่ยปากออกมาว่า
“ข้าจะแต่งกับอ๋องสิบแทนท่านเอง”
ทุกคนในห้องหยุดชะงักและหันมามองทางคุณหนูห้าเป็ตาเดียวกันส่วนเจียวจูนั้นอ้าปากค้างด้วยความใ และไม่เห็นด้วยที่คุณหนูของนางจะเอาตัวเข้าไปเสี่ยงแทนใคร
“อย่านะคุณหนู”
อันเฉินส่ายหน้าให้เล็กน้อยเป็เชิงว่าไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วทำให้เจียวจูเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความขัดใจที่คุณหนูของนางรนหาเื่เดือดร้อนใส่ตนเอง
“นั่นไงท่านพี่อันเฉินตกลงจะแต่งแทนหรงเอ๋อร์แล้ว”
“เฉินเอ๋อร์...เ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะทำเช่นนี้”เจียงเล่อเดินเข้ามาถามบุตรสาวสุดที่รักด้วยความเป็ห่วง ความจริงเขาก็ไม่อยากให้ลูกคนไหนแต่งงานกับอ๋องสิบทั้งนั้นแต่ก็ขัดความ้าของฮ่องเต้ไม่ได้
“ข้าแน่ใจ ในเมื่อท่านพี่ฟางหรงไม่ยินยอมข้าก็จะแต่งแทนเ้าค่ะ”
“ดีๆ เป็อันว่าให้อันเฉินแต่งกับอ๋องสิบแทนหรงเอ๋อร์ก็แล้วกันหรงเอ๋อร์...เ้าลงมาเถิด ท่านพ่อยอมแล้วลูก” ฮุ่ยิรีบไปรับร่างของบุตรสาวลงมาจากเก้าอี้แล้วสวมกอดนางไว้แน่เพื่อปลอบขวัญ
“ท่านพี่...แต่อันเฉินมีแม่เป็บ่าวรับใช้นะเ้าคะถึงอ๋องสิบจะสติฟั่นเฟือนแต่ก็เป็ถึงเชื้อพระวงศ์ แถมยังเป็พระอนุชาร่วมพระมารดาเดียวกับฮ่องเต้ด้วยหากเราทำอะไรที่ลบหลู่เกียรติของอ๋องสิบละก็...” ฮูหยินเอ่ยเตือนเสียงเครียดทำเอาทุกคนในห้องเริ่มวิตกกังวลตามไปด้วย
หลินเจียงเล่อเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าครุ่นคิดหนักเขามองไปทางฟางหรงที่ส่งสายตาอ้อนวอนมาให้ ก่อนจะมองเลยไปทางบุตรสาวคนเล็กผู้เสียสละ
ขุนนางเฒ่าพยายามคิดหาวิธีจนกระทั่งคิดได้วิธีหนึ่งจึงตัดสินใจจะลองเสี่ยงดู