ั้แ่เริ่มจนถึงตอนนี้ผ่านไปราวหนึ่งเค่อแล้วเสวียนเทียนชิงถูกปราณดาบกระแทกออกไปไม่รู้กี่ครั้งการต่อสู้ยืดเยื้อมาขนาดนี้แม้แต่ตัวซางฉู่เองก็คาดไม่ถึงเขาคือปรมาจารย์ขั้นสามที่เกือบจะบรรลุขั้นรู้แจ้งแล้วรับมือกับสามคนนี้กลับยังไม่มีท่าทีว่าจะจัดการเสวียนเทียนชิงได้เลยสำหรับชิงเหนียวกับลู่หยาก็แล้วไปเถอะถึงอย่างไรทั้งสองคนนี้ก็เป็ปรมาจารย์อายุน้อยสามารถพัวพันเขาและสกัดกั้นไม่ให้เขาบุกเข้าหาเสวียนเทียนชิงได้ตลอดหนึ่งเค่อก็นับว่าน่าชื่นชมทีเดียว
ทว่าปัญหาก็คือเสวียนเทียนชิง!
ปราณดาบทุกเล่มที่ซางฉู่หาช่องว่างฟันใส่เสวียนเทียนชิงนั้นไม่ได้ออมมือเลยแม้แต่น้อยทุกดาบล้วนมุ่งเน้นสังหารเขาคือปรมาจารย์ขั้นสามหากฟันปราณดาบเช่นนี้ใส่ขั้นเบิกิญญาเกรงว่าคงตายไม่รู้ตัวด้วยซ้ำแต่มาถึงตอนนี้เสวียนเทียนชิงรับปราณดาบของเขาไปแล้วยี่สิบสองครั้ง!
ซางฉู่ต่อให้มีจิตใจมั่นคงขนาดไหนตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาแล้วแขนเสื้ออีกข้างของเขาที่ไร้แขนพลันสะบัดออกเป็วงส่งปราณกระแทงชิงเหนียวกับลู่หยาออกไปสร้างทางโล่งไปถึงเสวียนเทียนชิงแม้เท้าทั้งสองจะไม่ได้ก้าวออกแต่ดาบทองแดงในมือกลับสั่นขึ้นมาเล็กน้อยส่งเสียงราวกับเพลิงพิโรธพริบตานั้นดาบในมือซางฉู่ตวัดลงกลายเป็คลื่นปราณดาบที่ลุกท่วมด้วยเปลวเพลิงพุ่งเข้าหาเสวียนเทียนชิง
“นายน้อย!”
ชิงเหนียวกับลู่หยาะโออกมาแทบจะพร้อมกันด้วยความกังวลตัวเสวียนเทียนชิงเองก็ว่าตอนนี้ถึงคราววิกฤตแล้วดาบนี้ของซางฉู่เขารู้ว่าคือสิ่งใดสามดาบคลั่งมาจากทุ่งอุดรและในดินแดนทุ่งเพลิงผลาญนั้นมีเพลงดาบขึ้นชื่อมากมายหนึ่งในนั้นก็คือเพลงดาบที่ซางฉู่ใช้ออกมาตอนนี้
“สะพานตัดฟ้างั้นรึ!”
เสวียนเทียนชิงคำรามต่ำย้อนคิดถึงเพลงดาบที่ว่าเพลงดาบนี้ใช้ออกมามีสองดาบเชื่อมเป็หนึ่งดาบแรกก็คือที่เขาเผชิญอยู่ตอนนี้เรียกว่าเบิกทาง ส่วนดาบที่สองที่กำลังจะตามมาคือตัดฟ้าที่จะกระตุ้นปราณดาบแรกและสองให้ปะทุออกมาสังหารศัตรูในคราเดียว
กระบี่ชั้นฟ้าในมือของเสวียนเทียนชิงพลันสั่นไหวส่งเสียงหึ่งๆออกมาคราวนี้เขาไม่มีเวลาคิดมากได้แต่อัดปราณแท้และพลังจิตเข้าไปในตัวกระบี่เพื่ออาศัยพลังของกระบี่ชั้นฟ้าต้านรับดาบนี้ของซางฉู่ปลายกระบี่ตวัดม้วนกลายเป็วงจันทร์อีกครั้งพร้อมกับปลายกระบี่แทงออกไปทะลุจันทร์
กระบี่สะท้อนจันทร์คราวนั้นเขามั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะรับดาบัผู้พิชิตของปรมาจารย์เฝิ่นได้แต่คราวนี้เขาไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด!
ปัง!
รับดาบแรกเบิกทางเข้าไปแม้เสวียนเทียนชิงจะแทงกระบี่ออกมาถึงยี่สิบครั้งก็ยังถูกปราณดับตัดสะบั้นผ่าดวงจันทร์เป็สองซีกร่างของชายหนุ่มกระเด็นถอยไปสิบก้าวยามเงยหน้าอีกครั้งดาบที่สองก็มาถึงแล้วครั้งนี้เสียแรงไปมากทั้งยังได้รับาเ็ดังนั้นเสวียนเทียนชิงไม่มีทางใช้กำลังของตนรับดาบนี้เอาไว้ได้ชิงเหนียวกับลู่หยาจะถอยกลับมาก็ไม่ทันการดังนั้นเสวียนเทียนชิงจำต้องใช้ไม้ตายที่ทำให้เขารอดมาตลอดสามปี
“เปิด!”
ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ในมือของเสวียนเทียนชิงพลันปรากฏเจดีย์สีขาวขนาดเล็กขึ้นมาองค์หนึ่งเจดีย์ขาวองค์นี้งดงามพิจิตมีขนาดเพียงฝ่ามือแต่ยามที่เสวียนเทียนชิงคำรามเสียงต่ำออกมาจู่ก็มีเส้นแสงสีเงินพุ่งออกจากเจดีย์เข้าต้านรับปราณดาบของซางฉู่เอาไว้
ปัง!
เส้นแสงสีเงินขยายขึ้นแต่ยังทำได้เพียงชะลอปราณดาบให้ช้าลงเล็กน้อยเท่านั้นก่อนจะกระเด็นออกไปเสวียนเทียนชิงมองภาพนี้ไม่รู้สึกแปลกใจทั้งยังไม่สนใจเส้นแสงสีเงินที่กลายเป็โล่ชิ้นหนึ่งกระเด็นลงพื้นด้วยซ้ำเขามองไปยังปราณดาบเปลวเพลิงที่พุ่งเข้ามาพร้อมกับบังคับเส้นแสงสีเงินที่พุ่งออกจากเจดีย์ขาวเข้ารับปราณดาบอย่างต่อเนื่อง
ปัง! ปัง! ปัง!
เพียงพริบตาเดียวสมบัติมากมายที่ถูกปราณดาบกระแทกออกมาก็กองอยู่เต็มพื้นนับสิบชิ้นอีกทั้งของเหล่านี้ยังไม่ใช่ของธรรมดาแต่เป็สมบัติชั้นดินขั้นสูงทั้งหมด!แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่อาจหยุดปราณดาบของซางฉู่ได้นี่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของซางฉู่และเพลงดาบชั้นยอดที่เขาใช้
อย่างไรก็ตามในสามปีที่ผ่านมาใช่ว่าจะไม่เคยมีปรมาจารย์ขั้นสามมาตามฆ่าเสวียนเทียนชิง!
“สมบัติชั้นดินไม่ไหวแล้วหากเป็ชั้นฟ้าเล่า?”
ชายหนุ่มกล่าวเสียงต่ำคราวนี้ใช้เืที่กระอั่กออกมาก่อนหน้านี้พ่นไปยังตัวเจดีย์พริบตานั้นเส้นแสงสีทองสามสายพลันพุ่งออกมาจากตัวเจดีย์เข้ารับปราณดาบเอาไว้แสงสีทองทั้งสามสายยามกระทบปราณดาบก็ส่งเสียงร้องหึ่งๆ ราวกับมีชีวิตแสงดวงหนึ่งกลายเป็หอกยาวสีครามแทงเข้าหาปราณดาบส่วนแทงทองอีกสองดวงกลายเป็น้ำเต้าสีดำและตราประทับของทั้งสามชิ้นนี้ก็คือสมบัติชั้นฟ้าที่ล้ำค่าจนตระกูลใหญ่ในแดนเบญจพก็ยังยากจะมีไว้สักชิ้น!
ปัง!
แม้จะเป็ปราณดาบของปรมาจารย์ขั้นสามแต่อยู่ต่อหน้าสมบัติชั้นฟ้าสามชิ้นก็ยังไม่อาจเทียบแม้ว่าของทั้งสามชิ้นนี้จะไม่มีผู้ควบคุมแต่สมบัติชั้นฟ้าก็มีจิติญญาของตัวเองนี่ก็คือไพ่ตายของเสวียนเทียนชิงเขาคือนายน้อยตระกูลเสวียน...ตระกูลอันดับหนึ่งของแดนเบญจภพแห่งนี้!
“เ้าถึงกับเอาเจดีย์จิตพิสุทธิ์ออกมาจากตระกูลเสวียน!”
หลังจากดาบที่สองถูกทำลายจนสลายไปซางฉู่ก็เอาแต่จ้องมองเจดีย์ขาวในมือของเสวียนเทียนชิงเขม็งเจดีย์จิตพิสุทธิ์นั้นคือสมบัติล้ำค่าของแดนเบญจภพที่ตระกูลเสวียน แม้ว่าเจดีย์องค์นี้จะไม่มีความสามารถในการต่อสู้แต่กลับสามารถกำราบสมบัติชิ้นอื่นและผนึกเอาไว้ภายในได้อีกทั้งเจดีย์จิตพิสุทธิ์ยังเป็สมบัติชั้นฟ้าขั้นสูงที่เป็เพียงสมบัติชั้นเซียนในตำนานเท่านั้น!
“ข้าต้องเดินทางไกลสามปีดังนั้นตอนออกจากบ้านถึงได้แอบขโมยมาท่านเห็นว่าอย่างไรเล่า? นี่น่ะเป็ไพ่ตายก้นหีบของข้าเชียวนะ”
เสวียนเทียนชิงยิ้มเย็นพลางโบกมือควบคุมให้เจดีย์พิสุทธิ์เก็บสมบัติที่ปล่อยออกไปกลับมาทีละชิ้นแม้สมบัติชั้นฟ้าทั้งสามชิ้นจะมีท่าทีไม่ยินยอมแต่สุดท้ายก็ไม่อาจฝืนทนได้และกลายเป็แสงสีทองพุ่งกลับเข้าเจดีย์ไปตอนนี้ชิงเหนียวกับลู่หยามาถึงข้างกายเสวียนเทียนชิงแล้วเช่นกัน
“เ้ามีเจดีย์จิตพิสุทธิ์แล้วอย่างไร?ข้าฟันออกไปสองดาบเ้าก็ต้องใช้สมบัติชั้นฟ้าสามชิ้นแล้วหากฟันออกไปสักสิบดาบเ้าจะควบคุมเจดีย์นั่นไหวหรือ? สุดท้ายสถานการณ์ก็ไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่ต้องพึ่งพาก็ยังคงเป็ความสามารถของตนเอง!”
ซางฉู่ละสายตาจากเจดีย์พิสุทธิ์มาจ้องมองเสวียนเทียนชิงอย่างเ็าเจดีย์พิสุทธิ์คือสมบัติชั้นฟ้าขั้นสูงใช่จะใช้งานได้ง่ายๆก็อย่างที่เขาพูดไปว่าเขาสามารถฟันดาบได้อีกหลายครั้งแต่เสวียนเทียนชิงจะใช้เจดีย์จิตพิสุทธิ์ได้อีกสักกี่ครั้งอย่างไรก็ตามความคิดของเสวียนเทียนชิงนั้นเหมือนกับซางฉู่
สุดท้ายเขาก็ต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งของตัวเอง!
“ท่านพูดถูกว่าต่อให้ข้ามีเจดีย์จิตพิสุทธิ์ก็ไม่อาจเอาชนะท่านได้แต่ท่านเข้าใจผิดไปอย่างหนึ่ง...เดิมทีข้าก็ไม่เคยคิดจะใช้เจดีย์จิตพิสุทธิ์เพื่อเอาชนะท่านอยู่แล้ว!”
เสวียนเทียนชิงกล่าวออกมาทั้งรอยยิ้มพร้อมกับมืออีกข้างของเขาที่บดขยี้ศิลาปราณจนแหลกกลายเป็ผงระหว่างนั้นแม้จะเกิดรางสังหรณืไม่ดีแต่ด้วยทั้งศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งของปรมาจารย์ทำให้ซางฉู่ไม่ทันคิดคำนวนให้ถี่ถ้วนผงศิลาปราณที่ตกลงพื้นเบื้องหน้าของเสวียนเทียนชิงราวกับสะเก็ดเพลิงที่ตกลงสู่น้ำมัน
จากปลายเท้าของชายหนุ่มพลันเกิดแสงสีทองลุกลามแตกแขนงไปตามจุดต่างๆที่เขาถูกปราณดาบกระแทกจนกระเด็นไปก่อนหน้านี้หากมองสังเกตให้ดีถึงจะดูออกว่าจุดที่เสวียนเทียนชิงถูกปราณดับกระแทกไปนั้นล้วนอยู่รอบตัวของซางฉู่ทั้งสินใต้ผินหินที่แตกออกมาจากถนนล้วนมีจานค่ายกลขนาดเล็กซ่อนอยู่อย่างแเี
เพียงพริบตาเดียวที่ไม่ทันระวังตัวซางฉู่ก็ถูกขังอยู่ในค่ายกลของเสวียนเทียนชิงเรียบร้อยแล้ว!
“ปรมาจารย์ขั้นสามอย่างท่านมีััเฉียบคมนักการจะลอบวางค่ายกลโดยไม่ให้ท่านรู้ตัวหากข้าไม่ยอมขาดทุนมากขนาดนี้ก็คงทำไม่สำเร็จจริงๆ”
ระหว่างนั้นซางฉู่ก็ไม่คิดอยู่เฉยแล้วดาบทองแดงในมือเขาพลันย้อมไปด้วยเปลวเพลิงที่สร้างจากปราณแท้ฟันฉับออกไปใช้เพลงดาบสะพานตัดฟ้าอีกครั้งทว่าน่าเสียดายที่กว่าเขาจะรู้ตัวก็สายเกินไปค่ายกลของเสวียนเทียนชิงถูกกระตุ้นแล้วอย่างสมบูรณ์แม้มองไม่เห็นแต่คนที่ถอดจิตััได้ล้วนมองออกว่าเส้นแสงที่ล้อมรอบซางฉู่อยู่นั้นได้เชื่อมต่อกันก่อตัวเป็ม่านพลังโปร่งแสงปกคลุมระยะสิบก้าวรอบตัวซางฉู่เอาไว้
“นี่คือค่ายกลตรึงิญญาพลังจิตของท่านไม่มีทางออกมาด้านนอกได้ส่วนตัวท่านก็ยิ่งแล้วใหญ่ข้าขอเตือนไว้อย่างว่าจนกว่าค่ายกลจะคลายตัวลงท่านอย่าได้เสียแรงเปล่าเลยแม้ว่าค่ายกลนี้จะขังท่านไว้ได้ไม่นานนักแต่หากท่านยังดื้อรั้นคิดจะทำลายออกมาก็ถึงตายได้เลยทีเดียว”
ซางฉู่ถูกขังอยู่ในค่ายกลก็ไม่มีใครมาหยุดไม่ให้เสวียนเทียนชิงขึ้นสู่ผาชั้นเจ็ดได้อีกชายหนุ่มกล่าวหยอกล้อซางฉู่ยั่วยุเขาอยู่สองสามประโยคก็เดินนำสาวใช้ทั้งสองขึ้นสู่ผาชั้นเจ็ดไปแน่นอนว่าที่เขาพูดคือความจริง หากซางฉู่ฝืนทำลายค่ายกลออกมาสิ่งที่ต้องแบกรับก็คือความเสียหายทางพลังจิตและิญญาเสวียนเทียนชิงไม่ใช่คนดีที่คิดเอ่ยเตือนศัตรูดังนั้นที่เขาพูดไปทั้งหมดก็เพราะ้าให้ซางฉู่ฝืนทำลายค่ายกล!
แม้ตอนนี้เขาจะยังไม่แข็งแกร่งพอจะสังหารซางฉู่ที่เป็ปรมาจารย์ขั้นสามแต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่มีวิธีอื่นที่จะสังหารซางฉู่!