ห้วงแห่งความเศร้าเคลื่อนผ่านเชื่องช้านักในความรู้สึกของคนเจ็บช้ำและอาลัยอาวรณ์ลมหนาวยามค่ำพัดผ่านมากระทบกายคราใดหัวใจก็ยิ่งสั่นไหวและระลึกถึงคำพูดเฉยชาคล้ายตัดรอนของเขาทุกครั้ง
รอยยิ้มขมขื่นทำให้ใบหน้าสวยหมองเศร้าเส้นผมดำขลับปลิวไหวแต่เ้าตัวไม่ได้สนใจสิ่งใดนอกจากกอดตัวเองไว้เมื่อแรงลมพัดผ่านมาปะทะ ในใจอดนึกถึงอ้อมกอดอุ่นที่เคยซบอิงอยู่เสมอไม่ได้ซึ่งนับจากนี้ไปก็คงไม่มีอ้อมกอดนั้นให้พักพิงอีกแล้ว
“ท่านพี่ฟารีดา...วันนี้ท่านไปพบพี่ซามินมาได้ความว่าอย่างไรบ้างคะ”ท่านหญิงฟารีฮารีบเดินเข้ามาถามพี่สาวด้วยความอยากรู้ ทว่ายังไม่ทันได้ฟังคำตอบหญิงสาวก็พอเดาได้เพราะน้ำตาที่กำลังหลั่งรินนั้นบ่งบอกถึงคำตอบได้โดยไม่จำเป็ต้องพูดออกมา
“โธ่...ท่านพี่ทำไมพี่ซามินถึงทำแบบนี้นะ เขาไม่คิดช่วยอะไรเลยเหรอ”
“เขาคงดีใจหากพี่แต่งงานกับเ้าชาย”ฟารีดาบอกด้วยน้ำเสียงขบขันเหมือนจงใจหัวเราะให้กับตัวเองที่เผลอใจไปรักคนที่ไม่เคยสนใจความรู้สึกของเธอเลย
“มันน่าโมโหนัก!พี่ซามินไม่ควรมาทำกับท่านพี่แบบนี้เลย” แฝดผู้น้องเกรี้ยวกราดแทนขณะโอบบ่าพี่สาวไว้เพื่อปลอบโยน ฟารีฮารู้สึกผิดที่เป็คนแนะนำให้พี่สาวไปพบกับเสนาธิการหนุ่มเพื่อหาทางช่วยกันแก้ปัญหาแต่สุดท้ายพี่สาวของเธอกับกลับมาด้วยความผิดหวังเสียใจแทน
“ในเมื่อเขาไม่้าพี่พี่ก็ไม่คิดที่จะฝืนใจเขาหรอก” ท่านหญิงผู้อ่อนหวานเอ่ยอย่างน้อยใจก่อนจะฝืนยิ้มให้น้องสาว “เ้าไม่ต้องเป็ห่วงพี่นะฟารีฮาพี่ทำใจได้ เอาล่ะ ตอนนี้พี่ง่วงนอนแล้ว พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันใหม่นะ” กล่าวจบฟารีดาก็รีบเดินจากไปทันที
ท่านหญิงฟารีฮามองตามแผ่นหลังของพี่สาวไปด้วยความสงสารสุดหัวใจนึกโมโหคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความทุกข์ของพี่สาวทั้งหมด
หญิงสาวถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิดพยายามครุ่นคิดหาหนทางช่วยเหลืออยู่นานมาก จนสุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจะไปคุยกับซามินด้วยตัวเอง
ดังนั้นในเช้าวันรุ่งขึ้นท่านหญิงฟารีฮาจึงไปขอพบซามินที่บ้านรอเพียงครู่เดียวชายหนุ่มก็ออกมาพบด้วยใบหน้าที่ดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดทำให้หญิงสาวไม่กล้าอ้าปากพ่นคำต่อว่าต่างๆ นานาที่เตรียมมาใส่เขาเลยสักคำ
“เ้ามาพบพี่มีธุระอะไรงั้นหรือฟารีฮา”
“ก็เื่ของพี่ซามินกับท่านพี่...”
ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบประโยคดี เสนาธิการหนุ่มก็ยกมือขึ้นห้ามไว้พร้อมกับเอ่ยว่า
“พอเถอะ เ้าอย่าพูดถึงเื่นี้อีกเลย มันจบไปแล้ว”
“พี่ซามินจะยอมแพ้ง่ายๆ อย่างนี้หรือคะ ทำไมพี่ไม่ลุกขึ้นสู้ล่ะ” ฟารีฮาถามอย่างไม่พอใจ เธอไม่นึกเลยว่าทหารกล้าอย่างเขาจะยอมแพ้ง่ายๆแบบนี้
“พี่ไม่สามารถทำอะไรได้ทั้งนั้นฟารีฮา แม้องค์อาหมัดจะไม่ได้บังคับแต่ก็ยากที่จะขัดพระประสงค์ของพระองค์ได้”ซามินบอกด้วยน้ำเสียงขมขื่น รับสั่งจากเ้าเหนือหัวมีหรือที่ทหารอย่างเขาจะกล้าขัด
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ แค่พี่ซามินกล้าไปทูลกับองค์อาหมัดว่าพี่ทั้งสองคนรักกันเท่านั้นเองข้าเชื่อว่าถ้าพระองค์ทรงทราบจะต้องทรงเปลี่ยนพระทัยอย่างแน่นอน” ท่านหญิงฟารีฮาเสนอทางออกให้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายแล้วล่ะว่าจะตัดสินใจทำตามหรือไม่แล้วหญิงสาวก็ได้คำตอบ เมื่อได้เห็นท่าทางห่อเหี่ยวแทนท่าทีกระตือรือร้นจากซามิน
“เ้ากลับไปซะเถอะฟารีฮา อย่ายุ่งกับเื่นี้อีกเลย” ซามินตัดบทสนทนาแล้วลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไป แต่ฟารีฮาไม่ยอมให้จบเพียงเท่านี้จึงรีบคว้าแขนของเขาเอาไว้
“ถ้ายอมแพ้เสียแต่ตอนนี้ พี่จะสูญเสียท่านพี่ฟารีดาไปตลอดกาลนะ” เธอเห็นเขาอึ้งไปก็ถามย้ำเสียงหนักว่า “พี่ซามินทนได้เหรอ”
ซามินนิ่งเงียบไปจนฟารีฮาเริ่มมีความหวังแต่สุดท้ายแล้วชายหนุ่มก็แกะมือของเธอออกแล้วเดินจากไป ทำเอาท่านหญิงฟารีฮารู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรงจึงเดินตามไปะโต่อว่าเขาด้วยความโมโห
“ข้าไม่คิดเลยว่าทหารกล้าแห่งฟาริทจะขี้ขลาดตาขาวได้ถึงเพียงนี้ข้าเชื่อสนิทใจเลยว่าท่านเป็ทหารที่ดีเยี่ยม เคร่งครัดในคำสั่งและจงรักภักดีต่อราชวงศ์มากที่สุดต่อให้องค์อาหมัด้าชีวิตของท่านก็คงมอบให้ได้ แล้วนับประสาอะไรกับผู้หญิงที่ท่านรักจะมอบให้พระองค์ไม่ได้เล่าเอ๊ะ! ปล่อยนะ!”หญิงสาวใจนสะบัดแขนหนีเมื่อจู่ๆ ก็มีมือมือหนึ่งเอื้อมมาคว้าแขนของเธอไว้
“หยุดได้แล้ว”
“พี่คามิน! หลีกไปนะข้าจะไปคุยกับพี่ซามินให้รู้เื่” เมื่อเห็นว่าเป็ใครฟารีฮาก็แหวใส่ทันที
“พอเถอะฟารีฮาเื่นี้ปล่อยให้พี่ซามินกับฟารีดาจัดการกันเองเถอะ” คามินเตือนเพราะไม่อยากให้ฟารีฮามายุ่งเกี่ยวกับเื่นี้อีก เนื่องจากมันไม่ใช่เื่เล็กๆเลย และพี่ชายของเขาก็ไม่มีทางขัดคำสั่งอย่างแน่นอน แม้ว่าจะเ็ปใจมากแค่ไหนก็ตาม
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่” คามินขัดเสียงเข้มดวงตาดุขึ้น “เ้ากลับบ้านไปก่อนเถอะ แล้วก็อย่าพยายามทำอะไรเกี่ยวกับเื่นี้อีกปล่อยเื่นี้ให้เป็การตัดสินใจของพวกเขาเองเถอะนะ”
ท่านหญิงฟารีฮาเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความขัดเคืองใจหญิงสาวมองหน้าคามินด้วยแววตาตัดพ้อ ก่อนจะสะบัดหน้าใส่แล้วเดินออกจากบ้านไปพลางคิดในใจว่าเธอจะไม่มีวันเลิกยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้เป็อันขาด
เพราะความดื้อรั้นของท่านหญิงฟารีฮาทำให้ในวันต่อมาท่านหญิงเข้าวังไปขอพบเ้าชายฮาซิมที่ตำหนัก เนื่องจากเมื่อคืนเธอนั่งคิดนอนคิดอย่างหนักแล้วว่าไม่มีใครที่จะสามารถยกเลิกงานแต่งงานนี้ได้นอกจากเ้าชายเพียงผู้เดียว
เพราะถ้าเธอไปขอร้องบิดาท่านก็คงจะลำบากใจครั้นจะไปขอร้ององค์อาหมัดเธอก็ไม่กล้า สรุปแล้วหนทางออกในเื่นี้ที่ดีที่สุดก็มีแต่เ้าชายเท่านั้นที่จะช่วยพี่สาวของเธอได้
หญิงสาวผุดลุกผุดนั่งด้วยความกระวนกระวายใจเพราะ้าพูดกับเ้าชายให้รู้เื่โดยเร็วเธอเข้าวังมาขอพบเ้าชายั้แ่เช้าแล้วทว่านี่ก็สายมากแล้วเธอก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพบอีก ซึ่งเวลาผ่านไปกว่าสองชั่วโมงแล้ว
ขนมกับน้ำชาถูกยกออกมารับรองแขกเป็รอบที่สองแล้วท่านหญิงฟารีฮายกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบเพื่อดับอารมณ์โกรธที่คุกรุ่นอยู่ในใจใบหน้างดงามเริ่มบูดบึ้งก่อนจะคลายลงเป็ปกติจนกลายเป็ยิ้มหวานเมื่อเห็นมาลิคเดินมา
หญิงสาวรีบวางถ้วยชาลงแล้วลุกขึ้นยืนด้วยความยินดีเพราะคิดว่ารอบนี้มาลิคคงมาบอกให้เธอเข้าเฝ้าเ้าชายได้แล้วเป็แน่
“เ้าชายทรงอนุญาตให้ข้าเข้าเฝ้าได้แล้วใช่ไหมท่านมาลิค”
“ยังครับท่านหญิง” มาลิคตอบกลับอย่างสุภาพ
“อะไรนะ!” ฟารีฮาร้องถามเสียงสูง สีหน้าแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน“นี่ท่านไม่ได้มาบอกข้าว่าเ้าชายทรงให้เข้าพบได้แล้วงั้นเหรอ”
“ที่ข้ามาก็เพื่อที่จะบอกท่านหญิงว่าเ้าชายยังทรงงานติดพันอยู่ทรงรับสั่งให้ข้ามาแจ้งแก่ท่านหญิงว่าให้รอต่อไปอีกพักใหญ่ๆ เลย”
“พักใหญ่ๆ” เธอทวนคำเสียงสูง ก่อนถามกลับเสียงขุ่นเคือง“หวังว่าคงไม่ถึงชั่วโมงหรอกนะท่านมาลิค”
มาลิคไม่ตอบเพียงแต่ยิ้มให้เท่านั้น
“ท่านหญิงจะอยู่รอต่อหรือเปล่าครับ”
“ทูลเ้าชายด้วยว่าข้าจะอยู่รอเข้าเฝ้าต่อ” หญิงสาวกระแทกเสียงตอบพลางเดินกลับมาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมอย่างกระแทกกระทั้น
มาลิคเห็นกิริยาของเธอก็ไม่ว่าอะไรนอกจากยิ้มอย่างเดียวแววตาเต็มไปด้วยรอยขบขัน ชายหนุ่มก้มศีรษะให้เพียงนิด จากนั้นก็เดินจากไป
ท่านหญิงฟารีฮาหันมามองตามหลังด้วยความหงุดหงิดนึกเคืองเ้าชายขึ้นมาว่าการที่ให้เธอพบเพียงครู่เดียวมันจะกระทบกระเทือนงานที่ทำอยู่เชียวหรือตอนเธอไปเข้าเฝ้าองค์รานียังไม่เคยต้องรอนานขนาดนี้มาก่อนเลย อย่างนี้มันเหมือนแกล้งกันชัดๆ
หญิงสาวบ่นอุบอยู่ในใจ พยายามทำใจให้เย็นลงแต่การรอคอยที่นานแสนนานก็ทำให้เธอเริ่มทนไม่ไหวแม้จะท่องในใจว่าทำเพื่อพี่สาวซ้ำไปซ้ำมาก็ไม่อาจละลายความโมโหที่มีในตอนนี้ของเธอไปได้
นางกำนัลคนเดิมเดินถือถาดน้ำชากับขนมเข้ามาให้เธออีกครั้งซึ่งมันก็เป็จังหวะที่ฟารีฮาหมดความอดทนพอดี เธอจึงลุกขึ้นยืนพร้อมกับบอกนางกำนัลว่า
“ช่วยทูลเ้าชายให้ด้วยว่าข้าขอกลับก่อน” เมื่อนางกำนัลรับคำเธอก็เดินออกมาทันที ในใจตั้งมั่นไว้ว่าจะไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่เพราะพรุ่งนี้เธอจะมาขอเข้าเฝ้าใหม่ และจะมาจนกว่าจะได้เข้าเฝ้าเ้าชาย คอยดูสิ!