“เชิญมาคุยกันที่ห้องสอบปากคำเถอะครับ” ตำรวจนายหนึ่งพูดกับชินหลังเขามาถึงที่สถานีตำรวจ เมื่อเข้าไปในห้องก็ได้มีตำรวจ 2 นายตามเข้ามาด้วย ดูเหมือนคนแรกที่เข้ามาจะตำแหน่งสูงกว่าอีกคนอยู่บ้าง เขาดูสงบและเป็มืออาชีพมาก ขณะที่อีกคนยังดูกล้าๆ กลัวๆ เห็นครั้งแรกก็รู้เลยว่ามือใหม่ ทั้งสองอายุห่างกันพอสมควร ประสบการณ์ต่างกันมากจึงไม่แปลกนัก ภายในห้องมีโต๊ะตัวใหญ่ตัวเดียวตรงกลางห้องพร้อมกับเครื่องบันทึกเสียงอยู่ตรงกลาง และเก้าอี้ 2 ตัวอยู่ประกบโต๊ะตรงข้ามกัน มีหลอดไฟอยู่เหนือโต๊ะพอดี เหมือนห้องสอบปากคำคนร้ายในหนังไม่มีผิด ตำรวจที่ดูอายุมากกว่านั่งบนเก้าอี้ที่ใกล้ทางออกและเชิญให้ชินมานั่งตรงข้าม พร้อมกับตำรวจอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ตำรวจคนแรกโดยที่ถือสมุดจดและปากกาไว้ในมือ
ตำรวจ1: งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะครับ ก่อนอื่นเราอยากให้ทราบว่าคุณไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยและเรายังไม่สรุปว่าการตายของชายคนนี้เกิดจากอะไรกันแน่ เรานัดคุณมาเพื่อซักถามข้อมูลเพื่อการสืบสวนเท่านั้น ไม่ต้องเครียดมาก
ชิน: ครับ
ตำรวจ1: ก่อนอื่นคุณเป็อะไรกับผู้ตายครับ
ชิน: รุ่นน้องจากมหาลัยเดียวกันครับ
ตำรวจ1: ผู้ตายโทรหาคุณเื่อะไรครับ
ชิน: นัดไปดื่มครับ
ตำรวจ1: แค่นั้นเหรอครับ
ชิน: ครับ ปกติเขาก็ชอบชวนคนที่รู้จักไปดื่มกันตลอด แต่สุดท้ายก็จะหาเื่ให้คนที่ชวนมาออกตังค์ให้ทุกที
ตำรวจ1: คุณรู้เื่นั้นได้ยังไงครับ
ชิน: มีคนที่รู้จักกับผมและพี่เคนที่ถูกชวนมาเล่าให้ฟังหลายครั้งเลยครับ
ตำรวจ1: งั้นหลังจากสอบปากคำเสร็จรบกวนเขียนชื่อ-ที่อยู่และเบอร์โทรของคนเ่าั้ให้หน่อยนะ
ชิน: ครับ
ตำรวจ1: งั้นเื่ต่อไป คิดว่าผู้ตายมีศัตรูมั้ยครับ
ชิน: เื่นั้นผมคิดว่ามีเยอะเลยครับ ได้ยินมาว่าตอนเขาเมาหนักๆ มักจะไปหาเื่คนแถวนั้นตลอด อย่างตอนเรียนก็เคยไปหาเื่นักเลงแถวมหาลัยแล้วโดนทำร้ายต้องเข้าโรงพยาบาลเป็เดือนเลยครับ แต่ผมไม่รู้จักนักเลงนั่นหรอกนะ
ตำรวจ1: โอเคครับ แล้วรู้จักญาติผู้ตายมั้ยครับ
ชิน: ไม่ครับ ผู้ตายเคยเล่าให้ฟังว่าคนในบ้านไล่เขาออกมาตอนยังเรียนไม่จบ แล้วเขาก็ไม่เคยเล่าเื่ที่บ้านให้ฟังน่ะครับ
ตำรวจ1: อืม… ผมคิดว่าคงหมดเื่ถามแล้วล่ะครับ อ้อไม่สิ คำถามสุดท้ายละกันครับ ตอนที่ไปพบผู้ตายนอกจากดื่มกันแล้วได้ทำอะไรกันอีกมั้ยครับ
ชิน: …
ตำรวจ1: ว่าไงครับ
ชิน: ผมถ่ายรูปเขารูปนึง แค่นั้นครับ (ที่ร้านมีกล้องวงจรปิด ถ้าโดนจับได้ทีหลังว่าโกหกคงโดนสงสัยแน่ แค่บอกว่าถ่ายรูปคงไม่มีใครสงสัยอยู่แล้ว)
ตำรวจ1: โอเคครับ เชิญคุณออกไปได้
ตำรวจ2: เอ่อ… อย่าลืมไปเขียนข้อมูลก่อนกลับนะครับ…
ชิน: … ครับ
เมื่อได้ออกจากสถานีตำรวจ ก็ได้มีชายอีกคนเข้ามาหาชิน “สวัสดีครับ คุณคงเป็คุณชิน คนรู้จักกับคุณเคนสินะครับ ผมชื่อ คุนิน เป็นักสืบครับ” ชินทำท่าแปลกใจ “มีธุระอะไรครับ เื่คำให้การผมบอกตำรวจไปหมดแล้วนะ” นักสืบพูดต่อ “แล้วคุณรู้เื่คดีแปลกๆ นี่รึยังล่ะ ผมเชื่อว่าตำรวจไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับคดีคุณเลยล่ะสิ” ชินทำท่าแปลกใจขึ้นไปอีก “คุณรู้เื่นี้เหรอ ได้ไงกัน แล้วมันมีอะไรแปลกไปเหรอ” ชินเคยถามเื่คดีกับตำรวจไปแล้ว แต่ก็เป็อย่างที่คุนินพูด พวกตำรวจบ่ายเบี่ยงบอกว่าเป็คดีที่เปิดเผยอะไรมากไม่ได้ “ตามผมมาสิ เดี๋ยวผมจะเล่าเื่คดีนี้ให้ฟัง”
คุนินพาชินมายังร้านที่เขามาเมื่อคืน ทั้งคู่เดินลงจากรถและเข้าไปยังที่เกิดเหตุ คุนินเล่าว่าเขาเคยช่วยตำรวจหลายคดีมาก จนเมื่อตำรวจไขคดีไม่ได้ก็มักเรียกเขามาช่วยอีกแรงและอนุญาตให้เข้าที่เกิดเหตุได้เมื่อเก็บหลักฐานต่างๆ เสร็จเรียบร้อย “เอาล่ะ ผมจะเรื่มเล่าคดีให้ฟังนะ ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่าคดีนี้มีผู้เสียชีวิต 2 รายคือคนที่ชื่อเคนและพนักงานร้านนี้ พนักงานที่ตายเป็ผู้หญิงอายุ 26 เธออยู่ร้านนี้ตอนที่คุณและเคนมานั่งดื่มกันจนถึงเวลา 3 ทุ่มจึงได้กลับบ้าน และมาที่ร้านใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น คุณคงทราบดีว่าร้านนี้เปิดั้แ่ 9 โมงครึ่งไปจนดึก สาวพนักงานรายนี้ต้องมาที่ร้านตอน 7 โมงเพื่อช่วยเตรียมร้าน พยานที่อยู่กับผู้ตายตอนนั้นเล่าว่าเธอมาทำงานตามปกติ แต่ขณะที่เธอกำลังจัดของอยู่ก็ได้มีเืไหลออกจากร่างกายเอง แล้วเธอก็กรีดร้องด้วยความเ็ปจนถึงแก่ความตายเพราะเสียเืเยอะเกินไป ภาพจากกล้องก็เห็นว่าเป็แบบนั้นจริงๆ ศพที่นำไปชันสูตรผมก็ไปดูมาแล้วก่อนมาเจอคุณ รอยแผลของเธอมันแปลกมาก ไม่ใช้รอยมีดแต่เหมือนกับิัถูกฉีกให้ขาดจากกันมากกว่า แถมยังมีแผลที่ว่าเฉพาะบริเวณด้านหน้าด้วย ด้านหลังของเธอยังดูปกติดี คุณพอจะนึกอะไรออกมั้ย” แต่เมื่อคุนินหันกลับไปหลังจากเล่ามานานเขาก็พบว่าชินกำลังอ้วกในที่เกิดเหตุในสภาพที่หวาดกลัวมาก…
To be continued…