ตอนที่ 1 (8)
นึกถึงนี่รอยยิ้มบนใบหน้าเซี่ยเหยี่ยก็หม่นหมองไปทีละนิด คบหากับหานิซิวมาสามปีกว่า อีกฝ่ายไม่เคยพูดถึงเื่อนาคต แม้แต่ผูกพันธะก็ระมัดระวังอยู่เสมอ
หานิซิวแค่ผูกพันธะเขาไว้ชั่วคราวเท่านั้น โดยจะกัดทะลุิับริเวณหลังคอเบาๆ แล้วเลียแผลรอยกัดให้น้ำลายซึมลงไป เขาระวังตัวอยู่ร่ำไป ไม่เคยพลาดพลั้งกัดทะลุต่อมเพศของเขาอย่างจริงจังสักที
รอยผูกพันธะชั่วคราวอยู่ได้นานสุดเจ็ดถึงสิบวัน หานิซิวเลือกที่จะมากัดผูกพันธะชั่วคราวสองถึงสามวันครั้ง หากอยู่ใน่สัปดาห์ฮีทของเซี่ยเหยี่ย ต่อให้ตนไม่ว่างไปหาเขาก็ไม่ลืมมากัดหลังคอสักทีหนึ่ง ทำอยู่ซ้ำๆ ไม่มี่เว้นว่าง ครั้งหนึ่งเซี่ยเหยี่ยถูกกัดบ่อยจนชักรำคาญพลางหลุดปากถามไปว่า ‘ทำไมพี่ไม่ผูกพันธะไปเลยล่ะ กัดครั้งเดียวมีผลตลอดชีพจะได้ไม่ต้องลำบากอีก’
หานิซิวเอียงตัวพิงหัวเตียง หัวเราะชวนหมั่นไส้ ‘อยากโดนฉันผูกพันธะเหรอ อดใจรอมาเป็คนของฉันไม่ไหวขนาดนั้นเลยเหรอ’ ทำเอาเซี่ยเหยี่ยทั้งเขินทั้งเคืองจนนึกอยากลุกหนีไปจากเตียงทันที หานิซิวเห็นเซี่ยเหยี่ยกำลังจะโกรธก็รีบรั้งอีกฝ่ายมาโอ๋ใหญ่ ‘ผูกพันธะเป็เื่ที่ตระกูลเราให้ความสำคัญมาก ฉันจะผูกพันธะกับนายตามอำเภอใจไม่ได้ นายยังเด็ก ไม่ต้องรีบ’ พร้อมตบศีรษะเซี่ยเหยี่ยปุๆ จุดยิ้มมีเลศนัย
“น็อตใส่ขนาดนี้ ตอนนี้ก็มีเบบี๋แล้ว ไม่รู้ว่าแบบนี้ถือว่าเป็การผูกพันธะหรือยังนะ” เซี่ยเหยี่ยพูดพึมพำกับตัวเองใต้ผ้าห่ม เขาเพิ่งยี่สิบเอ็ดปี เพิ่งผ่าน่วัยเจริญพันธุ์มาเป็โอเมก้าเต็มตัวแค่สองสามปีเท่านั้น แม่โอเมก้าจากไปพร้อมกับพ่อเมื่อนานมาแล้ว เซี่ยเหยี่ยถูกเลี้ยงดูโดยคุณปู่มาั้แ่อายุแปดขวบ คุณปู่อายุมากพอสมควร เป็อัลฟ่ายีนด้อยสุขภาพไม่ค่อยดี แค่ต้องเลี้ยงดูปูเสื่อเซี่ยเหยี่ยให้เติบโตอย่างแข็งแรงได้ก็บุญหัวมากแล้ว ความรู้รอบตัวเกี่ยวกับโอเมก้าส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ดี แม้จะอ่านหนังสือตำรามานักต่อนัก แต่การขาดผู้ปกครองโอเมก้าคอยชี้นำ ไม่แปลกที่เซี่ยเหยี่ยจะสับสนมึนงง
เซี่ยเหยี่ยนั่งคิดนอนคิดอยู่บนเตียงไปเรื่อยเปื่อย เดี๋ยวดีใจสลับกับเป็ห่วง กลิ่นไม้สนยังเหลือติดที่นอนอยู่อ่อนๆ ช่วยปลอบประโลมโอเมก้าตั้งครรภ์อย่างอ่อนโยน ไม่นานเซี่ยเหยี่ยก็ผล็อยหลับไปอย่างผ่อนคลาย
ตื่นมาอีกทีก็เป็เวลาห้าทุ่มกว่า หานิซิวยังไม่กลับจนเซี่ยเหยี่ยชักเป็ห่วงขึ้นมา เขากดโทรหาเ้าตัว สองสายแรกไม่มีคนรับจนเสียงสัญญาณทิ้งข้อความดังขึ้น รอกดโทรสายที่สาม เสียงรอสายดังสองทีก็ถูกตัดสายทิ้งต่อด้วยการปิดเครื่องหนี
เซี่ยเหยี่ยกังวลจับใจ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหานิซิว ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกลับมาแล้วหรือยัง ถึงได้กำมือถือพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงอย่างประหม่ากระทั่งใกล้รุ่งสางถึงเผลอหลับ
รุ่งเช้าเขาไม่สนว่ายังมีตารางเรียน่เช้าหรือไม่ ตรงดิ่งไปที่ตึกออฟฟิศเมฆากรุ๊ป พุ่งตรงไปยังห้องทำงานรองผู้บริหารที่ชั้นสิบห้า
พนักงานออฟฟิศใหญ่ยังอยู่ในภาวะตื่นตระหนกเช่นเดิม เลขาเห็นเซี่ยเหยี่ยมารีบเดินถลาเข้าไปหาทันที
“พี่ครับ รุ่นพี่ต้าหานอยู่หรือเปล่า” เซี่ยเหยี่ยถามอย่างเกรงใจ เขาไม่ใช่พนักงานอีกคน คิดว่าเรียกรองผู้บริหารออกจะแปลกไปสักนิด ถึงเรียกเขาว่ารุ่นพี่มาตลอด ดูสนิทแต่ก็ไม่มากไป
“อยู่ค่ะ แต่ว่า…” เลขาทำท่าอึกอัก
“ทำไมเหรอครับ” เซี่ยเหยี่ยไม่ทันถามจบ ประตูห้องรองผู้บริหารก็เปิดออก หานิซิวเดินออกมาพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินควงแขนเขาด้วยท่าทีสนิทสนม
“???” เซี่ยเหยี่ยมองภาพตรงหน้าอย่างมึนงง ผู้หญิงคนนี้พูดคุยกับหานิซิวอย่างเพลิดเพลิน เห็นเขาชะงักฝีเท้ากะทันหันก็หยุดตาม ถึงเห็นว่าตรงหน้าพวกเขายังมีเด็กชายคนหนึ่งยืนอยู่นอกจากเลขาส่วนตัวของหานิซิว
ผู้หญิงคนนั้นเห็นเด็กชายจ้องมองหานิซิวด้วยสีหน้าใ ก็นึกประหลาดใจ “ิซิว เขามาหานายเหรอ” หานิซิวไม่ตอบ เขาก็มองเด็กผู้ชายคนนั้นตอบนิ่งๆ ด้วยแววตาเรียบเฉย ยิ่งกระตุ้นความฉงนใจแก่เธอที่จับสังเกตถึงบรรยากาศแปลกๆ ระหว่างพวกเขาสองคน จนอดถามเซี่ยเหยี่ยไม่ได้ว่า “สวัสดี ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรเหรอคะ”
เซี่ยเหยี่ยละสายตาจากหานิซิวอย่างยากลำบาก ไล่มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างจริงจัง เธอสวยมาก ร่างสูงเพรียวใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีต ชุดเดรสสีแดงสดขับผิวเธอให้ดูขาวผ่องดุจหิมะ เธอเดินควงหานิซิวออกมาด้วยท่วงท่าสง่า จังหวะก้าวสั้นๆ เพียงไม่กี่ก้าว ออราเปล่งปลั่งเหมือนเดินพรมแดงอย่างไรอย่างนั้น ภาพที่ทั้งสองเดินควงแขนกันอย่างสนิทสนมราวกับคู่กิ่งทองใบหยกทำให้เขาทำตัวไม่ถูกนิดหน่อย ทว่าสิ่งที่เซี่ยเหยี่ยแคลงใจมากที่สุดไม่พ้นกลิ่นบนตัวเธอที่ลอยเตะจมูกเขา
นั่นไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม ตัวเธอมีกลิ่นฟีโรโมนคล้ายไม้สนของหานิซิว แต่ก็แค่คล้ายไม่เหมือนเสียทีเดียว เซี่ยเหยี่ยรู้สึกวิงเวียนศีรษะเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่ากลิ่นไม้สนของหานิซิวจะไปอยู่บนตัวผู้หญิงอีกคนได้อย่างไร เขาลองจำแนกอีกทีพบว่าแยกกลิ่นไม้สนออกมาเป็ตัวเป็ตนไม่ได้ บ่งบอกว่านั่นไม่ใช่กลิ่นที่เกาะอยู่บนตัวหญิงสาว แต่เป็กลิ่นที่ผ่านการผสมของฟีโรโมนสองชนิดอย่างลึกซึ้ง เมื่อคืนที่เขาไม่กลับบ้าน หรือว่า...เพราะงั้นบนตัวผู้หญิงคนนี้ถึงได้แผ่กลิ่นคล้ายต้นไม้ออกมาอย่างนั้นหรือ
“ิหย่า เธอกลับไปก่อน” หานิซิวตบหลังเอวเธอเบาๆ “พ่อแม่ฉันคิดถึงเธอมาก เธอกลับไปเยี่ยมพวกท่านก่อน คืนนี้ค่อยทานข้าวด้วยกัน” หานิซิวหรี่ตาให้เธอ ิหย่าอมยิ้มพลางตอบ “งั้นฉันไปก่อนนะ เจอกันคืนนี้” เธอโบกมือลา ผงกหน้าให้เซี่ยเหยี่ยกับเลขาอย่างสง่างามน้อยๆ ก่อนเดินเหยียบรองเท้าส้นสูงจากไป
หานิซิวยืนมองคุณิหย่าไล่หลังไปอยู่สองวินาทีก็หันหลังกลับเข้าห้องทำงาน ไม่แม้แต่จะชายตามองเซี่ยเหยี่ยสักแวบเดียว