ห้องรับรองตระกูลมู่
หวังเยี่ยนหรันนั่งอยู่บนที่นั่งสำหรับแขกชุดคลุมสีขาวเผยให้เห็นรูปร่างอันงดงามของนาง ประกอบกับดวงหน้าสวยสะคราญและขาวผ่องทำให้นางมีเสน่ห์เย้ายวนชวนมอง
แต่ในเวลานี้ สีหน้าของเหยียนจู่ที่นั่งอยู่ข้างๆ นางกลับเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย
หากไม่ใช่เพื่อช่วยน้องหญิงยกเลิกการหมั้นหมายเขาไม่มีทางลดตัวลงมาที่นี่เด็ดขาด
และท่าทีของอีกฝ่ายก็ดูช่างจองหองยิ่งนักกล้าให้พวกเขารอนานขนาดนี้
ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย!
เมื่อคิดถึงเื่นี้ เจตนาร้ายก็เกิดขึ้นในใจของเหยียนจู่ และเขาสาบานกับตัวเองในใจว่า เขาจะฆ่าทุกคนในตระกูลมู่อย่างแน่นอน!
จนกระทั่งครึ่งชั่วยามต่อมา
ในที่สุดก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกห้องโถง
“ฮ่าๆ”
“หลานสาวเยี่ยนหรันเ้ามาที่ตระกูลมู่ ทำไมไม่บอกล่วงหน้าเล่า”
“ข้าจะได้ให้เฉินเอ๋อร์ไปรับเ้า”
มู่ชิงหยุนผู้าุโใหญ่หัวเราะร่าเริงและมาพร้อมกับมู่หลางกับมู่เฉินที่อยู่ข้างหลังเขา
หวังเยี่ยนหรันยิ้มเล็กน้อยและลุกขึ้นคำนับ
เมื่อสายตาของนางหันไปเห็นมู่เฉินมันก็วูบไหวเล็กน้อย ก่อนจะกลับเป็ปกติอย่างรวดเร็ว
ใน่สามปีที่ผ่านมา มู่เฉินเงียบหายไป และขาดการติดต่อกันระหว่างกัน ทำให้ตอนนี้ทั้งสองคนกลับกลายเป็คนแปลกหน้าไปเสียแล้ว
คนหนึ่งเป็ศิษย์อัจฉริยะของถ้ำหลิงซู
อีกคนเป็คุณชายที่ไร้ค่าของตระกูลเล็กๆในเมืองชิงหยุน
ความแตกต่างในสถานะนั้น เหมือนความแตกต่างระหว่าง์กับผืนดิน
แต่ในขณะนี้สีหน้าของมู่เฉินนั้นสงบนิ่งเหมือนน้ำ ราวกับตัวเขานั้นเป็คนนอก
มีเพียงคนธรรมดาเท่านั้นที่ไม่รู้ว่าดวงตาสีดำคู่นั้นรวบรวมไอสังหารไว้มากแค่ไหน!
“ทุกอย่างมันกะทันหันข้าเองก็มาเยี่ยมโดยไม่ทันตั้งตัว”
“หวังว่าผู้าุโใหญ่จะไม่โกรธ”
หวังเยี่ยนหรันรู้จักมู่เฉินั้แ่ยังเด็ก
แน่นอนว่านางคงไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับผู้าุโของตระกูลมู่
“พูดอะไรอย่างนั้น”
“เ้ามาที่นี่ก็เหมือนมาบ้านของตัวเองนั่นแหละ”
“มีอะไรก็ค่อยคุยกันหลังอาหารเที่ยงเถอะ”
มู่ชิงหยุนปรบมือจากนั้นสาวใช้หลายคนก็เดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับอาหารรสเลิศ และถ้วยชาก็ถูกจัดวางเรียงกันบนโต๊ะรับแขก
“นี่คือชาิญญาที่เก็บจากที่ราบสูงเป่ยไห่มีผลทำให้จิตใจสงบ”
“หลานเยี่ยนหรันลองดูสิ”
“อ้อ แล้วคนผู้นี้คือ...?”มู่ชิงหยุนมองไปเหยียนจู่ที่อยู่ข้างๆ
แน่นอนว่าเขารู้จักชายชราในชุดดำที่อยู่ข้างหลัง
เขาเป็บุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลหวังที่เป็รองจากผู้นำตระกูล ผู้าุโสาม หวังเสวียนเฟิง เขาอยู่ที่ระดับแก่นปราณขั้นแปด!
“อ้อ”
“ยังไม่ได้แนะนำให้รู้จักเขาคือศิษย์พี่ของข้าในถ้ำหลิงซู เหยียนจู่”
“ศิษย์เอกของอาจารย์จื่อหยาง”
หวังเยี่ยนหรันจงใจเน้นเสียง
มู่ชิงหยุนเข้าใจทันทีว่านาง้าจะสื่ออะไร
ในใจนึกเย้ยหยัน หากแต่ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมาก่อนจะทำทีเอ่ยชม“ที่แท้ก็ศิษย์ของอาจารย์จื่อหยางนี่เอง”
“มิน่าล่ะ เขาถึงได้มีพื้นฐานการฝึกตนในระดับแก่นปราณในวัยนี้ได้”
“อนาคตไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้แน่ๆ”
แต่เหยียนจู่ดูจะเพิกเฉยต่อคำกล่าวชมของอีกฝ่ายและยังคงท่าทีเย่อหยิ่งจองหองไว้
เพียงเท่านั้น
บรรยากาศก็ดูอึดอัดขึ้นมาทันที
ทางด้านของมู่เฉินก็นั่งอยู่บนเก้าอี้มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเ็าไม่พูดอะไร
ผิดกับมู่หลาง ที่ดูเหมือนจะเป็คนที่ปกติมากที่สุดเขายกชาิญญาขึ้นมาจิบสบายใจ
ชาิญญาเป่ยไห่นี้ไม่เพียงแต่รสชาติดีเท่านั้น ยังเพิ่มพลังจิติญญาในร่างกายได้อีกด้วย
เป็สิ่งที่ดีจริงๆ
บรรยากาศน่าอึดอัดนี้ดำเนินต่อไปอีกครู่หนึ่ง
ในที่สุดหวังเยี่ยนหรันก็ทนไม่ไหวและถามขึ้นมาว่า “เยี่ยนหรันมาที่นี่เพื่อขอพบผู้นำตระกูลมู่นะเ้าคะ”
“ไม่ทราบว่าผู้าุโใหญ่จะเชิญท่านผู้นำตระกูลออกมาได้หรือไม่?”
จริงอย่างที่คิดเอาไว้!
เริ่มเข้าเื่แล้วหรือ?
แววตาของมู่ชิงหยุนเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนแสร้งทำเป็ลำบากใจ “คือว่า...”
“ท่าจะโชคไม่ดีนักบังเอิญว่าตอนนี้ผู้นำตระกูลกำลังจัดการกับธุระสำคัญอยู่ ข้าเกรงว่าเขาจะไม่มีเวลาออกมาพบเ้า”
“ถ้าเ้ามีอะไรก็พูดกับข้าได้”
หวังเยี่ยนหรันไม่ได้ประหลาดใจกับคำตอบของอีกฝ่ายและกล่าวต่อไปว่า “ข้าเกรงว่าผู้าุโใหญ่จะมิอาจตัดสินใจได้”
“ที่ข้ามาที่ตระกูลมู่ในครั้งนี้ก็เพื่อถอนหมั้นกับมู่เฉิน”
“ในปีนั้นมู่เสินฉวนผู้นำตระกูลเป็คนตัดสินใจ ดังนั้นข้าจึงควรคุยกับเขา”
“ถอนหมั้น?”
ดวงตาของมู่ชิงหยุนหรี่ลง “ดูเหมือนว่าข่าวลือในเมืองชิงหยุนเมื่อเร็วๆนี้จะเป็จริง...”
“ถูกต้อง”หวังเยี่ยนหรันกล่าวอย่างใจเย็นด้วยใบหน้าที่สงบนิ่ง
มู่ชิงหยุนหัวเราะในลำคอ ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปในทันที
“ถ้าเป็เช่นนั้นพวกเ้าก็คงจะต้องรออีกสักครู่”
“หากผู้นำตระกูลของเราจัดการธุระเสร็จเมื่อไรเขาจะมาพบพวกเ้าเอง”
สิ้นเสียง
จู่ๆ เหยียนจู่ที่อยู่ข้างๆก็สติขาดผึง และขว้างถ้วยชาในมือทิ้งทันที
“เหอะผู้นำตระกูลเล็กๆ ช่างจองหองนัก!”
“กล้าให้คนของถ้ำหลิงซูอย่างข้ารอไม่มีชาวิเศษให้ดื่ม แถมยังเอาชาิญญาไร้ค่าแบบนี้มาให้”
“นี่คือวิธีต้อนรับแขกของพวกเ้าอย่างนั้นรึ?!”
ทันใดนั้น บรรยากาศก็ตึงเขม็งทันที
สีหน้าของมู่ชิงหยุนและมู่เฉินเ็าและพลังในร่างกายของพวกเขาก็พร้อมที่จะโจมตีแล้ว
นี่คือสัญญาณของการต่อสู้
และในเวลานี้มู่หลางก็เห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี
เขารู้ว่าเขาควรจะเริ่มแสดงฝีมือได้แล้ว
ในอึดใจถัดมาเขาลุกขึ้นอย่างช้าๆ เดินไปข้างหน้าเหยียนจู่ด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง จากนั้นก็คว่ำจานกับถ้วยชาบนโต๊ะของอีกฝ่ายทันที
“ถ้ำหลิงซูนี่มันยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยหรือไง?”
“ไม่มีหอยเป๋าฮื้อให้เ้ากินหรือ?”
“ไม่มีไก่อบให้เ้ากินหรือ?”
“แค่ให้รอนิดหน่อยเ้าก็เอาแต่พูดพล่าม!”
“จะมาดื่มชาวิเศษอะไรไปกินขี้นู่น!”