เถ้าแก่ฟู่หันไปตามเสียงเมื่อหลงจู๊วัยกลางคนที่เขาจ้างมาดูแลร้านตำราสาขาเมืองหลวง เข้ามาเรียกเขาที่กำลังตรวจสอบบัญชีร้านอยู่ด้านใน
"นายท่านขอรับ มีคน้ามาติดต่อขอนำตำรามาวางขายที่ร้านของเราขอรับ"
"ตำราเกี่ยวกับอะไรล่ะ เ้านำมาให้ข้าดูสิ"
เถ้าแก่กู้เอ่ยขึ้นด้วยความสนใจ ไม่บ่อยนักที่จะมีคนนำตำรามาฝากขายที่ร้านของเขาที่ส่วนมากมักเป็ตำราสำหรับบัณฑิตที่จะใช้อ่านสอบเพื่อเข้ารับราชการในกรมกองต่างๆ ที่เปิดรับทุกสองปี
ตำราที่เขานำมาขายส่วนมากมักเขียนขึ้นจากอาจารย์จากสำนักศึกษาโดยตรง ที่จะนำไปคัดลอกและวางขายตามร้านตำราทั่วแคว้นซีฉิน
หลังจากเถ้าแก่ฟู่รับตำราเล่มไม่หนามากนักประมาณสามสิบหน้า หน้าปกตรงกลางมีตัวอักษรเขียนคำว่า 'ยวนยาง์' และตรงมุมล่างขวามีคำว่า 'เยว่หลัน' เขียนเอาไว้ เขาคิดว่าคงหมายถึงชื่อผู้เขียน ส่วนยวนยาง์นั้นคงเป็ชื่อของตำราเล่มนี้
หลังจากอ่านชื่อตำราแล้ว เขาก็คาดเดาว่า ตำราเล่มนี้คงไม่ใช่ตำราวิชาการ แต่เป็เื่เล่าตามตำนานที่อีกฝ่ายอาจแต่งขึ้นมาเอง และอยากลองนำมาฝากขาย
ในใจของเถ้าแก่ฟู่อดรู้สึกดีใจไม่ได้ที่ได้ตำราชนิดใหม่มาวางขายท่ามกลางตำราวิชาการที่เคร่งเครียดเหล่านี้ หากสิ่งนี้ขายได้ดี เขาอาจเป็ผู้นำในการขายตำราเื่แต่งในบรรดาร้านขายตำราในเมืองหลวง
แต่นั่นต้องหลังจากที่เขาพิจารณาดูแล้วว่าตำราเล่มนี้เหมาะสมหรือไม่
ไม่คาดคิดว่าหลังจากที่เขาเปิดหน้าแรก เขาก็ไม่สามารถถอดความจากตัวอักษรได้เลย...
ผู้เขียนเล่มนี้เพียงแค่สุ่มเขียนตัวอักษรขึ้นมาอย่างนั้นหรือ ถึงได้เป็คำที่ไม่ปะติดปะต่อกันเช่นนี้
เถ้าแก่ฟู่ขมวดคิ้ว แล้วยกมือขึ้นนวดขมับของตัวเอง ดวงตาที่มีร่องรอยของความสับสน มองไปยังหลงจู๊ที่ยังรอคำสั่งของเขาอยู่
"ไปตามคนที่นำตำราเล่มนี้มาฝากขายเข้ามาหน่อย"
"ขอรับนายท่าน"
เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาพร้อมกับร่างบางของเกอที่สวมผ้าคลุมหน้าของตัวเองอย่างมิดชิด ทำไมเถ้าแก่ฟู่มองด้วยความสนใจ เขาเอ่ยถามอย่างคนใจกว้าง
"ข้าลองเปิดตำราที่เ้าฝากมาแล้ว เพียงแต่ว่าข้าไม่สามารถอ่านมันได้ เ้าสามารถอ่านมันให้ข้าฟังได้หรือไม่"
เกอตรงหน้าประสานมือก่อนโค้งคำนับเขาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอึกอัก
"ขออภัยเถ้าแก่ที่ต้องเสียมารยาท นายของข้าบอกกับข้าเพียงว่า ตำรานี้มีเพียงผู้ที่ถูกเลือกเท่านั้นจึงจะสามารถถอดความของตำราเล่มนี้ได้ขอรับ"
เถ้าแก่ฟู่ที่ไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้ถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ
เขาไม่สามารถอ่านตำราเล่มนี้ได้ แสดงว่าเขาไม่ถูกเลือกอย่างนั้นเหรอ
โอ้ ผู้เขียนตำราเล่มนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ
"เ้าสามารถบอกข้าได้หรือไม่ว่าเ้านายของเ้าคือผู้ใด"
"ท่านสามารถเรียกนามของนายข้าว่า 'เยว่หลัน' ขอรับ" เกอตรงหน้าเอ่ยอย่างนอบน้อม
"แล้วนายของเ้าฝากตำรามาให้ข้าเพียงแค่สองเล่มนี้เท่านั้นหรือ"
"นายท่านฝากขายเพียงเล่มเดียวขอรับ ส่วนอีกเล่มเป็ต้นฉบับไว้ให้ทางร้านคัดลอกหลังจากที่มีผู้ซื้อตำราเล่มแรกไปแล้วขอรับ"
มือเหี่ยวย่นของเถ้าแก่ฟู่ลูบหนวดสีขาวแซมดำของตนอย่างครุ่นคิด
นายท่านของเกอผู้นี้ช่างมั่นใจเหลือเกินว่าตำราพิสดารเล่มนี้จะขายออกแน่นอน
ในเมื่อเ้ากล้านำมาขาย ข้าก็จะยอมเชื่อใจดู
"แล้วนายของเ้าจะฝากข้าขายในราคาเท่าใด"
"ขายสิบตำลึงเงินขอรับ ส่วนค่าฝากขายคือสองตำลึงเงินสามารถหักจากสิบตำลึงเงินได้เลยขอรับ"
"ข้าคิดว่าราคาแพงมากเกินไปหน่อย"
เถ้าแก่ฟู่ที่ได้ฟังราคาถึงกับตกตะลึง ราคานี้สามารถซื้อตำราวิชาการได้ถึงสองเล่มเลยทีเดียว จะมีใครยอมจ่ายเงินให้กับตำราที่มาจากผู้เขียนที่ไม่เป็ที่รู้จักเช่นนี้กัน แถมตำรานี่จะมีใครสามารถอ่านออกได้จริงๆ เหรอ
"นายท่านของข้ายืนยันว่าขายออกแน่นอนขอรับ เล่มแรกอาจจะใช้เวลานานกว่าจะขายได้ แต่นายท่านย้ำมาว่า หากเล่มแรกขายออกไปได้เมื่อไหร่ เถ้าแก่ควรรีบหานักคัดลอกมาคัดลอกตำรานี้ให้มากและไวที่สุดเพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องรอนานขอรับ"
เถ้าแก่ฟู่ที่มีอายุกว่าห้าสิบปีได้ยินประโยคนี้ถึงกับคิดกับตัวเองว่า ั้แ่ที่เขาเกิดมายังไม่เคยเห็นผู้ใดโอ้อวดตัวเองมากเท่านี้มาก่อนเลยจริงๆ แต่เมื่อเขาตัดสินใจกล้าลองเสี่ยงดูแล้ว อย่างไรก็แค่ตำราเล่มหนึ่ง ไม่ได้เสียพื้นที่ชั้นวางเท่าไหร่ หากขายได้ก็ถือว่าโชคดีไปได้มาถึงสองตำลึงเงิน จึงยอมรับตำรับจากนายท่านของเกอคนนี้มาขาย
เขานำตำราต้นฉบับที่อีกฝ่ายนำมาเก็บไว้ที่ชั้นวางในห้องด้านใน จากนั้นก็นำอีกเล่มให้หลงจู๊นำไปวางบนชั้นตำราสำหรับวางขายตรงตำราเล่มเก่าที่ยังขายไม่ออก
หนึ่งสัปดาห์ถัดมา
กัวฟู่เฉินบัณฑิตจากสำนักศึกษาที่มักจะใช้เวลาว่างไปกับการหาซื้อตำราเล่มใหม่ๆ มาอ่านเพื่อหาความรู้เพิ่มเติม ตัวเขาเป็บุตรชายของคหบดีร้านขายผ้าไหมชื่อดัง มักจะมาเป็ลูกค้าประจำที่ร้านตำราฟู่ฉือใน่วันหยุดเสมอ วันนี้เขามาที่ร้านเพื่อหาตำราเล่มใหม่เพื่อไปอ่านเช่นเดิม
กัวฟู่เฉินเอ่ยทักทายหลงจู๊หม่าที่สนิทสนมกันเนื่องจากเขามาใช้บริการที่นี่ได้หลายปีแล้ว ก่อนจะขอตัวจากอีกฝ่ายเพื่อหาตำราน่าอ่านตรงชั้นหนังสือด้านใน
ดวงตาเรียวไล่สายตามองยังหน้าปกตำราไปชั้นวางทั้งหลาย แล้วก็ยังไม่เจอเล่มที่น่าสนใจ เขาจึงเปลี่ยนทิศทางไปยังชั้นหนังสือด้านหลังที่เป็แหล่งรวมตำราที่ออกมาได้หลายปีแล้วบ้าง ก่อนที่กัวฟู่เฉินจะไปสะดุดสายตากำตำราเล่มหนึ่ง ที่ด้านหน้าปกเขียนว่า 'ยวนยาง์'
ยวนยาง์งั้นเหรอ?
มือของบัณฑิตหนุ่มหยิบตำราขึ้นมาเปิดดูเนื้อในว่าด้านในเขียนเกี่ยวกับอะไร หลังจากเพ่งมองเพื่ออ่านตัวหนังสืออยู่นาน เขาถึงกับสะบัดหน้าตัวเองเพื่อไล่ความมึนงง จากตัวอักษรลายตาที่เรียงกันจากบนลงล่างอ่านแล้วแต่คำศัพท์ไม่เรียงกันเป็ประโยคที่ได้ใจความสักนิด
เขาพลิกตำราไปมาด้วยความสับสน ก่อนจะพลิกไปดูที่หน้าปกเพื่ออ่านชื่อผู้เขียนอีกครั้ง
เยว่หลัน?
เขาจำได้ว่าไม่มีอาจารย์ในสำนักศึกษาคนไหนมีชื่อว่าเยว่หลันเลยสักคน
หรือตำราเล่มนี้จะมาจากต่างแคว้นกัน แต่ตัวอักษรล้วนเป็ภาษาของแคว้นฉินซีทั้งหมด
เมื่อความสงสัยพุ่งขึ้นสูง เขาจึงตัดสินใจนำตำราเล่มนี้ไปถามกับหลงจู๊หม่าที่มีหน้าที่ดูแลร้าน ก่อนจะได้คำตอบกลับมาที่ชวนงงกว่าเดิม เมื่ออีกฝ่ายบอกเพียงว่า ผู้เขียนฝากคำพูดไว้เพียง ตำราเล่มนี้จะเป็ผู้เลือกเ้าของจากคนที่อ่านสามารถอ่านมันออกได้เท่านั้น
กัวฟู่เฉินผู้ที่มีจิตใจไม่ยอมรับความพ่ายแพ้มาก่อนถึงกับไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชนขึ้นในใจ เขาตัดสินใจขอยืมพื้นที่ในการอ่านหนังสือของร้าน เพื่อสำรวจตำราเล่มนี้อย่างจริงจัง จนในที่สุดหนึ่งชั่วยามผ่านไปเขาก็ผุดลุกขึ้นจากเก้าอย่างตื่นเต้นจนเสียงขาเก้าอี้ขูดลากไปกับพื้น
กัวฟู่เฉินมีสีหน้าแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายแวววาวราวกับมีเื่ให้ดีใจสุดขีด ขายาววิ่งหยิบตำราที่ใช้เวลาแกะมันกว่าหนึ่งชั่วยามขึ้นแนบอกอย่างหวงแหนยิ่งกว่าชีวิตเพื่อมาชำระเงินกับหลงจู๊ชราด้วยท่าทีรีบร้อน
หลงจู๊หม่ามองลูกค้าประจำด้วยความแปลกประหลาดใจที่ตำราพิสดารที่ขายไม่ออกมากว่าสัปดาห์ถูกอีกฝ่ายซื้อไปอย่างเร่งรีบโดยที่ไม่นึกเสียดายเงินสิบตำลึงเงินที่จ่ายมาเลยสักนิด เมื่อได้ยินราคาของตำราเล่มนั้น คุณชายกัวก็ควักตำลึงเงินให้อย่างไม่คิดต่อราคาด้วยซ้ำ
คุณชายกัวสามารถไขความลับของตำราเล่มนั้นได้จริงๆ อย่างนั้นหรือ ช่างน่าเสียดายที่เขาไม่ทันดึงตัวอีกฝ่ายเพื่อถามว่าตำราเล่มนั้นเขียนเกี่ยวกับอะไร
แต่ไม่เป็ไร อย่างไรเดี๋ยวก็ได้เจอลูกค้าประจำท่านนี้อีก ไว้คราวหน้าค่อยถามก็ยังได้
หลงจู๊หม่านำเงินสองตำลึงเงินเก็บเข้าบัญชีขอร้านตำราฟู่ฉือ ส่วนอีกแปดตำลึงที่เป็เงินค่าตำราก็แยกไว้ รอให้เกอที่เป็บ่าวรับใช้ของผู้เขียนที่ใช้ชื่อว่าเยว่หลันมารับกลับไปให้เ้านาย
สิ่งที่หลงจู๊หม่าเผลอลืมไปหนึ่งอย่างที่สำคัญมาก คือคำพูดของเกอที่นำตำรามาฝากวางขายนั่นเอง ที่บอกไว้ว่าหลังจากมีผู้มาซื้อตำราเล่มนี้แล้วให้รีบหาผู้คัดลอกตำรามาคัดลอกโดยไว้ จึงทำให้สองวันต่อมา เขาสูญเสียรายได้ไปมากกว่าหนึ่งตำลึงทองเลยทีเดียว
Talk : ส่งการบ้านค่ะ สั้นหน่อยเพราะมือซ้ายถูกน้ำร้อนลวก เลยเหลือแค่มือขวาค่ะ เจอกันวันเสาร์ค่ะ