ยามเย็นของวันเปิดเทอมใหม่ความวุ่นวายภายในลานกิจกรรมของมหาวิทยาลัยค่อยๆ สงบลงหลังจากกิจกรรมรับน้องเฟรชชี่วันแรกผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เรน รุ่นน้องสาวปีสองหน้าตาสะสวยกิริยาน่ารักและ ธันวา รุ่นพี่ปีสี่ประธานรุ่นผู้แสนใจดีและอบอุ่นต่างก็เป็ตัวหลักของกลุ่มเพื่อนในการช่วยกันจัดงานและเก็บอุปกรณ์จนเวลาเลยมาจนถึง่เย็น
"ฝนจะตกหนักแล้วมั้งเนี่ยตั้งท่ามาเชียว" เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้นขณะมองฟ้าที่มืดครึ้ม
"พวกเธอกลับยังไงกัน? รถพี่ยังว่างนะ"ธันวาอาสาอย่างใจดี เขานำกระเป๋าไปเก็บและควักกุญแจรถยนต์ออกมาก่อนจะขับรถไปส่งน้องๆ ในกลุ่มทีละคนจนกระทั่งเหลือเพียงเรนเป็คนสุดท้าย
"บ้านเรนอยู่ในซอยลึกนิดนึงนะคะพี่ธัน...รบกวนด้วยนะคะ" เรนบอกด้วยน้ำเสียงเกรงใจขณะนั่งประจำที่เบาะข้างคนขับ
"ไม่เป็ไรเลยครับบ้านเรนอยู่ตรงไหนบอกพี่ได้เลยนะ" ธันวายิ้มรับพลางขับรถ ท่ามกลางความเงียบภายในห้องโดยสารเขาแอบชำเลืองมองใบหน้าหวานของเรนที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ เป็ระยะทุกครั้งที่จอดชะลอตามทางสายตาของเขามักจะห้ามใจไม่ให้หันไปมองรอยยิ้มและความสดใสของเธอไม่ได้ความน่ารักของเรนทำให้อกข้างซ้ายของเขาเต้นผิดจังหวะมาตลอดั้แ่ได้พบเธอแม้จะรู้ดีว่าเธอมีแฟนอยู่แล้ว และตัวเขาเองก็ยังไม่ว่างก็ตาม
ทว่าขณะที่รถยนต์กำลังแล่นเข้าสู่บริเวณที่ค่อนข้างเปลี่ยวในซอย เสียง ตึ้กๆๆๆพร้อมแรงสั่นะเืก็ดังขึ้น ธันวาจึงจอดรถแล้วกางร่มออกไปดูก่อนจะเดินกลับมาเคาะกระจกตรงที่นั่งของเรนด้วยสีหน้าหนักใจ
"ยางแตกน่ะเรน...คงทับโดนตะปูเข้า"
ธันวาพยายามโทรศัพท์เรียกช่างแต่เนื่องจากเป็่เย็นย่ำที่ฝนเริ่มลงเม็ดหนา ประกอบกับวันถัดไปเป็่เริ่มต้นวันหยุดยาวจึงไม่มีช่างคนไหนยอมรับงาน
“เอาไงดีคะพี่ธัน...ฝนเริ่มตกหนักแล้วด้วย”หญิงสาวเอ่ยถามรุ่นพี่
“พี่จำได้ว่าตอนเลี้ยวเข้าซอยมาเหมือนเห็นร้านปะยางอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ เราเอาร่มเดินไปดูกันไหมเผื่อจะเจอช่างอยู่ในร้าน” ธันวาเอ่ยชวน
“ได้ค่ะพี่”เรนตอบพลางออกจากรถ
ทั้งสองเดินคู่กันใต้ร่มไปตามทางเพื่อตามหาร้านปะยางในซอยแต่แล้วลมพายุที่พัดกระหน่ำอย่างแรงก็ทำให้ร่มหักสะบั้นภายในเวลาไม่กี่นาทีสายฝนสาดกระหน่ำจนทั้งคู่เปียกปอนไปทั้งตัวเสื้อเชิ้ตสีขาวของเรนแนบไปกับเรือนร่างอรชรเผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวอย่างชัดเจน
“เปียกหมดเลยค่ะพี่ธัน! จะเดินกลับไปที่รถก็ไกลมากแล้วด้วย ยังไม่เห็นร้านปะยางเลยเราหาที่หลบฝนกันก่อนดีไหมคะ ?”เรนกล่าวถามด้วยเสียงสั่นเพราะความหนาวเย็นจากหยาดน้ำฝนที่เทกระหน่ำลงมา
ขณะที่กำลังมืดแปดด้านสายตาของธันวาก็หันไปเห็นบ้านไม้ทรงโบราณหลังเก่าที่ถูกทิ้งร้างไว้ ไร้ผู้คนอยู่อาศัยตั้งอยู่ริมทางไม่ไกลนักประตูเหล็กด้านหน้าเปิดแง้มอยู่
"ก็ดีเหมือนกัน...พี่ว่า...เราไปหลบฝนในบ้านร้างหลังนั้นกันก่อนเถอะ"ธันวาพูดแล้วก็กุมมือเรียวเล็กของเรนไว้แน่น พาเธอวิ่งแทรกตัวเข้าไปในประตูเหล็กของบ้านไม้ทรงโบราณหลังเก่าหลังนั้น
ประตูที่จะเข้าไปสู่ในตัวบ้านไม่ได้ล็อกทั้งสองจึงรีบเข้าใปหลบฝนด้านใน ภายในบ้านมืดสนิทมีเพียงเสียงสายฝนปะทะหลังคาและหน้าต่างไม้ของบ้านโบราณหลังเก่าดังซู่ซ่าไม่ขาดสายธันวาพบเทียนเล่มเล็กและไม่ขีดไฟที่ยังใช้การได้บนโต๊ะริมทางเดินในบ้าน จึงจุดเทียนตั้งไว้แสงเทียนสว่างริบหรี่ส่งประกายวูบวาบ สะท้อนดวงตาคู่สวยของเรนที่กำลังสั่นระริก
ความเย็นเยือกจากหยดน้ำฝนที่เปียกปอนไปทั่วร่างกำลังจะถูกแทนที่ด้วยความรัญจวนใจที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย...
ความจริงแล้ว ทั้งคู่ต่างซ่อนความรู้สึกพิเศษต่อกันไว้มาตลอดั้แ่แรกเห็นในวันปฐมนิเทศแต่เพราะต่างคนต่างมี 'พันธะ' อยู่แล้ว ทั้งสองจึงทำได้เพียงเก็บความรู้สึกนี้ไว้ใต้คำว่า'รุ่นพี่รุ่นน้อง' แต่เมื่อทั้งสองได้รู้จักกันมากขึ้นเรนก็ยิ่งรู้สึกประทับใจในความโอบอ้อมอารีและความใจดีของรุ่นพี่หนุ่มที่ผิดกันอย่างสิ้นเชิงกับความเอาแต่ใจและขี้หวงของแฟนหนุ่มตนเอง และเรนก็เพิ่งทะเลาะกับแฟนหนุ่มที่คอยควบคุมและงี่เง่าใส่เธอมาหลายวันในขณะที่สำหรับธันวาแล้ว เรน คือ รุ่นน้องสาวสดใสมีเสน่ห์น่ารักเป็ที่ต้องตาต้องใจใครหลายคนรวมถึงตัวเขาเองด้วย สำหรับธันวานั้น เขาเองก็กำลังอยู่ใน่เฉยชาและห่างเหินกับแฟนสาวที่คบกันมานานและเริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้นเมื่อต้องมาใกล้ชิดกับคนตรงหน้าที่แอบมีใจให้กันอยู่แล้วสายตาที่เคยแอบมองในมหาวิทยาลัย ความรู้สึกถวิลหาที่ต้องคอยตีกรอบไว้ด้วยคำว่า 'รุ่นพี่รุ่นน้อง' นั้นจึงเริ่มสั่นคลอน
เสื้อเชิ้ตสีขาวบางเบาของเรนที่แนบเนื้อเพราะหยดน้ำฝนเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างสาววัยรุ่นอย่างปิดไม่มิดยอดอกที่ดันผ่านเนื้อผ้าชื้นเปียกทำให้ั์ตาของธันวาไหววูบด้วยแรงปรารถนาที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมผสมกลิ่นกายเฉพาะตัวของเรนลอยแตะจมูกทุกครั้งที่เธอขยับตัวส่วนเรนเองก็เผลอมองแผงอกกว้างและมัดกล้ามกำยำของธันวาที่ดันผ่านเสื้อยืดสีดำเปียกชุ่มลมหายใจอุ่นๆ และไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากเรือนร่างสูงใหญ่ยิ่งทำให้หัวใจของเธอเต้นระส่ำด้วยความปรารถนาที่ยากจะสะกดไว้
ความหนาวสั่นและความมืดมิดในบ้านร้างที่ตัดขาดจากโลกภายนอกผลักดันให้ทั้งสองขยับเข้าหากันโดยสัญชาตญาณเพื่อแบ่งปันความอบอุ่น แต่ยิ่งใกล้ััผิวกายเปียกชื้นที่เบียดชิดกันก็ยิ่งส่งผ่านกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดที่ทำให้เืลมสูบฉีดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกความ้าส่วนลึกและบรรยากาศอันเป็ใจเข้าครอบงำจนหมดสิ้น
"ตกหนักขนาดนี้คงอีกนานเลยกว่าฝนจะซา" ธันวาเอ่ยเสียงนุ่มพลางละสายตาจากทิวทัศน์มืดครึ้มด้านนอกกลับมามองหญิงสาวข้างกาย
"นั่นสิคะพี่ธัน...ไฟฟ้าก็ดับ มืดไปหมดเลย" เรนหันมาสบตาเขา แสงเทียนส่องวูบวาบสะท้อนดวงตาคู่สวยชวนลุ่มหลง
ทั้งสองรู้ดีว่าในใจของต่างฝ่ายต่างคิดอะไรสายตาที่ประสานกันเต็มไปด้วยความปรารถนาอันเร้นลับที่ถูกซ่อนไว้ในจิตใต้สำนึก
"หนาวไหม?"ธันวาถามพลางก้าวเข้ามาใกล้ความสูงใหญ่ของเขาเลื่อนเข้ามาบังแสงเทียนจนเงาทอดทับตัวเธอ
"นิดหน่อยค่ะ..."เรนตอบเสียงแ่ ไม่ได้ขยับหนี
มือหนาของธันวายกขึ้นแตะที่ไหล่เธอเบาๆก่อนจะค่อยๆ ลูบไล้ลงมาตามบ่าลากผ่านเนินอกอวบอิ่มที่ดันเสื้อเชิ้ตเปียกชื้นขึ้นมาเบาๆความอบอุ่นจากฝ่ามือเขาทำให้อาการเกร็งชั่วครู่ของเรนเปลี่ยนเป็ความซาบซ่านร่างบางบดเบียดเข้าหาฝ่ามือหนาโดยไม่รู้ตัวลมหายใจอุ่นร้อนของรุ่นพี่หนุ่มรดผ่านข้างแก้ม เมื่อเขาก้มลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงไม่กี่เิเ
"เรนรู้ใช่ไหม...ว่าพี่มองเรนแบบไหนมาตลอด" น้ำเสียงของธันวาทุ้มนุ่มและพร่ามัวไปด้วยไฟราคะ
"เรนรู้ค่ะ..."เธอตอบ รับรู้ถึงหัวใจตัวเองที่เต้นระส่ำ "และพี่ธันก็รู้ใช่ไหมคะ...ว่าเรนไม่ได้มองพี่...เป็แค่รุ่นพี่เหมือนกัน"
คำสารภาพแ่เบาเปรียบเสมือนการปลดล็อกพันธนาการธันวาไม่รอช้าประคองใบหน้าเรียวสวยของเรนขึ้นมานิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างแ่เบา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาและละเลียดจูบลงไปทันที
ความนุ่มนวลชวนฝันในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็ความรัญจวนและลึกซึ้งริมฝีปากของทั้งคู่เริ่มัักันอย่างเร่าร้อนและหิวกระหายละทิ้งเื่ราวภายนอกและคนข้างกายไว้เื้ัลิ้นหนาแทรกซึมเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กอย่างละเมียดละไมดูดกลืนน้ำหวานและเสียงครางแ่ของเรนลงไปในลำคอเรนยกแขนเรียวขึ้นเกี่ยวเกาะรอบคอหนาแอ่นอกกระชับร่างเข้าหาความอบอุ่นเร่าร้อนของเขา
เสียงฝนตกกระทบหลังคาภายนอกยังคงดังสนั่นแต่ภายในกลับถูกกลบด้วยเสียงลมหายใจติดขัดและจูบอันแสนดูดดื่ม ััจากริมฝีปากของชายหนุ่มลากลงมายังกรอบหน้าและจูบอย่างกระหายลงตรงซอกคอขาวระหงพร้อมกับขบเม้มจนเกิดรอยรักสีแดงระเรื่อขณะที่มือหนาของเขาสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อเชิ้ตที่เปียกชื้นของหญิงสาว ััผิวกายขาวเนียนลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มจนร่างบางสั่นสะท้านมืออีกข้างของชายหนุ่มเริ่มปลดกระดุมเสื้อของหญิงสาวออกทีละเม็ดอย่างรวดเร็วด้วยความช่วยเหลือจากเ้าของเสื้อ...