“เอาล่ะ นักเรียนจ๋า ได้เวลาที่ครูจะเล่าเื่ของเจ็ดดาราผู้ร่วงหล่นให้ฟังแล้วนจ๊ะ ตามที่สัญญากันเอาไว้ หลังจากเรียนวิชาของเราจบ”
นักเรียนในห้องที่หนึ่ง ซึ่งมีนักเรียนขาดหายไปแค่หนึ่งคน ทุกคนต่างตั้งใจฟังอาจารย์กำลังจะพูดเื่สำคัญท้ายคาบ ส่วนใหญ่พวกเขารอฟังว่าเื่ที่อาจารย์เล่าจะตรงกับที่พวกเขารู้มาไหม ยกเว้นเรนเดลและเซร่า ที่ไม่เคยทราบเื่พวกนี้
เรนเดลถึงแม้จะเป็เ้าชาย แต่ในวัยเด็กเขาโดนเหล่าขุนนางกีดกันทุกๆอย่างเพื่อไม่ให้เขาพัฒนาตัวเอง ดังนั้นเรนเดลจึงไม่เคยรู้เื่พวกนี้เลย ส่วนทางด้านของเซร่า คงเพราะเธอเป็ลูกอนุ คงจะโดนกีดกันเื่ของเวทมนตร์มาบ้าง แม้จะไม่เท่าเรนเดลก็ตามที
“เจ็ดดาราผู้ร่วงโรย” ทั้งเรนเดลและเซร่าเอ่ยออกมาพร้อมๆกัน อาจารย์มองทั้งสองด้วยความเอ็นดู ก่อนจะกล่าวต่อ
“ยุคที่เราอยู่นี้ เป็ยุคที่ตำแหน่งจอมเวทเจ็ดดาราไม่มีการสืบต่ออย่างเป็ทางการแล้ว เนื่องจากพวกเราสำนึกตัวว่าองค์ความรู้และฝีมือของเรานั้นห่างไกลจากตำแหน่งนี้มากนัก กว่าห้าสิบปีที่ผ่านมา ไม่มีจอมเวทเจ็ดดาราคนไหน ที่สำเร็จวิชามหาเวทของตัวเองไปจนถึงระดับสิบสองเลยสักคน ส่วนใหญ่พวกเขาและเธอจะตันอยู่ที่ระดับเจ็ดถึงแปด”
“...จอมเวทเจ็ดดารารุ่นก่อนๆ ไม่ได้สอนวิธีเลื่อนระดับเวทขั้นเก้าขึ้นไปหรือครับ” เรนเดลกล่าวถามด้วยความสงสัย เพราะการเลื่อนระดับขั้นเก้าขึ้นไปมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ แต่มันจะถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ได้เป็ความลับอะไร
ซึ่งมหาเวทแต่ละสายก็จะใช้วิธีที่แตกต่างกัน อย่างกรณีมหาเวทสะบั้นมิติของเรนเดล ต้องเอาสัตว์ภูติธาตุมืดมาโคจรประสานร่วมด้วย การฝึกใช้เวลาสิบสี่วัน ต้องเริ่มเมื่อยามอาทิตย์ตกดิน ต้องอยู่ในที่ลับตาคนกันการถูกรบกวน ห้ามกินอาหารและน้ำระหว่างฝึก ห้ามาเ็ระหว่างที่ทำการเลื่อนขั้น เพราะทั้งสองอย่างนี้เป็ตัวรบกวนชั้นดีในการเลื่อนขั้นเวท หากผิดพลาดอาจจะต้องใช้เวลาเลื่อนขั้นนานกว่ากำหนด ซึ่งอาจจะเป็เดือน หรือเป็ปี
“อาจเป็เพราะกาลเวลาน่ะ นักเรียนจ๋า ที่ทำให้เคล็ดลับการฝึกที่มาจากการท่องจำคลาดเคลื่อน และผิดเพี้ยนไป” อาจารย์ฟิลิปปากล่าวเสียงเศร้า “เพราะการเลื่อนระดับเป็ความลับ มันจึงไม่เคยถูกบันทึกเป็ตัวอักษรในทุกๆรูปแบบ อาศัยการท่องจำจากปากต่อปากเท่านั้น”
“แสดงว่าตลอดห้าสิบปีที่ผ่านมา ก็ไม่มีจอมเวทคนไหน ไปถึงมหาเวทระดับเก้าเลยสินะครับ” เรนเดลเอ่ยถามต่อ เขาอยากจะรู้ว่าระดับที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคนี้ อยู่ที่ระดับไหน
“ปู่ของฉันไปถึงระดับสิบเอ็ด” เรียวจิกล่าวแทรกการสนทนา “แต่น่าแปลกที่ท่านพ่อของข้า ฝึกวิธีเดียวกัน กลับไม่สามารถเลื่อนขั้นระดับเก้าได้ ท่านตันอยู่ที่ระดับแปด”
“พ่อของข้าตอนนี้อยู่ระดับสิบ” นิโคลัสกล่ามสมทบ “ท่านอาของข้าฝึกมหาเวทถึงขั้นที่เก้าได้ แต่ไประดับสิบไม่ได้ พวกเราเลยสงสัยว่าเพราะภัยพิบัติของพวกอันเดดหรือเปล่า จึงทำให้เราไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้”
นักเรียนทุกคนมองไปที่เรียวจิและนิโคลัสด้วยความสนใจ แม้กระทั่งเรนเดลก็ยังสงสัย การฝึกเลื่อนระดับเวทหรือมหาเวท ถึงแม้จะยุ่งยากและซับซ้อน แต่มันก็มีรูปแบบที่ตายตัว และไม่ได้พลิกแพลงอะไร หากมีใครไขความลับในการฝึกได้ ก็ย่อมสามารถเลื่อนระดับได้
“พวกเราหาคนที่ฝึกมหาเวทเกินระดับเก้านับคนได้ ในขณะที่พวกภัยพิบัติบางตัวมีพลังทัดเทียมกับมหาเวทระดับสิบสอง หรือมากกว่านั้น” อาจารย์ฟิลิปปากล่าวเสียงเศร้า “เพราะแบบนี้ล่ะพวกเธอจ๋า เราถึงได้สูญเสียจอมเวทเจ็ดดาราถึงหกคนให้กับพวกภัยพิบัติยังไงล่ะจ๊ะ”
“หกคนที่เราสูญเสียไปนั้น รวมถึงซาร่าที่บุกเข้าเมืองอาร์คาเดีย และโรงเรียนของเราเมื่อคืนใช่ไหมครับ” เรนเดลกล่าวถึงคนที่เขาประลองด้วยเมื่อคืน อาจารย์ฟิลิปปาพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะกล่าวต่อ
“จริงสิ อาจารย์ลืมแจ้งข่าวดีให้นักเรียนทุกคนทราบเลยล่ะนะ เมื่อคืนบางคนอาจจะไม่รู้ เพราะมันเป็เื่ฉุกละหุก และไม่ได้แพร่งพรายเพื่อกันประชากรในเมืองเราแตกตื่น...เรนเดลน่ะ เขาสามารถกำจัดตัวตนแห่งภัยพิบัติ ที่เคยเป็อดีตจอมเวทเจ็ดดาราธาตุดินได้ล่ะนะ”
เซร่ายื้มรับน้อยๆให้กับความสำเร็จของเรนเดล ในขณะที่เพื่อนๆทุกคนประหลาดใจ ก่อนจะปรบมือให้ เรียวจิและนิโคลัสถึงกับตาค้างทันที และเรียวจิก็ได้สำนึกในใจว่าการประลองของเขานั้น เรนเดลยังไม่ได้เอาจริง...และคงไม่คิดจะเอาจริง
ส่วนโคโตโนฮะนั้นลุกขึ้นมาหาเซร่าและเรนเดล พลางแสดงความยินดีกับทั้งสองคน ก่อนจะแอบงอนใส่ทั้งคู่ว่าทำไมไม่ชวนเธอด้วย จนเรนเดลต้องสัญญาว่าจะชวนโคโตโนฮะทุกครั้ง ถ้าเขามีลางสังหรณ์ว่าจะมีเื่ ทำเอาทุกคนในห้องหัวเราะร่า
เรนเดลยกมือขึ้นช้าๆ เขาไม่ได้ยินดีกับความสำเร็จอะไร ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“อาจารย์ครับ เมื่อคืนผมและเซร่า เราช่วยกันครับ และคนที่ลงมือทำให้จอมเวทเจ็ดดาราหมดสภาพ คือเซร่า ไม่ใช่ผม”
“อาจารย์รู้แล้วจ๊ะ ว่าเป็ฝีมือพวกเธอทั้งสอง” อาจารย์ฟิลิปปากล่าวพลางอมยิ้ม “พวกเธอช่วยเหลือเมืองของเราให้ปลอดภัย ทำให้ศัตรูของมนุษยชาติเหลือแค่ห้า พวกเธอมีผลงานนะ เราจะแจ้งผลงานของเธอให้เครือจักรภพรับทราบ เพื่อมอบรางวัลพิเศษให้”
“ฉันยินดีเลื่อนขั้นให้นายเป็ชนชั้นซามูไรเลยล่ะ” เรียวจิกล่าวพลางยิ้มร่า “ถ้านายคิดจะมาอาศัยที่จักรวรรดิของฉันแทน”
“ถ้ามาที่อาณาจักรหมาป่าเทาของผม” นิโคลัสกล่าวเสริม “ผมจะทำเื่วิ่งเต้นให้นายเป็บารอน มอบคฤหาสน์ ที่ดินสำหรับเพาะปลูก และคนใช้อีกสิบคน สนใจมั้ย”
“เรนเดลเป็สามัญชน” คราวนี้โจแอนนากล่าว “เขาน่าจะพอใจกับพลเมืองกิตติมศักดิ์ของสาธารณรัฐเหยี่ยวดำมากกว่า ฉันจะขอให้พ่อซื้อคอนโดหรูมีสองชั้นในตัวเอง มีลิฟต์ส่วนตัว มีสระว่ายน้ำและฟิตเนสให้เลย ถ้ามาอยู่กับฉัน”
“และผมจะขอพ่อให้ยัดเรนเดลเข้าเป็ตำรวจท้องถิ่นแถมด้วยล่ะกัน” ลูเธอร์กล่าวข้อเสนอเสริมทันที เพื่อจูงใจเรนเดล
“เธอแอบคิดอะไรกับเรนเดลหรือเปล่า คุณไพรมารี่” โคโตโนฮะหันไปมองโจแอนนา ก่อนจะกล่าวแซว “เธอน่าจะไม่ชอบเรนเดลนะ เพราะเรนเดลสนิทกับเซร่านี่หน่า”
“เงียบปากไปเลย คุณไทจิ” โจแอนนากล่าวเสียงขุ่นใส่ “ฉันก็แค่จะทำอะไรเพื่อเมืองของฉันก็เท่านั้น”
โคโตโนฮะหัวเราะคิกคักใหญ่ เพราะเธอไม่เชื่อ ทำเอาโจแอนนาเบือนหน้าหนี ก่อนจะนั่งลงที่นั่งของเธอ
“และทางราชรัฐจิ้งจอกแดง มีอะไรจะรั้งเรนเดลไว้มั้ยครับ” เรียวจิกล่าวแซวไอรินที่นั่งเฉยๆ แต่ทว่าไอรินกลับนิ่งเฉย ไม่ตอบรับอะไร
ระหว่างนี้ประตูห้องเรียนถูกเปิดออกอย่างรีบร้อน หญิงสาวในชุดเชิร์ตสีครีมคนหนึ่งเดินมาพร้อมกับกระดานบันทึกขนาดเล็ก เธอกระซิบข้างหูอาจารย์ฟิลิปปา ก่อนจะเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
“พวกเธอทุกคนหยุดก่อน” อาจารย์ฟิลิปปากล่าวพลางยกมือทุกคนที่ต่างยื้อแย่งเรนเดล “นี่คือสิ่งที่อาจารย์กำลังจะบอก เรนเดลและเซร่า อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์และผู้สำเร็จราชการแห่งราชรัฐจิ้งจอกแดงเรียกเข้าพบ”
“มาริคน่ะหรือ” เรนเดลกล่าวกับตัวเอง “มาทำอะไรที่นี่”
“่ท่านพ่อ” ไอรินที่นั่งฟังอยู่เงียบๆถึงกับยิ้มร่าทันที ก่อนจะยกมือขึ้น
“อาจารย์คะ หนูขอไปด้วยค่ะ ผู้สำเร็จราชการแห่งราชรัฐจิ้งจอกแดง คือพ่อของหนูเอง”
“เสียใจด้วยนะจ๊ะ นักเรียนจ๋า” อาจารย์ฟิลิปปากล่าวเสียงเศร้า “นี่เื่เฉพาะจริงๆ ไว้รอพบพ่อหนูตอนเขาคุยกันเสร็จก็ได้นะจ๊ะ”
เรนเดลและเซร่าเดินตามอาจารย์ไปยังห้องของอาจารย์ใหญ่ทันที ที่นั่นมีคนของสภานักเรียนยืนแถวรอต้อนรับหน้าทางเข้า เรนเดลพบรุ่นพี่นักเรียนหญิงผมดำใส่แว่นที่แถวหน้าสุด เธอเป็คนที่เขาเจอในโรงเรียนวันแรกที่มาสมัคร และวันที่เขาจะลอบเข้าดันเจี้ยนรถไฟฟ้าใต้ดิน จะว่าไปเขายังไม่เคยถามชื่อเธอเลยสักครั้ง
“ยินดีด้วยนะจ๊ะเรนเดล” รุ่นพี่สาวคนนั้นกล่าวกับเขา เรนเดลหยุดเดินทันที ก่อนจะเอ่ยปากถาม
“พี่ชื่อว่ามิรินค่ะ เป็นักเรียนปีสอง ห้องแปด ยินดีที่ได้รับใช้เ้าชายเรนเดลนะคะ” รุ่นพี่สาวนามว่ามิรินรู้ว่าเรนเดลจะกล่าวอะไร เธอจึงบอกออกไปด้วยเสียงกระซิบ เรนเดลพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบเดินตามอาจารย์เข้าไปยังห้องอาจารย์ใหญ่
ระหว่างที่เดินผ่านแถวสภานักเรียน เรนเดลสังเกตุเห็นอัสรันและมาจิน่า อัสรันโบกมือทักทายให้กับเขา ส่วนมาจิน่ามองค้อนด้วยสายตาไม่เป็มิตร และแกล้งจะขัดขาเขาด้วยซ้ำ เรนเดลจึงจงใจเหยียบที่เท้าของเธอ พร้อมใส่พลังแฝงของธาตุดิน ทำเอาเธอน้ำตาเล็ด เจ็บแต่ร้องไม่ออก เพราะเรนเดลร่างวงเวทธาตุมืดปิดที่ปากของเธอ จนไม่อาจส่งเสียงร้องออกมาได้
“ปลาบปลื้มและยินดีกับรุ่นน้องสภานักเรียนของเราขนาดนั้นเลยหรือจ๊ะ” มิรินหันไปเห็นมาจิน่าร้องไห้พอดี จึงเอ่ยถามไปเช่นนั้น แน่นอนว่ามาจิน่าส่งสายตาขุ่นมัวมาทางเธอทันที
“ต้องปลาบปลื้มสิ” เสียงของประธานนักเรียนหญิงคามิลล่าเอ่ยสมทบ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เธอร่างวงเวทสีรุ้งขนาดเล็ก ก่อนจะดีดวงเวทนั้นใส่ปากของมาจิน่า เพื่อปลดเวทสาประดับกลางของเรนเดลที่ร่ายใส่ปากของมาจิน่าเอาไว้
“เจ็บใจนัก” มาจิน่ากล่าวกับตัวเอง “เื่ที่แกเป็เ้าชาย ฉันจะแปะประกาศบนกระดานทุกอาคารเลยคอยดู เรนเดล”
“มาจิน่า” ประธานหญิงคามิลล่าเอ่ยเรียกเธอด้วยน้ำเสียงเ็า ทำเอาเธอสะดุ้งโหยง “ได้ข่าวว่าโจเซฟ เพื่อนของเธอ ยื่นเื่ลาออกนี่ ได้ถามเขาไหมเพราะอะไร”
แววตาของมาจิน่าลุกโพลงทันที จู่ๆคำว่าเรนเดลเป็ต้นเหตุ ก็ก้องเข้ามาในหัวของเธอ
“ไม่ทราบค่ะ แต่เดี๋ยวจะลองพูดคุยดูนะคะ”
“หมอนั่นมาขอใบลาออกที่อาคารธุรการ ใบหน้ามันซีดเซียวมากเลยล่ะ ฉันเลยสงสัย หวังว่าเธอคงไม่ได้ไปขู่อะไรโจเซฟนะ” คามิลล่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า พลางจ้องมาที่มาจิน่าอย่างสงสัย
“ทำไมฉันต้องทำเื่แบบนั้นด้วยล่ะคะ ประธาน” มาจิน่ากล่าวเสียงขุ่น “คงไม่คิดว่าฉันใช้อำนาจของตัวเอง ไล่คนในอาณาจักรตัวเองหรอกนะคะ”
“งั้นก็แล้วไป” คามิลล่ากล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะมองมาที่เธออย่างเอาเื่ “ฉันมีงานเร่งด่วน ฝากเธอตอนนี้เลยได้ไหม เป็งานสำคัญมาก”
“ได้ค่ะ ท่านประธาน” มาจิน่ากล่าวเสียงเกรง “อะไรก็สั่งมาเถอะค่ะ”
“นักเรียนปีสาม นามว่าทาโรสึเกะ ห้องสี่ เขาเป็หนึ่งในสมาชิกชมรมลัทธิพระเวทเที่ยงแท้ พวกชมรมเถื่อนที่เราไม่ได้อนุญาติให้ก่อตั้งขึ้น...”
“เขาหายไปหรือคะ...” มาจิน่ากล่าวเสียงสั่น เธอรู้สึกกลัวที่ไพร่ไร้ค่าคนหนึ่งหายไป แต่กลับมีคนสังเกตุเห็น และจะเรียกร้องความเป็ธรรมให้ไพร่คนนั้น
“เก่งนี่ ที่รู้ว่าเขาหายไป” คามิลล่ากล่าวพลางยิ้มที่มุมปาก “เื่นี้เป็ความลับมาก ฉันพึ่งรู้เมื่อเช้านี้เองนะ ทำไมเธอทราบได้ล่ะ ว่าทาโรสึเกะหายไป”
“เดาค่ะ” มาจิน่าขาสั่นน้อยๆ เธอรีบแก้ตัวน้ำขุ่นๆทันที ทำเอาคามิลล่ากลั้นขำไม่ไหว ถึงกับส่งเสียงหัวเราะอันเยือกเย็นออกมาจากลำคอ
“นั่นล่ะ ไปหาว่าทำไมเขาถึงหายไป ถ้ามีใครฆ่าเขาตาย ก็ต้องจับตัวมาลงโทษให้ได้ เพราะเื่นี้เกิดในเขตโรงเรียนของเรา เราต้องรับผิดชอบ” คามิลล่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ถึงจะเป็พวกสติเฟื่องคลั่งลัทธิ แต่เขาก็เป็คนของโรงเรียนเรา ฉันสาบานว่าคนทำร้ายทาโรสึเกะจะต้องชดใช้อย่างสาสม”
“รับทราบค่ะ” มาจิน่ากล่าวพลางกลืนน้ำลายคำโต ประธานนักเรียนคามิลล่าปกติจะดูเป็คนเฉื่อยชา เชื่องช้า แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอเด็ดขาด จะไม่มีคำว่าปราณีสำหรับเธอ
และคามิลล่า เธอยังเป็นักเรียนปีสามคนเดียวในรุ่น ที่สอบผ่านจอมเวทระดับลูกแก้วสีแดง จะเรียกว่าเธอเก่งสุดในบรรดานักเรียนก็ไม่ผิดนัก แม้กระทั่งมาจิน่าที่เป็เ้าหญิงแห่งอาณาจักรเสือขาว ก็ยังไม่กล้าหือกับเธอ
ในห้องอาจารย์ใหญ่ตอนนี้ มีอาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์ อาจารย์แม็คเบธ เรอา จอมเวทเจ็ดดาราที่สอบทอดตำแหน่งจากอันเดดซาร่า มาริค และอาจารย์ฟิลิปปาที่มาสมทบคนสุดท้าย
ในห้องแห่งนี้ยังมีอาจารย์อีกสองท่านที่เรนเดลไม่รู้จักอยู่ด้วย เป็อาจารย์หญิงอายุราวๆห้าสิบ มวยผมสีดำที่เริ่มหงอก และซ่อนแววตาดุดันไว้หลังกรอบแว่นหนาเตอะ ส่วนอีกคนเป็อาจารย์ผู้ชายค่อนข้างแก่ รูปร่างผอม เขาใส่แว่นหน้าเตอะเหมือนกัน ลางสังหรณ์เรนเดลบอกว่าอาจารย์ที่มาใหม่สองคนนี้ เป็สามีภรรยากัน
เรนเดลและเซร่ายืนอยู่กลางห้อง ราวกับว่ากำลังจะรอการสอบสวนก็ไม่ปาน ก่อนที่ผู้สำเร็จราชการจะกล่าวขึ้นเป็คนแรก
“ฝ่าา” มาริคกล่าวก่อนจะก้มหัวทำความเคารพ “หม่อมฉันได้ข่าวว่าพระองค์ต่อสู้กับตัวตนแห่งภัยพิบัติ แล้วได้รับชัยชนะ หม่อมฉันรู้สึกโล่งใจจริงๆ ที่พระองค์ทรงปลอดภัย”
“เดี๋ยวก่อนนะ มาริค” เรนเดลกล่าวพลางมองเซร่าที่อยู่ข้าง “ทำไมนายเผยความลับฉันต่อหน้านักเรียนคนอื่นล่ะ เราตกลงกันแล้วนี่ ว่าตัวตนของฉันจะเป็ความลับ”
“เป็ความคิดฉันเองล่ะ” อาจารย์ฟิลิปปากล่าว พลางมองไปยังอาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์ “เรนเดลมีพร์ และมีความสามารถ ตัวตนของเขาสมควรจะได้รับการยอมรับ เพื่อหนทางสู่บัลลังค์ที่ราบรื่น...ใช่ไหมคะ ท่านผู้สำเร็จราชการ”
“ครับ” มาริคกล่าวเสียงค่อย “โรงเรียนมาเกียเห็นชอบด้วย และคิดว่าควรเปิดเผยตัวตนของเรนเดล ข้าก็ไม่มีอะไรจะคัดค้าน”
เรนเดลหันไปมองเซร่าทันที ว่าปฏิกิริยาตอบรับเธอจะเป็ยังไง เซร่ายิ้มรับเล็กน้อย ก่อนจะถอนสายบัวให้กับเขา
“หม่อมฉันยินดีที่ได้พระองค์คอยฝึกสอนเวทมนตร์ให้เพคะ ฝ่าา”
“ทำเหมือนเดิมเถอะ” เรนเดลกล่าวเสียงเรียบ “ไม่งั้นฉันคงไม่มีเพื่อนในโรงเรียนนี้กันพอดี”
“ค่ะ เรนเดล” เซร่ากล่าวตอบรับ ใบหน้าเธอแดงระเรื่อเล็กน้อย เมื่อเรนเดลกล่าวว่าให้ทำตัวเสมอกัน
“เขาเื่กันเถอะ” อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์กล่าว “พวกเธอทั้งสอง ทำผลงานอย่างดีเยี่ยมให้กับมนุษยชาติ และต่อเมืองอาร์คาเดีย ฉันเฮคเตอร์ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนมาเกีย และหนึ่งในคณะกรรมการเมืองอาร์คาเดีย ขอประกาศให้พวกเธอทั้งสองคนเป็พลเมืองกิตติมศักดิ์”
ทุกๆคนในห้องปรบมือให้กับเรนเดลและเซร่าทันที ทำเอาทั้งสองคนก้มหัวขอบคุณ
“เมื่อเป็พลเมืองกิตติมศักดิ์ ก็จะได้รับที่อยู่ในเมืองนี้” อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์กล่าว “ขอเวลาสักหกเดือน ในการหาพื้นที่สำหรับสร้างบ้านใหม่ให้พวกเธอแล้วกันนะ เมืองอาร์คาเดียของพวกเรา มีแปลนจะขยายเมืองออกไป พวกเราจะทำากับพวกอันเดดในเมืองที่ล่มสลาย เพื่อเอาพื้นที่ของพวกนั้นมาเป็ของเรา”
“และแน่นอนว่าเราจะเชิญพวกเธอทั้งสองคนมาร่วมขยายพื้นที่ด้วย” อาจารย์แม็คเบธกล่าวสมทบ ก่อนจะยิ้มให้กับเรนเดล แน่นอนว่าเรนเดลส่งสายตาเ็าให้อีกฝ่าย เขาไม่ลืมที่แม็คเบธออกตัวปกป้องมาจิน่า ที่คิดจะลงมือสังหารเขา
“พวกเขายังเป็แค่เด็กอายุสิบสี่ ถึงจะเก่งแค่ไหนก็เถอะ” อาจารย์ฟิลิปปากล่าวค้าน “เรนเดลและเซร่า จะไม่ร่วมการแย่งชิงพื้นที่จากอันเดด จนกว่าเขาจะอายุสิบหก หรือเป็จอมเวทสากลระดับลูกแก้วสีเขียว”
“งั้นคุณคงห้ามเขาไม่ได้แล้วล่ะ” อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์กล่าวพลางยิ้มร่า “เพราะว่ายังมีอีกเื่ที่ผมไม่ได้บอกคุณ หรือนักเรียนของคุณ ผมตัดสินใจจะมอบระดับลูกแก้วสีเขียวขั้นหนึ่ง ให้กับเรนเดลและเซร่า พวกเขาไม่จำเป็ต้องสอบเลื่อนระดับเหมือนนักเรียนปีหนึ่งคนอื่นๆ ให้ข้ามการสอบไปได้เลย”
อาจารย์ฟิลิปปากลืนน้ำลายคำโต ส่วนเรนเดลพยักหน้ารับอย่างยินดี
“ผมยินดีจะให้ความร่วมมือกับโรงเรียนทุกอย่างครับ” เรนเดลกล่าว “ขอแค่บอกมา เพราะเป้าหมายของผม คือการเป็จอมเวทลูกแก้วระดับสีแดงยังไงล่ะ”
“ถ้าเรนเดลจะทำภารกิจ ฉันก็ขอทำด้วยค่ะ” เซร่ากล่าว ก่อนจะมองมาทางเรนเดล “สองคนย่อมดีกว่าคนเดียวนี่คะ”
อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์ยิ้มน้อยๆ เขามองหน้าอาจารย์ทุกคนทุกอยู่ในห้องประชุม ก่อนจะกล่าวออกมาสั้นๆ
“เร็น โคโตโนฮะ...คิดว่าครูไม่รู้หรือ ว่าพวกเธอร่ายเวทมิติทับซ้อน และแอบใช้มันลักลอบเข้ามาในห้องครูน่ะ”
สิ้นเสียงของอาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์ เรอา จอมเวทเจ็ดดาราก็ร่ายวงเวทหกเหลี่ยมสีน้ำตาล ก่อนจะสะบัดมันไปตรงหน้าเธอ วงเวทของเธอกลายเป็สว่าน ก่อนจะเจาะกับอากาศที่ว่างเปล่า แต่ทว่าอากาศที่วางเปล่านั้นกลับมีรอยร้าว และแตกออกมา มีเสียงแก้วแตกดังสนั่นหวั่นไหว ตามต่อด้วยนักเรียนทุกคนในห้องหนึ่งร่วงออกมาจากเขตแดน ราวกับนักเรียนที่แอบดักฟังหน้าประตู และมีคนเปิดประตูพรวด
“รู้ได้ไงคะ” โคโตโนฺฮะกล่าวพลางทำท่าแลบลิ้น และเคาะหัวตัวเองให้ดูน่ารัก เผื่อจะลดความโกรธของอาจารย์ลงได้
“แอบฟังกันั้แ่เมื่อไหร่” อาจารย์ฟิลิปปาเอ่ยถามโคโตโนฮะ ระหว่างนี้ฮายาโตะและเรนช่วยพยุงเรียวจิขึ้นมา เพราะเขาโดนทุกคนทับเต็มๆ เนื่องจากอยู่ด้านหน้าสุด ส่วนคนที่เหลือลุกขึ้นและรีบไปยืนกันหลังห้องทันที
“ั้แ่แรกเลยน่ะครับ” เรียวจิกล่าวก่อนจะหันมามองเรนเดล พลางส่งยิ้มให้ “ยินดีที่ได้รู้จักตัวตนจริงๆซะทีนะ เ้าชายเรนเดล องค์อธิปัตย์แห่งราชรัฐจิ้งจอกแดง”
“อ่า ก็ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังหรอก” เรนเดลกล่าว “มันมีเหตุจำเป็น่ะสิ”
“ไอริน” มาริคกล่าวเสียงดุใส่ลูกสาวตน ที่มาร่วมวงแอบฟังด้วย “นี่ถือเป็ความผิด คราวหน้าอย่าทำอะไรแบบนี้อีกล่ะ”
“หนูขอโทษค่ะพ่อ” ไอรินกล่าวเสียงเศร้า พลางก้มหน้าลงกับพื้น “ครั้งหน้าจะไม่ทำอีก”
“ช่างเถอะ” มาริคสลัดสีหน้าเครียดทิ้งไป ก่อนจะหันมามองเรนเดลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ฝ่าา อาจจะเร็วไปหน่อย แต่หม่อมฉันมีข่าวที่พระองค์น่าจะยินดี พวกขุนนางบางส่วน เริ่มยอมรับพระองค์แล้ว พวกเขาแอบส่งสายสืบมาที่โรงเรียนหลายครั้ง และได้พบว่าพระองค์ช่างเหมาะสมกับตำแหน่งกษัตริย์”
“ครับ แล้วยังไงต่อ” เรนเดลกล่าวเสียงเรียบ “ผมมั่นใจว่าในนั้นคงจะส่งมือสังหารมา แต่ติดความเข้มงวดของโรงเรียนนี้สินะครับ เลยทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากสังเกตการณ์”
“ถ้าสืบทราบว่ามีมือสังหาร ทางข้าจะลงโทษอย่างเด็ดขาด” มาริคกล่าว ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ เขากำลังจะประกาศข่าวสำคัญ
“ผมมีอีกข่าวหนึ่งจะบอก ฝ่าา ตอนนี้ผมได้ทำการยกเลิกการหมั้นหมายของไอรินและฟรังซัวร์ไปแล้ว...เพื่อพิจารณาให้เธอหมั้นกับฝ่าาแทนยังไงล่ะ”
เรนเดลมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเ็า ส่วนไอรินไม่แย้งอะไรเลย เธอกับก้มหน้านิ้ง พร้อมแก้มแดงระเรื่อ
“แต่เดิมไอรินถูกคาดหวังจากสภาขุนนางและประชาชนเอาไว้แล้ว ว่าจะต้องเป็ราชินี” มาริคกล่าวอธิบาย “เมื่อพระองค์มีคุณสมบัติพอจะครองราชย์ ไอรินจึงต้องถูกโอนย้ายมาเป็ราชินีของพระองค์ แทนที่จะหมั้นกับตระกูลราฟบลัด...ข้าเข้าใจว่าท่านอาจสับสน แต่การเมืองมันก็เป็แบบนี้ล่ะนะ”
“เรนเดล” ไอรินกล่าวกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะเดินมาใกล้เขา และเอามือของเรนเดลมากุมกับมือของเธอ “เธอรอคอยวันนี้มาตลอดเลยสินะ...วันที่ฉันจะเป็ราชินีของเธอ”
เรนเดลนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร ใบหน้าเขาแดงระเรื่อเล็กน้อย ไม่ใช่แดงเพราะความเขินอาย แต่เขากำลังโกรธจนเืขึ้นหน้า เขาอยากจะปฏิเสธเสียตรงนี้ แต่เนื่องจากคนใหญ่คนโตอยู่กันเยอะ เรนเดลจึงเลือกจะเงียบ เขาปล่อยมือไอรินลงอย่างช้าๆ
“ข้อตกลงคือผมต้องเรียนจบ และสอบเป็จอมเวทสากลระดับลูกแก้วสีแดง” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า “จนกว่าจะถึงตอนนั้น เื่หมั้นหมายและพิธีครองราชย์อย่างเป็ทางการ ค่อยพูดกันเถอะนะครับ”
“หม่อมฉันเข้าใจว่าพระองค์ดีใจมากๆ” มาริคกล่าวพลางส่งยิ้ม “รอคอยมาสิบกว่าปี ในที่สุดพระองค์ก็สมหวังกับไอริน นี่คือความภักดีอย่างแรก ที่กระหม่อมจะทำให้พระองค์”
ไอรินถือจังหวะนี้ควงแขนเรนเดล และเอาหน้าของเธอซบไหล่เรนเดลทันที ก่อนจะแอบชำเลืองหางตามามองเซร่า ด้วยท่าทีของผู้ชนะ