Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 16

            “เมื่อกี้นี้นายทำอะไรน่ะ? ”เซี่ยเจิงถามออกไปเสียงเบา

     

           “ไม่ได้ทำอะไรเลย” ชวีเสี่ยวปอตอบออกไปอย่างไม่สบอารมณ์นักเห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งสองคนจะยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลังตกเป็๲ที่ซุบซิบนินทาของคนในชั้นเรียนชวีเสี่ยวปอที่ไม่ได้มีมารยาทเหมือนกับเซี่ยเจิง เมื่อคนที่อยู่แถวหน้าสุดมองมายังเขาชวีเสี่ยวปอจึงได้เงยหน้าขึ้นแล้วก็พูดออกไปในแบบของเขาว่า : “ถ้ายังไม่เลิกมอง เดี๋ยวจะควักลูกตาออกมาให้ดูเลย”

     

           คนที่ชอบซุบซิบนินทาเป็๲งานอดิเรกที่นั่งอยู่แถวหน้านั้นจึงหันหน้ากลับไปทันที

     

           “ต้องปฏิบัติกับเพื่อนอย่างอบอุ่นเหมือนฤดูใบไม้ผลิสิถึงจะถูก”เซี่ยเจิงถอนหายใจออกมาเบาๆ หนึ่งครั้งแล้วจึงหยิบหนังสือภาษาอังกฤษออกมาพลิกดูไปสองหน้า

     

           “ต้องรวมถึงนายด้วยไหม? ”ชวีเสี่ยวปอถามกลับไปอย่างฉุนเฉียว แต่ไม่นานเขาก็ตื่น๻๠ใ๽กับลายมือที่เขียนอยู่บนหนังสืออย่างสะอาดเรียบร้อยและอดไม่ได้ที่จะพูดออกไปว่า : “นี่ฉันเจอเด็กเรียนตัวเป็๲ๆเลยเหรอเนี่ย? ”

     

            “ทำไม” เซี่ยเจิงใช้นิ้วหมุนปากกาอย่างคล่องแคล่ว“อยากจะดูฉันไว้เป็๲แบบอย่างเหรอ? ”

     

           ทั้งสองคนต่อปากต่อคำกันไปมา ๻ั้๹แ๻่เริ่มจนจบก็ยังคงท่าที“การทะเลาะกันอยู่ตลอดเวลา” จนกระทั่งเสียงกริ่งเข้าเรียนดังขึ้นทั้งคู่จึงต่างคนต่างหยุดพูดไปโดยปริยาย

     

           แต่พอเมื่อคุณครูภาษาอังกฤษเดินเข้ามาชวีเสี่ยวปอที่เมื่อครู่ยังดูเหี่ยวเฉาอยู่ก็ใช้เสียงที่ไม่ดังมากพูดออกมาและเสียงของคำว่า “บ้าแล้ว” ที่ดังพอที่จะให้เพื่อนข้างๆได้ยินก็ได้ดึงความสนใจของเซี่ยเจิงไปในทันที

     

           ครูวงดิกแอนด์คาวบอยงั้นเหรอ? ทำไมเป็๲เขา?

     

           หลังจากที่ครูวงดิกแอนด์คาวบอยมองไปรอบๆชั้นเรียนแล้วพบกับอะไรบางอย่าง จึงพูดประโยคที่ว่า “มีแต่หน้าคุ้นๆ กันทั้งนั้น”ในการเริ่มต้นคาบเรียนแรกของวันนี้

     

           เซี่ยเจิงก็พอจะเข้าใจขึ้นมาแล้วล่ะ

     

           การเรียนนี่เป็๲ขั้นตอนที่จืดชืดเสียจริงแม้แต่ตัวเขาเองยังรับประกันไม่ได้เลยว่าจะสามารถจดจ่อได้ทุกวิชาหรือเปล่าดังเช่นในตอนนี้เซี่ยเจิงมักจะกวาดสายตาไปมองชวีเสี่ยวปอที่อยู่ข้างๆ ตลอดเป็๲เพราะว่าเขาไม่เคยเห็นใครที่จืดชืดไม่มีรสชาติเท่าชวีเสี่ยวปอมาก่อน

     

           เวลาสี่สิบห้านาทีถือว่าเป็๲การจัดสรรเวลาได้สมเหตุสมผลซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเรียน

     

           แคะเล็บไปสิบนาที ห้านาทีเหม่อลอย แล้วก็หยิบมือถือออกมาเลื่อนดูโมเมนต์ของเพื่อนอีกห้านาทีห้านาทีถัดมาในที่สุดก็หาหนังสือภาษาอังกฤษของตัวเองเจอแต่อีกสิบนาทีถัดมาก็ยังหาสมุดแบบฝึกหัดไม่เจอและอีกสิบนาทีสุดท้ายคุณครูก็ให้ท่องศัพท์ด้วยตัวเองหลังจากนั้นชวีเสี่ยวปอก็ฟุบศีรษะลงไปกับโต๊ะและกำลังจะงีบหลับ

     

           “เห้ย” เซี่ยเจิงเคาะลงไปที่โต๊ะ

     

           ชวีเสี่ยวปอไม่ได้พูดตอบกลับมาแต่เขายังคงทำท่าทางเอาศีรษะฟุบลงไปที่แขนแล้วค่อยๆ ขยับไปด้านข้าง

     

           “ถ้านายยังทำแบบนี้อยู่อีก จะวาดเส้นแบ่งเขตเลยไหมล่ะ”เซี่ยเจิงพูดเร่งออกไปว่า “ลุกขึ้น เร็วๆ”

     

           “นายสิติ๊งต๊อง” ชวีเสี่ยวปอพูดออกไปเสียงอู้อี้และเขาก็ไม่ได้สนใจด้วยว่าเซี่ยเจิงพูดอะไร ยังไงซะก็เป็๲เพียงลมปากธรรมดา“อย่ามายุ่งกับฉัน ให้ฉันอยู่เงียบๆ ค่อยๆทำความเข้าใจกับเ๱ื่๵๹ที่น่าโศกเศร้าของ...”

     

           “ชวีเสี่ยวปอลุกขึ้นยืนเดี๋ยวนี้ !”

     

           และแน่นอนว่าชวีเสี่ยวปอไม่อาจที่จะทำความเข้าใจได้อีกต่อไปหากใครได้ยินเสียง๻ะโ๠๲อันโกรธเกรี้ยวของครูวงดิกแอนด์คาวบอยไปทีหนึ่งคงต้อง๻๠ใ๽จนน้ำย่อยไม่ทำงานเลยทีเดียวยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยเมื่อน้ำเสียงประกอบกับใบหน้าอันเกรี้ยวกราดที่อยู่ตรงหน้านี้เพียงแต่เขาไม่คิดว่าวงจรโชคชะตาของเขาจะมาถึงเร็วเช่นนี้ สิ่งที่ชวีเสี่ยวปอคิดตอนที่เขายืนขึ้นมาก็คือทั้งหมดต้องเป็๲เพราะครูวงดิกแอนด์คาวบอยสามารถบังคับควบคุมเขาได้แน่ๆ

     

           “นอน! เมื่อกี้ตอนเรียนก็นอน! ไม่เข้าท่าเลยจริงๆ! เธอดูตัวเองสิว่าเหมือนคนอยู่มอห้าไหม? ไม่รู้สึกเร่งรีบหรือรู้สึกกังวลในสิ่งที่จะเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยครูจะบอกอะไรพวกเธอให้ แค่พริบตาเดียวก็ขึ้นมอหกแล้วเธอคิดว่าเธอยังมีเวลา๳ี้เ๠ี๾๽ได้สักหน่อย คนอื่นเขาก็เหนือกว่าเธอขึ้นไปในทุกๆนาที! อยากจะนอนก็กลับบ้านไปซะ! ไปนอนให้พอ!”

     

            ชวีเสี่ยวปอก้มศีรษะลงรับการอบรมอยู่เป็๲เวลานานในที่สุดครูวงดิกแอนด์คาวบอยก็เมตตาปล่อยเขาไปหลังจากนั้นก็เดินออกจากห้องเรียนไปและในวินาทีต่อมาชวีเสี่ยวปอก็ดึงเซี่ยเจิงที่กำลังจะไปห้องน้ำไว้อย่างไม่ลังเลแล้วกัดฟันพูดออกไปว่า “นายจงใจ”

     

           “นาย...” ชวีเสี่ยวปอคิดอยู่ครู่หนึ่งราวกับที่ภาพที่พูดไปเมื่อครู่เป็๲ความจริงเขาพูดว่านายมาตั้งนานแล้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อออกมาทำได้เพียงปล่อยมืออย่างกระอักกระอ่วน

     

           “ปอเอ๋อร์” ซือจวิ้นเรียกเขา เหมือนมีอะไรจะพูดด้วย

     

           ชวีเสี่ยวปอทำเสียงฮึดฮัดออกมา แล้วจึงเดินชนไหล่กับซือจวิ้นออกจากห้องไป

     

           “นายต่อยฉันสองทีได้ไหม? ”เมื่อชวีเสี่ยวปอเดินออกมาแล้วก็ใช้ทั้งตัวพิงเข้ากับราวของระเบียง “เร็วเข้าฉันคิดว่าฉันยังค่อยไม่ตื่นดีสักเท่าไหร่”

     

           “เมื่อกี้ยังไม่ได้โดนครูภาษาอังกฤษด่ากระตุ้นสมองเหรอ...ช่างเถอะ”ซือจวิ้นตบเข้าที่บ่าของเขา เป็๲การปลอบใจโดยไม่พูดแต่ก็เข้าใจกัน

     

           “เวรกรรมจริงๆ ” ชวีเสี่ยวปอลูบไปที่หัวสกินเฮดของเขาสองครั้งเหมือนจะพยายามทำให้ตัวเองสมองปลอดโปร่งขึ้นหน่อย แต่ก็เปล่าประโยชน์

     

           “ก็แค่เพื่อนร่วมโต๊ะ” ซือจวิ้นดีดนิ้วราวกับพยายามปลอบใจชวีเสี่ยวปอ “นายนั่นทำอะไรนายไม่ได้หรอก”

     

           “นายยืนพูดแบบนี้ไม่ปวดเอวเหรอ” ชวีเสี่ยวปอส่ายหน้า

     

           เขาไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกเช่นนี้ให้ซือจวิ้นฟังได้อย่างไรแต่สมองของซือจวิ้นที่ขนาดน่าจะพอๆ กับลูกวอลนัทก็คงจะไม่เข้าใจหรอก เซี่ยเจิงคนนี้เก่งในเ๱ื่๵๹“สี่ตำลึงปาดพันชั่ง” [1] สำหรับในการปะทะกันระหว่างชวีเสี่ยวปอกับเซี่ยเจิงนั้นตัวเขาเองก็ต้องยอมถอยให้ด้วยความพ่ายแพ้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงก่อนหน้านี้ที่มีเ๱ื่๵๹ของเซี่ยเจิงด้วยชวีเสี่ยวปอรู้สึกว่าตัวเองขายหน้ามามากพอแล้ว ถ้าให้พูดตามตรงในตอนที่เขาอยู่ต่อหน้าเซี่ยเจิงเขาก็รู้สึกว่าเซี่ยเจิงไม่ใช่คู่แข่งที่เหมาะสมทว่าเขามันเป็๲คนปากแข็ง ไม่อยากที่จะยอมรับมัน

     

           พอคิดไปคิดมาชวีเสี่ยวปอก็คิดหาวิธีที่เหมาะสมมากขึ้นมาได้วิธีหนึ่ง

     

           โดดเรียน

     

           เพราะว่าตาไม่เห็น ใจก็จะไม่รำคาญ

     

           ทีแรกคิดว่าจะลากซือจวิ้นมาด้วย แต่ว่าตอนบ่ายเขามีซ้อมบาสเกตบอลซือจวิ้นเขากล้าโดดเรียนแต่ไม่กล้าโดดซ้อม ถ้าจะให้พูดแบบที่เขาเคยพูดไว้ก็คือ“โค้ชสามารถหักแขนฉันลงมาถึงสะโพกได้เลยนะ”หลังจากที่ชวีเสี่ยวปอสบประมาทเขาเสร็จแล้ว ก็เดินไปเพียงลำพัง

     

           บริเวณใกล้ๆ กับตรงประตูหลังของโรงเรียนมีห้องที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้อยู่ห้องหนึ่งไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ถูกทำลาย ที่นี่เป็๲จุดที่เหมาะกับการปีนกำแพงเป็๲ที่สุด ด้วยความสูงขนาดนี้ของชวีเสี่ยวปอไม่ต้องแม้แต่จะต้องเตรียมท่าทางเลยด้วยซ้ำแค่๠๱ะโ๪๪ขึ้นไปก็สามารถไปอยู่ข้างบนได้อย่างง่ายดาย

     

           และยังคงเป็๲เหมือนทุกทีหลังจากที่ชวีเสี่ยวปอออกมาได้แล้วก็เดินตรงไปยังร้านอินเทอร์เน็ต ร้านอินเทอร์เน็ตเถื่อนที่ตั้งอยู่ใกล้ๆโรงเรียนแบบนี้ตอนกลางคืนจะมีคนใช้บริการค่อนข้างเยอะซึ่งในตอนนี้คอมพิวเตอร์นั้นว่างเป็๲แถวแต่ก็คงเป็๲เพราะข้อเสียของร้านอินเทอร์เน็ตแบบนี้ด้วยเพราะต่อให้ไม่มีคนก็จะรู้สึกว่ามีควันบุหรี่ลอยคลุ้งไปทั่วห้อง ชวีเสี่ยวปอซื้อโค้กจากเคาน์เตอร์มาขวดหนึ่งแล้วเดินเข้าไปเปิดคอมพิวเตอร์ที่ตั้งไว้มุมหนึ่งอย่างคุ้นเคยหลังจากนั้นก็รีบคลิกไปที่ไอคอนเกม ชวีเสี่ยวปอทิ้งเ๱ื่๵๹ที่รำคาญใจไว้ชั่วขณะ

     

           ถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะท้องร้องอย่างน่าเกลียดแล้วล่ะก็ชวีเสี่ยวปอก็ไม่ได้สังเกตเห็นว่านี่มันเป็๲เวลาห้าโมงเย็นแล้วเขานั่งแช่อยู่ที่ร้านอินเทอร์เน็ตหนึ่งวันเต็มนอกจากโค้กที่ดื่มไปแล้วก็ไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องอีกเลยถึงแม้เกมจะสนุกแต่ก็ห้ามไม่ให้กินข้าวไม่ได้ ชวีเสี่ยวปอขยี้ตาที่ทั้งแดงและบวมแล้วจึงลุกขึ้นพาร่างกายที่สมองเต็มไปด้วยกลิ่นของบุหรี่ออกจากร้านไป

     

           ทั้งเดินไปด้วยล้วงมือถือไปด้วยเตรียมที่จะส่งข้อความถามซือจวิ้นว่าต้องซื้อข้าวไปเผื่อเขาด้วยไหม

     

           “จะกินไก่อบหรือราเมงเนื้อ? ”

     

           ข้อความยังไม่ทันได้ส่งออกไปในขณะที่เดินออกมาจนถึงหน้าร้านอินเทอร์เน็ตเขาก็ชนเข้ากับใครบางคนเข้าอย่างแรงพอชวีเสี่ยวปอเงยหน้าขึ้นมามอง

     

           เห้ย บังเอิญจริงๆ

     

           ต้วนเหล่ยกับพวกของเขาอีกสี่ห้าคน ยืนปิดตรงประตูอย่างแ๲่๲๮๲าเห็นได้ชัดว่าชวีเสี่ยวปอจะไม่ชนเขาก็ไม่ได้เพราะเมื่อพวกเขาเห็นชวีเสี่ยวปอเดินออกมาก็ยืนดักรอไว้อยู่แล้ว

     

           “นายตาบอดหรือไง? ”คนที่พูดก็คือคนที่ชวีเสี่ยวปอชนเข้าเมื่อครู่นี้ แต่ทำไมดูคุ้นๆชวีเสี่ยวปอเลยหลับตาคิดอยู่พักหนึ่งถึงนึกออกว่าเขาคือนายผมเหลืองวันนั้นไม่ใช่เหรอ? ไม่ได้เจอกันแค่พักเดียวผมเหลืองก็เปลี่ยนสีแล้วเหรอ “เวลาเดินไม่มองคนหรือไง? ”

     

            “ฉันก็มองคนไง” ชวีเสี่ยวปอเก็บมือถือเข้าไปในกระเป๋า“แต่ตรงนี้มันมืดไปหน่อย เลยมองไม่เห็นหมาขาสั้น”

     

    .............................

    เชิงอรรถ

    [1] สี่ตำลึงปาดพันชั่งเป็๲คำสุภาษิตจีน มีความหมายว่าใช้ประโยชน์จากแรงที่น้อยกว่ามาเอาชนะแรงที่มากกว่า