ทะลุมิติมาอยู่ในร่างสาวน้อยพร้อมระบบเส็งเคร็งยุค 70

    บทที่ 2 ระบบเส็งเคร็ง

    ซะเมื่อไหร่ล่ะ!

    เฉินเฟิ่นอี้มองไข่ไก่ในมือของเธอหนึ่งฟองอย่างอึ้ง ๆ นี่คือรางวัลภารกิจแรกที่เธอไปช่วยน้องสาวเก็บผัก อุตส่าห์ลงทุนช่วยขุดหัวมันแต่เธอได้ไข่ไก่ตอบแทนนี่นะ ระบบเส็งเคร็งนี่เอาเปรียบเธอมาก!

    [ภารกิจและการรับรางวัลพิเศษเสร็จสิ้นแล้ว กดตกลง]

    เสียงในหัวยังดังต่อเนื่องเมื่อเฉินเฟิ่นอี้ยังมองไข่ไก่ในมือ หากหญิงสาวไม่กดตกลงภารกิจก็จะถือว่ายังไม่เสร็จสิ้น เฉินเฟิ่นอี้ถอนหายใจก่อนจะวางไข่ไก่ลงในตะกร้าไข่ที่เธอไปเก็บมา รวมกันแล้วอย่างน้อยก็มีสิบสองฟองแหละ

    ร่างบอบบางหิ้วตะกร้าไข่ไก่เข้าไปยังห้องครัวที่มีบรรดาป้าสะใภ้และแม่ของเธอกำลังทำอาหารอยู่ เฉินเฟิ่นอี้หยุดอยู่หน้าเตาทำอาหาร ที่มีสะใภ้รองกำลังย่างแผ่นแป้งอยู่

    “ป้าสะใภ้รองฉันช่วยค่ะ”

     ไม่ว่าเปล่าเฉินเฟิ่นอี้รีบนำตะกร้าไข่ไก่ไปวางบนโต๊ะ ก่อนที่จะมาช่วยผู้เป็๲ป้าสะใภ้ย่างแผ่นแป้ง มันเป็๲อาหารมื้อเช้าของคนที่จะไปลงแปลงนาพรุ่งนี้ เพื่อย่นเวลาทำอาหารจึงต้องทำตอนนี้ พรุ่งนี้เช้าก็แค่อุ่น

    “อั๊ยย่ะ เฟิ่นอี้ไม่ต้อง ๆ หลานเพิ่งฟื้นก็ควรที่จะพักผ่อนให้มาก แค่นี้ป้าทำเองคนเดียวได้” เพราะพี่สะใภ้ น้องสะใภ้ต่างแบ่งงานกันอย่างยุติธรรม นี้คืองานของหล่อน หล่อนจึงกลัวว่าจะถูกแม่สามีต่อว่าที่ให้หลานสาวช่วย

    ปกติเฉินเฟิ่นอี้จะทำอาหารช่วยป้าสะใภ้หรือแม่ของเธอที่จะกลับมาทำอาหารมื้อกลางวัน แต่พอมีอาการป่วยเข้ามาแทรกงานในครัวก็แทบจะไม่ได้แตะ หน้าที่นี้จึงตกไปเป็๲ของน้องสาวสี่ของเธอแทน เพียงแต่วันนี้หล่อนมีการบ้านที่ต้องทำ จึงไม่ได้เข้ามาช่วย

    “ป้าสะใภ้รองถ้าไม่ให้ฉันช่วย ฉันคงไม่หายป่วยง่ายแน่ ๆ ค่ะ” เฉินเฟิ่นอี้กล่าวยิ้ม ๆ

    พอป่วยทุกคนก็ไม่ให้ช่วยทำงานในแปลงนา งานในบ้านก็แทบจะไม่ได้แตะเพราะอาการป่วยและถูกห้าม เมื่อไม่ได้ออกแรงอาการป่วยของเธอจึงทรุดตัวลงเพราะไม่แข็งแรง เนื่องจากบ้านของเฉินเฟิ่นอี้อยู่ในชนบทและไม่มีรถจักรยาน ทำให้การเดินทางไปโรงพยาบาลในอำเภอเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ยากมาก

    ลุงสามเคยปรึกษาเ๹ื่๪๫นี้กับคนที่บ้านว่าจะพาเฉินเฟิ่นอี้ไปรักษาในเมือง เพราะการรักษาในเมืองพัฒนามากกว่าอยู่ในแถบชนบทแบบนี้ อีกอย่างเขาก็มีสวัสดิการทหาร ลุงสามไม่มีภรรยาและลูกจึงเอ็นดูหลานสาวในบ้านเป็๞ที่สุด

    “เฟิ่นอี้ทุกคนเป็๲ห่วงลูกมากนะ” สะใภ้สี่ที่เห็นว่าลูกสาวคนโตของหล่อนขัดพี่สะใภ้ก็รีบเอ่ยท้วงทันที

    “แม่คะ แม่ไม่ต้องห่วงฉันค่ะ ฉันอาการดีขึ้นมาก” เฉินเฟิ่นอี้พูดจริง ๆ อาการปวดตามร่างกายตอนนี้เริ่มหายไปแล้ว แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามใคร

    “เอาน่าสะใภ้สี่ เฟิ่นอี้อยากช่วยเราก็ปล่อยให้หลานช่วย” สะใภ้สามส่ายหน้าพร้อมกับหั่นผักที่หลานสาวเก็บมาให้

    “เฮ้อ พวกพี่ก็เข้าข้างหล่อน”

    เด็กสาวบ้านเฉินช่างโชคดีจริง ๆ ที่ได้เกิดมาในบ้านหลังนี้ หากเป็๲บ้านหลังอื่นต่อให้ป่วยหรือใกล้ตายก็ต้องทำงานให้เสร็จ เปรียบเทียบได้กับบ้านข้าง ๆ ที่ตอนนี้มีเสียงด่าทอออกมาให้ได้ยิน และไม่ใช่แค่หลังเดียวยังมีหลังอื่นอีก ซึ่งที่นี่มันเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติมากยกเว้นบ้านเฉิน

    “น่าสงสารหลานสาวบ้านหลี่จริง ๆ” สะใภ้ใหญ่พึมพัม

    บ้านหลี่ที่ว่าก็เป็๲เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันนี่เอง บ้านหลี่มีสมาชิกพอ ๆ กันกับบ้านเฉิน แต่ทุกคนทำงานแค่ในแปลงนาและมีเพียงหลานชายที่ถูกส่งเรียน จะว่าหลานชายก็ไม่ถูก เป็๲หลานชายจากลูกชายคนโตของบ้านที่บ้านหลี่ส่งเรียน

    ทุกคนส่ายหน้าเพราะนี่คือเ๹ื่๪๫ปกติของหลาย ๆ บ้าน แม้แต่บ้านเดิมของเหล่าสะใภ้ก็เป็๞เช่นนี้ พอแต่งเข้าบ้านเฉินที่ยอมกัดฟันส่งลูกชายคนที่สามเข้าเรียนและได้เป็๞ถึงทหาร ความคิดของสะใภ้ก็เปลี่ยนไปมากจากคำสอนของแม่สามี แรก ๆ พวกหล่อนไม่ถูกกันเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะมีพ่อสามี แม่สามี และบรรดาพี่สามี น้องสามี สามี พวกหล่อนก็สามัคคีกันขึ้นมา

    “เราก็ช่วยหล่อนไม่ได้หรอก”

    เฉินเฟิ่นอี้นั่งย่างแผ่นแป้งพร้อมเก็บข้อมูลไปด้วย เธอมีความทรงจำจากเ๯้าของร่างเดิมก็จริง แต่เหมือนหล่อนจะไม่คบค้าสมาคมกับใคร จึงทำให้ไม่ค่อยได้รู้จักคนอื่น ๆ มากนัก

    [ภารกิจพิเศษ : สอนน้องสาวทำการบ้านเพื่อรับ 7 แต้ม]

    อยู่ ๆ เสียงระบบเส็งเคร็งที่เธออาสาตั้งชื่อให้ใหม่ก็ดังขึ้นในหัวพร้อมแผ่นกระดานใสที่ลอยอยู่ตรงหน้า เธอสะดุ้งจนป้าสะใภ้รองทักขึ้นมา เฉินเฟิ่นอี้ส่ายหน้าเพราะอีกฝ่ายคงไม่เห็นแผ่นกระดานใสด้วย

    เฉินเฟิ่นอี้รีบย่างแผ่นแป้งที่เหลือเพื่อไปให้ทันน้องสาวที่ทำการบ้านอยู่ ภารกิจพิเศษหรือทำไมระบบไม่ได้บอกเธอก่อน ขอให้มีเวลาทำใจก่อนก็ไม่ได้หรือยังไง อีกอย่างแผ่นแป้งต้องย่างถึงยี่สิบแผ่น เฉินเฟิ่นอี้จึงไม่กล้าขอตัวหยุดทำ ก็เมื่อกี้เธอเป็๲คนอาสาทำเอง หากขอตัวออกไปคงโดนแม่เธอดุแน่

    แผ่นแป้งถูกพลิกไปมาอย่างคล่องแคล่ว ยังดีที่เธอมีสกิลการทำอาหารติดตัวและเฉินเฟิ่นอี้ทำอาหารเป็๞อยู่แล้ว แผ่นแป้งยี่สิบแผ่นจึงใช้เวลาไม่นาน

    เฉินเฟิ่นอี้รีบล้างมือให้สะอาดจากพร้อมทั้งเดินเข้าไปในบ้าน ยังดีที่เฉินเหม่ยเย่ยังทำการบ้านไม่เสร็จ ไม่อย่างนั้นเธอคงจะไม่ได้เจ็ดแต้มแน่ ซึ่งต่อให้เป็๲คะแนนเดียวเธอก็จะทำอยู่ดี

    “พี่มาสอนฉันใช่ไหมคะ!” เฉินเหม่ยเย่เอ่ยอย่างตื่นเต้น หล่อนทำการบ้านวิชานี้ไม่เป็๞จริง ๆ จะถามพี่ชายก็ยังไม่ได้เพราะทุกคนกำลังทำการบ้านตนเองให้เสร็จก่อนรับประทานอาหาร

    “อืม”

    เฉินเฟิ่นอี้นั่งลงตรงข้ามน้องสาวที่ดวงตาเป็๞ประกาย เธอรับสมุดวิชาคณิตศาสตร์มาพลิกดู ในความทรงจำของเธอเฉินเหม่ยเย่หล่อนไม่ชอบวิชานี้เอามาก ๆ จึงไม่แปลกใจที่จะเรียนไม่เข้าใจ ซึ่งจะโทษหล่อนฝ่ายเดียวก็ไม่ได้เพราะจากการอ่านคร่าว ๆ มันเป็๞วิชาที่เลยวัยของหล่อน!

    “ตัวนี้คือตัวอะไร เธอต้องรู้จักตัวนี้ก่อน ค่อยนำมาบวกกับตัวนี้และลบตัวนี้” เฉินเฟิ่นอี้ที่ทำความเข้าใจคร่าว ๆ ชี้ให้น้องสาวดู ชีวิตก่อนเธอเป็๲พนักงานบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเ๱ื่๵๹เงินก่อนขึ้นเป็๲เลขา ไหนจะเป็๲วิชาที่ถนัดของเฉินเฟิ่นอี้อีก จึงไม่แปลกที่เธอจะเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว

    “อ้อ ฉันนึกว่าต้องลบตัวนี้ก่อนค่ะ” เฉินเหม่ยเย่ยกมือขึ้นเกาหัว แอบมองน้องชายสี่หรือก็คือเฉินจางที่แอบทำตาม

    “ลบได้เหมือนกันแต่มันค่อนข้างจะยุ่งยาก”

    ต่อให้เธอสามารถบอกอีกฝ่ายว่าต้องทำยังไงแต่เฉินเฟิ่นอี้ก็ไม่ได้เฉลยให้หล่อนทราบ หากหล่อนทำผิดก็แค่สอนใหม่ แต่ถ้าเฉลยไปแล้วครั้งหน้าหล่อนก็จะทำไม่ได้อีก จริง ๆ การบ้านแบบนี้จะมีไม่บ่อยนักเพราะทางโรงเรียนรู้สถานการณ์ทางบ้านของเด็กที่เลิกเรียนแล้วก็ต้องมาทำงานเก็บแต้ม

    แต่ส่วนมากการบ้านที่ได้รับจะเป็๲เด็กที่ไม่เข้าใจในวิชานี้หรือไม่ก็มีคะแนนเก็บที่น้อยและสอบไม่ผ่านบ้าง ซึ่งหากคะแนนยังน้อยอยู่ซ้ำ ๆ ทางโรงเรียนก็จะโดนต่อว่า

    “เสร็จแล้ว!” เฉินเหม่ยเย่วางดินสอพร้อมทั้งถอนหายใจ หล่อนได้รับการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ทุกวัน เพราะคุณครูบอกว่าคะแนนวิชานี้ของเธอน้อย จึงต้องเพิ่มคะแนนด้วยการส่งงานให้ครบ

    “อาหารเสร็จพอดี”

    เป็๞เวลาเดียวกับผู้หญิงในบ้านยกอาหารเข้ามาในห้องโถง เด็ก ๆ ที่ทำการบ้านรีบเก็บอุปกรณ์ทันที หากทำไม่เสร็จก็ค่อยทำหลังรับประทานอาหาร หรือหากมันมืดแล้วก็รอทำพรุ่งนี้เช้า แต่ตอนนี้ทุกคนทำการบ้านเสร็จพอดี หลังรับประทานอาหารเสร็จจะได้อาบน้ำและเข้านอน

     

    เช้าวันใหม่เฉินเฟิ่นอี้กำลังเก็บผักในสวนหลังบ้าน ผู้ใหญ่ออกไปทำงานเก็บแต้ม๻ั้๫แ๻่ฟ้ายังไม่สาง ส่วนเด็ก ๆ ก็ไปเรียน๻ั้๫แ๻่เช้า ในบ้านจึงเหลือเพียงเฉินเฟิ่นอี้ ย่าเฉิน และเฉินชิงชิงน้องชายตัวน้อยของเธอ

    ภารกิจในวันนี้คือการทำอาหารมื้อกลางวันไปส่งที่แปลงนา ซึ่งที่บ้านจะรับประทานแผ่นแป้งเป็๲อาหารเช้าเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ส่วนอาหารมื้อกลางวันเหล่าสะใภ้จะกลับมาทำอาหารเพื่อนำไปรับประทานที่แปลงนาและสลับกัน อย่างเมื่อวานเป็๲สะใภ้ใหญ่และสะใภ้สี่ วันนี้จึงเป็๲สะใภ้รองและสะใภ้สาม

    เฉินเฟิ่นอี้ทำการขออนุญาตย่าเฉินแล้วเ๹ื่๪๫การทำอาหารไปส่งที่แปลงนา จริง ๆ ต่อไปนี้เธออาจได้ทำอาหารไปส่งตลอดเพราะไม่อยากให้ทุกคนได้เหนื่อย อีกอย่างที่ต้องขออนุญาตเพราะวันนี้เธอไม่ได้บอกใครว่าจะทำอาหารไปส่งเอง

    ย่าเฉินไม่ได้ลงแปลงนาแล้วเนื่องจากอายุที่เยอะขึ้น ทั้ง๻้๵๹๠า๱เลี้ยงหลานชายคนเล็กเอง คนในบ้านต่างเห็นด้วยและบอกปู่เฉินเหมือนกันให้หยุดทำงานในแปลงนา แต่ปู่เฉินไม่ยอมเพราะค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในบ้านมันมีมาก ทุกคนจึงให้ปู่เฉินรับแต้มที่น้อยลงแทนอย่างน้อยก็คงไม่ได้เหนื่อยมาก

    “เฟิ่นอี้หลานจะทำอะไรน่ะ”

    มือที่กำลังตอกไข่ใส่ถ้วยชะงัก เฉินเฟิ่นอี้มองคนที่เข้ามาใหม่เป็๲ย่าเฉินและเฉินชิงชิง เธอจะทำไข่เจียวน้ำ ก่อนจะตอบผู้เป็๲ย่าด้วยรอยยิ้ม

     “ฉันจะทำไข่เจียวน้ำค่ะ ได้ซดน้ำซุปร้อน ๆ คงดีไม่น้อย” เพราะเมื่อเช้าทุกคนได้รับประทานเพียงแผ่นแป้งที่ฝืดคอ และดูเหมือนว่าทุกคนจะชินกันยกเว้นเธอ!

    “ไข่เจียวน้ำ? ไข่เหรอ เฟิ่นอี้มันสิ้นเปลืองนะ!” ย่าเฉินว่าอย่างไม่เห็นด้วย นางไม่ได้งกเ๱ื่๵๹อาหารแต่ส่วนมากไข่จะทำเป็๲อาหารมื้อเย็น

    “คุณย่าคะ ตอนนี้ทุกคนกำลังทำงานในแปลงนา๻้๪๫๷า๹พลังงานเป็๞อย่างมาก ฉันคงทำผักต้มไปส่งไม่ได้จริง ๆ เมื่อเช้าทุกคนก็รับประทานเพียงแผ่นแป้งแข็ง” เฉินเฟิ่นอี้อธิบาย ถึงไข่น้ำจะเป็๞อาหารที่ไม่เหมาะเท่าไรแต่มันก็ไม่มีเมนูให้เลือกแล้ว ในบ้านมีเพียงผักและไข่

    จะผัดผักใส่ไข่ก็จะสิ้นเปลืองน้ำมันมากไหนจะปรุงรสอีก เฉินเฟิ่นอี้จึงตัดสินใจเจียวไข่และทำไข่น้ำที่ใส่ผักมีประโยชน์แทน คงต้องหาเงินและซื้อของเข้าบ้านแล้ว ถึงที่บ้านจะไม่ได้ขัดสนและไม่ได้ขี้เหนียวแต่ก็ไม่ได้ใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย อีกอย่างปีหน้าเฉินไห่หลิวและเฉินตง ต้องเข้าไปเรียนมัธยมปลายในอำเภอจำเป็๲ต้องใช้เงินจำนวนมาก

    “มันก็จริง” ย่าเฉินพยักหน้า ผักต้มแม้จะรับประทานมาตลอดแต่มันก็ช่วยเพียงอิ่มท้อง ส่วนเรี่ยวแรงหรือก็เหมือนเดิม

    เฉินเฟิ่นอี้ยิ้มเมื่อย่าเฉินเห็นด้วย เธอแบ่งไข่สองฟองทำไข่ตุ๋นยอดตำลึงให้น้องชายและย่าเฉินรับประทาน ส่วนไข่เจียวน้ำนั้นใช้ไข่สิบฟองและเธอจะไปรับประทานอาหารพร้อมคนอื่นในแปลงนาเลย รอเก็บหม้อกลับมาด้วย