วันถัดมา รันธิมาเข้าไปที่สำนักงานรับจ้างทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นงานสืบค้นหรือตามหาของที่ต้องการ
รันธิมาที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวต้องเรียนรู้งานใหม่จากวนัญญา ซึ่งเพื่อนคนนี้ก็ใจเย็นยอมสอนให้รันสืบค้นงานจากคอมพิวเตอร์
“ยังดีที่วันนี้เป็นเวรฉันอยู่สำนักงานนะ ถ้าเป็นยัยกรณ์ต้องบ่นแล้วบ่นอีกแน่” ญากล่าวไปก็คลิกเม้าส์ไป
“ขอบใจนะญา ฉันก็เจ็บใจที่ฉันดันจำไม่ได้นี่สิ” รันกล่าวอ้าง
“ไม่เป็นไร พวกเราเป็นเพื่อนกันนี่” ญายิ้มให้
สักพักป้าที่สวมเสื้อม่อฮ่อมกับผ้าถุงลายไทยก็เดินเข้ามาในสำนักงาน
วนัญญาออกไปนั่งที่โต๊ะรับเรื่อง “มีอะไร ให้พวกเราช่วยหรือเปล่าคะ คุณป้า”
“ป้าอยากได้หนังสือพิมพ์ ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2555 น่ะ” ป้าคลี่กระดาษที่จดวันที่มา
“โห คุณป้า หนังสือพิมพ์นั่นก็นานแล้วนะคะ ตั้ง 21 ปีที่แล้ว” รันกล่าวเพราะยุคปัจจุบันมันคือปี 2576 แล้ว
“ไม่เป็นไร รัน ฉันรู้ว่าจะหาหนังสือพิมพ์นั่นได้จากที่ไหน” ญากล่าว
“จริงหรอญา” รันสงสัยว่ามีสถานที่เก็บหนังสือพิมพ์เก่าๆด้วยงั้นหรือ
ญาพยักหน้าอย่างมั่นใจ แล้วกล่าวว่า “ฉันจะไปถ่ายรูปจากหนังสือพิมพ์ในหอสมุดมาให้ค่ะ ว่าแต่คุณป้าต้องการส่วนไหนคะ”
“ป้าอยากได้หน้ากีฬา ตอนนั้นสามีชนะยิงปืนระดับชาติ ป้าอยากเก็บไว้เป็นที่ระลึก ถ้าเจอ ป้าให้ห้าร้อยเลยอ่ะ” ป้าเห็นว่าค่าใช้บริการมันคือ 300 บาท
“ค่าบริการสามร้อยค่ะป้า เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ฉันและเพื่อนจะไปที่หอสมุด เพื่อไปถ่ายหน้ากีฬามาให้ทั้งหน้าเลยก็แล้วกัน” ญากล่าว
“ขอบใจนะ งั้นวันมะรืนป้าจะมาใหม่” ป้าลุกขึ้นยืนเตรียมกลับบ้าน
“สวัสดีค่ะคุณป้า” ทั้งสองสาวไหว้ผู้อาวุโส
รันไม่คิดว่าการรับจ้างจะต้องทุ่มเทถึงขั้นทำงานนอกสถานที่เพียงเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ลูกค้าต้องการขนาดนี้ เลยบ่นว่า “โห! หอสมุดอยู่ตั้งไกล รับค่าจ้างแค่สามร้อยเองหรอ”
“อย่าดูถูกเงินสิ ความจริงแล้วสำนักงานแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นก็เพื่อช่วยผู้ใช้บริการทุกคน ไม่ว่ายากดีมีจน พวกเราก็คิดในอัตราเดียวกันจ้า” ญากล่าวยิ้มๆ
“แล้วสำนักงานจะได้กำไรได้ยังไง” รันมองเรื่องรายได้
“มันไม่ได้มีกำไรมากมายนัก แต่สิ่งที่ได้นั่นก็คือเราได้แสดงน้ำใจและช่วยเหลือลูกค้าอย่างมีเมตตาจิตไง” ญากล่าว
“ก็ได้ งั้นมาลองดูกันสักตั้งก็แล้วกัน”
ผ่านไปไม่นาน สักพักก็มีหญิงชราคนหนึ่งสวมชุดอย่างกับคุณหญิง เดินเข้ามาในสำนักงาน
รันมองไปก็ชะงัก เพราะเธอได้เจอคนที่รู้จัก “คุณนงลักษณ์”
“นี่เธอรู้จักด้วยหรอ” ญาสงสัย
นงลักษณ์นั่งประจำที่ลูกค้าและเผชิญกับหญิงสาวทั้งสอง
“มีอะไรให้พวกเราช่วยงั้นหรอคะ” ญากล่าว
“พวกเธอตามหาได้ทุกอย่างแน่นะ” นงลักษณ์สงสัย
“ถ้าสิ่งนั้นมีตัวตนจริง พวกเราก็ตามได้ค่ะ” ญากล่าวอย่างมั่นใจ
“แม่เล็ก เอ้ย คุณต้องการให้พวกเราตามหาอะไรคะ” บุษในร่างรันหลุดปาก
นงลักษณ์ขมวดคิ้วกับท่าทางแปลกๆของรันธิมา แต่ก็ทำเป็นไม่สนใจ และกล่าวว่า “ฉันอยากให้พวกเธอตามหาตำราแม่มดให้หน่อย”
“มันมีตำราอย่างนั้นอยู่จริงงั้นหรอคะ แม่มดมีแต่ในนิยายไม่ใช่หรอ” รันสงสัย
“ถ้าหาไม่ได้ ฉันกลับล่ะ” นงลักษณ์เตรียมลุกขึ้นยืน
“อะ เดี๋ยวก่อนค่ะ ว่าแต่คุณจะเอาตำรานั่นไปทำอะไรคะ” ญาอยากรู้
“อย่าถามมาก ถ้าตามได้ก็เอามาให้ฉัน แต่ถ้าไม่ได้ ฉันจะไปใช้บริการที่อื่น” นงลักษณ์ไม่อยากตอบ
“ก็ได้ค่ะ ฉันจะรับเรื่องไว้ แต่ฉันขอเวลาสักหนึ่งสัปดาห์ หากตามหาไม่ได้ พวกเราจะแจ้งให้คุณไปใช้บริการที่อื่นค่ะ” ญากล่าว
“อะนี่ ค่ามัดจำ” นงลักษณ์ควักเงินมาให้พันนึง
วนัญญากำลังจะทอนเงิน แต่ถูกห้าม
“ฉันจะให้สามพัน และนั่นเป็นค่ามัดจำ” นงลักษณ์พูดเสียงห้วน
“แต่ว่าที่นี่คิดค่าบริการ 300 นะคะ” ญากำลังจะปฏิเสธ
“หาให้ได้ก่อน ถ้าไม่ได้ เงินนี้ก็นำมาคืนฉัน แค่นี้นะ ฉันกลับล่ะ” นงลักษณ์สวมแว่นกันแดดรีบเดินออกจากสำนักงานไป ราวกับว่ากลัวใครจะมาเห็นเข้า
รันเองก็สงสัยว่าตำราแม่มดมีอยู่จริงงั้นหรือ และแม่เล็กจะนำตำรานั่นไปทำอะไร
พอถึงเวลาเที่ยง ดนุวัฒน์ก็ขับรถมารับแฟนและญาไปทานข้าวร้านใกล้ตลาดด้วยกัน
ทั้งสามนั่งทานก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน พอคุยกันได้สักพัก ญาก็ขอตัวไปซื้อของที่ตลาด และขอกลับสำนักงานทีหลัง ทิ้งให้คู่รักนั่งคุยกันที่ร้านสองต่อสอง
รันกำลังจะร้องห้ามเพื่อน เพราะดาราสาวรู้สึกไม่คุ้นเคยกับแฟนหน้าตี๋ของรันจริงๆ
“ดูรันจะกลัวผมนะครับ” ดนุวัฒน์รู้สึกได้
“หลังเกิดอุบัติเหตุ รันจำอะไรไม่ค่อยได้เลยค่ะ ขอโทษจริงๆนะคะวัฒน์” รันรีบพูดกลบเกลื่อน
“มันคงต้องค่อยเป็นค่อยไปครับ เอ้อ ใช่ ผมมีอะไรให้คุณด้วย” ดนุวัฒน์หยิบของออกมาจากถุงกระดาษ
รันคาดว่าจะเป็นช่อดอกไม้ แต่ทว่าสิ่งที่เธอเห็น ก็คือ กระเช้าขนมหวาน
“เอ่อ คือว่า รันกลัวอ้วนนะคะ” รันกล่าวตามตรง
“แต่ก่อน คุณชอบมากเลยนะครับ บางทีถ้ารันทานขนมพวกนี้ ความจำของรันอาจฟื้นโดยเร็วก็ได้ ร้านขนมนี้อร่อยมากเลยนะครับ” ดนุวัฒน์กล่อม
“ก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ” รันรับมาทั้งถุง
เนื่องจากบุษไม่รู้เรื่องราวของรันมาก่อน ทำให้เธอคุยอะไรกับวัฒน์ไม่ได้มาก เลยขอให้วัฒน์ไปส่งเธอที่สำนักงาน โดยอ้างว่ากลัวรถติด ตัววัฒน์อาจกลับไปทำงานที่บริษัทไม่ทัน
ทำให้ตอนนี้บุษกลับไปรอญาที่สำนักงาน และคอยเฝ้าร้านเพื่อรอญาตามลำพัง แต่พอถึงเวลาบ่าย คนที่กลับมากลับเป็นกรณ์
“อ้าวไหนว่าวันนี้รับ job พิเศษไง” รันทัก
“ญาโทรมาบอกว่าท้องเสียน่ะ เลยให้ฉันรีบกลับมาทำงานแทน” กรณ์กล่าว
“แล้วญาเป็นยังไงบ้าง พวกเราไปเยี่ยมญากันมั้ย” รันเป็นห่วงเพื่อนใหม่
“ญาทานยาไปแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก แม่ญาจะดูแลเธอเป็นอย่างดี” กรณ์รู้ดี
สักพักเด็กหญิงวัยสี่ขวบก็เดินจูงแม่เข้ามาในสำนักงาน
“มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าฮะ” กรณ์เป็นคนไปต้อนรับ
“แมวของลูกสาวหายตัวไปค่ะ” แม่เด็กกล่าว
“แล้วทำไมไม่แจ้งตำรวจหรือมูลนิธิล่ะคะ” รันสงสัย
“พวกเขาไม่ว่างน่ะสิคะ” แม่เด็กแสดงสีหน้าเหน็ดเหนื่อย เพราะเธอไปมาหลายที่แล้ว
“หายที่ไหนฮะ เดี๋ยวพวกเรารีบออกตามหาให้” กรณ์รีบรับงาน
“แถวหมู่บ้านค่ะ” เด็กน้อยเป็นคนตอบ
“งั้นพวกเราปิดสำนักงาน แล้วไปหาแมวกันเถอะ” กรณ์ชวนรัน
“เอาอย่างนั้นเลยหรอ” รันสงสัย
เด็กน้อยดีใจวิ่งเข้าไปกอดกรณ์เพื่อขอบคุณ “ขอบคุณนะคะ พี่สุดสวย”
“เอ่อ เขาเป็นทอมนะลูก” แม่เด็กพยายามพูดกับลูกเบาๆ
“ทอมคืออะไรคะแม่” เด็กโพล่งถาม
“เอ่อ อย่าเพิ่งอธิบายความหมายเลยนะฮะ พวกเรารีบออกตามหาแมวกันดีกว่า คาดว่าคงหนีไปได้ไม่ไกล” กรณ์กล่าว
“ค่ะ ค่ะ งั้นขับรถตามมาเลยนะคะ” แม่เด็กยิ้มอย่างยินดี และรีบพาลูกไปขึ้นรถ
กรณ์เลยพารันออกตามหาแมวพันธุ์เปอร์เซียลายสลิดสีเทา ตามหมู่บ้าน พวกเธอตามหาเสียทั่ว ก็เจอแต่แมวพันธุ์ไทยเร่ร่อนเท่านั้น
“เอาไงดี นี่เธอก็ขับวน จนทั่วหมู่บ้านแล้วนะ” รันบ่น
“เฮ้ย นั่นไงมันอยู่บนต้นไม้ที่สวนสาธารณะของหมู่บ้าน” กรณ์ชี้
“งั้นรีบจอดเร็วเข้า” รันดีใจ
สองสาวรีบลงจากรถ ไปที่ต้นไม้ใหญ่ทันที
กรณ์อาสาปีนต้นไม้ไปรับตัวแมว ส่วนรันก็คอยรออยู่ด้านล่างเผื่อแมวกระโดดหนีลงมา
แต่ทว่าแมวที่กำลังไต่กิ่งไม้ท่อนใหญ่เพื่อเดินไปหารังนก มันตกใจกับมนุษย์ร่างเล็กแต่ลักษณะห้าว มันก็เลยกระโดดไปหารัน
ตอนนั้นรันชะงัก เพราะเหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก และแมวตัวนั้นก็กำลังจะกระโจนไปข่วนใบหน้าหญิงสาว
“ระวังนะรัน รีบหนีเร็วเข้า” กรณ์ตะโกน
แต่รันนั้นตัวแข็งทื่อ เพราะความตกใจ และกำลังจะถูกแมวกระโจนใส่
โชคดีที่มีชายวัยกลางคนวิ่งไปผลักหญิงสาวให้หลบแมว และล้มไปด้วยกัน ทำให้ทั้งสองอยู่ในสภาพกอดกันโดยบังเอิญ
กรณ์รีบปีนลงไปหา และตกใจกับภาพที่เห็น นั่นคือ รันกำลังกอดกับชายวัยประมาณ 50 ปี แต่เขาดูดีและมีเสน่ห์มาก
รันรีบตั้งสติและรีบคลายอ้อมกอดทันที แต่พอรู้ว่าตัวเองกอดใคร เธอก็ตกใจ “วิทย์ นั่นคุณหรอคะ”
กลวิทย์ลุกขึ้นยืนและปัดฝุ่น พร้อมกับตกใจที่หญิงสาวรู้จักตนเอง “หนูรู้จักฉันด้วยงั้นหรือ”
รันนึกขึ้นได้ว่า เธอไม่ใช่บุษอีกแล้ว เลยว่า “อ้อ ก็คุณเป็นคนดังนี่คะ เป็นถึงเจ้าของบริษัทค้าน้ำผลไม้”
“แล้วพวกหนูมาทำอะไรที่นี่” วิทย์ถามบ้าง
“อ้อ ใช่พวกเรามาตามหาแมวค่ะ” รันตอบ
กรณ์กำลังเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่ แต่สักพักแม่ของเด็กหญิงก็อุ้มแมวมาขอบคุณกรณ์และรัน ที่ช่วยเธอออกตามหาแมวอย่างเต็มที่
“ขอบคุณมากนะคะ เพราะพวกคุณ ฉันเลยได้แมวกลับคืนมา อะนี่ค่ะ ค่าจ้าง” แม่เด็กยื่นเงินให้
กรณ์รับเงินมา แล้วกล่าวว่า “ดูแลมันดีๆนะฮะ”
“หนูไปนะคะ พี่ทอม” เด็กโบกไม้โบกมือลากรณ์
กรณ์ยิ้มอย่างเอ็นดูพร้อมกับลูบหัวเด็กเบาๆ ก่อนที่จะเดินไปหาเพื่อน
ทางด้านรันกับคนรักเก่าของบุษ ก็หันไปมองเจ้าของแมวอุ้มแมว แล้วเดินกลับบ้าน ส่วนกรณ์ก็รีบเดินจ้ำอ้าวมาหา
“นั่นแฟนหนูมานั่นแล้ว ฉันขอตัวนะ” วิทย์เข้าใจผิด
“เปล่านะคะ เธอเป็นเพื่อนหนูเท่านั้น” รันรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน
กลวิทย์ยักคิ้วข้างหนึ่งอย่างสนใจ และยิ้มอย่างยินดี “นี่หมายความว่าหนูโสดใช่มั้ย”
“เปล่าหรอกฮะ รันเขามีแฟนอยู่แล้ว พวกเราขอตัวนะฮะ” กรณ์ตอบอย่างไม่พอใจ
“เดี๋ยวสิกรณ์” รันถูกเพื่อนลากหนีชายวัยกลางคน
ในเมื่อกรณ์ไม่ฟัง และยังดึงมือรันกลับไปที่รถ ทำให้รันต้องรีบหันไปขอบคุณกลวิทย์ทันที “หนูขอบคุณนะคะที่ช่วยหนู”
กลวิทย์พยักหน้า และแอบเสียดายสาวสวยอย่างรันธิมา
***********************************
พอสองสาวเดินไปขึ้นรถ รันก็หันไปต่อว่าเพื่อนทันที
“มันเสียมารยาทนะกรณ์ คุณวิทย์อุตส่าห์ช่วยชีวิตฉัน” รันกล่าว
“ฉันว่าเธอออกห่างชายคนนี้ดีกว่านะ เขามีข่าวไม่ดีเรื่องผู้หญิง” กรณ์เตือน
“ไม่จริง!” รันไม่เชื่อ
“นี่เธอจำไม่ได้จริงๆงั้นหรือ ข่าวก็ออกอยู่บ่อยๆ” กรณ์อึ้งกับเพื่อน เพราะพวกเธอก็ฟังข่าวของกลวิทย์อยู่เป็นประจำ
“ฉันไม่เชื่อ!” รันยังคงดื้อดึง
“นั่นสินะ เธอความจำเสื่อมนี่ กลับไปก็ไปค้นข่าวเก่าๆดูก็แล้วกัน” กรณ์เบื่อที่จะพูดก็เลยเงียบตลอดทาง
รันเห็นว่ามันไม่ใช่ทางกลับสำนักงาน ก็เลยว่า “นี่เธอจะไปไหนน่ะ กรณ์”
“ก็เธอจะไปพบคุณอนุชินไม่ใช่หรอ ฉันจะพาไปนี่ไง” กรณ์กล่าว
รันมีน้ำเสียงอ่อนลง เพราะเธอนึกขึ้นได้ว่าจะต้องไปพบ เพื่อให้อนุชินรับผิดชอบรับเธอเป็นลูก