ฮุ่ยหลิงหลังกลับถึงตำหนักตน ก็รีบเดินตรงเข้าห้องอาบน้ำทันที เขาไม่รอช้าให้นางกำนัลได้ตระเตรียมน้ำอุ่น เพราะภายในใจของเขายามนี้มันร้อนเสียยิ่งกว่ากองไฟกำลังลุกโชนเมื่อนึกถึงััที่ได้ใกล้นางร่างกายของเขาก็พลันอยากที่จะัันางมากกว่านั้น ฮุ่ยหลิงยกมือขึ้นลูบเช็ดใบหน้าตนเพื่อข่มให้ลืมเื่นางไปก่อนจะสั่งให้เจียวหั่วจัดเตรียมถุงมือหนังสำหรับการฝึกดาบของเขาในค่ำคืนนี้
ลู่เสียนยังอดใจเต้นแรงมิได้เมื่อััอ้อมกอดเขาแผลงอกกำยำไม่อาจปกปิดััของนางได้ มือเรียวยกทำท่าปัดส่ายไปมาตรงหน้าราวกับจะลบภาพในศีรษะ สาวใช้นั่งอยู่ด้านข้างพลันเอียงศีรษะมองอย่างงงงันในท่าทางของนาง
“คุณหนูเป็อะไรไปเ้าคะ ข้าเห็นท่านเอาแต่ปัดส่ายมือไปมา หรือคุณหนูจะร้อนเ้าคะ” อู๋ทงไม่เพียงกล่าวนางยังหันรีหันขวางมองหาพัดขึ้นมาโบก ใบหน้าที่เห่อแดงของลู่เสียน ลู่เสียนจึงรีบเอ่ยปฏิเสธด้วยความใที่เผลอแสดงท่าทีออกไปจนสาวใช้จับได้
“ข้ามิได้ร้อน ข้าเพียงนึกถึงบางสิ่งแล้วรู้สึกว่ามันน่าอาย”
“น่าอาย? ใครผู้ใดกล้าทำให้คุณหนูใหญ่ตระกูลลู่อายกันเ้าคะ” อู๋ทงขยับแววตาตนเข้าใกล้นางพลางขมวดคิ้ว
“ปะ...เปล่า...ข้าง่วงแล้วเ้าไปดับตะเกียงได้แล้วข้าจะนอน” ลู่เสียนโบกมือไล่บอกปัดก่อนจะรีบเอนศีรษะลงนอน
ยามรุ่งแม่นมเหอนางรีบเดินมาตามลู่เสียนแต่เช้าตรู่กล่าวว่าแม่ทัพลู่เฉาจะเข้าวังหลวงจึงอยากให้นางร่วมเดินทางไปด้วย นั้นก็เพราะแม่ทัพลู่เฉามีเื่ที่จะกล่าวทูลฮ่องเต้สักเล็กน้อย ลู่เสียนแต่งกายเสร็จก็รีบเดินตรงมายังรถม้าที่หยุดรอหน้าจวน แม่ทัพลู่เฉามองหน้าบุตรีเพียงครั้งพลางถอนหายใจออกมาดังเฮือกใหญ่ แม้บุตรีของตนจะยินดีตอบรับการหมั้นหมายแล้วก็จริง เพียงแต่องค์ชายเจ็ดดูท่าจะมิได้มีใจรักบุตรีอย่างที่ควรนัก เห็นทีเขาก็คงต้องคิดทบทวนเสียใหม่ว่าจะตอบรับการหมั้นหมายครั้งนี้หรือไม่ องค์ชายเจ็ดร่างกายอ่อนแอแต่กำเนิดแม้จะเป็ที่โปรดปราณของฮ่องเต้ แต่ก็มิได้มีตำแหน่งหรืออำนาจในราชสำนัก เกรงว่าวันใดบุตรีตนอภิเษกเข้าตำแหน่งพระชายาเกรงจะถูกตำหนินินทามิต่างจากองค์ชายเจ็ดอย่างแน่นอน
“ท่านพ่อเข้าวังหลวงด้วยเหตุอันใดหรือเ้าคะ” ลู่เสียนมองแววตาบิดาที่นิ่งสงบ ตรงหน้า นางมองบิดาที่นั่งตัวตรงเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าราวกับกำลังใช้ความคิดมาได้สักครู่ใหญ่ จึงอดสงสัยมิได้จึงเอ่ยออกไป แม่ทัพลู่เฉาปาดมองแววตาเรียวรีที่จ้องมองรู้สึกหนักอกอย่างบอกมิถูก
“เสียนเออร์ พ่อถามอีกครั้งเ้ายินดีจริง ๆ หรือที่จะรับการหมั้นหมายครั้งนี้ เ้าก็รู้ว่าองค์ชายเจ็ดนั้นอ่อนแอ และยังมิได้มีตำแหน่งใด ๆ ในราชสำนัก
หากเ้าอภิเษกไปแล้วเ้าจะมิเสียใจจริง ๆ ใช่หรือไม่”
“เหตุใดท่านพ่อจึงกล่าวเช่นนั้นเ้าคะ” คิ้วโก่งเรียวขมวดมุ่นมองใบหน้าบิดาตรงหน้าพลางสงสัย
“อันอ๋องเองก็ เป็บุรุษหนึ่งที่ดี ทั้งยังมิได้มีฮูหยินดูแลจวน ดูแล้ว.....”
“ท่านพ่อ!!” ลู่เสียนเสียงสูงรีบปรามบิดาที่กำลังกล่าว
“พ่อเพียงเอ่ยให้เ้าไตร่ตรองดู เห็นว่าเ้าเคยส่งมอบขนมให้อันอ๋องด้วยไมตรี ท่านอ๋องเองก็ดูจะชอบเ้า” แม่ทัพลู่เฉาเสียงอ่อนลงเมื่อแววตาเรียวรีบบุตรีดูไม่พอใจ
“แต่ลูกมิได้ชอบอันอ๋องนะเ้าคะ คนที่ลูกก็พอใจการหมั้นหมายครั้งนี้ ท่านพ่ออย่าทำให้เป็เื่ยุ่งยากเลย ลูกเข้าใจเื่ที่ท่านพ่อเป็ห่วง แต่องค์ชายเจ็ดย่อมดูแลลูกได้ดีแน่เ้าคะ” แม้จะยังไม่แน่ใจ แต่สิ่งที่เห็นในชาติก่อนทำให้เธอมั่นใจว่าฮุ่ยหลิงสามารถเป็ที่พึ่งพาให้แก่นางรอดพ้นบุรุษชั่วผู้นั้นได้
“หากเ้ามั่นใจเช่นนี้พ่อก็คงมิต้องกังวล เช่นนั้นพ่อคงเพียงเข้าเฝ้าฝ่าาเพียงไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบเพียงเท่านั้น” ลู่เสียนพยักหน้า แต่มือเรียวกับกำชุดกระโปรงแน่น
ทันทีที่ถึงศาลาประทับหยางฮ่องเต้ แม่ทัพลู่เฉาก็เอ่ยให้บุตรีเพียงรอด้านนอก แม้แม่ทัพลู่เฉาจะมิได้มีตำแหน่งใหญ่โตในราชสำนักแต่ก็เป็สหายรักของหยางฮ่องเต้จึงเป็เื่ธรรมดาที่จะเข้าพบเป็การส่วนพระองค์โดยมิต้องกล่าวขออนุญาตใด ๆ จากหลัวกงกง มหาขันทีที่อยู่ใกล้ชิดพระองค์ ด้วยเพราะครั้งหนึ่งพวกเขาเคยออกรบร่วมกัน ยามนั้นหยางฮ่องเต้ยังเป็เพียงองค์รัชทายาท ทั้งสองต่างช่วยกันบุกรบเป็เวลาร่วมเกือบสองปี จนชนะแต่หยางฮ่องเต้ก็เกือบเอาชีวิตตนมิรอด เกือบถูกข้าศึกศัตรูใช้หอกแทง แต่แม่ทัพลู่เฉาใช้ร่างตนรับหอกนั้นไว้แทนทำให้แขนซ้ายเขาต้องอ่อนแรงใช้งานไม่สะดวก หยางฮ่องเต้จึงมอบป้ายอาญาสิทธิ์ควบคุมกำลังทหารทั้งยังให้สัญญาหนึ่งเผื่อว่าวันใดวันหนึ่งแม่ทัพลู่เฉามีเื่ให้ต้องลำบาก สามารถใช้สิทธิ์นั้นทูลขอต่อพระองค์ได้หนึ่งอย่างเพราะรู้ว่าแม่ทัพลู่เฉานั้นมิใช่คนที่มักใหญ่ใฝ่โตมีเพียงครอบครัวเท่านั้นที่เขาห่วงเสียยิ่งกว่าสิ่งใด เช่นนั้นแล้วพระองค์จึงกล้าที่จะสัญญานั้นแก่แม่ทัพลู่เฉา ลู่เสียนนั่งมองหมู่มวลผกาที่ชูช่ออวดดอกแข่งกัน บังเอิญเห็นฮุ่ยหลิงกำลังเดินผ่านไปยังตำหนักรัชทายาท ด้านข้างมีองครักษ์หนุ่มคอยเฝ้าระวัง นางนึกมิออกว่ายามใดกันที่องค์ชายเจ็ดผู้นี้ได้กลายเป็อ๋องผู้สง่างาม ยามนั้นนึกเช่นไรก็นึกมิออก หรือเพราะยามนั้นนางมิได้ใส่ใจบุรุษเช่นเขา จึงทำให้นางมิรู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่กันที่เขาไปอยู่เมืองฮั่น