“นี่…” ฉู่จวินหลันก้มหน้าลงจนเส้นผมดำขลับยาวสลวยไหลมาตามกรอบหน้ายิ่งทำให้ใบหน้าภายใต้แสงโคมสีส้มของนางดูอ่อนโยนและละมุนขึ้นยิ่งนัก“ไม่ใช่ว่าลูกไม่อยากทำตามข้อเสนอของท่านพ่อ เพียงแต่ทางจวนองค์หญิงใหญ่…”
“เื่นั้นเ้าไม่ต้องห่วง”ฉู่ไฉเหลียงเอ่ยเสียงแข็งกร้าว “อนุหวังเพียงช่วยจัดการแทน พวกเราไม่ใช่คนโลภไม่มีทางแตะต้องเงินที่เ้าต้องใช้รักษาคุณชายเย่แน่นอน”
ฉู่จวินหลันแอบหัวเราะในใจแต่ก็พยักหน้ารับอย่างเคารพ “ลูกไม่ได้หมายความเช่นนั้นเช่นนั้นก็ทำตามที่ท่านพ่อว่าเถิดเ้าค่ะ”
“ดี”ฉู่ไฉเหลียงดีใจจนกล่าวเสียงดัง “ก่อนหน้านี้พ่อเห็นว่าเ้าดีอยู่แล้วบัดนี้ยิ่งมีท่าทีสมเป็บุตรสาวสายตรง จวนนี้ยังต้องพึ่งเ้าอีกมากเ้ารักษาคุณชายเย่ให้ดีเถิด เขามีสายสัมพันธ์กับองค์หญิงใหญ่วันหน้าหากเ้าแต่งเข้าจวนกงติ้งอ๋องแล้วกุมมือเ้านั่นไว้ได้วันเวลาที่รุ่งเรืองของเรายังรออยู่อีกมาก!”
ด้วยความตื่นเต้นฉู่ไฉเหลียงจึงลืมเก็บซ่อนความทะเยอทะยานใฝ่สูงของตน
ฉู่จวินหลันเพียงยิ้มบางก่อนเดินไปยังโต๊ะจากนั้นตวัดแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อยแล้วเริ่มฝนหมึก
เมื่อเห็นนางเงียบสงบอ่อนโยนเช่นนั้นฉู่ไฉเหลียงก็ตระหนักว่าตนเปิดเผยแสดงออกมากเกินไป จึงรีบเปลี่ยนเื่ทันที
เขาหันไปสั่งหญิงรับใช้ว่า“ไปบอกอนุหวังให้ส่งสาวใช้ขั้นสองกับหญิงรับใช้สี่คนมาคอยรับใช้คุณหนูสามและต้องเลือกคนที่รู้จักปรนนิบัติที่สุดมาด้วย”
หญิงรับใช้ที่กำลังยืนหาวอยู่ถึงกับสะดุ้งรับคำ “อ้อ” ก่อนจะรีบวิ่งไปยังเรือนอวี้ชิงที่อนุหวังพำนักอยู่
อนุหวังกำลังรอฟังข่าวโดยมีฉู่เมิ่งอิ๋งคอยนวดไหล่ให้ทว่าฉู่หวาจางกลับเดินวกไปวนมาด้วยท่าทีร้อนใจ
“ท่านแม่ท่านว่าท่านพ่อจะทำสำเร็จหรือไม่เ้าคะ” เวลาที่อยู่กันตามลำพังฉู่เมิ่งอิ๋งกับน้องชายมักจะเรียกอนุหวังว่า ‘ท่านแม่’
“ใช่ขอรับท่านแม่ั้แ่ฉู่จวินหลันฟื้นขึ้นมาก็ดูแปลกประหลาดไป นิสัยเปลี่ยนไม่พอ อยู่ๆยังรักษาโรคได้อีก ไม่ใช่ว่านางถูกผีร้ายสิงร่างหรอกหรือ”
อนุหวังตบไหล่บุตรชายอย่างปลอบโยนเบาๆ“จางเกอร์อย่าได้กังวล ถึงนางจะเปลี่ยนไปเพียงใดก็ยังเป็สตรีในห้องหอวันหน้าออกเรือนก็ต้องพึ่งบ้านเดิมอยู่ดี สามีของนางเป็เพียงคนโง่เ้าคิดว่าจวนกงติ้งอ๋องดีเลิศหรือ เฮอะ! ตอนนี้นางอาจทำท่าหยิ่งผยองแต่เมื่อแต่งเข้าไปแล้วก็จะรู้เองว่าคืออะไร”
“แต่นางยังไม่ได้แต่งเข้าไปนะเ้าคะ”ฉู่เมิ่งอิ๋งกล่าวด้วยความกังวล “ลูกกลัวว่านางจะได้ใจจนกำเริบ น้องชายพูดถูกลูกเองก็คิดว่าฉู่จวินหลันดูแปลกๆ ท่านแม่ลองคิดดูสิ อยู่ๆนางจะตื่นขึ้นมาได้อย่างไร”
“อย่าคิดมากให้ตัวเองตระหนกไปเลยตอนนี้แค่รอให้พ่อเ้าหลอกเอาของมาได้ มีเงินอยู่ในมือจะยังกังวลชีวิตในวันหน้าอีกทำไม”
อนุหวังหยิบเมล็ดแตงขึ้นมาแกะเสียงดังกรอบแกรบ“นางชั่วนั่นก็ยังพอมีค่าอยู่บ้าง ค่าสินสอดจากจวนกงติ้งอ๋องก็ห้าพันตำลึงยังไม่นับของสะสมกับภาพวาดลายมือ คราวนี้ยังได้สมบัติจากจวนองค์หญิงใหญ่มาเพิ่มอีกวันหน้าพวกเ้าสองคนจะไม่เหมือนนอนกินบนกองทองหรือ”
“อิ๋งเจี่ยร์ก็อายุสิบหกปีแล้วพ่อเ้ากำลังมองหาคู่ครองให้ หากมีเงินก้อนใหญ่นี้เ้าย่อมเชิดหน้าชูตาในตระกูลสามีได้ ส่วนจางเกอร์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง แม้ไม่ได้มีเกียรติยศตำแหน่งก็ยังสามารถเป็เศรษฐีใช้ชีวิตสุขสบายไปตลอด”
ฉู่เมิ่งอิ๋งพวงแก้มแดงระเรื่อเต็มไปด้วยความใฝ่ฝันส่วนฉู่หวาจางกลับเบื่อหน่าย “ต้องได้เงินมาเสียก่อนถึงจะพูดได้”
ขณะกำลังพูดคุยกัน หญิงรับใช้ก็วิ่งเข้ามารายงาน“เรียนอนุหวัง นายท่านสั่งให้เลือกสาวใช้ขั้นสองสองคน กับหญิงรับใช้ฝีมือดีอีกสองคนไปประจำเรือนคุณหนูสามและนายท่านจะเป็คนจ่ายค่าจ้างทั้งหมดเองเ้าค่ะ”
อนุหวังพยักหน้า ทว่าแววตากลับฉายแววครุ่นคิด
ฉู่หวาจางกระแทกเสียง“ถุย! นางสารเลวนั่นมีเกียรติอันใดกัน จำเป็ต้องมีคนมากมายมาคอยรับใช้ด้วยหรือท่านพ่อลำเอียงนัก”
อนุหวังไม่สนใจบุตรชายเพียงหันไปเรียกสาวใช้คนสนิทนามหงเฟิน “ส่งลวี่ถี ลวี่หลัว ไช่มามา[1]กับหลิวซุ่นเป่าไปที่เรือนคุณหนูสามเสีย”
ฉู่เมิ่งอิ๋งอ้าปากก่อนจะเอ่ยคัดค้าน“แต่ว่าพวกนางล้วนเป็คนที่ท่านแม่ไว้ใจที่สุด…”ทว่ายังพูดไม่จบประโยคก็ยิ้มออกมาเหมือนคิดอะไรบางอย่างได้
ทางด้านฉู่จวินหลัน พอนางเป่าหมึกแห้งแล้วก็ยื่นกระดาษส่งให้ฉู่ไฉเหลียง“ท่านพ่อ ครานี้ใช้ตามนี้ก่อนเ้าค่ะ”
ฉู่ไฉเหลียงก้มมองรายการที่นาง้าบนกระดาษ“โสมป่าร้อยปี บัวหิมะตะวันตก เห็ดหลินจือหิมะชั้นเลิศ…”
“ของเหล่านี้ล้วนเป็สมุนไพรที่เคยหารือกับหมอหลวงแห่งสำนักหมอหลวงที่จวนองค์หญิงใหญ่มาแล้วเ้าค่ะ”
ฉู่ไฉเหลียงพยักหน้าแต่ฟังอย่างไม่ใส่ใจนัก “พ่อจะไปบอกอนุหวังให้”
“และองค์หญิงใหญ่สั่งไว้ว่าสมุนไพรที่ใช้ทั้งหมดต้องเป็ของร้านสมุนไพรซานจี้เท่านั้นเ้าค่ะ”
“ร้านสมุนไพรซานจี้?”ฉู่ไฉเหลียงขมวดคิ้ว “ไม่เห็นเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน”
“องค์หญิงใหญ่กำชับว่าต้องใช้สมุนไพรของร้านสมุนไพรซานจี้เท่านั้นเพราะคุณภาพดีที่สุด ท่านพ่อจำไว้ว่าต้องให้หมอของร้านสมุนไพรซานจี้เป็ผู้จัดแล้วประทับตราเอกสารเพราะสุดท้ายลูกต้องส่งไปให้จวนองค์หญิงใหญ่ตรวจสอบอีกทีเ้าค่ะ”
“เข้าใจแล้ว”ในเมื่อเป็คำสั่งขององค์หญิงใหญ่ พวกเขาก็ทำได้เพียงทำตาม
เมื่อฉู่ไฉเหลียงที่เดินออกไปนอกห้องเห็นหีบสองใบวางอยู่ใจยิ่งร้อนรนด้วยความตื่นเต้นรีบออกไปเรียกบ่าวรับใช้เฝ้าจวนเจ็ดแปดคนให้เข้ามาช่วยกันหามหีบสมบัติออกไปทันที
ฉู่จวินหลันที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องมองแผ่นหลังของฉู่ไฉเหลียงกับพวกที่เพิ่งจากไปแววตาที่เมื่อครู่ยังอ่อนน้อมถ่อมตนพลันเปลี่ยนเป็แหลมคมดุจคมมีดริมฝีปากยกยิ้มเย้ยหยัน
“จื่อเยียน”
“เ้าค่ะคุณหนูสาม”
“พรุ่งนี้เช้าเ้าไปที่ร้านสมุนไพรซานจี้ทางทิศเหนือของเมือง…”ฉู่จวินหลันก้มลงกระซิบที่ข้างหูจื่อเยียน
จื่อเยียนพยักหน้ารับสองครา“คุณหนูวางใจ บ่าวจะจัดการให้เรียบร้อยเ้าค่ะ”
“คุณหนูสาม”ขณะนั้นเอง หงเฟินบ่าวคนสนิทจากเรือนอวี้ชิงก็ถือโคมกระดาษเข้ามาพร้อมกับคนอีกสี่คน
ฉู่จวินหลันเลิกคิ้วเล็กน้อยทว่ากลับยืนอยู่หน้าประตูไม่ขยับ
หงเฟินคารวะแล้วเอ่ยขึ้น“คุณหนูสาม สองคนนี้คือลวี่ถีกับลวี่หลัวเป็สาวใช้ขั้นสอง นี่คือไช่มามาส่วนนี่คือสะใภ้จากบ้านหลิวซุ่นเป่า ปกติล้วนทำงานคล่องแคล่วรวดเร็วอนุหวังได้รับคำสั่งจากนายท่าน จึงจัดให้พวกนางมาคอยปรนนิบัติท่านเ้าค่ะ”
สาวใช้สองคนที่สวมชุดสีเขียวอ่อนสตรีวัยห้าสิบกว่าปี และสตรีวัยสามสิบปีต้นๆ ต่างก้าวออกมาพร้อมกันจากนั้นคุกเข่าคารวะอย่างนอบน้อม “คารวะคุณหนูสามเ้าค่ะ”
ฉู่จวินหลันเพียงยิ้มบาง“ลุกขึ้นเถิด”
“ขอบพระคุณคุณหนูสามเ้าค่ะ”
หงเฟินคารวะแล้วล่าถอยกลับไปรายงานโดยมีจื่อเยียนเดินไปส่งนางถึงหน้าประตู
ฉู่จวินหลันเอ่ยยิ้ม“เรือนฝั่งตะวันตกห้องน้อยไปหน่อย เกรงว่าจะลำบากพวกเ้าสี่คน”
สะใภ้หลิวซุ่นเป่ารับคำทันที“คุณหนูสามเกรงใจเกินไปแล้วเ้าค่ะ พวกบ่าวมาเพื่อปรนนิบัติคุณหนูการรับใช้ท่านคือหน้าที่ จะกล่าวว่าลำบากได้อย่างไร”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ”ไช่มามาหัวเราะ ใบหน้าที่มีรอยย่นรอบหางตาแฝงความใจดี“คุณหนูสามมีสิ่งใดก็โปรดสั่งมาเถิด”
“ไช่มามาาุโกว่าจากนี้ให้เ้าเป็ผู้ดูแลเรือนฝั่งตะวันตกแล้วกัน”
“เ้าค่ะ”ไช่มามาค้อมศีรษะรับอย่างนอบน้อม ครั้นเห็นฉู่จวินหลันไม่มีคำสั่งอื่นนางจึงจัดให้ลวี่ถี ลวี่หลัว และสะใภ้หลิวซุ่นเป่าไปช่วยกันจัดห้อง
ลวี่ถีกับลวี่หลัวขยันขันแข็งช่วยดูแลฉู่จวินหลันทั้งล้างหน้า หวีผม เปลี่ยนเสื้อผ้า และปูที่นอนเพียงพวกนางมาถึงก็เบาแรงจื่อเยียนไปมาก แต่นางยังคงไม่สบายใจปฏิเสธไม่ให้ผู้อื่นเฝ้าเวรยามกลางคืน และยังคงนอนเฝ้าที่เรือนนอนฉู่จวินหลัน
รุ่งเช้ายังไม่ทันสว่างจื่อเยียนก็ถือแผ่นกระดาษพร้อมเข็มเงินที่ฉู่จวินหลันมอบให้ แอบออกจากจวนไปอย่างเงียบเชียบ
ส่วนฉู่จวินหลันก็พาลวี่ถีกับลวี่หลัวไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่า
[1] มามา หมายถึง คำเรียกแม่นมในสมัยโบราณมีความเชื่อว่าการตั้งครรภ์คลอดบุตรทำให้ร่างกายทรุดโทรมถ้ายิ่งให้นมบุตรก็จะยิ่งฟื้นฟูร่างกายได้ช้าผู้ที่มีฐานะจึงนิยมจ้างแม่นมให้นมบุตรและช่วยเลี้ยง