บทนำ
ปังง!!!!
สิ้นเสียงปืน ตำรวจร่างกายกำยำได้ล้มตัวลงกองกับพื้น
“พนัส!!!!! ทันทีที่เห็นร่างใหญ่ล้มลง เขาแผดเสียงออกมา ก่อนจะรีบวิ่งไปหาที่ร่างนั้น
“พนัส แกต้องไม่เป็อะไรนะ ฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริงๆ” เขาคว้าคอเสื้อของร่างที่ใกล้จะไร้ิญญา ก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างสติแตก
“มะ... ไม่เป็อะไร ปัทจากนี้ไป ฉะ..ฉะ.ฉันขอฝากลูกของฉันด้วยนะ” ร่างใหญ่กลั่นคำพูดสุดท้ายก่อนจะหมดลมหายใจ
“ม่ายยยยยยยยยย!!!!!!!!! เขาคว้าร่างอันไร้ิญญามากอดไว้ พร้ะโกนออกไปอย่างสุดเสียง น้ำตาของลูกผู้ชาย ไหลมาอย่างไม่ขาดสาย สายฝนค่อยๆ ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ได้ไหลรวมไปกับน้ำตาพร้อมกับกองเืของเพื่อนที่เอ่อเต็มอยู่บนพื้น เขาร้องไห้ปานขาดใจ เมื่อได้สังหารเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่หลงเหลืออยู่
“สารวัตรครับ เสียงมาจากทางนั้นครับ” ตำรวจนายอื่นที่ออกตามหา ปฐี หัวหน้ามาเฟียชื่อดัง ที่ตอนนี้ถูกออกหมายจับ หลังตำรวจรวบรวมหลักฐานเกือบ5ปี ในคดีค้ายาเสพติด จนสามารถออกหมายจับได้ แต่เพราะเขารู้ตัวก่อน จึงกำลังรีบลักลอบออกนอกประเทศ ตำรวจจึงต้องรวมกำลังล้อมจับกุมที่ท่าเรือ
“รีบตามไป ผู้กองพนัสต้องอยู่ที่นั่นด้วยเร็ว” สิ้นเสียงสารวัตร ตำรวจกว่าสิบนายก็วิ่งตรงไปยันต้นเสียง
“สารวัตรครับ นั่นร่างของผู้กองพนัสนี่ครับ”
“วิสามัญได้ เตรียมเรียกรถพยาบาลมาด้วย เล็งดีๆ อย่าให้โดนร่างของผู้กอง เผื่อเขายังมีชีวิตอยู่”
ปังงง!!!!!!!!
ะุปักลงอก ตัดขั้วหัวใจของปฐี เขาตายทันที ก่อนที่ร่างจะล้มไปทับกับศพของพนัส
ิญญาของปฐีค่อยๆ ลอยหลุดออกมาจากร่างยืนมองศพเพื่อนส่งเสียงด่าพระเ้าสุดขาดใจ เหตุใดต้องทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ ทำไมถึงต้องพรากชีวิตเพื่อนของเขา และเหตุใดต้องพรากชีวิตเขาที่ไม่ได้แม้แต่รักษาสัญญาของเพื่อนแม้แต่วินาทีเดียว
“ไอพระเ้าเฮงซวย ถ้ามีอยู่จริง อย่างน้อยก็ควรจะดูแลลูกของตัวเองหน่อยไหม อย่างน้อยก็ให้เขา ให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไม่ได้หรอ อึก” เขาพูดทั้งน้ำตา ะโแหกปากสุดเสียง เพียงเพราะหวังว่าไอพระเ้าเฮงซวยจะได้ยิน
“เหตุใดเ้าจึงกล่าวหาว่าเป็ความผิดของข้า ทั้งที่เหตุการณ์ทั้งหมด เกิดขึ้นเพราะการกระทำของเ้า” เสียงปริศนาดังก้องกังวานไปทั่วพื้นที่
“ใคร แกเป็ใคร” ปฐีหันซ้ายขวา เพื่อหาต้นตอของเสียง
“แล้วเ้า กำลังด่าใครอยู่ละ”
“อ่อ ไอพระเ้าส้นตีน แกมาได้ก็ดี ทำไม แกทำแบบนี้ทำไม ไอเหี้ย แน่จริงแกก็ออกมา ออกมาคุยกับฉันเลย” เขาเท้าเอวก่อนจะะโด่าไปรอบๆ
“ทำ? ข้าทำอะไร ทุกๆ อย่างมันเกิดจากการกระทำของเ้าล้วนๆ มิใช่หรือ”
“แล้วฉันทำอะไร อย่างน้อยแกก็ไม่ควรพรากชีวิตของคนที่ศรัทธา สวดมนต์อ้อนวอนแกอยู่ทุกวัน อย่างน้อยก็ควรให้ฉัน..ให้ฉัน ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเขาเป็ครั้งสุดท้าย”
“ทำอะไรน่ะหรือ ข้าว่าเ้าก็คงรู้อยู่แก่ใจ เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เกิดจากการกระทำของเ้าล้วนๆ คนที่ลั่นไกปืนสังหารเพื่อนของเ้า มันก็คือตัวเ้าเอง เหตุใดเ้าถึงกล่าวว่าเป็ความผิดของข้าล่ะ เ้าผู้ไม่ศรัทธา”
“โธ่เว้ย ก็พอจะรู้ตัวอยู่หรอกว่าไม่เคยไหว้ แต่ไอพนัสมันเป็ลูกของท่านไม่ใช่หรือ อย่างน้อยก็ควรให้โอกาสเขา หรืออย่างน้อยก็ควรให้ฉะ..ฉันได้มีชีวิตต่อ พ..พะ.เพื่อดูแลลูกของเขาไม่ใช่หรือไง” เขาแหกปากะโท้าทายผู้เป็เ้า ด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน น้ำตาไหลอาบแก้ม พลางส่งสายตาเลื่อนลอยไปยังศพของเพื่อน
“เ้าผู้ไม่ศรัทธา หากเ้ายังมีชีวิตอยู่เ้าคิดว่าเ้าจะได้ดูแลลูกของคนคนนั้นหรือ ชะงักที่ติดหลังเ้า เ้าจะสามารถกลับมาดูแลเด็กคนนั้นได้จริงหรือ” ทันทีที่ปฐีได้ยินคำของพระเ้า เขาก็หยุดชะงัก และคิดได้ว่าถ้ายังมีชีวิตอยู่หากเขาไม่ถูกตำรวจจับ ก็ต้องหนีออกไปนอกประเทศ และไม่มีโอกาสที่จะได้ดูแลลูกของเพื่อน
“ทะ..ท่านกำลังหมายความว่ายังไง” เขามองขึ้นไปบนฟ้า ก่อนจะเอ่ยปากถามพระเ้าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เ้าผู้ไม่ศรัทธาเอ๋ย นี่คือโอกาสที่ข้ามีให้แก่เ้า เพื่อดูแลลูกของผู้ศรัทธา จงกลับไปปกป้องเด็กคนนั้น ด้วยตัวของเ้าเอง ข้าจักมองดูอยู่ไม่ห่าง จงเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตของตัวเด็กผู้นั้น และตัวเ้าเอง” สิ้นเสียงของพระผู้เป็เ้า ทุกอย่างรอบตัวกลายเป็แสงสีขาว ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะถูกตัดไป
“โอ้ยยย หนักตาจังเลย ทำไมรู้สึกร่างกายมันเจ็บไปหมดขนาดนี้” ปัทลืมตาขึ้นมาในร่างของ ธนาธิป หรือทีม เขาค่อยๆ กวาดสายตาไปช้าๆ มองไปที่ร่างกายใหม่ที่ได้รับ ก่อนจะบ่นออกมา
“อะไรมันพันแข็งพันขาไปหมดเนี่ย โอ้ยย อึดอัดขยับไม่ได้” เขาบ่นหลังจากที่พบว่าตัวเองนอนใส่เฝือกขาห้อยโตงเตงไปมาอยู่บนเตียงโรงพยาบาล
“ฟื้นแล้วหรือ” เสียงของชายท่าทางมีอายุสวมชุดตำรวจ เขานั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่ข้างเตียง หลังจากได้ยินเสียงของชายหนุ่ม เขาจึงเก็บหนังสือพิมพ์ลง
“เวรเอ๋ย ไอสารวัตรธาร!!!!!!” ทีมใเมื่อมองไปที่ร่างของชายคนนั้น คือสารวัตรที่ตามจับเขาในคืนวันนั้น
เพียะ
“นี่แก เรียกพ่อแกแบบนี้หรอไอเด็กเวร” เสียงตบพร้อมเสียงด่าดังลั่นออกมาพร้อมกัน หลังจากที่เขาได้ยินลูกชายเพียงคนเดียว เรียกตัวเองด้วยถ้อยคำหยาบคาย
“อะไรนะ พะ..พ่อหรอ ห๊ะ”
“หะ อย่าบอกนะว่าแกความจำเสื่อม” ธารพูดก่อนลุกไปเขย่าตัวลูก เขามีท่าทีใอย่างมากที่ลูกของเขาดูแปลกไป
“ก็คงไม่เชิงหรอกมั้งครับ”
‘เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ยยย แม่งเอ๊ยไอพระเ้าเฮงซวย คนแม่งมีเป็แสนเป็ล้าน ดันส่งให้มาเกิดเป็ลูกไอสารวัตรเวร’ ทีมได้แต่ก่นด่าพระเ้าอยู่ในใจ เพราะดันส่งให้เกิดมาเป็ลูกของคนที่สั่งฆ่าตัวเองในชาติที่แล้ว
“แกความจำเสื่อมจริงๆ ด้วย แกพูดครับกับฉันนี่นะ เวรเอ๊ยยย ไว้กลับบ้านเรามีเื่ต้องคุยกัน พ่อจะไปงานศพ แกพักไปอีกสักสองสามวันก็หาย”
“งานศพ งานศพใครครับ” เขาถามผู้เป็พ่อด้วยน้ำเสียงลุกลน
“แกคงไม่รู้สินะ ผู้กองพนัสลูกน้องพ่อ เสียชีวิตเมื่อวานระหว่างทำภารกิจ วันเดียวกับที่แกซิ่งรถจนแหกโค้งล้มหมดสติ และมาอยู่ในสภาพนี้ไง”
“พะ..พนัสหรอ พ่อครับผมขอไปด้วยนะครับ”
“แกจะบ้าหรอ เดินยังไม่ได้เลย พักไปจนกว่าจะหาย พ่อจะไปร่วมไว้อาลัยแทนเอง”
“ผะ..ผมต้องไป ยังไงผมก็ต้องไปให้ได้ พะ..พ่อ...ผมขอร้อง ให้ผมได้ไปงานศพลุงพนัสเถอะครับ ฮึก...อือ นะครับ” น้ำตาของทีมค่อย ๆ ไหลออกมา น้ำเสียงอ้อนวอนปนเสียงสะอื้น ทำให้ผู้เป็พ่อถึงกับแปลกใจ
“ทําไมแกถึงอยากไปงานศพพนัสนัก แกไปสนิทอะไรกับเขาตอนไหน”
“ผมอยากไป แงงง ให้ผมไปนะครับ ขอร้อง ผมจะไป ฮืออ นะพ่อ แงงงงง” ทีมงอแงเป็เด็ก ร้องไห้ขี้มูกโป่ง เขาเอามือทุบกับเตียงชักดิ้นชักงอ ประหนึ่งเด็กน้อยที่ดิ้นลงกับพื้นเวลาอยากได้ของเล่น เพราะไม่รู้จะใช้วิธีไหนแล้ว
“สมองแกกลับไปแล้วหรือไง โอ้ยย พ่อจะไปคุยกับหมอให้ถ้าเขาอนุญาตให้ออกจากโรงบาล พ่อก็ไม่ติดอะไร” สารวัตรธารพูดก่อนจะเดินออกไป
“โอ๊ยยย ไอ้เวรเอ๊ย ทําไม ทําไมต้องเป็สารวัตรเวรนี่ แม่งเกิดไปเป็ลูกใครก็ได้ทำไมต้องเป็ไอx่านี่ด้วยวะ” ทีมบ่นพึมพำอยู่บนเตียง ทำปากงุบงิบๆ เพราะกลัวพ่อตัวเองจะได้ยิน
“ก็ข้าถึงได้บอกว่าเ้าต้องกลับมาเปลี่ยนชีวิตตัวเองด้วย” เสียงปริศนาดังขึ้น จนทีมสะดุ้งโหยง เขาหันซ้ายหันขวาไปหาต้นตอของเสียง
“ไอ้บ้านี่ มาไม่ให้สุ้มให้เสียง เปลี่ยนชีวิตตัวเอง เ้าหมายความว่ายังไง”
“เมื่อถึงเวลา เ้าจะรู้เอง และเรียกข้าให้มันดีๆ ด้วย ข้าไปก่อนและ บาย”
“ไอ้เวรเอ๊ยย พระเ้าเฮงซวย” ทีมะโด่าออกไป ก่อนที่สารวัตรธารจะเปิดประตูเข้ามาในห้อง
“พ่อเล่าอาการของแกให้หมอฟัง หมอเห็นด้วยกับการที่จะพาแกไปงานศพ เพราะแกจำพนัสได้ อาจเป็ส่วนช่วยในเื่ของความทรงจำ ส่วนไอขานั่น มันไม่ได้นักหนาถึงขนาดเดินไม่ได้ แต่ป้องกันไว้ดีกว่า พ่อโทรตามแม่มาแล้ว อย่างน้อยก็ต้องนั่งวีลแชร์ออกไป” เขาพูดก่อนจะปรายตามองมาที่ลูกชายเพียงคนเดียว พร้อมกับส่ายหัวไปมา
“ขอบคุณนะครับพ่อ ขอบคุณจริงๆ” ทีมพูดพลางหันไปยกมือไหว้พ่อของเขา น้ำตาแห่งความดีใจเอ่อล้นออกมา ทำให้ผู้เป็พ่อสงสัยเป็อย่างมาก ว่าเหตุใดลูกชายถึงอยากไปงานศพของคนที่ไม่ได้สนิทมากมายขนาดนั้น
“หรือเป็แบบนี้มันจะดีอยู่แล้ว” สารวัตรธารพูดเบาๆ กับตัวเอง เพราะเขาเองก็มองว่าหลังจากที่ลูกชายฟื้นขึ้นมา ก็ััได้ว่าลูกชายทำตัวดีขึ้นเล็กน้อย เพราะผ่านมาเกือบ10ปีแล้ว ที่เขาไม่เคยได้ยินคำว่าครับจากลูกชายเลยแม้แต่ครั้งเดียว