บทที่ 7 ความลับของสำนักชิงเสวียน
จนกระทั่งกลับมาถึงเรือนของตนเอง เมื่อศิษย์พี่หกมาเยี่ยมและได้ยินว่าศิษย์พี่ใหญ่จะพานางไปสุสานกระบี่ เขาใจนะโเหยง
"อะไรนะ? พรุ่งนี้ศิษย์พี่ใหญ่จะพาเ้าไปสุสานกระบี่?"
เยี่ยหลิงหลงกัดผลไม้ิญญาคำหนึ่ง พลางมองศิษย์พี่หกด้วยสายตาสงสัย แค่ไปสุสานกระบี่ ทำไมถึงต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้ อย่าบอกนะว่ามีความลับบางอย่างที่ไม่มีใครรู้?
"เ้ามองข้าแบบนั้นทำไม? ไปก็ไปสิ แต่เ้าต้องฟังคำสั่งของศิษย์พี่ใหญ่ให้ดี อย่าเดินเพ่นพ่านเข้าใจหรือไม่?"
"ศิษย์พี่หก ท่านแน่ใจนะว่าไม่มีอะไรจะบอกข้าอีก?"
"ไม่มี"
เยี่ยหลิงหลงกะพริบตาปริบ ๆ ในดวงตาของนางพลันปรากฏหยาดน้ำคลอหน่วย ก่อนที่นางเม้มปากแล้วร้องไห้จ้าออกมาทันที
หนิงิเฉิงใกับเสียงร้องไห้ของศิษย์น้องหญิงเล็ก หน้าตาประณีตสวยงามดุจตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ เพียงแค่มองหยาดน้ำใสกลิ้งผ่านพวงแก้มนวลก็ทำให้หัวใจแหลกสลายแล้ว
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก เ้าร้องไห้ทำไม?"
"ก็เพราะท่านไม่ยอมบอกความจริงกับข้า พรุ่งนี้ข้าต้องไปสุสานกระบี่แล้ว พวกท่านบอกว่ามันอันตราย แต่ไม่มีใครบอกข้าว่าทำไมถึงอันตราย ถ้าข้าไปโดยไม่รู้อะไรเลย แล้วไปแตะต้องสิ่งที่ไม่ควรเข้า ถ้าข้าตายอยู่ที่นั่นแล้วกลับมาไม่ได้จะทำยังไง?"
"อย่าพูดเป็ลางสิ เ้าไม่ตายหรอก ศิษย์พี่ใหญ่ต้องดูแลเ้าอย่างแน่นอน" หนิงิเฉิงพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์ เขาถอนหายใจ "ก็ได้ ๆ ตราบใดที่เ้ายังอยู่ในสำนักชิงเสวียน เ้าก็ต้องรู้ความจริงสักวัน"
ในพริบตานั้น น้ำตาของเยี่ยหลิงหลงพลันเหี่ยวแห้งดุจถูกดูดกลับเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น และกินผลไม้ิญญาต่ออย่างสบายอารมณ์
หนิงิเฉิงกำลังจะเอ่ยปาก แต่เมื่อเห็นความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้าของนาง เขาก็ตะลึงไป ไม่จำเป็ต้องแสดงสมจริงขนาดนั้นก็ได้
"ศิษย์พี่หก?"
"เ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมสำนักชิงเสวียนถึงเป็สำนักที่แย่ที่สุดในบรรดาสำนักเซียนทั้งหมด เพราะสำนักเซียนทั้งใหญ่และเล็กต่างเลือกสร้างสำนักในสถานที่ที่มีปราณิญญาหนาแน่นเพื่อให้ฝึกฝนวิชาได้สะดวก แต่บริเวณเทือกเขาที่สำนักชิงเสวียนตั้งอยู่ ปราณิญญาเบาบางน่าสงสาร ไม่เหมาะแก่การฝึกฝนอย่างยิ่ง"
เมื่อเขาพูดเช่นนี้ เยี่ยหลิงหลงก็ตระหนักบางอย่างได้
นอกจากตอนที่กำลังกินผลไม้ิญญา นางแทบจะไม่รู้สึกถึงปราณิญญารอบตัวเลย ที่นางก้าวหน้าได้เร็วขนาดนี้ ล้วนเป็เพราะผลไม้ิญญาที่ศิษย์พี่ใหญ่มอบให้ทั้งนั้น
"สำนักชิงเสวียนไม่เหมาะกับการฝึกฝน แต่ศิษย์พี่ใหญ่ก็บรรลุขอบเขติญญาแรกกำเนิดแล้ว แม้แต่ข้าก็อยู่ในขอบเขตจินตาน อายุเท่านี้มีวิชาระดับนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในสำนักใหญ่ใด ก็ถือเป็อัจฉริยะทั้งนั้น"
"เพราะใต้เทือกเขาของสำนักชิงเสวียนมีดินแดนลับที่อันตรายมาก ภายในดินแดนลับนั้นมีปราณิญญาหนาแน่นมาก และมีสมบัติมากมายเกินคณานับ ศิษย์ทุกคนของสำนักชิงเสวียนต่างฝึกฝนอยู่ในนั้น ตอนที่เ้าเพิ่งมาใหม่ ๆ ข้าไม่ได้อยู่ในลานก็เพราะไปฝึกฝนในดินแดนลับ"
หนิงิเฉิงหยิบผลไม้ิญญาสีแดงสดวาววับผลหนึ่งส่งให้เยี่ยหลิงหลง
"แม้แต่ผลไม้ิญญาก็เก็บมาจากในดินแดนลับ มิฉะนั้นสถานที่อันแร้นแค้นอย่างสำนักชิงเสวียน จะเอาผลไม้ิญญามาให้พวกเรากินเล่นได้อย่างไร ลองชิมดูสิ เช้านี้ข้าเพิ่งไปเก็บมา ผลเพลิงสีชาดอร่อยและมีปราณิญญาเข้มข้นกว่าผลไม้ิญญาธรรมดา"
เยี่ยหลิงหลงรับผลเพลิงสีชาดที่หนิงิเฉิงส่งให้ ผลไม้ชนิดนี้เคยถูกกล่าวถึงในนิยายต้นฉบับ หลังจากเยี่ยหรงเยว่บรรลุขอบเขตสร้างรากฐาน ได้ติดตามสำนักไปสำรวจดินแดนลับและได้มันมา
ตอนนั้นเยี่ยหรงเยว่ทุ่มเทกำลังทั้งหมดฆ่านกไฟระดับสามที่คอยเฝ้าอยู่ข้างอยู่ จึงเก็บผลเพลิงสีชาดผลนี้มาได้ นั่นเป็สิ่งที่นางได้มาจากดินแดนลับครั้งนั้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ตอนนั้นไม่รู้ว่าทำคนหมั่นไส้ไปมากเท่าไร
เพราะเื่นี้ ภายหลังสำนักเจ็ดดารายังมอบรางวัลและชมเชยนางเป็พิเศษ หนึ่งเพื่ออวดสำนักอื่น ๆ ถึงสาวน้อยอัจฉริยะของพวกเขา สองเพื่อกระตุ้นให้ลูกศิษย์ในสำนักพยายามและท้าทายมากขึ้น
ตอนนี้ศิษย์พี่หกส่งมันให้นางอย่างง่ายดาย แสดงให้เห็นว่าในดินแดนลับของสำนักชิงเสวียนมีสมบัติมากเพียงใด
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก เ้าไม่กินหรือ"
"ศิษย์พี่หก การเก็บผลเพลิงสีชาดคงไม่ง่ายนัก ข้าได้ยินว่ามันมีนกไฟระดับสามเฝ้าอยู่"
"ศิษย์พี่หกอยู่ในขอบเขตจินตาน นกไฟระดับสามจะนับเป็อะไรได้"
ขอบเขตจินตานแล้วจะเป็อะไร ตอนที่เยี่ยหรงเยว่พบผลเพลิงสีชาดก่อนหน้านั้น นกไฟระดับสามตัวนั้นเพิ่งทำร้ายลูกศิษย์ขอบเขตจินตานไปหนึ่งคน
"ก็ได้ ๆ เ้าอย่าทำหน้าแบบนั้นสิ แม้ว่าผลเพลิงสีชาดจะหายาก แต่การที่ข้าเก็บมันมาได้ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร ไม่เชื่อก็ลองดูสิว่าข้ามีท่าทางาเ็ตรงไหนบ้าง? รู้ว่าเ้าเป็ห่วงศิษย์พี่หก ผลเพลิงสีชาดนี่ก็คุ้มค่าแล้ว"
เยี่ยหลิงหลงพยักหน้าเบา ๆ ศิษย์พี่หกที่ดูสดใสร่าเริง ไม่เหมือนคนที่ได้รับาเ็จริง ๆ
พวกเราสำนักชิงเสวียนช่างเป็พยัคฆ์หมอบัซ่อน*[1]จริง ๆ ขอบเขตจินตานของพวกเราไม่เหมือนขอบเขตจินตานธรรมดาทั่วไปข้างนอกนั่นเลย
"สุสานกระบี่ก็อยู่ในดินแดนลับด้วยหรือ?"
"ใช่แล้ว นั่นเป็เหตุผลที่ข้าบอกว่าสถานที่แห่งนั้นอันตรายมาก ในโลกหล้าผู้ฝึกเซียนยิ่งมีโอกาสมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีอันตรายมากเท่านั้น ดินแดนลับของสำนักชิงเสวียนมีของดีมากมาย ดังนั้นเ้าน่าจะรู้ว่ามันอันตรายแค่ไหน"
"เช่นนั้น อาจารย์ของพวกเราจึงไม่ได้สอนอะไรเลย ให้ศิษย์ทุกคนไปฝึกฝนในดินแดนลับด้วยตัวเองใช่หรือไม่?"
"ใช่แล้ว ในสำนักชิงเสวียน เ้าต้องฝึกฝนอย่างเอาเป็เอาตายหรือไม่ก็จากไปอย่างไร้ความสามารถ"
หลังจากรู้ความลับนี้ เยี่ยหลิงหลงรู้สึกเ็ปในใจอย่างประหลาด
ไม่แปลกใจเลยที่สำนักชิงเสวียนดูทั้งตกต่ำและร่ำรวย ที่ตกต่ำเพราะสำนักอื่นมีคนคอยสอนตัวต่อตัว มีทรัพยากรมากมายให้แลกเป็คะแนน พวกเขาสามารถฝึกฝนในสภาพแวดล้อมที่สบาย ในขณะที่การฝึกฝนในสำนักชิงเสวียนต้องเอาชีวิตเข้าแลก
ที่ร่ำรวยเพราะทุกคนที่เหลืออยู่ล้วนชินกับการฝึกฝนแบบนี้ พลังของพวกเขาจึงแข็งแกร่งกว่าคนอื่นมาก และได้รับผลตอบแทนมากกว่าคนอื่นมากเช่นกัน
นางรับผลไม้ิญญาและหินิญญาจากศิษย์พี่ใหญ่ไปมากมายในวันนั้น วันนี้ก็ได้รับผลเพลิงสีชาดจากศิษย์พี่หกอีก นางได้มาอย่างง่ายดาย แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็สิ่งที่พวกเขาได้มาจากการเสี่ยงชีวิตในดินแดนลับทั้งสิ้น และสมบัติล้ำค่าที่พวกเขาได้มาจากการต่อสู้ถึงตาย สุดท้ายก็จะตกเป็ของเยี่ยหรงเยว่
ในที่สุดนางก็เข้าใจแล้วว่าทำไมในต้นฉบับ เยี่ยหรงเยว่จึงได้รับทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลทุกครั้งที่เอาชนะตัวร้ายจากสำนักชิงเสวียน
คิดแล้วก็น่าโมโหจริง ๆ เยี่ยหรงเยว่แย่งความรักจากพ่อแม่ของนางไป ในอนาคตยังจะแย่งสมบัติทั้งหมดจากพี่ ๆ ในสำนักของนาง และสุดท้ายยังจะฆ่าพวกเขาอีกด้วย
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก เ้าร้องไห้ทำไมหรือ?"
"พูดเหลวไหล ข้าไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย! แค่ทรายเข้าตาเท่านั้นเอง!"
"แล้วข้าจะเป่าให้เ้าดีหรือไม่?"
"ไม่ต้อง" เยี่ยหลิงหลงถอนหายใจ "ศิษย์พี่หก หากฝึกฝนอยู่ในดินแดนลับของสำนักชิงเสวียนตลอด จะมีโอกาสก้าวข้ามจากขอบเขติญญาแรกกำเนิดไปสู่ขอบเขตแปรเทวะหรือไม่?"
"มีสิ ศิษย์พี่หญิงใหญ่ของพวกเราก็อยู่ในขอบเขตแปรเทวะแล้วนะ"
เยี่ยหลิงหลงตาโต ที่แท้สำนักชิงเสวียนก็มีตัวตนขอบเขตแปรเทวะอยู่ด้วย!
ต้องรู้ว่า เ้าสำนักและผู้าุโของสำนักใหญ่เ่าั้ สูงสุดก็อยู่แค่ขอบเขติญญาแรกกำเนิด เพราะเมื่อก้าวข้ามไปถึงขอบเขตแปรเทวะ พวกเขาก็จะไปจากโลกแห่งการฝึกตนระดับล่างเพื่อไปฝึกฝนที่โลกแห่งการฝึกตนที่สูงกว่า ตัวตนขอบเขตแปรเทวะในโลกแห่งการฝึกตนระดับล่างนั้นหายากมาก
"แต่นางปลีกวิเวกฝึกฝนเป็ประจำ ยากที่จะได้พบนาง"
เยี่ยหลิงหลงพยักหน้า ไม่เห็นก็ไม่เป็ไร แต่การมีอยู่ของนางพิสูจน์ว่าการก้าวข้ามจากขอบเขติญญาแรกกำเนิดไปสู่ขอบเขตแปรเทวะด้วยดินแดนลับของสำนักชิงเสวียนเพียงอย่างเดียวนั้นเป็ไปได้ ดังนั้นศิษย์พี่ใหญ่ของนางจึงมีโอกาสสูงมากที่จะไปถึงขอบเขตแปรเทวะ
ตราบใดที่เขาบรรลุขอบเขตแปรเทวะ ก่อนเผชิญหน้ากับเยี่ยหรงเยว่ เขาก็ไม่มีทางแพ้แน่นอน!
"ศิษย์พี่หก! ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะไปฝึกฝนในดินแดนลับั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป!"
เยี่ยหลิงหลงตื่นเต้นจนลุกพรวด ตราบใดที่นางเข้าไปในดินแดนลับ ศิษย์พี่ใหญ่ต้องไปกับนางแน่นอน ตราบใดที่นางเริ่มฝึกฝน ศิษย์พี่ใหญ่ก็ต้องเริ่มไปกับนางอย่างแน่นอน!
เ้าเริ่ม ข้าเริ่ม ทุกคนเริ่ม เริ่มจนกระทั่งสุดท้าย อย่าว่าแต่เยี่ยหรงเยว่คนเดียวเลย ต่อให้มีสิบคนก็ไม่คณามือหรอก!
[1] พยัคฆ์หมอบัซ่อน หมายถึงหลบซ่อนไม่ยอมเผยความสามารถของตน