ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 142 ผู้ครอบครองมิติประดิษฐ์คนอื่นๆ
ร่างกึ่งวิญญาณเดินเข้าไปด้านใน ประตูมิติปิดไล่หลังทันทีที่เข้ามา
เมื่อเป็นเจ้าของอาณาเขตแห่งนี้แล้ว ทุกอย่างมันเรียบลื่นไปหมด แม้แต่การเดินผ่านประตูมิติก็ไม่มีแรงต้าน ทุกอย่างภายในมิติเหมือนคอยอำนวยความสะดวกให้เขาเสมอ
ชายหนุ่มมองไปรอบข้าง พื้นที่ทั้งหมดมืดสนิท มีเพียงหอคอยสีทองตรงกลางที่สว่างไสวอยู่จุดเดียว
ร่างเงาขมุกขมัวสัมผัสได้ถึงอสูรควันที่บินผ่านไปผ่านมา บ้างก็รวมกลุ่มกันนิทรา แต่ไม่รู้สึกถึงจิตมุ่งร้ายมาจากพวกมัน ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะจินอยู่ในร่างวิญญาณจอมเสเพลที่ดูคล้ายคลึงกับพวกมัน หรือเป็นเพราะเขากลายเป็นเจ้าของมิติแห่งนี้ไปแล้ว จึงมีผลในการสะกดพวกมันเอาไว้
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ก็นับว่าเป็นเรื่องดี เขามีหลายอย่างที่ต้องทำ หากมัวมาหาวิธีจัดการกับพวกมันทั้งหมด คงไม่เป็นอันทำอะไร
ร่างกึ่งวิญญาณพุ่งตัวไปยังหอคอยสีทองก่อนเป็นอันดับแรก เพราะที่นั่นเป็นเหมือนกับใจกลางของมิติแห่งนี้ เป็นศูนย์ควบคุมที่ใช้ในการจัดระเบียบและดูข้อมูลทั้งหมดภายในพื้นที่
จินเดินมาถึงลูกแก้วทรงกลมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องควบคุมอีกครั้ง เขาเอื้อมมือเข้าไปสัมผัสมันตรงๆ
ลูกแก้วดวงโตเปล่งแสงสีเหลืองอ่อนนวลตา เป็นเสมือนการรับรู้ถึงการเชื่อมต่อจากเจ้าของ ข้อมูลมากมายไหลบ่าเข้ามาในหัวของชายหนุ่มทันที ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลพื้นฐานทั้งหมดเกี่ยวกับการใช้งานมิติประดิษฐ์แห่งนี้ รวมไปถึงความทรงจำส่วนที่เหลือที่เจ้าของคนก่อนหน้าทิ้งเอาไว้
ข้อมูลพื้นฐานทำให้จินรู้ระบบการทำงานส่วนต่างๆ ของมิติประดิษฐ์ อย่างการเปิดปิดมิติเอย การเคลื่อนมิติเอย การบริหารจัดการโครงสร้าง และการตรวจสอบสถานะของมิติประดิษฐ์ ข้อมูลทั้งหมดทำให้จินเหมือนเปิดโลกใหม่ เพียงเข้าใจการทำงานหลักๆ ยังน่าตื่นตะลึงขนาดนี้ แล้วรายละเอียดปลีกย่อยจะเป็นเช่นไร
จินปักธงไว้ในใจว่าจะหาเวลาว่างมาเรียนรู้การทำงานของมิติประดิษฐ์ให้มากขึ้นในภายหลัง เพื่อจะใช้งานของที่ครอบครองอยู่ได้อย่างเต็มที่
ส่วนความทรงจำที่เหลือของเจ้าของคนก่อนก็น่าสนใจไม่แพ้กัน มันเป็นอีโวลคนหนึ่งที่ครอบครองมิติประดิษฐ์แห่งนี้ด้วยความบังเอิญ และเห็นโอกาสบางอย่างในพื้นที่แห่งนี้ มันจึงศึกษาที่นี่โดยละเอียดและพบว่าการที่จะไปถึงเป้าหมายของตนเองได้จำเป็นต้องจ่ายพลังงานให้มิติแห่งนี้มากพอ ไม่เช่นนั้นด้วยพลังงานที่มีอยู่จะใช้ได้เพียงความสามารถพื้นฐานที่สุดเท่านั้น
ซึ่งไม่ใช่พลังงานทุกชนิดที่จะเหมาะสม พลังงานที่มิติต้องการช่างหาได้ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน เรื่องนี้ผลักดันให้มันต้องศึกษาศาสตร์มืด เน้นไปที่อสูรควันซึ่งมีความสามารถอย่างหนึ่งคือใช้การกลืนกินและแปรเปลี่ยนเลือดเนื้อให้เป็นพลังงาน
สิ่งนี้จุดประกายความหวังให้มันอย่างมาก จึงศึกษาและเพาะพันธุ์อสูรควันเหล่านั้นไว้ภายในมิติประดิษฐ์แห่งนี้ จากนั้นจึงล่อลวงอเวกระดับสูงเข้ามาแปลงเป็นพลังงานให้กับมิติ ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่ในช่วงสุดท้ายเหมือนเจ้าของคนก่อนจะออกไปทำธุระสำคัญบางอย่าง...หลังจากนั้นมันก็ไม่เคยกลับมาที่นี่อีกเลยเป็นร้อยปี
ภายในความทรงจำ จินได้รับความรู้มากมายเกี่ยวกับการควบคุมอสูรควัน หลังจากนี้เขาค่อนข้างมั่นใจว่าจะควบคุมพวกมันทั้งหมดเอาไว้ได้ ซึ่งพวกมันอาจจะเป็นกำลังพลสำรองให้เขาหยิบมาใช้สอยในภายหลัง
และเขายังรู้ถึงความต้องการของเจ้าของคนก่อนอีกว่า มันต้องการจะใช้มิติประดิษฐ์แห่งนี้เป็นพาหนะเดินทางระหว่างมิติ เข้าออกโลกมนุษย์และมิติต่างๆ ตามใจปรารถนา...น่าเสียดายที่แม้แต่ก้าวแรกก็ยังทำไม่สำเร็จด้วยซ้ำ มิติแห่งนี้ไม่เหลือพลังงานมากพอจะใช้งานความสามารถดังกล่าว และพลังงานที่มันใช้อสูรควันสะสมเอาไว้กว่าร้อยปี ก็ไม่มีโอกาสกลับมาเก็บเกี่ยว
ร่างกึ่งวิญญาณครุ่นคิดในใจ จริงๆ แล้วความต้องการของอีกฝ่ายก็คล้ายคลึงกับความต้องการของเขาอยู่ไม่น้อย เป้าหมายสูงสุดในตอนนี้นอกจากจะทำให้ตระกูลพีไรซ์มั่นคงมีเสถียรภาพแล้ว เขาก็อยากจะหาภรรยาผู้สาบสูญให้พบ ซึ่งความสามารถในการเดินทางข้ามมิติของมิติประดิษฐ์แห่งนี้เป็นสิ่งที่เขากำลังต้องการพอดี
หากมีความสามารถนี้ ข้อจำกัดใหญ่ที่ทำให้เขาไม่สามารถเดินทางไปหาอีกฝ่ายได้ก็คงเหลือเพียงพิกัดมิติที่ฟางหรูเดินทางไป
แม้จะมีพาหนะที่พร้อมจะพาเราเดินทาง แต่หากไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางนั้นมันอยู่ที่ไหนก็กลายเป็นไร้ประโยชน์ไปเสีย
จินส่ายศีรษะไล่ความคิดที่แทรกเข้ามาในหัวออกไป ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทำภารกิจตรงหน้าของตนเองให้เสร็จสิ้น เขายังมีตระกูลให้ต้องดูแล และมีเรื่องยิบย่อยอีกหลายอย่างที่ต้องไปจัดการ
ชายหนุ่มไตร่ตรองวางแผนในใจ พยายามลำดับความสำคัญก่อนหลัง และความคุ้มค่าในแต่ละการกระทำ
ความเร็วในการเดินทางของมิติประดิษฐ์นั้นรวดเร็วมาก มันแทรกตัวอยู่ระหว่างช่องว่างในอากาศ เป็นมิติซ้อนทับที่ไม่ข้องเกี่ยวกับโลกปกติ นั่นจึงทำให้มันเดินทางได้เต็มที่ไร้สิ่งกีดขวาง เผลอๆ จะเร็วกว่าเครื่องบินรบในสมัยก่อนเสียด้วยซ้ำหากเดินเครื่องเต็มกำลัง
นั่นทำให้จินคิดว่าตนควรแวะไปหาเยว่ซินที่สำนักจันทรานิรันดร์ก่อน แล้วค่อยวกกลับเต็มกำลังเพื่อไปรับเหล่าสมุนที่เมือง C-04 พร้อมกับปล้นสินสงครามกลับมาด้วย
เหตุผลที่เลือกไปหาเยว่ซินก่อน หนึ่งเพราะไม่ได้พบหน้ากันมานาน สองเพราะระยะทางที่ใกล้ เดินทางด้วยมิติประดิษฐ์อย่างไรก็ไม่เกินชั่วโมง และประการสุดท้าย ก็เพื่อขอบคุณอีกฝ่ายที่เสียสละส่งผู้อาวุโสของตนเองไปคุ้มครองตระกูลพีไรซ์ ไม่เช่นนั้นป่านนี้ลูกหลานของจินจะบาดเจ็บล้มตายไปกี่คนแล้วก็ไม่อาจทราบได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น ร่างกึ่งวิญญาณก็ใช้ทักษะที่เรียนรู้จากเจ้าของมิติคนเก่าในการดึงพลังงานทั้งหมดที่อสูรควันแปรเปลี่ยนไว้ในช่วงร้อยปีนี้กลับเข้าสู่ศูนย์กลาง
วูม
คลื่นกระแสพลังสีแดงสดไหลบ่าจากทั่วทุกสารทิศเข้ามายังหอคอยสีทองที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง เหล่าอสูรควันกู่ร้องก้อง เป็นคลื่นความถี่เสียงที่สูงเกินกว่ามนุษย์ปกติจะได้ยิน
อสูรควันพวกนี้มีสติปัญญาต่ำ มีแต่สัญชาตญาณดิบ คือการล่าและกลืนกินเหยื่อเท่านั้น หากมีวิธีที่ถูกต้องก็สามารถควบคุมพวกมันให้อยู่ในโอวาทได้ไม่ยาก
จินไม่ได้สนใจเสียงคำรามของพวกมัน สายตาจับจ้องไปที่เกจพลังงานซึ่งแสดงผลอยู่ตรงหน้าแผงควบคุมตลอดเวลา เฝ้ามองขีดพลังงานที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น
ติ๊ง!
พลังงานที่อสูรควันสะสมมากว่าร้อยปีไม่ใช่น้อยๆ เมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน ในที่สุดมันก็ถึงระดับพลังงานขั้นต่ำที่ใช้เพื่อเปิดการทำงานส่วนใหญ่ของมิติประดิษฐ์หมายเลขแปด
[อินเตอร์เฟซเปิดใช้งาน]
[มิติประดิษฐ์หมายเลข 8 กลับมาออนไลน์อีกครั้ง]
จินจ้องมองข้อความที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอขนาดใหญ่ด้านหลังเครื่องควบคุมทรงกลม ดูเหมือนว่าพลังงานที่สะสมมาทั้งหมดจะกระตุ้นการทำงานของแผงควบคุมเข้าให้แล้ว
[ยืนยันตัวตนผู้ครอบครองมิติ ระดับการเข้าถึง : สูงสุด]
[ยืนยันระดับพลังงาน : 5%]
หน้าจอด้านหลังแผงควบคุมยังคงแสดงผลอีกมากมายอย่างต่อเนื่อง บางครั้งจินเองก็มองตามไม่ทัน ในที่สุดการตั้งค่าทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย แผงการควบคุมมีอยู่มากมาย สามารถเข้าไปตรวจสอบในทุกระบบการทำงานของมิติ
ชายหนุ่มกวาดตามองไปเรื่อยจนในที่สุดก็หยุดอยู่ที่แถบเครื่องมือการสนทนาที่กะพริบวูบวาบอยู่หลายครั้ง เขาจึงกดเปิดมันขึ้นมา
ทันใดนั้นหน้าต่างแจ้งเตือนโผล่ขึ้นมากลางหน้าจอ
[แจ้งเตือน ท่านกำลังเปิดเข้าสู่หน้าต่างการสนทนา และผู้ใช้อื่นๆ จะสามารถรับรู้ถึงการออนไลน์ของท่าน หากไม่ต้องการโปรดเลือก'ไม่เปิดเผยตัวตน']
[ตกลง] [ไม่เปิดเผยตัวตน]
ร่างกึ่งวิญญาณชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเลือกไปที่ตัวเลือกด้านขวา 'ไม่เปิดเผยตัวตน'
จากนั้นหน้าต่างแปลกตาก็โผล่ขึ้นมาแทนที่ เป็นข้อความที่มีคนส่งเข้ามา แต่เจ้าของมิติไม่ได้เปิดเข้าไปอ่าน
[ผู้ใช้มิติประดิษฐ์ลำดับที่ 6 : เร็วเข้าพวก เวลาไม่คอยท่าแล้ว ถ้าเจ้ายังไม่มาที่นี่เดี๋ยวนี้ข้าและหมายเลขเจ็ดแย่แน่]
[ผู้ใช้มิติประดิษฐ์ลำดับที่ 6 : ออกมาเดี๋ยวนี้!!!]
นี่คือสองข้อความสุดท้ายที่อีกฝ่ายส่งมา และไม่มีการตอบรับจากมิติประดิษฐ์ลำดับที่แปดกลับไป ซึ่งหลังจากไล่ย้อนดูข้อความก่อนหน้า จินก็พอจะเข้าใจว่าทั้งฝ่ายติดต่อกันมาสักพักหนึ่งแล้ว ส่วนใหญ่จะพูดถึงสงครามกับสัตว์อสูรต่างมิติ ความหนักหนาที่แต่ละฝ่ายต้องประสบ รวมถึงพูดถึงผู้ใช้มิติลำดับที่เจ็ดบ้างประปราย
ด้วยความที่ระดับการเข้าถึงของจินนั้นอยู่ในระดับสูงสุด เขาจึงค้นหาข้อมูลของอีกฝ่ายได้ไม่ยาก และสิ่งที่พบก็คือ มิติประดิษฐ์ลำดับที่หกถูกทำลายไปแล้ว
บรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์ขมวดคิ้ว ก่อนจะเปิดหาในช่องสนทนาเพิ่มเติม ก็พบว่ามีประวัติการสนทนากับผู้ใช้มิติลำดับที่เจ็ดอีกนิดหน่อย แต่เมื่อใช้การเข้าถึงระดับสูงสุดตรวจดู ก็พบว่าอีกฝ่ายออฟไลน์ไปนานแล้ว
จากการพูดคุย จินไม่แน่ใจว่าผู้ครองมิติประดิษฐ์ลำดับที่แปดคือเจ้าของมิติคนก่อนหน้าตนเองหรือไม่ บางทีอาจจะเป็นผู้ครอบครองคนก่อนหน้าไปอีกที่สนทนากับผู้ใช้มิติประดิษฐ์ลำดับที่หกและเจ็ด ด้วยสถานการณ์ที่ไม่มีพลังงานเพียงพอ คงยากที่เจ้าของคนก่อนจะเปิดระบบการสนทนาโต้ตอบกลับไปกลับมาได้นานขนาดนี้
นอกจากคู่สนทนาทั้งสองคนแล้ว ดูเหมือนว่ามิติประดิษฐ์หมายเลขแปดที่จินครอบครองจะไม่ได้เชื่อมต่อกับมิติประดิษฐ์แห่งอื่นๆ อีกเลย เหมือนกับว่าหากผู้ครอบครองทั้งสองฝั่งไม่ได้อนุญาตโดยพร้อมใจ จะไม่มีทางเปิดระบบสนทนาระหว่างกันได้
เป็นไปได้ว่าในโลกแห่งความจริง ทั้งสามคนนี้อาจจะรู้จักกันอยู่แล้ว จึงมีโอกาสเพิ่มชื่อเอาไว้ในระบบการสนทนา
ร่างขมุกขมัวครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะพยายามอย่างเต็มที่ ใช้ระดับการเข้าถึงสูงสุดที่มี ดึงข้อมูลที่ปกปิดไว้ออกมา
[ข้อมูลรายชื่อผู้ใช้งานมิติประดิษฐ์ทั้งหมด]
[มิติประดิษฐ์ลำดับที่ 1 : สถานะ ออนไลน์
มิติประดิษฐ์ลำดับที่ 2 : สถานะ ออนไลน์
มิติประดิษฐ์ลำดับที่ 3 : สถานะ ออฟไลน์
มิติประดิษฐ์ลำดับที่ 4 : สถานะ ออนไลน์
มิติประดิษฐ์ลำดับที่ 5 : สถานะ ถูกทำลาย
มิติประดิษฐ์ลำดับที่ 6 : สถานะ ถูกทำลาย
มิติประดิษฐ์ลำดับที่ 7 : สถานะ ออฟไลน์
มิติประดิษฐ์ลำดับที่ 8 : สถานะ ออนไลน์ (ไม่เปิดเผยสถานะ)
มิติประดิษฐ์ลำดับที่ 9 : สถานะ ออฟไลน์
มิติประดิษฐ์ลำดับที่ 10 : สถานะ ออนไลน์]
จินจ้องมองรายการทั้งหมด แอบแปลกใจอยู่ไม่น้อย ประการแรกคือจำนวนของมิติประดิษฐ์ที่มีทั้งสิ้นสิบแห่ง จะว่ามากก็มาก จะมองว่าน้อยก็น้อย นั่นหมายความว่ามีเครื่องมือที่สามารถผลุบโผล่ข้ามมิติได้ถึงสิบชิ้นด้วยกัน...บางทีก็แอบน่าสงสัย ว่าผู้ใดกันที่มีพลังอำนาจมากขนาดนี้
อีกประการคือสถานะที่แท้จริงของแต่ละมิติ พบว่ามีมิติประดิษฐ์ที่พร้อมใช้งานจริงๆ เพียงแค่สี่แห่งเท่านั้นหากไม่นับมิติประดิษฐ์ลำดับที่แปดของเขา และที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือมีมิติถึงสองแห่งที่ถูกทำลายลงไป ซึ่งหนึ่งในสองคือมิติประดิษฐ์ลำดับที่หกซึ่งเคยติดต่อกับมิติประดิษฐ์ที่จินกำลังครอบครองอยู่นี้ด้วย