ยามราตรีมาเยือนอีกครั้งท่ามกลางป่าต้องมนของเมืองมนตรายังมีกองไฟเล็กๆพร้อมกับคนอีกจำนวนห้าคนนั่งล้อมวงกินอาหารพูดคุยกันอย่างออกรสชาติ
“พี่ชายใช้ดาบเก่งจังเลยนะคะ”
สาวน้อยนามเนเนะที่นั่งข้างๆศิลาหันมาบอกกับเขาพร้อมเอ่ยชมก่อนที่ฟันโอจะพูดขึ้น
“คุณศิลาคงอยากเป็นักดาบสินะครับใช้ดาบเก่งขนาดนี้”
“ป่าวเลยครับผมอยากเล่นอาชีพนักเวทย์ดาบคู่”
คำพูดของศิลาทำเอาทุกคนอึ่งก่อนที่โอรีโอ้จะพูดขึ้น
“มันยากมากเลยนะพี่อาชีพนั้นนะ”
“ไม่เป็ไรพี่ตั้งใจแล้วต้องทำให้ได้นั่นแหละนิสัยพี่”
ศิลาพูดอย่างภาคภูมิใจก่อนที่ทั้งหมดจะคุยกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางเสียงนกสัตว์ป่ายามราตรีและฟันโอได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“คุณศิลารับภารกิจเปลี่ยนอาชีพมาหรือยังครับ”
“ยังเลยครับมันรับได้ั้แ่เลเวลเท่าไหร่พอทราบไหมครับ”
“สามสิบครับแล้วคุณศิลาพึ่งเล่นเกมในโลกจริงได้สองวันแบบนี้กว่าจะเลเวลสามสิบระบบจะไม่ปิดอาชีพเวทย์ดาบคู่ก่อนหรอครับ”
“อ๋อผมเลเวลอืมมมตอนนี้หกสิบแล้วครับ”
คำพูดของศิลาถึงกับทำเอาทุกคนอ้าปากค้างพร้อมกับถามวิธีการเก็บเวเวลของศิลาจากนั้นศิลาก็เล่าให้ฟังทุกเื่ยิ่งทำให้ทุกคนอึ่งไปใหญ่อึ่งในความซวยและอึ่งในการผ่านเื่ต่างๆของศิลามาได้ก่อนที่ช็อกโก้จะเอ่ยขึ้น
“พี่ศิลาครับผมว่าพี่รีบไปรับภารกิจเปลี่ยนอาชีพดีกว่านะครับ เพราะเมืองที่เปลี่ยนอาชีพมีสามเมืองคือเมืองมนตราเมืองแกรนด์แวสที่กำลังจะปิดและเมืองแกรนด์ไซเมือง
แกรนด์แวสเป็เมืองเดียวที่มอบเพียงภารกิจเปลี่ยนอาชีพนักเวทย์ดาบคู่
เพื่อนผมเคยรับมาแล้วเขาบอกว่า
ไอเท็มที่ใช้เปลี่ยนอาชีพนั้นไม่มีอยู่ที่เกาะแกรนด์แวสเลย ต้องไปตามหาตามเกาะต่างๆส่วนใหญ่จะอยู่ที่เกาะมนตราเพราะทั้งอาชีพนักเวทย์ดาบเดี่ยวก็เปลี่ยนอาชีพที่นี่ อาชีพพระก็ด้วย ส่วนอาชีพนักดาบนักรบนักสู้อยู่ที่เกาะแกรนด์ไซ”ช็อกโก้อธบาย
“อ๋อแบบนี้นี่เองเพราะอาชีพที่พี่อยากจะเล่นมันสายผสมเลยจำเป็ต้องไปเก็บไอเท็มภารกิจต่างๆตามเกาะอื่นๆสินะ”
ศิลาเอ่ยพร้อมทำถ้าครุ่นคิดก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนก่อนจะแลกชื่อขอเป็เพื่อนกับทั้งสี่คนและศิลาได้ขอตัวออกมาทันทีทั้งหมดก็ไม่ได้ห้ามไว้เพราะเข้าใจถึงความรีบของศิลาและพวกเขาก็มีวิธีการเล่นของตัวเองและแผนการเล่นที่ศิลาแนะนำไว้แล้ว
ศิลาเดินออกมาพุ่งทะยานร่างกลับมายังซากวิหารย์ก่อนจะหยิบบัตรสีทองออกมาพร้อมกับทำการบันทึกจุดสถานที่เมืองมนตราวิหารย์เซเซสไว้ในบัตรทันทีซึ่งบัตรนั้นสามารถไปกลับยังสถานที่ๆเคยไปและบันทึกลงในบัตรได้สองสถานที่และหนึ่งในนั้นจะเปลี่ยนการบันทึกไม่ได้คือเมืองแกรนด์แวส
วูบ...
เมื่อบันทึกสถานที่เสร็จร่างของศิลาก็ท่อแสงสีทองสว่างพร้อมกับหายไปในทันที
ในเวลาเพียงสองวินาทีร่างของศิลาก็ปรากฎขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่งภายในคล้ายกับปราสาทวิหารจอมเวทย์เบื้องหน้าของเขาคือหญิงสาวอายุราวสิบหกกำลังนั่งอ่านหนังสือพร้อมกับบนโต๊ะมีหนังสือกองเป็ูเาสว่างความว่างงานถึงขีดสุดพร้อมกับรอบกายเงียบสนิทคล้ายป่าช้าก่อนที่NPCจะเอ่ยถามเขา
“มาทำอะไรหรอค่ะ”
คำถามนั้นเล่นเอาศิลาถึงกับงงก่อนจะเอ่ยตอบ
“อ่าวแล้วที่นี่ร้านอาหารหรือเปล่าถ้าใช่ก็จะกิน”
เขายังอดกวนไม่ได้เมื่อเจอหญิงสาวเพราะใบหน้าของสาวNPCตรงหน้ามันช่างคุ้นตราเขาเสียเหลือเกินถึงขั้นคล้ายกันมากกับแม่สาวตัวแสบตอนเขาเริ่มเล่นเกม
“ที่นี่รับเปลี่ยนอาชีพนักเวทย์ดาบคู่ค่ะ”
“นั่นแหละผมมารับภารกิจเปลี่ยนอาชีพ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวแสดงอาการดีใจออกมาชัดเจนอย่างไม่ปกปิดพร้อมกับวิ่งออกมาจากโต๊ะทันทีพร้อมกับตรวจสอบค่าสถานะของศิลา
“อืมมม! พี่ชายมีค่าสถานะตรงตามเงื่อนไขไม่สิสูงกว่ามากด้วยซ้ำแถมเคยสังหารสัตว์อสูรระดับาามาแล้วถ้าหนูพูดอะไรไปบางทีพี่อาจจะเปลี่ยนใจไม่เล่นอาชีพนี้เลยก็ได้”
“ไหนพูดมาสิ”
ศิลาที่ยืนหน้าโต๊ะกองหนังสือเอ่ยขึ้นสายตายังคงมองไปรอบห้องที่ทีแต่หนังสือ หนังสือและก็หนังสือ
“พี่ชายจะรับภารกิจเปลี่ยนอาชีพต้องถูกลดระดับเหลือหนึ่งค่ะ”
“อืมเอาเลยไม่เป็ไร”
คำตอบของศิลาทำเอาหญิงสาวนิ่งไปสักพักเพราะเขาเล่นตอบแบบไม่คิดทั้งที่กว่าจะเลเวลหกสิบมันยากเืตาแทบกระเด็นแท้ๆแต่เธอไม่รู้เลยว่าสำหรับศิลามันง่ายมาก
“พี่ยอมใช่ไหมค่ะไม่เสียใจนะคะ”
หญิงสาวถามเพื่อความแน่ใจแต่ทว่าศิลายังคงยืนยันคำเดิมจากนั้นหญิงสาวก็ลดระดับของศิลามาจนเหลือระดับหนึ่งพร้อมกับศิลาที่ตรวจค่าสถานะก็มีสีหน้าแปลกๆ
“นี่มัน! ”
ศิลาเอ่ยขึ้นเพราะอย่างที่ทราบยิ่งค่าเลเวลสูงค่าสถานะต่างๆก็จะสูงตามและเมื่อเลเวลสูงการเลื่อนระดับจะยิ่งยากเพื่อแลกกับค่าสถานะที่มากขึ้นทว่าการลดระดับของศิลามาเหลือหนึ่งมันกลับไม่ได้ลดค่าสถานะของเขาแม้แต่น้อยทุกอย่างยังคงปกติ
“ค่ะอย่างที่พี่เห็นเมื่อผู้เล่นมารับภารกิจทราบว่าต้องเสียเลเวลก็เลือกจะไม่รับเพราะสนใจแต่ค่าตัวเลขของระดับทั้งๆที่นี่ถือเป็การ อเวคร์เลยก็ว่าได้ค่าสถานะยังคงเดิมแถมการเลื่อนระดับก็ง่ายยิ่งทำให้ได้ค่าสถานะมาแบบง่ายๆ ผู้คนใส่ใจแต่ตัวเลขเกินไปเพราะระบบออกแบบมาให้เลื่อนระดับยากเพราะอยากหลอกผู้เล่นที่ยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง”
“แล้วภารกิจพี่ล่ะ”
ศิลาเอ่ยถามทันทีพร้อมกับNPCได้มอบภาระกิจให้กับเขาศิลาดันเข้าใจทันทีเพราะมันมีภารกิจที่ต้องสังหารสัตว์อสูรระดับาาให้หนึ่งตัวซึ่งเขาผ่านไปแล้วหนึ่งตัวและยังมีภารกิจต้องสังหารสัตว์อสูรด้วยมือเปล่าห้ามใช้พลังกระบวนท่าใดๆที่มีก่อนมารับภารกิจเด็ดขาดสังหารสัตว์อสูรระดับ40ขึ้นไปหกพันตัว และโลหิตภูติ
น้ำเยาวัยน์สุดท้ายเมื่อทำภารกิจทุกอย่างครบต้องมีระดับเกินกว่าที่มารับภารกิจ
“พี่ชายทำได้แน่นอนค่ะเพราะพี่เป็คนเดียวที่มารับภารกิจเปลี่ยนอาชีพด้วยค่าสถานะที่แข็งแกร่งที่สุดเลย”
หญิงสาวเอ่ยให้กำลังใจศิลาก่อนที่ศิลาจะเอ่ยถามกลับในความสงสัย
“น้องสาวคนที่เคยมารับภารกิจเปลี่ยนอาชีพเนี่ยเขาได้ภารกิจตามหาโลหิตภูติด้วยหรือเปล่า”
“ไม่เลยค่ะ พี่คนแรกเพราะค่าสถานะพี่มันสูงภารกิจถึงยิ่งยากไงค่ะ”
ขอบใจมากสาวน้อยพี่ไปล่ะศิลาได้ทำการประทับลายนิ้วมือลงในม้วนคัมภีเสร็จก่อนจบการทำสัญญาอาชีพและได้หายวับกลับมายังวิหารย์
เซเซสอีกครั้งพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ภูติอีกแล้วหรอวะเนี่ยไอ้ตัวที่ล้มจักรรรดิอสูรได้เลยนะเวย”
บ่นเสร็จศิลาก็หยิบกระดาษแผ่นที่ออกมาดูพร้อมกลับมุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงเหนือตัดไปอีกฝากของป่าที่ดูจะอันตรายขึ้นกว่าเดิม
“นี่สินะไอ้ศิที่เขาเรียกว่าคนกลางคืน
เอาเถอะก็ยังดีกว่าคนคั่นเวลากับคนในความลับล่ะว่ะ”(แม้ถ้าตรงกับชีวิตจริงของใครผมขอโทษน่ะครับ:สู้ๆ)
ศิลาสองเท้ายังคงเดินสายตามองไปมารอบด้านพร้อมกับนึกถึงว่าผ่านมากี่ชั่วโมงแล้วที่เขาไม่ได้เชือดคนให้ดาบสุดรักของเขาได้ดื่มด่ำเืมนุษย์
ผ่านไปสองชั่วโมงเศษศิลาก็มาถึงยังพื้นที่ที่หนึ่งซึ่งดูแล้วเหมาะกับการฝึกวิชาไม่น้อยแถมเบื้องหน้าเขายังมีถ้ำใก้ใช้พักผ่อนเสียอีก
มันเป็ทุ่งโล่งกว้างทิวสนทิวสนแดงสลับกับทิวสนสีฟ้าครามสดใส่กระทบแสงจันทร์ยามราตรีดูงามไม่น้อยให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจพร้อมสายลมเย็นโชยคล้ายปลอบโปรมหัวใจอันเปรี่ยวเหงา ใบทิวสนลู่ไปตามลมคล้ายกำลังขับขานบรรเพลิงรักชวนละมุนจันทราดวงดาราเหนือผืนนภากว้างช่วยผ่อนผันความเหน็บหนาวในจิตใจเป็อย่างดี
พร้อมกับสัตว์อสูรน้อยใหญ่แต่งแต่มสีสันให้ภาพเบื้องหน้าดูมีชีวิตชีวาเป็สัตว์อสูรระดับสิบถึงสามสิบเหมากับการฝึกสู้มือเปล่าเป็อย่างดี
ศิลาเดินเลาะเข้าไปในถ้ำสำรวจภายในเมื่อเดินลึกเข้าไปห้าสิบเมตรก็พบเข้ากับทางตัน
“เอาล่ะน่าจะใช้ได้”
ศิลาใช้พลังธาตุดินสร้างเตาเผาขนาดพอตัวพร้อมกับธาตุไฟฝืนถ่านหินและหม้อดินจากนั้นก็จัดการเอากระดูกของฟีนิกซ์ลงไปเผาเพื่อให้มันละลายเขาสร้างพร้อมกับผสมผลึกเวทมนต์ทั้งเจ็ดธาตุหินเวทมนต์อีกเจ็ดธาตุลงไปในหม้อนั้นด้วยข้างกายคือค้อนเหล็กสำหรับใช้ตีดาบจากนั้นเขาก็คลุมพลังธาตุดินปิดอบเตาเผาเพื่อเก็บความร้อนโดยมีช่องอากาศทาง้า
“ความร้อนระดับนี้คงจะวันหนึ่งล่ะ
มั้งดีนะเราชอบวัฒนะธรรมญี่ปุ่นโดยเฉพาะเื่ดาบน่าจะพอสร้างได้”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุจามเงื่อนไขได้รับทักษะเล่นแร่แปลธาตุระดับ1...3”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุจามเงื่อนไขได้รับทักษะสร้างสรรค์ระดับ1...3”
เสียงจากระบบดังแจ้งเตือนทันทีศิลาไม่ได้สนใจแต่อย่างใดเขาทำเพียงเตรียมตัวออกไปสู้รบปรบมือกับสัตว์อสูรข้างนอกเขาตรวจเช็คน้ำยาฟื้นพลังชีวิตทันทีเพราะถ้าเขาชกมันด้วยมือเปล่าเมื่อใดแสดงว่าเริ่มภารกิจและเขาห้ามใช้พลังที่เคยมีมาเด็ดขาดจนกว่าจะสังหารพวกมันครบหกพัน
เมื่อเสร็จสรรพเขาก็เดินหน้าขรึมออกมาทันทีโดยมือทั้งสองข้างไร้อาวุธ
“หมีอีกแล้วหรอวะเนี่ย”
แต่ศิลาก็หวั่นใจเล็กน้อยเพราะกลัวตัวเองเผลอใช้พลังซ้ำยังเขาเคยประมือกับหมีมาแล้วเลยรู้ดีแถมเขายังมือเปล่าด้วยพลังโจมตีไร้อาวุธพลังโจมตีมือเปล่าของเขามันมีเพียง200หน่วยเท่านั้น
ทว่าหมีขาวเบื้องหน้าเขามันต่างออกไปมันมีลายเป็เสือดาวแถมระดับยังถึง28เสียด้วย
“ย๊าก...ตูบ...
ศิลาวิ่งเข้าไปชกซึ่งๆหน้าไม่วายโดนมันตบกลิ้งๆคลุกๆร้องเอ๋งเลยทีเดียว
จากนั้นเขาก็เข้าไปนัวกับหมีลายเสือคล้ายกับหมากับลังฟัดกันอย่างเมามันทั้งมือเท้าเขาศอกแม่ไม้มวยไทยมาครบชุด
ศิลาได้รู้ซึ่งสองข้อเมื่อได้รับภารกิจเปลี่ยนอาชีพมันสอดคล่องกับภารกิจเวทมนต์ของเขาอยู่บางส่วนจึงทำควบคู่ไปกันได้ และข้องสองคืออาชีพนักเวทต์ดาบคู่นั้นแข็งแกร่งสุดๆศิลาไม่รู้ว่าภารกิจเปลี่ยนอาชีพของอื่นจะเป็ยังไงเพราะการที่ภารกิจบีบบังคับให้เขาสู้มือเปล่า หอก ทวน ดาบ ธนู มีพลังโจมตีในตัวของมันและสามารถสังหารสิ่งมีชีวิตได้นั้นคือความจริงแต่ถ้าหากในการต่อสู้หอกดาบเกิดหลุดมือผู้เล่นที่ไม่มีพลังโจมตีมือเปล่าพลังโจมตีจะเท่ากับศูนย์ทันที
แตกต่างจากเขาที่ถูกบีบให้สู้มือเปล่าและมีพลังโจมตีมือเปล่าพลังโจมตีนั้นจะแยกกันระหว่างอาวุธและพลังโจมตีตามค่าสถานะและพลังโจมตีมือเปล่าจะนับเป็ตามค่าสถานะหากเขามีพลังโจมตีมือเปล่าสองพันเมื่อเขาถือร่ำไห้มันจะมีพลังโจมตีสองพันทันทีและนี่คือความแข็งแกร่งขั้นตนของอาชีพนี้
ถ้าไม่มารับภารกิจเปลี่ยนอาชีพตัวเขาก็คงไม่ตระหนักถึงความจริงข้อนี้เขาก็คงใช้ดาบสู้ต่อไปเลื่อยๆทว่าศิลามันใจเลยว่าคนส่วนใหญ่คงไม่ตระหนักถึงข้อนี้แน่นอนเพราะมนุษย์นั้นรักความสบาย และนี่มันจะทำให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองเขายอมที่จะอ่อนแอในเวลานี้เพื่อจะแข็งแกร่งในวันข้างหน้า
และเขาในยามนี้ก็เริ่มมั่นใจแล้วว่าเขาสามารถเอาชนะภูติจิติญญาแห่งธรรมชาติได้แน่นอน
แต่ก่อนที่เขาจะไปเผชิญหน้ากับภูติเขาต้องเคลียร์ตรงหน้าไปที่ละขั้นจากนั้นก็น้ำอัมฤทธิ์ในภาษาโบราณมันได้บอกใบ้มาให้เขาแล้วถึงวิธีที่จะเอาชนะภูติ