"อ๊ะ... อ๊า..."
กาลูไม่ได้เอ่ยปากตอบ
ไม่สิใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุดของเขาต่างหากที่เป็คำตอบ
(นี่มันอะไรกัน...ข้าหลงเข้ามาในโลกแห่งเทพนิยายงั้นเรอะ? อสุรกายจำนวนมากจนี้เีจะนับพากันมารวมกำลังและเฝ้ารอโอกาสอยู่อย่างเงียบเชียบในก้นบึ้งของนรกแบบนี้... อาวุธเกราะ และไอเทมเวทมนตร์ที่ประเทศสั่งสมมาเป็เวลาหลายพันปีจะสามารถเอาตัวรอดหรือต้านทานอสุรกายพวกนี้ได้จริงๆ งั้นเรอะ?)
ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่ตระเตรียมขุมกำลังทั้งหมดนี้ก็คือเด็กชายจากครอบครัวชาวนายากจนเมื่อประมาณสามปีก่อน
เป็เด็กน้อยผู้อ่อนแอที่ปาร์ตี้'ชุมนุมเผ่าพันธุ์' รวมถึงตัวกาลูเคยดูถูกเหยียดหยามอยู่ในใจและในท้ายที่สุดก็หักหลัง หัวเราะเยาะเย้ย พร้อมกับพยายามจะปลิดชีพไปเสียด้วยซ้ำ
เขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อสามปีก่อนเลยสักนิด
ผู้เป็นายเหนือหัวแห่งการทำลายล้างที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ช่างส่งยิ้มออกมาได้อย่างบริสุทธิ์ไร้เดียงสาราวกับเด็กน้อยเหลือเกิน
แต่ถึงกระนั้นเด็กหนุ่มคนนี้กลับพลังที่สามารถล้างโลกได้ด้วยความรู้สึกผ่อนคลายราวกับการพังปราสาทตัวต่อของเล่น
(...อา ใช่แล้วเป็เพราะพวกเราพยายามจะฆ่าไลท์ เื่มันถึงได้กลายเป็แบบนี้สินะ)
กาลูตระหนักรู้ในทันที
ไลท์ก่อนที่จะถูกหักหลังนั้นหากพูดในแง่ดีก็คือเป็เด็กไร้เดียงสาหากพูดในแง่ร้ายก็คือเป็เด็กที่ไม่ประสีประสาต่อโลก
เขาเป็เพียงเด็กที่มีศีลธรรมธรรมดาทั่วไปเหมือนเด็กคนอื่นๆ
แต่เป็เพราะพวกกาลูหักหลังและพยายามกำจัดไลท์ตามคำสั่งของประเทศต่างๆเขาจึงเปลี่ยนไป หรือควรพูดว่าเขาได้เรียนรู้ความจริงแล้วจะดีกว่าว่าตนเองมีชะตากรรมที่ต้องถูกใช้ประโยชน์และถูกเขี่ยทิ้ง
และเป็เพราะปาร์ตี้'ชุมนุมเผ่าพันธุ์' พากันรุมล้อมพยายามฆ่าไลท์ตามคำสั่งของประเทศเ่าั้เขาจึงได้ตระหนักถึงความจริงอันแสนเรียบง่ายที่ว่า 'ถ้าไม่ฆ่าก็ต้องถูกฆ่า'
หากไลท์ไม่ได้ตระหนักถึงเื่นั้นต่อให้เขาจะได้ขุมกำลังอันยิ่งใหญ่น่าสะพรึงกลัวที่อยู่ตรงหน้านี้เขาก็ไม่มีวันนำมันออกมาใช้อย่างแน่นอน
แต่เป็เพราะพวกตนเป็ฝ่ายแยกเขี้ยวใส่ก่อนเขาจึงกวัดแกว่งพลังอันแข็งแกร่งนี้โดยปราศจากความลังเลใดๆ
ผู้ที่เริ่มปองร้ายก่อนคือประเทศเ่าั้ที่หากคิดจะฆ่าใครสักคน ก็ควรเตรียมใจที่จะถูกฆ่าไว้ด้วย
ดังนั้น หากมีความจำเป็ต่อให้ต้องเอาซากศพเป็พัน เป็หมื่น เป็แสน หรือเป็ร้อยล้านมากองทับกันเขาก็จะไม่ไยดีเลยแม้แต่น้อย
กาลูและพวกพ้องได้สร้างตัวตนที่เลวร้ายที่สุดซึ่งสามารถทำลายล้างโลกใบนี้ลงได้ด้วยมือของพวกตนเองเสียแล้ว
กาลูตกอยู่ในความสิ้นหวังอย่างลึกล้ำขนที่เป็ความภาคภูมิใจของเขาเริ่มกลายเป็สีขาวและหลุดร่วงไปเขาไม่ได้สนใจมันเลยและเอาแต่หลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆ
เมื่อเห็นภาพนั้นไลท์ก็เผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจออกมาในที่สุด
"'พูดไปสองไพเบี้ยนิ่งเสียตำลึงทอง' จริงๆ ด้วยนะครับการเลือกกาลูเป็คนแรกนี่เป็คำตอบที่ถูกต้องจริงๆั้แ่สมัยที่ยังอยู่ปาร์ตี้เดียวกัน คุณก็เป็พวกไม่ชอบใช้สมองอยู่แล้วแต่เซนส์เื่สัญชาตญาณสัตว์ป่านี่ไวชะมัดเลยนะครับ จากปฏิกิริยาของคุณ ดูเหมือนว่าพวกเราจะมีพลังเพียงพอที่จะรับมือและกวาดล้างประเทศต่างๆได้สบายเลยละครับ"
หลังจากไลท์หัวเราะจนพอใจแล้วเขาก็กวาดสายตาอันเ็าไปยังกาลู
"ผมจะมอบรางวัลให้แล้วกันนะครับผมจะยอมให้คุณมีชีวิตอยู่ต่อไปจนกว่าผมจะได้รู้ความจริงและตัดสินใจว่าจะมอบจุดจบให้แก่เผ่าพันธุ์อื่นนอกจากฮิวแมนดีหรือไม่คุณจะไม่มีวันตายอย่างเด็ดขาด ต่อให้อยากตายก็ไม่ปล่อยให้ตายได้หรอกนะครับ"
"อ๊า อ๊า อ๊า อ๊าอ๊า!"
กาลูแผดเสียงร้องะโลั่นออกมาเป็ครั้งแรกั้แ่มาถึงที่นี่
แต่นั่นไม่ใช่เสียงกรีดร้องด้วยความสิ้นหวังต่อ'การทรมานเกินกว่าจะจินตนาการได้' ที่จะดำเนินต่อไปหลังจากนี้จนกว่าไลท์จะตัดสินใจ
แต่เป็เพราะเขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าตนเองและพวกพ้องได้สร้างาาปีศาจที่แข็งแกร่งและเลวร้ายที่สุดขึ้นมาด้วยมือตนเองและเผ่าพันธุ์อื่นนอกเหนือจากฮิวแมนกำลังจะดับสูญขึ้นหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของไลท์เพียงอย่างเดียวนั่นทำให้เขาเสียสติไปในที่สุด
เหล่าอสุรกายก้าวเดินเข้ามาจากทั้งสองข้างเพื่อนำตัวกาลูที่ยังคงแผดเสียงร้องโวยวายด้วยความบ้าคลั่งไปขังในคุกใต้ดิน
กาลูไม่ได้แสดงท่าทีพยายามจะหลบหนีเลยและไม่ได้สนใจขนสีขาวที่ร่วงโรยไป เขากล่าวเอ่ยถามไลท์
"แกคือตัวอะไร...แกคือตัวอะไรกันแน่ฟะ...จะบอกว่าตัวเองเป็อสุรกายในนิทานปรัมปราที่มาทำลายล้างโลกหรือไงกัน!"
"......"
เมื่อได้ยินคำถามนั้นไลท์ก็ยกมือขึ้นเบาๆ
เพื่อหยุดยั้งเหล่าอสุรกายที่กำลังจะนำตัวเขาไปโยนเข้าคุกใต้ดิน
เหล่าอสุรกายหยุดชะงักนิ่งราวกับเวลาของพวกมันถูกหยุดเอาไว้ตามคำสั่งของนายเหนือหัว
ไลท์ตอบคำถามของกาลูด้วยท่าทีสบายๆ
"ผมไม่ใช่ตัวตนที่ยิ่งใหญ่อย่าง'อสุรกายในนิทานปรัมปรา' หรอกครับ ผมก็แค่้าล้างแค้นพวกคุณและอยากรู้เหตุผลที่พวกคุณพยายามฆ่าผมราวกับหนอนแมลง รวมถึงค้นหาความจริงเท่านั้นเองครับเมื่อล้างแค้นสำเร็จและได้รู้ความจริงแล้วผมก็ตั้งใจจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติเหมือนเดิมครับ ยิ่งไปกว่านั้นผมยังมีแผนที่จะใช้พลังของกิฟต์ 'กาชาไร้ขีดจำกัด'นี้เพื่อช่วยเหลือผู้คนและเป็ประโยชน์ต่อโลกด้วยซ้ำไปครับ"
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!ฮี่ๆๆๆๆๆๆ! คิกๆๆๆๆ!"
กาลูะเิเสียงหัวเราะออกมาเมื่อได้ฟังคำตอบนั้น
เขาเอาแต่หัวเราะราวกับของที่พังทลายไปแล้ว
"ช่วยเหลือผู้คนเป็ประโยชน์ต่อโลกงั้นเรอะ!ตัวตนที่พังพินาศอย่างแกจะไปมอบพรหรือช่วยเหลือโลกและผู้คนได้ยังไงกันวะ!สิ่งที่ตัวประหลาดอย่างแกทำได้ก็มีแค่การเข่นฆ่าและทำลายล้างเท่านั้นแหละโว้ย!แกคิดว่าตัวเองกลายเป็พระเ้าไปแล้วหรือไงกันวะ!"
เหล่าอสุรกายพลันแผ่จิตสังหารออกมาทันที
เนื่องจากกาลูบังอาจเอ่ยคำผรุสวาทอันเปี่ยมไปด้วยความประสงค์ร้ายต่อเ้านายสูงสุดที่เป็ดั่งพระเ้าของพวกมัน
หากเป็คนปกติ จิตสังหารนั้นคงทำเอาหัวใจหยุดเต้นไปแล้วทว่ามันกลับส่งไปไม่ถึงกาลูที่เสียสติไปแล้ว
เขาเอาแต่หัวเราะบ้าคลั่งอยู่อย่างนั้นไม่หยุดหย่อน
"...เอาตัวไป"
ไลท์จ้องมองปฏิกิริยาของเขาครู่หนึ่งก่อนจะออกคำสั่งอีกครั้ง
กาลูถูกอสุรกายขนาบข้างจับกุมร่างเอาไว้และลากตัวนำทางตรงไปยังคุกใต้ดิน
ในระหว่างนั้นเขาก็ยังคงหัวเราะอยู่คนเดียวไม่ยอมหยุด
ประตูบานั์เบื้องหน้าเปิดออกและปิดลง
เสียงของกาลูเงียบหายไปครู่หนึ่งไลท์ก็จมอยู่ในความคิดของตน
"...พระเ้าอย่างนั้นเหรอนั่นสินะ จะคิดแบบนั้นก็น่าสนใจดีเหมือนกัน"
ไลท์พึมพำกับตัวเองพลางเผยรอยยิ้มอันไร้เดียงสาออกมา
"ถ้าอย่างนั้นผมจะกลายเป็พระเ้าให้เองครับ หากความ้าเป็เช่นนั้นล่ะก็ผมจะยอมเป็ให้ก็แล้วกันครับ หากสามารถทำให้ได้ล่วงรู้เหตุผลที่เกือบถูกฆ่าราวกับหนอนแมลงเมื่อสามปีก่อนและเข้าถึงความจริงของโลกใบนี้ได้ละก็ ต่อให้ต้องเป็พระเ้าผมก็จะยอมเป็ให้ดูครับ อา จะยอมเป็ให้เองครับ"
เขาหันกลับมาประจันหน้ากับเหล่าข้ารับใช้เบื้องหน้าอีกครั้ง
"จากปฏิกิริยาของกาลูทำให้ผมมั่นใจว่ากำลังรบของพวกเราสามารถต่อกรกับโลกใบนี้ได้แน่นอนครับแต่ก็เป็ไปตามที่เขาชี้แจงมาว่าโลกใบนี้ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นพวกเราจึงควรระมัดระวังตัวไว้เป็ดีที่สุดครับ"
ในระหว่างที่กำลังทำเื่เหล่านี้อยู่กิฟต์ 'กาชาไร้ขีดจำกัด'ของไลท์ก็ยังคงถูกกดใช้งานและผลิตการ์ดออกมาอย่างต่อเนื่อง
ด้วยเทคนิคโกงบางอย่างทำให้เขาสามารถสุ่มกาชาได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีหยุดหย่อน
"แม้กำลังรบจะเพิ่มพูนขึ้นตามวันเวลาแต่เพื่อความแน่นอน ผมอยากให้สืบข้อมูลเกี่ยวกับแต่ละประเทศรวมถึงขุมกำลังของผู้แข็งแกร่งทั้งหลายด้วยครับ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับ'มาสเตอร์' น่ะครับ"
แม้จะยังไม่ได้รายละเอียดเกี่ยวกับ'มาสเตอร์' ทว่าทุกคน ณที่แห่งนี้ต่างก็คาดเดาได้ว่ามันต้องเป็ตัวตนที่พลังอันแข็งแกร่งอย่างยิ่งยวดอย่างแน่นอน
"สมมุติว่าหากมีผู้กิฟต์ที่อยู่นอกกรอบเกณฑ์ปกติเหมือนผมอยู่หลายคน—มีความเป็ไปได้ว่าพวกเราอาจถูกเล่นงานตรงจุดที่ฝ่ายเรามีอยู่เพียงคนเดียวจนโดนสวนกลับได้ดังนั้น เพื่อให้ได้มาซึ่งความจริงขั้นแรกผมจึงตั้งใจจะมุ่งเน้นไปที่การเก็บรวบรวมข้อมูลของแต่ละประเทศก่อนครับมีใครคัดค้านไหมครับ?"
เขาใช้เวลาประมาณสามปีไปกับการเคลียร์ดันเจี้ยนนรกเพื่อกรุยทางขึ้นสู่พื้นโลกการอัปเลเวลของตัวเอง การศึกษาเล่าเรียนเพื่อยกระดับสติปัญญา และการขยายกองกำลังรบ
เมื่อได้รับการยืนยันว่าไม่มีใครคัดค้านเขาก็พยักหน้าตอบรับครั้งหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น
"ในกรณีที่แย่ที่สุดที่อาจเกิดาขึ้นมาในทันทีการจัดทัพจะเป็ไปตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ครับกองหน้าผมฝากนาซึนะจัดการด้วยนะครับ"
"ไว้ใจเราได้เลย!อุปสรรคที่มาขวางทางนายท่านละก็ เราจะฆ่า ฆ่าแล้วก็ลุยฆ่ามันให้เกลี้ยงเลย!"
นาซึนะแผดเสียงประกาศกร้าวพลางเบิกรูม่านตากางขยายเป็แนวตั้งด้วยความตื่นเต้นเพราะา
"ผู้ช่วย ผู้บัญชาการการรบและผู้วางแผนกลยุทธ์ ผมฝากเอลี่จัดการนะครับ"
"ตามแต่ท่านเทพไลท์จะปรารถนาเลยค่ะเอลี่ขอสาบานว่าจะอุทิศความรอบรู้และพลังความสามารถทั้งหมดที่มีให้แก่ท่านค่ะ"
เอลี่จับหมวกแม่มดของเธอเอาไว้พลางดึงชายกระโปรงดีไซน์อสมมาตรขึ้นเล็กน้อยและค้อมตัวทำความเคารพอย่างสง่างาม
"อาโอยูกิผมฝากควบคุมกองทัพมอนสเตอร์ด้วยนะครับ ทำได้ใช่ไหมครับ?"
"—เป็เช่นนั้นทุกสิ่งเป็ไปเพื่อนายท่านกายนี้จะขอรับใช้และทำประโยชน์ให้จนถึงเืหยดสุดท้าย"
เธอดึงฮู้ดหูแมวลงมาปิดบังสายตาพลางเอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงเ็าซึ่งไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก
นั่นแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเธอเปี่ยมล้นไปด้วยจิติญญาแห่งการต่อสู้มากเพียงใด
สุดท้าย ไลท์เอ่ยถามเมย์
"เมย์ผมฝากคุณรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ส่งเข้ามา จัดการกองเสบียง คอยสนับสนุนชี้แจงปัญหาที่ผมไม่ทันสังเกตเห็น และเสนอแนวทางแก้ไขด้วยนะครับ—ทำได้ใช่ไหมครับ?"
"ดิฉันขอเอาวิถีเมดของดิฉันเป็เดิมพันว่าจะรับประกันความเรียบร้อยอย่างดีที่สุดและสมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ"
ไลท์พยักหน้าอย่างพึงพอใจอย่างลึกซึ้งเมื่อได้ฟังน้ำเสียงอันเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นของเมย์
"โลกเอ๋ย—หากความจริงที่ซุกซ่อนอยู่นั้นถูกต้องผมจะกลายเป็เทพเ้าแห่งความดีในฐานะ 'กิฟต์ กิฟเวอร์ (ผู้มอบพร)' โลกเอ๋ย—หากความจริงนั้นบิดเบี้ยวและเป็ความชั่วร้ายอันแสนรันทดผมจะสถาปนาตนเองขึ้นเป็เทพแห่งความชั่วร้ายผู้มอบความตาย การทำลายล้าง การเข่นฆ่าและความสิ้นหวังในฐานะ 'กิฟต์ กิฟเวอร์ (ผู้มอบยาพิษ)' โดยไม่ลังเลใจและเมื่อถึงตอนนั้น ผมจะใช้ 'เทพชั่วร้าย' ในการทำลายล้าง 'ประเทศทั้งหลาย(ความชั่ว)' ให้สิ้นซากแล้วกันครับ"
ไลท์เผยรอยยิ้มอันไร้เดียงสาออกมา
เขาส่งเสียงร้องป่าวประกาศถึงการล่มสลายของโลกพลางยิ้มราวกับเด็กเล็ก
ทั้งที่ในความเป็จริงนั้นตนเองพลังที่สามารถล้างโลกได้อยู่กับมือก็ตาม—
"เอาละ จากนรกสู่พื้นโลกจากความมืดมิดสู่แสงสว่างอันเจิดจ้าเริ่มต้นการกรีธาทัพเพื่อค้นหาความจริงกันเลยครับ"
กองทัพเคลื่อนตัวทันทีตามคำกล่าวเอ่ยเพียงประโยคเดียวของไลท์
กองทัพที่มีขุมกำลังเพียงพอที่จะทำลายล้างโลกใบนี้พากันหลั่งไหลพรั่งพรูจาก'นรก' ดันเจี้ยนที่ใหญ่ที่สุด แข็งแกร่งที่สุดและเลวร้ายที่สุดในโลกขึ้นสู่พื้นดินแล้วในที่สุด