ความใไม่ได้เกิดขึ้นแต่เพียงที่บ้านอัครเศวตกุล แต่ไปถึงคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งอีกด้วย
“ไอ้เจน พระเอกของแกแต่งงานแล้วนี่หว่า” ชลิตาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ในขณะที่วิ่งถือหนังสือพิมพ์มาให้เพื่อนร่วมห้องของเธอดูด้วย
“พระเอกของฉัน? คนไหนล่ะ?” เจนเนตรที่กำลังนั่งรับประทานโจ๊กหมูอยู่ ตอบก่อนที่จะตักโจ๊กเข้าปากไปอีกหนึ่งคำ
“ก็บอสหล่อ ว่าที่พ่อของลูกแกยังไงล่ะ”
พรวดดดด.....
คำตอบจากเพื่อนสาว ทำเอาโจ๊กที่อยู่ในปากของเจนเนตรพุ่งออกมาใส่หน้าคนพูดราวกับสายฝน
“อี๋...ไอ้เจน...แหวะ” น้ำเสียงแสดงความขยะแขยงดังขึ้นจากคนที่ถูกฝนโจ๊กเข้าไปเต็มหน้า
“เอ้ย! ฉันขอโทษนะแก” เจนเนตรรีบเอ่ยขอโทษเพื่อนสาวด้วยความรู้สึกผิด ในขณะที่มือก็หยิบทิชชูขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดหน้าให้เพื่อน ก่อนจะพูดเข้าเื่ด้วยความร้อนรน
“เมื่อกี้แกบอกว่าบอสของฉันแต่งงานอย่างนั้นเหรอ?”
“เออสิ ก็หนังสือพิมพ์มันลงอย่างนั้นน่ะ นี่ไง” ชลิตาส่งหนังสือพิมพ์ที่ถือมาให้เพื่อนอ่าน
“อร๊ายยยย...ทำไมเป็อย่างนี้ไปได้ล่ะ เขาไปเป็แขกนะแก แต่ทำไมจบงานกลายเป็เ้าบ่าวไปได้ล่ะ ฉันว่าข่าวนี่มันต้องมั่วแน่ ๆ” เจนเนตรถึงกับหวีดร้อง ไม่เชื่อว่าข่าวจะเป็จริง ก็ในเมื่อเธอจับการ์ดแต่งงานมาเองกับมือ เป็คนลงเวลานัด และเตือนเ้านายของเธอเองถึงกำหนดการที่ต้องไปงานแต่งงานนั้น
“เออ ก็ไม่รู้ใครมั่วนะ ในหนังสือพิมพ์นั่นยังมีแต่ข้อความ แต่ในนี้มีรูปด้วยจ้า พวงมาลัยเ้าบ่าวคล้องคออยู่เลยค่ะ บอสแกน่ะ” ชลิตาส่งโทรศัพท์มือถือที่เปิดรูปต้นบุญในฐานะเ้าบ่าวตามข่าวให้เพื่อนดู
“ไม่จริง เป็ไปไม่ได้ ทำไมเป็อย่างนี้ล่ะ ไม่จริง..ไม่จริง..เป็ไปไม่ได้” เจนเนตรส่งเสียงพึมพำ ลุกขึ้นเดินตรงไปห้องนอนของตน โดยไม่สนใจโจ๊กอีก
“อ้าว! ไอ้เจน ไม่กินแล้วเหรอโจ๊กอ่ะ” ชลิตามองตามเพื่อนของตนที่มีอาการช็อต ราวกับคนเพิ่งโดนน้ำมนตร์จนิญญาร้ายออกจากร่างไป
“ไม่จริง เป็ไปไม่ได้” คำพึมพำยังคงออกจากปากของเจนเนตรอยู่เช่นเดิม
“ถ้าอย่างนั้นฉันกินต่อละกัน มันก็อร่อยดีนะ” ชลิตาเอ่ยขึ้นพร้อมกับเลื่อนชามโจ๊กของเพื่อนมาตรงหน้าตน ปากก็เอ่ยบอกเพื่อนไปด้วย ซึ่งคำที่ตอบกลับมาก็ยังคงเป็คนละเื่กันอยู่เช่นเดิม
“ไม่จริง...ไม่จริง”
เจนเนตร ขจิตพงษ์ เป็เลขานุการของต้นบุญ และเธอก็มีความชื่นชอบในตัวของเ้านายหนุ่มไม่แพ้สาว ๆ คนไหน เธอติดตามข่าวของเขาผ่านสื่อต่าง ๆ มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็เฟซบุ๊ค อินสตราแกมที่ต้นบุญมี ด้วยชอบที่เขาเป็คนรักธรรมชาติ จิตใจดี ชอบช่วยเหลือสัตว์ เป็ผู้ชายอบอุ่นในความรู้สึกของเธอ จนกระทั่งเมื่อสามปีที่ผ่านมา เขากลับมาเปิดธุรกิจที่เมืองไทย เธอจึงได้ลาออกจากบริษัทเดิมและมาสมัครเป็เลขานุการของเขา จนได้เป็อยู่ถึงตอนนี้ และเมื่อได้มาทำงานกับเขา ก็ไม่ทำให้เธอผิดหวัง ชายหนุ่มที่จิตใจดี เห็นคนเดือดร้อนเป็ต้องยื่นมือเข้าไปช่วย ดูแลคนรอบข้างด้วยความจริงใจเสมอ
เจนเนตรพยายามทำงานของเธอสุดความสามารถ เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากเ้านายหนุ่ม แค่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเขาเพียงแค่่เวลางาน ก็ทำให้เธอมีความสุขได้ แต่นั่นไม่น่าจะพอในเวลานี้ ทันทีที่รู้ว่าเขาจะกลายเป็ของคนอื่น หัวใจก็รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที
เจนเนตรรีบแต่งตัวมาโรงงานแต่เช้า ตรงเข้าออฟฟิศไปที่โต๊ะทำงานของเธอ หยิบการ์ดแต่งงานที่ยังอยู่ในตระกร้าบนโต๊ะทำงานของเธอขึ้นมาเปิดดู
“เรียนเชิญเพื่อเป็เกียรติ เนื่องในงานมงคลสมรสระหว่างเมธินี และ เอกวัฒน์”
เจนเนตรกวาดตามองตามตัวอักษรบนการ์ด อ่านยืนยันว่าเ้าบ่าวไม่ใช่ต้นบุญ แต่ลงท้ายกลายเป็เ้านายของเธอไปได้อย่างไร นั่นยังคงเป็ที่สงสัย และคงจะไม่มีใครตอบคำถามที่คาใจของเลขานุการคนสวยได้ นอกจากเ้านายของเธอเอง
ดังนั้นเมื่อเ้านายของเธอมาถึง เลขานุการหน้าห้อง จึงได้เดินตามติดเข้าไปในห้องด้วยความอยากรู้เป็ที่สุด
“มอร์นิ่งค่ะบอส เอ๊ะ! หรือต้องเรียกว่าเ้าบ่าวหมาด ๆ ดีคะ?” เจนเนตรเอ่ยทักทายเ้านายของเธอตามด้วยคำถามหยั่งเชิง
“หึหึ อย่าเลยครับ เพราะความจริงมันไม่ได้เป็อย่างนั้น” ต้นบุญหันมายิ้มให้กับเลขานุการคนสวย ก่อนจะตอบปฏิเสธ
“เฮ้อ...นั่นสิคะ เจนก็ว่าอยู่ เพราะที่ถูก บอสต้องไปเป็แขก แล้วทำไมจู่ ๆ กลายไปเป็เ้าบ่าวได้ล่ะคะ เมื่อเช้าเจนเห็นข่าวแล้วยังงงอยู่เลยค่ะ” เจนเนตรถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ก็ยังคงสงสัยในเื่ราวที่เกิดขึ้น
“แก้ขัดน่ะ เ้าบ่าวเขาเบี้ยว” เป็คำตอบสั้น ๆ ที่ออกจากปากเ้านายหนุ่ม ทำเอาเลขานุการสาวอ้าปากค้างอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะหลุดเอื้อนเอ่ยขึ้นได้อีกครั้ง
“โอ้โห...บอสของเจนใจดีช่วยเพื่อนขนาดนี้เลยเหรอคะ? แต่ว่ามันมากไปไหมคะบอส”
“คุณนี่พอกับแม่ผมเลยนะ ผู้หญิงนี่เป็อย่างนี้เหมือนกันหมดทุกคนหรือเปล่า?” ต้นบุญนึกขำในความตื่นใที่เหมือนกันของเลขานุการสาวและแม่ของตน
“เป็ยังไงเหรอคะ? อย่าบอกว่าขี้บ่นนะคะบอส” เจนเนตรพูดดักคอ
“ฮ่าฮ่า ผมหมายถึงเื่ความคิดมากต่างหากละ”
“แหม บอสคะ ก็คิดไว้ก่อน ถ้าเกิดขึ้นมาจริงจะได้แก้ไขทันยังไงละคะ แล้วบอสไม่คิดว่ามันจะเป็ปัญหาจริง ๆ เหรอคะ ข่าวมันออกมาขนาดนี้แล้วนะคะ”
“ข่าวก็เป็ข่าว ถ้าไม่มีใครไปก่อกระแสอะไรอีก เดี๋ยวมันก็หายไปเองนั่นแหละ อย่าไปคิดมาก เอางานของเราดีกว่า วันนี้ผมมีงานอะไรบ้าง” ต้นบุญพูดอย่างไม่คิดจะแยแสต่อข่าวของตน ก่อนจะถามเข้าเื่งาน
“เก้าโมงเช้ามีประชุมฝ่ายขายค่ะ สิบโมงประชุมฝ่ายผลิต บ่ายโมงมีเซอร์เวย์ตลาด ช้อปที่บางกะปิค่ะ บ่ายสามบอสบอกว่าจะไปหาแหล่งวัตถุดิบเพิ่ม แต่ยังไม่บอกว่าจะไปที่ไหนค่ะ” เลขานุการคนสวยเปิดสมุดโน้ตอ่านตารางงานให้เ้านายฟังคล่องปรื๋อ
“ฮ่าฮ่า จดละเอียดดีมาก ่บ่ายคุณออกไปกับผมด้วยนะ”