อาทิตย์ยอแสง

    บทที่ 7 ได้ดูแล (2)

    ภาวินเปิดประตูห้องนอนเข้าไปก็เห็นคนที่น่าจะนอนอยู่บนเตียงกลับนั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเขา สายตาของเธอมองออกไปยังท้องฟ้าที่เป็นสีดำสนิท แต่มือบางกลับลูบไปบนกรอบรูปที่ใส่โพสต์การ์ดรูปดอกเยอบีร่าเอาไว้อย่างเบามือ“ทำไมถึงใส่ชุดนี้” ภาวินถามขึ้นเมื่อเห็นรสาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขาสั้นของตัวเอง“ร้อนเลยอาบน้ำ” หญิงสาวตอบกลับไปอย่างนั้น แต่มันไม่ได้ทำให้คนฟังพอใจกับคำตอบเท่าไรเหมือนกัน“รสา! เธอมีไข้อยู่นะ” ภาวินพูดขึ้นก่อนจะก้าวขาเข้าไปยกหลังมือแนบหน้าผากก่อนที่รู้สึกว่ามันร้อนระอุยิ่งกว่าเดิม ชายหนุ่มเลยรีบรื้อหายาในถุงที่วางอยู่บนโต๊ะ “รสาอยากให้ผมเป็นบ้าใช่ไหม”“ตอนนายออกไปทั้งที่เช็คอยู่ในมือฉัน นายก็ทำให้ฉันจะบ้าเหมือนกัน” รสาพูดขึ้นก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปนอนห่มผ้าด้วยตัวเองภาวินมองคนที่เดินสะบัดหน้าไปนอนก็ได้แต่มองตาปริบ ๆ ชายหนุ่มมองยาในมือก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปหยิบน้ำมาแล้วเดินไปนั่งข้างเตียง“กินยาก่อนแล้วค่อยนอน” รสาได้ยินคนที่นั่งลงข้างตัวพูดออกมาอย่างนั้นก็พลิกตัวหันหนี แต่ภาวินวางมือลงบนแขนเรียวแล้วเขย่าเบาๆ“กินเถอะนะ ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง แต่ระเบิดอาจจะลงที่รสา ไม่ใช่ที่ผม รสาต้องรีบหายเร็ว ๆ นะ” ภาวินพูดอย่างนั้น รสาที่ก็พลิกตัวกลับมามองอย่างไม่เข้าใจ“นายทำอะไรมา ลม” รสาถามขึ้นอย่างนั้น ภาวินก็ยิ้มออกมา“กินยาก่อนแล้วผมจะบอก” ภาวินพูดขึ้นอย่างนั้น รสาก็ยอมลุกขึ้นกินยาพร้อมกับมองหน้าภาวินอย่างไม่ไว้ใจ แต่ภาวินกลับทำท่าไม่สะทกสะท้านอะไรสักเท่าไร“นายทำอะไรลม บอกมาได้แล้ว” รสาพูดขึ้นแล้วรั้งแขนคนที่ทำท่าจะลุกขึ้นให้นั่งลง“ผมก็ไม่ได้ทำอะไรมาก แค่แวะซื้อโพสต์การ์ดรูปพระพุทธรูปสีทองอร่ามใส่ในซองจดหมายแล้วใต้รูปก็มีข้อความว่า คนที่ประพฤติตนอยู่ในความดี ย่อมได้ดี ผมก็เลยเลือกรูปนี้ก็แค่นั้น ไม่เห็นจะมีอะไรเลย”“ลม! นายทำบ้าอะไรเนี่ย แล้วนายคิดว่าอาจะไม่รู้หรือยังไงว่านายเป็นคนทำ ไม่ใช่ฉันทำ ฉันบอกนายแล้วใช่ไหมว่าให้นายอยู่เฉย ๆ อาฉันไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรหรอกนะ พวกนั้นยิ่งขี้ระแวงอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นคงไม่ตามจับตามองฉันอย่างนั้นหรอกนะ” ภาวินยกมือทั้งสองข้างจับไหล่ออกจะถอนหายใจออกมา“ใจเย็น ๆ เถอะรสา ผมแค่ล้อเล่น ผมใส่กระดาษเปล่าลงไปก็เท่านั้น แต่ท่านคงจะโกรธรสามาก” รสาได้ยินอย่างนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ“ฉันเคยทำแบบที่นายทำมาก่อน แต่หนอนชาเขียวคงไม่อยากเชื่อแน่ว่าส่งนายมาแล้วฉันจะส่งกระดาษเปล่าไปแบบนั้น” รสาพูดจบก็ล้มตัวลงนอน “วันนี้นายอย่าไปก่อเรื่องอีกล่ะ ฉันนอนไม่หลับเลย”“พูดอย่างกับผมเป็นเด็ก นอนเถอะ ผมจะไปอาบน้ำแล้วจะมาเช็ดตัวให้รสาอีกรอบ” รสาได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้ารับแล้วหลับตาลง ภาวินได้แต่ส่ายหน้าเมื่อเห็นว่ารสาหลับตาลง “เลิกแกล้งหลับ แล้วหลับจริง ๆ ได้แล้ว”“นายก็เลิกจับผิดแล้วไปอาบน้ำได้แล้ว” รสาพูดขึ้นทั้งที่ยังหลับตาอยู่ ภาวินเลยหัวเราะออกมาก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าแล้วออกจากห้องไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ข้างนอกหลังจากที่ภาวินอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย เขาก็หยิบเอากะละมังที่ใส่น้ำเอาไว้เข้าไปภายในห้องก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัวให้รสาที่นอนนิ่ง ภาวินมองนิ้วของหญิงที่ไม่ได้ขยับเหมือนที่จินดาเคยบอกว่าถ้านิ้วของรสาขยับแปลว่าเธอกำลังคิดอะไร ภาวินเห็นอย่างนั้นเลยหันไปบิดผ้าให้หมาดก่อนจะเช็ดตัวให้คนที่หลับไปแล้วอย่างเบามือชายหนุ่มมองหาเจลเย็นที่น่าจะอยู่แถวเตียงนอนก็ไม่มี เขาเลยลุกขึ้นไปเปิดตู้เย็นก็เห็นว่ามันกลับไปแช่เย็นเหมือนเดิม ชายหนุ่มเลยหยิบเจลเย็นออกมาสองอัน เขาเอาผ้าขนหนูพันทั้งสองอันก่อนที่จะวางอันหนึ่งไว้บนข้อมือ ส่วนอีกอันก็วางไว้บนหน้าผากของหญิงสาว เขามองผลงานของตัวเองอย่างพอใจก่อนที่จะลุกขึ้นไปที่โต๊ะทำงานก่อนจะเปิดคอมพิวเตอร์เลื่อนหาอะไรอ่านไปเรื่อย ๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นไปดูอาการของคนป่วยเป็นระยะรสาได้ยินเสียงผู้คนมากมายดังขึ้นมาก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แต่แสงสว่างทำให้เธอต้องหรี่ตาลง แต่เหมือนสายตาของรสาจะเหมือนเห็นอะไรอยู่ตรงหน้าอย่างเลือนราง หญิงสาวขยับเข้าไปมองอะไรที่อยู่ตรงหน้า แต่เหมือนจะกะระยะผิดไปหัวของเธอเลยชนเข้ากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเบาๆ ดวงตาดำขลับกะพริบตาปริบ ๆ เมื่อรู้แล้วว่าสิ่งที่หน้าผากและจมูกชนอยู่คืออะไร“ตัวไม่ร้อนแล้วนี่” ภาวินพูดขึ้นทั้งที่ยังหลับตา มือหนายกขึ้นจะจับคนที่คิดว่านอนดิ้นเอามือมาชนหน้าตัวเองออก แต่เมื่อเขายกมือขึ้นจับกลับไม่ใช่มืออย่างที่คิด ดวงตาคมลืมขึ้นก็เห็นว่าสิ่งที่มือตัวเองจับคือใบหน้าของหญิงสาวที่ตอนนี้จมูกของทั้งสองชนติดกันอยู่“ปล่อยก่อนดีไหม” รสาพูดขึ้นเสียงแผ่วพร้อมกับใบหน้าที่ร้อนผ่าวขึ้นมาจนแทบจะแยกไม่ออกว่าที่ร้อนเพราะพิษไข้หรือว่าอะไร แต่เพียงแค่อีกฝ่ายพูดออกมาริมฝีปากกลับปัดผ่านริมฝีปากที่อยู่แทบจะชิดกันไปอย่างแผ่วเบาภาวินรีบปล่อยมือก่อนจะลุกขึ้นยืนข้างเตียงราวกับติดสปริง ก่อนจะมองซ้ายมองขวาราวกับทำอะไรไม่ถูก“เอ่อ...ผมไปอาบน้ำก่อนแล้วกันนะ” ภาวินพูดจบก็รีบเดินออกจากห้องไป รสาก็นอนอยู่บนเตียงก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนมิดหัวอย่างทำอะไรไม่ถูกไม่แตกต่างกันภาวินเดินออกจากห้องมาก็ยกมือลูบหน้าตัวเองแรง ๆ ทันที “แกเป็นผู้ชายนะไอ้ลม หนีออกมาแบบนี้ได้ไงวะ”ภาวินถอนหายใจออกมาก่อนจะหันไปโขกหัวตัวเองกับผนังเบา ๆ อย่างเซ็งตัวเองที่ทำตัวเป็นไก่อ่อนอย่างนี้รสาเอาแต่มุดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มไม่โผล่หน้าออกมาแม้ภาวินจะเดินออกจากห้องไปแล้ว“ใช่ ไม่ใช่ ใช่ ไม่ใช่” รสาได้แต่เถียงกับตัวเองอย่างสับสนว่าไอ้ปากที่ปัดผ่านไปผ่านมากันหลายรอบก่อนหน้านี้เรียกว่าจูบได้ไหม หญิงสาวอยากจะทึ้งหัวตัวเองที่เป็นคนสร้างสถานการณ์ลำบากให้ตัวเองทั้งนั้น แล้วหลังจากนี้จะมองหน้าคนที่หนีออกจากห้องไปได้ยังไงกันเสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้รสาที่กำลังเถียงกับตัวเองจนไม่สนใจกับโลกภายนอกหยุดลง ก่อนที่จะฟังเสียงฝีเท้าคุ้นหูเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ“ไปล้างหน้าแปรงฟันเถอะ อย่าพึ่งอาบน้ำ ผมจะออกไปซื้ออะไรมาให้กิน จะได้กินยา” ภาวินพูดเสียงทุ้มเรียบเหมือนเดิมราวกับไม่มีเรื่องกระอักกระอ่วนใจเกิดขึ้นก่อนหน้านี้รสาค่อย ๆ ดึงผ้าห่มลงก่อนจะหันไปมองภาวิน ถึงจะเห็นหน้าไม่ชัด แต่ก็พอจะรู้ว่าเขากำลังยืนมองเธออยู่“นายไปก่อนแล้วฉันไปเข้าห้องน้ำเอง” รสาพูดจบก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมไว้อย่างเดิม“เลิกเขินได้แล้ว ยิ่งรสาเขิน ผมยิ่งทำตัวไม่ถูกนะ” ภาวินพูดจบก็หัวเราะออกมาก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป โดยที่มีเสียงของรสาได้แต่บ่นดินบ่นฟ้าที่ตัวเองต้องมาอับจนหนทางภายใต้ผ้าห่มผืนหนาอย่างนี้รสาค่อย ๆ เดินออกจากห้องนอน แต่ก็ไม่เห็นเจ้าของบ้านอยู่แล้ว ถึงแม้เธอจะได้ยินเสียงประตูรั้วและเสียงเจ้าของบ้านเดินออกไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อไรที่คนเราวางตัวไม่ถูกก็มักจะแสดงพฤติกรรมแปลก ๆ ออกมาเสมออย่างนี้หญิงสาวเดินออกมาจากห้องนอนตรงไปยังห้องน้ำ โชคดีที่ระหว่างทางเดินไม่มีอะไรให้เธอเดินชนเข้าอีกเหมือนอย่างเมื่อคืน อาจจะเป็นเพราะว่าภาวินเก็บของที่วางไว้ไปเก็บที่ไหนสักที่แล้วก็ได้ ความจริงแล้วเธอก็พอจะมองเห็น แต่ภาพที่เห็นมันเบลอจนกะระยะไม่ถูกก็เท่านั้น แล้วเธอก็ไม่ได้หยิบหยิบแว่นติดตัวมาด้วย แต่พอเดินเข้าไปภายในห้องน้ำก็เห็นแปรงสีฟันที่บีบยาสีฟันวางไว้ให้อยู่ก่อนแล้ว เธอรู้ว่านี่คงจะเป็นแปรงสีฟันของเธอ หลังจากแปรงฟันเสร็จก็อดไม่ได้ที่จะอาบน้ำให้สบายตัวโดยที่เธอแอบขโมยชุดและผ้าขนหนูของเจ้าของบ้านมาใช้-------------------------------------