หลิงหานได้ยินชื่อฟูจิอิ โทรุมาบ้างที่ประเทศญี่ปุ่นเขาคือผู้กำกับชื่อดัง เริ่มต้นด้วยการถ่าย MVจากนั้นถ่ายภาพยนตร์
มีชื่อเสียงจากภาพฉากที่สวยงามละเอียดอ่อน ในเวลาเดียวกันก็ได้ยินมาว่าคนคนนี้เข้มงวดกับการทำงานเป็อย่างมากเน้นรายละเอียด ตรงต่อเวลา แม้ประเทศญี่ปุ่นที่เข้มงวดก็ยังถูกเรียกอย่างลับๆ ว่า‘เพี้ยนะ’ ด้านหนึ่งยกย่องผลงานที่ไม่มีใครเทียบได้ของเขาอีกด้านหนึ่งแขวะการกระทำเพี้ยนๆเกินไปของเขา
หลิงหานเคยดูไตรภาคเื่เสียงแห่งฤดูหนาวของเขาเื่ราวเนื้อหาธรรมดามากๆ แต่ฉากสวยงามละเอียดอ่อนราวกับภาพวาดทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะขบคิดซ้ำๆ GMG สามารถเชิญเขามากำกับ MV ของอีซวี่ได้สำหรับเขาแล้วมีคาดหวังอยู่ไม่น้อย
เพื่อแสดงมารยาทหลิงหานก้าวเข้าไปทักทายด้วยภาษาญี่ปุ่น “สวัสดีครับ คุณฟูจิอิ”
เขาเคยถ่ายภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นเมื่อชาติก่อนจึงได้เรียนประโยคภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ มาบ้าง
ฟูจิอิโทรุหันหน้ามาเมื่อได้ยินภาษาญี่ปุ่น กวาดสายตาขึ้นลงมองหลิงหานแล้วยิ้มตอบด้วยภาษาจีนแปร่งๆ “สวัสดี นายคือพระรองที่ขาดไปใช่ไหม”
ฟูจิอิโทรุคือชายวัยกลางคนรูปร่างผอมบาง มุมปากมีร่องแก้มลึกแม้กำลังยิ้มน้อยๆก็ทำให้คนอื่นรู้สึกถึงความเคร่งขรึมอย่างมาก
หลิงหานนิ่งอึ้งไปเล็กน้อยแล้วตอบกลับอย่างรวดเร็ว“ก่อนหน้านี้ได้รับาเ็ พักรักษาตัวอยู่บ้าน่หนึ่งครับ”
“อาอย่างนี้นี่เอง” ฟูจิอิ โทรุพยักหน้า
หลิงหานแสดงออกด้วยท่าทางสง่างามและไร้กังวลผู้กำกับแสนเข้มงวดเห็นว่าเขาไม่เหมือนคนพูดโกหกจึงไม่ซักถามการหายไปของเขาอีกหันกลับไปสั่งทีมงานให้เตรียมพร้อมอุปกรณ์ประกอบฉากทั้งหมดต่อตอนไม่จี้ถามเขามีมารยาทมากๆ ไม่ว่าพูดกับใครจะพูดว่า ‘โปรด’ ‘ขอบคุณครับ’หนักหน่อยถึงขั้นโค้งเคารพ หลิงหานคิดว่าคนญี่ปุ่นทำอย่างนี้ทั้งวันไม่เหนื่อยหรือ
ไม่นานเวลาก็ล่วงเลยมาถึงเก้าโมงหลิงหานสังเกตว่าฟูจิอิ โทรุเริ่มเดินไปเดินมาอย่างอยู่ไม่สุขมองนาฬิกาข้อมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปากบ่นพึมพำออกเสียงภาษาญี่ปุ่นขาดๆ หายๆ ความหมายคร่าวๆคือ ถึงเวลาแล้วทำไมยังไม่มาอีก
อาคุนเคยเตือนหลิงหานไว้ว่าฟูจิอิ โทรุใส่ใจคำสัญญามากๆ หากนัดเวลากันไว้ดีแล้วก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้นอกเสียจากว่าจำเป็จริงๆ ถ้าหากมาสายเขาจะตีความว่าไม่รักษาเวลาดังนั้นหลิงหานจึงออกจากบ้านั้แ่หกโมง และแม้เขาจะเกรงใจ แต่คนอื่นๆก็ไม่ได้ใส่ใจในลักษณะนิสัยของฟูจิอิ โทรุ
นักแสดงนำสามคนในMV นี้ อีซวี่ผู้รับบทเป็พระเอก และโอวอิ่งผู้รับบทเป็นางเอกยังไม่มาทั้งคู่มีแต่หลิงหานที่มาถึงแล้ว ฟูจิอิ โทรุยิ่งนานยิ่งโกรธ พูดซ้ำๆ ไม่หยุด“ทำไมเป็อย่างนี้ ทำไมเป็อย่างนี้”
พอถึงเก้าโมงครึ่งรถตู้สีดำคันหนึ่งเพิ่งจะขับเข้ามาในพื้นที่อย่างรีบร้อนโอวอิ่งสวมชุดเดรสสีดำลงจากรถ รีบเดินมาหาฟูจิอิ โทรุ “ขอโทษค่ะ ฉันมาสาย”
โอวอิ่งรูปร่างเซ็กซี่มีหน้าอก มีบั้นท้าย ใบหน้างดงามในตอนที่ใบหน้าของเธอฉายแววขอโทษสามารถทำให้ผู้ชายทุกคนให้อภัยเธอน่าเสียดายที่ฟูจิอิ โทรุไม่ใช่คนหลงใหลในความสวยงามพูดเสียงโกรธอย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด “เธอไม่รักษาสัญญา! เธอไม่รักษาสัญญา!”
โอวอิ่งตกตะลึงน่าจะไม่เคยเจอผู้กำกับที่ไม่ไว้หน้าเธอมาก่อนจึงนิ่งไปชั่วครู่ จู่ๆ ก็ลืมพูด
“ฉันไม่อยากได้คนไม่รักษาเวลา!”ฟูจิอิ โทรุคำราม ทำให้โอวอิ่งและหลิงหานที่ดูอยู่ใยกใหญ่ทันที
ไม่มีใครคาดคิดว่าจู่ๆเขาจะโมโหรุนแรง หลิงหานมองไปรอบๆ เห็นแต่พวกทีมงานของฟูจิอิโทรุเหมือนไม่มีความแปลกใจ คาดว่าคงเดาสถานการณ์แบบนี้ได้แต่แรกแล้ว
“ฉันจะโทรศัพท์หาหัวหน้าจากนี้ไปเธอไม่ต้องมาแล้ว!” ฟูจิอิ โทรุพลันโมโหหนัก เขาพูดภาษาจีนได้ไม่ดีแม้จะโกรธมากก็ยังพูดอย่างติดๆ ขัดๆ ‘เกินไป’ ‘แย่มาก’ คำจำพวกนั้นแต่ไม่มีใครกล้าสงสัยในคำพูดเขา คนคนนี้ ‘รักษาสัญญา’ พูดแล้วต้องทำให้ได้
โอวอิ่งคงเคยได้ยินอารมณ์ของฟูจิอิโทรุมาบ้าง รีบอธิบาย “ขอโทษค่ะคุณฟูจิอิ วันนี้รถติดถึงได้มาสาย”
“ทำไมเขารถไม่ติดล่ะ”ฟูจิอิ โทรุชี้มาทางหลิงหาน
โอวอิ่งหันมาทันทีดวงตาฉ่ำวาวมองหลิงหานเงียบๆ
หลิงหานไร้คำพูดเขายืนเป็อากาศอยู่ข้างๆ มาตลอด พยายามลดทอนการมีอยู่ของตัวเองให้ได้มากที่สุดนึกไม่ถึงว่าแบบนี้ก็เกิดความซวยได้ เหตุการณ์แบบนี้เหมือนสอบตอนเรียนถ้าทั้งห้องไม่ผ่านก็ทำโทษใครไม่ได้ พวกนักเรียนทั้งหมดจะปลอดภัยแต่ถ้ามีคนสอบได้ดีขึ้นมา ในทางตรงกันข้าม อาจารย์ก็จะว่านักเรียนที่สอบตกและนักเรียนที่โดนว่าก็แค้นใจนักเรียนที่สอบได้ดี เหมือนกับตอนนี้ ถ้าทั้งสามคนสายไม่แน่ว่าฟูจิอิ โทรุคงไม่โมโหโอวอิ่ง อาจจะไม่พูดคำรุนแรงอย่าง‘จากนี้ไปไม่ต้องมาแล้ว’ ออกมา
หลิงหานล้มเหลวเื่จูเป่ยเสียนแต่ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็คนโง่คนมีทักษะการแสดงสูงเข้าใจเื่ทางโลกได้เป็อย่างดีไม่เช่นนั้นคงไม่มีทางเข้าใจลักษณะนิสัยของตัวละครได้
สายตาทุกคนมารวมอยู่ที่เขาจากตำแหน่งและอารมณ์ของหลิงหานแต่ก่อนจึงไม่อยากจะยุ่งกับเื่แบบนี้แต่วันนี้ไม่เหมือนวันวาน เขาในตอนนี้เป็เพียงกุ้งฝอยตัวเล็กๆที่ไม่อาจจะเล็กไปมากกว่านี้แล้วตำแหน่งในวงการบันเทิงของโอวอิ่งสูงกว่าเขาไม่น้อย ตัวเขาเองต้องซวยแน่ๆ แล้วเวลาแบบนี้เขาต้องพูดอะไรเสียหน่อย
ฟูจิอิยังคงพูดต่ออย่างไม่ให้อภัย“รู้อยู่ว่าวันนี้มีนัด ทำไมไม่ตื่นเช้าๆ ล่ะเธอไม่ให้ความสำคัญกับนัดครั้งนี้เลย! ฉันจะเปลี่ยนตัวนักแสดง!”
โอวอิ่งตกตะลึงจนตาค้างพูดอะไรไม่ออกวันนี้เธอตื่นเร็วกว่าปกติ ประมาณเจ็ดโมงก็ตื่นแล้วใครจะรู้ระหว่างทางจะรถติดได้หนักหนาสาหัสทำให้เธอมาสายเธอเคยพบผู้กำกับเ้าอารมณ์มาหลายแบบ ก็เข้าใจว่าอารมณ์ของบางคนคงพิลึกมากๆไม่แน่ว่าคำพูดการกระทำที่ไม่ตั้งใจก็อาจกระตุ้นความเกลียดชังของพวกเขาได้แต่แค่เพราะรถติดมาสายจนถูกเปลี่ยนตัวนักแสดงมันไม่ยุติธรรมเกินไปแล้ว!
โอวอิ่งพูดไม่ออกสักคำใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
ตอนนี้หลิงหานพลันเปิดปาก“คุณฟูจิอิครับ เื่คุณโอวมาสายมีสาเหตุนะครับ เมื่อวานคุณโอวบอกว่าเธอปวดหัวไม่สบายอาจเพราะทานยาแก้หวัดที่มีฤทธิ์ทำให้หลับ ทำให้เธอตื่นสายไปหน่อยแต่คุณโอวไม่ได้ไม่รักษาสัญญา ไม่ให้ความสำคัญกับการถ่ายทำครั้งนี้นะครับคุณดูสิครับ เธอทำผมแต่งหน้ามาแล้ว เลือกเสื้อผ้าได้เหมาะสมมากผมแค่ล้างหน้าสวมเสื้อผ้าก็ออกมาเลย คุณโอวใช้เวลาในการแต่งหน้าแต่งตัวมากกว่าเธอต้องมาสายกว่าผมอยู่แล้วละครับ”
ฟูจิอิโทรุพอได้ฟังแบบนี้ก็มองประเมินโอวอิ่ง เห็นเธอแต่งหน้าทำผมมาแล้วจริงๆสีหน้าก็ดีขึ้นมาหน่อย
“ใช่ค่ะๆวันนี้พี่เขาตื่นเช้ามาก พอตื่นมาก็รีบแต่งหน้าทำผม ใช้เวลาไม่น้อยเลย!”ผู้ช่วยของโอวอิ่งพูดเสริม
หลิงหานเดินไปยืนข้างๆโอวอิ่ง มือส่งกล่องไอบูโพรเฟน[1]ให้เธอ“คุณโอวครับ เมื่อวานคุณทำยาตกไว้ ตอนนี้คืนให้เ้าของแล้ว”
แผลของเขายังไม่หายดีปวดหัวบ้างไม่เป็เวล่ำเวลา ่นี้จึงต้องพกยาแก้ปวดติดตัวไว้
โอวอิ่งนิ่งไปหลิงหานขยิบตาให้เธอ เธอเองก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว ยื่นมือรับไอบูโพรเฟนทันที“ขอบคุณที่เก็บมาให้ฉันนะคะ ตอนนี้ฉันยังปวดหัวหน่อยๆ อยู่เลย”
เดิมทีฟูจิอิโทรุยังมีสงสัยอยู่บ้าง เห็นหลิงหานหยิบยาแก้ปวดออกมาจึงเชื่อในทันที
“อย่างนี้นี่เอง”เขาพูดเป็ภาษาญี่ปุ่นอย่างไม่รู้ตัว “ครั้งหน้าอย่าสายอีกล่ะ”
ฟูจิอิกลับมามีท่าทางอ่อนโยนมีมารยาทมากๆ เหมือนเดิม ต่างจากคนที่ะเิความโกรธไปเมื่อครู่เป็คนละคนทุกคนดูจะเข้าใจแล้วว่าฉายา ‘เพี้ยนะ’ ของเขาได้มาได้อย่างไร
บรรยากาศตึงเครียดกลับมาเป็ปกติฟูจิอิให้หลิงหานกับโอวอิ่งไปห้องจำลองข้างๆ เพื่อแต่งตัวตามบทหลิงหานกับโอวอิ่งเดินเข้าไปแล้ว สไตล์ลิสต์แยกทั้งคู่มานั่งลงหน้าโต๊ะแต่งหน้าทีมของฟูจิอิไม่ติดตั้งห้องแต่งหน้าขึ้นเพื่อใครเป็พิเศษ ร่วมงานกับทีมของเขาไม่ว่าจะเป็ดาราดังหรือเป็กุ้งฝอยก็ใช้ห้องแต่งหน้าเดียวกัน ไม่มีใครได้สิทธิพิเศษ
อาศัยจังหวะที่หัวหน้าสไตล์ลิสต์กับทีมของเขาสนทนากันทั้งสองคนก็พูดคุยกันเอง
“คุณคือหลิงหานหรือคะ”สายตาของโอวอิ่งเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
หลิงหานยิ้มน้อยๆ
“ขอบคุณนะคะ”
“ไม่เป็ไรครับ”
เมื่อครู่หลิงหานช่วยเธอแก้ปัญหาแน่นอนว่าโอวอิ่งมีความรู้สึกที่ดีกับเขาสองคนถือโอกาสในเวลาที่น่าเบื่อนี้คุยเื่ที่ค่อนข้างปลอดภัยเช่นการจราจรติดขัดหลิงหานพิจารณาว่าโอวอิ่งไม่น่าจะเคยเจอตัวเขาเอง แม้เธอจะรู้สึกดีกับตัวเขาเองแต่ความรู้สึกดีๆ นั้นยังแฝงความเกรงใจที่เย่อหยิ่งอยู่หลายส่วนที่จริงแล้วเธอเองก็มีชื่อเสียงอยู่นิดหน่อยแต่หลิงหานยังเป็เพียงแค่เด็กใหม่คนหนึ่งอยู่ดี
หลังจากผ่านเหตุการณ์ไม่คาดฝันติดต่อกันนิสัยของหลิงหานปลิ้นปล้อนขึ้นเยอะ เมื่อก่อนเขาี้เีพูดเพื่อเข้าสังคมตอนนี้เขากลับเต็มใจไปหาเพื่อนเสียเอง ที่จริงแล้วเป็เพื่อนก็ดีกว่าเป็ศัตรูไม่ใช่หรือ
หลังจากที่ทั้งสองคนได้พูดคุยกันความประหลาดใจของโอวอิ่งค่อยๆ เพิ่มขึ้น เธอโตมาสวย และเป็ดาราตัวตนฐานะไม่ต่ำต้อยไม่ว่าชายหรือหญิงที่ได้พูดคุยกับเธอล้วนหมายถึงการที่พวกเขาได้รับความโปรดปรานอย่างไม่คาดฝันเหมือนหลิงหานที่เป็เด็กใหม่เพิ่งเข้าวงการ ไม่มีใครไม่ประจบเยินยอเธอแต่ท่าทางของหลิงหานกลับไม่มีการประจบประแจงเลยั้แ่ต้นเธอรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าตัวเธอเองและเขาจิตใจอยู่ในระดับเดียวกัน
โอวอิ่งอดสังเกตหลิงหานอย่างละเอียดไม่ได้
วัยรุ่นตรงหน้ามีผมดำสลวยหน้าตาหล่อเหลา ดวงตาสว่างสดใส มุมปากยกโค้งขึ้นเล็กน้อยแสดงความเป็มิตรท่าทางค่อนข้างมีมารยาท การกระทำสง่างามมากด้วยประสบการณ์ไม่ว่าคุยเื่แฟชั่นหรือดนตรี หนุ่มน้อยคนนี้ก็ตอบได้คล่องแคล่วสุ่มหยิบยกหัวข้อขึ้นมาได้ วาจาท่าทางของเขาไม่เหมือนเด็กใหม่กลับเหมือนวัยรุ่นผู้ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน
แต่หลิงหานเป็เด็กใหม่ที่ไม่มีผลงานที่มีชื่อเสียงไม่น่าจะผ่านโลกกว้างอะไรมามากมายคิดไปคิดมาก็ได้แต่คาดเดาว่าครอบครัวหลิงหานเปิดกว้าง ให้เขาค่อยๆซึมซับมาแต่เด็ก
ยิ่งคิดก็ยิ่งถูกโอวอิ่งยกระดับฐานะหลิงหานในใจขึ้นมาหลายระดับ ถ้าเป็คนที่มีภูมิหลังดี เป็เพื่อนกันไว้ดีกว่าเป็ศัตรูแน่ๆ
ทั้งสองคนมีความคิดตรงกันหัวข้อยิ่งพูดยิ่งเข้ากันได้
จากนั้นไม่นานหัวหน้าสไตล์ลิสต์พาทั้งสองคนไปเลือกชุดที่ห้องเสื้อผ้าห้องเสื้อผ้ากว้างขวาง สองข้างเป็ราวแขวนเสื้อยาวสองแถวแขวนเสื้อผ้าหลากหลายแบรนด์ไว้เต็มราว ทางซ้ายของผู้ชาย ทางขวาของผู้หญิงด้านหลังราวเสื้อแต่ละราวติดตั้งห้องเปลี่ยนเสื้อไว้และหน้าหนึ่งของผนังห้องติดกระจกไว้เต็มแล้ว
หลังจากทั้งสองคนยิ้มให้กันก็ไปเลือกเสื้อผ้าในแต่ละพื้นที่ของตัวเองเลือกไปฟังหัวหน้าสไตล์ลิสต์สั่งผู้ช่วยให้มาช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าไปเมื่อลองชุดที่สองออกมาให้หัวหน้าสไตล์ลิสต์ดูทุกคนพลันได้ยินเสียงตำหนิที่ลอดผ่านมาจากด้านนอกหัวหน้าสไตล์ลิสต์ได้ยินเสียงเ้านายของตัวเองเข้านึกว่าโกรธเื่อะไรจึงรีบออกไปทันทีพอเขาเดินออกไป ผู้ช่วยสองคนของเขาก็ตามออกไปด้วย ในห้องจึงเหลือเพียงหลิงหานโอวอิ่ง และผู้ช่วยของโอวอิ่งสามคน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/5e985a8f9bfc68dbf98421554d797302
[1] ยาในกลุ่มต้านอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ชนิดหนึ่ง