“คุณพักที่ห้องนี้ไปก่อนนะครับ อยากได้อะไรก็บอกผม เดี๋ยวผมจัดการให้” ชายเ้าของบ้าน
นางกำนัลเดินสำรวจภายในห้อง นางไม่รู้จักสิ่งของต่างๆ ที่เห็น แต่นางเป็คนสนิทของฮองเฮา ย่อมไม่ใช่คนโง่ ตอนนี้นางไม่มีที่ไป ไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็แบบไหน นางไม่สามารถเอาพระธิดาออกไปเสี่ยงกับอันตรายรอบด้านได้ จึงต้องขออาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ไปก่อน
จากวันเป็เดือน ความสนิท ความใกล้ชิดก่อให้เกิดเป็ความรัก นางแต่งงานอยู่กินกับชายเ้าของบ้าน เรียนรู้การทำงานของเขา ช่วยทำงานบ้านและแบ่งเบางานของเขา จดทะเบียนรับพระธิดาเป็ลูก นางจะไม่มีวันพูดเื่ชาติกำเนิดของพระธิดาให้ใครได้รู้อย่างเด็ดขาด นางและเขาช่วยกันส่งเสียเลี้ยงดูพระธิดาให้ได้รับความรัก ให้มีการศึกษา เสมือนบิดา มารดาเลี้ยงบุตรของตน
นางไม่รู้ว่าจะยังคงมีโอกาสได้กลับไปที่แคว้นเย่ว์อีกหรือไม่ แต่ไม่ว่ายังไงนางก็จะเลี้ยงดูพระธิดาอย่างดีที่สุดเท่าที่นางจะสามารถทำให้ได้
ยี่สิบปีต่อมา
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง เสียงนาฬิกาปลุกดัง ทำให้เยว่ชิงที่นอนหลับอยู่สะดุ้งตื่นอย่างงัวเงีย แต่ยังไม่ยอมตื่นลืมตา มือของเธอเอื้อมไปกดให้เสียงของนาฬิกาปลุกหยุดร้อง พร้อมกับเอาผ้าห่มคลุมหัวจนมิด นอนต่อไปอีกซักพัก เยว่ชิงก็รีบลุกจากที่นอนอย่างลุกลี้ลุกลน สะบัดผ้าห่มไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว เท้าก็รีบก้าว มือก็ดึงผ้าขนหนู ก้าวเท้าเข้าห้องน้ำไป เธอน้ำอย่างรวดเร็วประหนึ่งวิ่งผ่านน้ำ แค่เพียง 10 นาที เธอก็ออกมาแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย วันนี้เธอมีประชุมทำให้เมื่อคืนเธอต้องเตรียมรายงานการประชุมจนดึกกว่าจะได้นอนก็จำไม่ได้แล้วว่ากี่โมงกี่ยาม เพราะง่วงจนตาจะปิด ไหนจะทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน พอเตรียมรายงานเสร็จก็ทิ้งตัวลงนอนทันที ไม่ได้สนใจดูเวลา
เยว่ชิงเพิ่งเรียนจบมา กว่าจะหางานทำได้ก็ใช้เวลาหลายเดือน นี่ก็เพิ่งเริ่มทำงานได้ 3 เดือน ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ งานของเธอถือว่าหนักพอสมควร ไหนจะต้องคอยระวังเพื่อนร่วมงานเขม่น เพราะความอิจฉา ที่เห็นว่าเยว่ชิงได้รับความเมตตาจากผู้จัดการ เหตุผลที่ผู้จัดการเมตตาเธอก็ไม่ได้เกี่ยวกับเื่ชู้สาวแต่อย่างใด แต่เป็เพราะเธอกำพร้าบุพการีต่างหาก ผู้จัดการเห็นว่าเธอกรอกในใบสมัครงานว่า บิดา-มารดา เสียชีวิต ตอนสัมภาษณ์งานก็เลยถามเธอว่า บิดา-มารดา เสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร ซึ่งเธอก็ไม่ได้เห็นว่าเป็ความลับใดๆ จึงตอบไปตรงๆ ว่าเป็อุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่ที่เธอได้งานก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเื่นี้ แต่เป็เพราะเธอเป็คนมีไหวพริบ สามารถตอบคำถามได้ตลอดโดยไม่มีอาการอึกอัก ลังเล รวมไปถึงเกรดเฉลี่ยที่สวยงามในใบทรานสคริปต่างหากที่เป็ตัววัด เธอเรียนจบคณะบริหารธุรกิจ ด้วยเกรดเฉลี่ยที่สูงถึง 3.9 พร้อมกับความฉลาดเฉลียวของเธอ ทำให้เธอได้งานนี้ ทั้งที่มีผู้สมัครถึง 100 กว่าคน ปีนี้เธออายุ 22 ปีแล้ว แต่เธอไม่มีอะไรที่เหมือนเด็กวัย 22 ซักนิด เธอมีหน้าตาน่ารักไม่ถึงกับสวย แต่โดดเด่นเพราะมีดวงตากลมโต ปากเล็กบาง เธอไม่ได้แต่งหน้า เพียงใช้แป้งพัฟทาหน้าและทาปากด้วยลิปมันเท่านั้น ส่วนผมเธอก็มัดเป็หางม้าง่ายๆ ด้วยเพราะบิดา-มารดาเสียชีวิต ถึงจะเพิ่งเสียไปได้แค่ 3 ปี แต่อะไรหลายๆ อย่างในชีวิตของเธอก็เปลี่ยนแปลงไปหมดทุกอย่าง เธอไม่ใช่คุณหนู ไม่มีเงินถุงเงินถังมากมาย มีเพียงเงินที่ได้จากประกันชีวิตของบิดา-มารดาเท่านั้น ซึ่งเธอก็ใช้เงินก้อนนี้เรียนต่อจนจบ โชคดีที่ไม่ต้องเดือดร้อนเื่ที่อยู่อาศัย เพราะบ้านที่อาศัยอยู่เป็บ้านของคุณย่าซึ่งท่านก็เสียไปนานแล้ว พ่อแม่จึงพาเธอมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ บ้านหลังนี้ค่อนข้างกว้างเพราะมีถึง 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ การที่เธออยู่คนเดียวจึงถือว่าเกินความจำเป็ไปมาก แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันจะให้เธอขายบ้านแล้วไปหาที่อยู่ใหม่ก็คงไม่มีคนซื้อ เพราะบ้านก็ค่อนข้างเก่าสีซีดจาง ไม่ได้รับการดูแลเลยั้แ่สมัยที่พ่อแม่ยังอยู่แล้ว แค่ตรงไหนมีปัญหาก็เรียกช่าง อะไรเสียก็เปลี่ยนเท่านั้น พ่อแม่เสียมาได้ 3 ปีแล้ว แต่เธอไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรในบ้านเลย อะไรเคยอยู่ตรงไหนก็ยังอยู่ที่เดิม เธอไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น เพราะจะได้รู้สึกเหมือนว่ามีพ่อกับแม่อยู่ด้วยเสมอ
วันนี้ก็เหมือนกับทุกๆ วัน เยว่ชิงกำลังนั่งรอรถประจำทางอยู่ที่ป้ายรถโดยสาร เธอต้องรีบไปเตรียมถ่ายเอกสารรายงานการประชุมของวันนี้ เพื่อแจกให้กับผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน
“เฮ้ออออออออออออ” เยว่ชิงถอนหายใจยาว พร้อมกับยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา “6.25 แล้วเหรอเนี่ย” เยว่ชิงรำพึงรำพันกับตัวเอง “อีกเดี๋ยวรถโดยสารก็จะมาแล้ว”
เมื่อมาถึงที่ทำงานเธอรีบจัดการงานตามหน้าที่ทุกอย่างได้อย่างเรียบร้อย เพื่อให้พร้อมสำหรับที่จะเข้าประชุมใน่เช้าทันที หลังจากออกจากห้องประชุม เธอจะต้องทำสรุปการประชุมวันนี้ส่งให้หัวหน้าใน่บ่ายอีก โชคดีเหลือเกินที่วันนี้เป็วันศุกร์ พรุ่งนี้ก็จะเป็วันหยุดแล้ว หลังจากส่งสรุปการประชุมไป เธอก็นั่งเคลียร์งานอีกนิดหน่อยเท่านั้น ก็จะถึงเวลาเลิกงาน วันนี้ไม่รู้ทำไมเธอรู้สึกเหงา และคิดถึงพ่อกับแม่เหลือเกิน
อะอะเกิดอะไรขึ้นกับน้องนะ เรามาเอาใจช่วยน้องเยว่ชิงไปด้วยกันนะคะ
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และกดหัวใจเพื่อเป็กำลังใจให้กันนะคะ
ยินดีรับฟังทุกคำวิจารณ์นะคะ ขอแค่กรุณาอย่าคอมเม้นท์หยาบคาย ขอบคุณค่ะ