“อาเปียว พักนี้ทำไมเ้าไม่ค่อยกลับบ้าน แล้ว่ที่พักอยู่ในเมืองเ้าไปนอนที่ไหน” หยุนถังถามลูกชายด้วยสีหน้าจริงจัง ั้แ่ที่เขาส่งลูกชายเข้าไปเปิดแผงขายของในอำเภอ เขาก็กลัวเหลือเกินว่าลูกชายจะกลับไปใช้ชีวิตเสเพลแบบเมื่อก่อนอีก
ถ้าให้คนในหมู่บ้านรู้เื่นี้เข้าเขาจะเอาหน้าไปไว้ไหน ชาวบ้านรุ่นใหม่ก็แล้วไปเถอะ แต่ผู้นำตระกูลและชาวบ้านเก่าแก่ต่างก็จดจำเหตุการณ์ที่เขาตัดสัมพันธ์กับลูกชายคนรองได้ หากตาแก่พวกนั้นรู้ความจริงว่าที่แท้คนที่ทำตัวเสเพลและเป็อันธพาลคือหยุนเปียวไม่ใช่หยุนเฮ่า เขาเชื่อว่าต้องมีคนไม่น้อยที่อยากขุดคุ้ยและตรวจสอบเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้เขาตัดสินใจตัดสัมพันธ์และขับไล่ลูกชายคนรองออกจากหมู่บ้านขึ้นมาใหม่แน่ เขาจะปล่อยให้เป็อย่างนั้นไม่ได้
“ข้าไปเช่าโรงเตี๊ยมราคาถูกพักขอรับ ก็ไม่ใช่ว่า่นี้เราทำขนมไปขายมากขึ้นกว่าแต่ก่อนหรือ อีกทั้งภัตตาคารฟู่ชุนหลียังทำขนมชนิดใหม่ออกขายทุกวันทำให้ขนมของเราขายยากขึ้น ข้าถึงต้องยืดเวลาขายของออกไปอีกเพราะกลัวว่าถ้าเก็บขนมกลับมาแล้วมันจะเสีย พอข้าคำนวณดูแล้วว่าถ้าเรายืดเวลาขายของออกไปและหักค่าที่พักออก เราก็ยังมีกำไรเหลืออยู่ เพราะฉะนั้นให้ข้าพักที่นั่นมันก็ดีกว่าที่เราจะขนขนมกลับมาทิ้งไม่ใช่หรือขอรับ ท่านพ่อถามข้าเื่นี้ทำไมกัน” หยุนเปียวตอบคำถามอย่างชัดเจน คำตอบนี้เขาคิดล่วงหน้ามาก่อนแล้ว
“ข้าจะไม่พูดอะไรให้มากความ หากข้ารู้ว่าเ้ากลับไปทำตัวเสเพลเหมือนเดิมแล้วล่ะก็...” หยุนถังมองหน้าลูกชายด้วยสายตาดุดัน “เ้าก็รู้ว่าข้าสามารถทำอะไรเ้าก็ได้ แม้จะฆ่าเ้าให้ตายก็จะไม่มีใครนึกสงสัย หากเ้าไม่เชื่อก็ให้นึกถึงอาเฮ่าเข้าไว้ ตอนนั้นข้ายังใจดีเห็นว่าเขาเป็เด็กหนุ่มอายุแค่สิบห้าจึงไม่คิดจะเอาชีวิตเขา แต่กับเ้าที่รู้ความลับของข้ามากมาย เ้าคิดว่าข้าจะใจดีไว้ชีวิตเ้าเหมือนกับอาเฮ่าไหม”
หยุนเปียวเหงื่อออกเต็มหลัง เขารู้ดีว่าภายใต้ใบหน้าใจดีของบิดานั้นมีแต่ความโเี้ซ่อนอยู่ ไม่ใช่แค่เื่ที่น้องชายของเขาถูกตัดสัมพันธ์และไล่ออกจากหมู่บ้านโดยไม่สนใจใยดีว่าเด็กหนุ่มอายุน้อยอย่างนั้นจะไปใช้ชีวิตอย่างไรหรือจะไปอดตายที่ไหน แต่ยังมีเื่ที่นายพรานในหมู่บ้านที่อยู่ดีๆ ก็หายสาบสูญไป บางคนอาจจะประสบเหตุร้ายและปะทะกับสัตว์ป่าแล้วเสียชีวิตไปจริงๆ แต่สำหรับบางคนล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับบิดาของเขา
“ข้า...ข้าไม่ทำอย่างนั้นแน่นอนขอรับ” หยุนเปียวนึกกลัวคำขู่ของบิดา เขาจึงเลือกที่จะปรึกษาเื่สำคัญแทน “ท่าน...ท่านพ่อขอรับ ข้า...ข้ามีบางอย่างอยากจะปรึกษากับท่าน”
เห็นท่าทางหวาดกลัวและคำพูดตะกุกตะกักของลูกชาย หยุนถังก็ขมวดคิ้วแน่น “เ้าไปก่อเื่อะไรไว้จริงๆ ใช่ไหม”
“เปล่าขอรับ!” หยุนเปียวส่ายหน้าพร้อมกับโบกมือไปมา “ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแต่ข้า...ข้าไปถูกใจแม่หม้ายคนหนึ่ง ข้าอยากให้ท่านพ่อไปสู่ขอนางให้ข้าขอรับ”
“เ้าไปถูกใจแม่หม้ายและอยากให้ข้าไปสู่ขอนางมาอย่างนั้นหรือ เ้ามีเมียมีลูกอยู่แล้ว และพวกเราก็เป็เพียงครอบครัวชาวนาธรรมดา ฐานะไม่ได้ร่ำรวยอะไร ส่วนข้าก็เป็หัวหน้าหมู่บ้านที่ซื่อสัตย์ที่สุดและมีผู้คนนับหน้าถือตามากมาย เ้าบอกข้ามาซิว่าเ้าจะให้แม่หม้ายคนนั้นเข้ามาอยู่ในสถานะไหน” หยุนถังได้ยินคำพูดของลูกชายก็อดที่จะโมโหขึ้นมาไม่ได้ “หรือเ้าคิดที่จะหย่ากับเมียของเ้า ข้าไม่ยอมเด็ดขาด หากมีคนรู้ว่าเ้าหย่ากับเมียเพื่อรับแม่หม้ายคนหนึ่งเข้ามาในบ้าน ชื่อเสียงของข้าต้องย่อยยับแน่”
“ไม่ใช่ขอรับ ข้าจะไม่หย่ากับเฉาหลัน แต่ข้าจะรับแม่หม้ายคนนั้นเข้ามาเป็อนุ”
“รับมาเป็อนุ! เ้าจะเอาปัญญาจากไหนไปเลี้ยงดูนาง”
“เราไม่จำเป็ต้องเลี้ยงดูนางขอรับ ขอแค่ให้นางเ้ามาเป็อนุของข้าได้ ต่อไปครอบครัวของเราก็จะมีอยู่มีกินอย่างสุขสบาย”
“แม่หม้ายคนนั้นมีฐานะดีมากเลยหรือ” หยุนถังผ่อนเสียงลง “นางเป็ใคร เ้าเล่ามาให้ข้าฟัง”
“นางชื่อหูซูเจี๋ย เป็เ้าของร้านขายผ้าที่หนิงเอ๋อนำงานปักไปขาย และนางยังเป็หลานสาวเพียงคนเดียวของท่านปู่หูวั่งไฉ เ้าของโรงน้ำชาที่ให้เราเช่าแผงขายขนมอยู่ตอนนี้ขอรับ”
“ในเมื่อนางมีฐานะดีปานนั้นแล้วทำไมนางถึงตัดสินใจมาเป็อนุของเ้า พวกเ้าคบกันมานานเท่าไหร่แล้ว”
“ข้าเพิ่งบอกความในใจกับนางไปวันนี้เองขอรับ”
“เพิ่งบอกความในใจ? แล้วเ้ามั่นใจได้ยังไงว่านางยินดีจะมาเป็อนุของเ้า”
“ท่านพ่อขอรับ นางเป็เพียงแม่หม้ายคนหนึ่ง ความเชื่อที่ว่าหญิงหม้ายเป็ลางร้ายคงไม่มีใครกล้ามาสู่ขอนางหรอกขอรับ และการที่ข้าเสนอจะรับนางมาเป็อนุก็นับว่าเป็โชคดีของนางแล้ว หากท่านพ่อออกหน้าไปสู่ขอนางให้กับข้า ข้ารับรองว่าแม่นางซูเจี๋ยหรือแม้แต่ท่านปู่หูก็คงจะไม่ปฏิเสธ”
“แล้วเ้าไม่กลัวว่าแม่หม้ายคนนั้นจะเป็โชคร้ายของครอบครัวเราหรือ เ้าเคยคิดถึงข้อนี้บ้างไหม”
“ท่านพ่อขอรับ ท่านลืมเื่คำทำนายที่ว่าหนิงเอ๋อเป็ตัวนำโชคของเราไปแล้วหรือ ถ้าหนิงเอ๋อมาอยู่กับเรา โชคร้ายต่างๆ ย่อมไม่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเราอย่างแน่นอน และหนิงเอ๋อกับแม่นางซูเจี๋ยยังสนิทสนมกันมากด้วย ในเมื่อหนิงเอ๋อเป็ตัวนำโชคและแม่นางซูเจี๋ยก็เป็แหล่งเงินชั้นดี แล้วทำไมเราไม่จับให้สองคนนั้นมาอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันกับเราเสียเลยขอรับ”
“เ้าหมายความว่ายังไง เ้าจะรับหนิงเอ๋อมาเป็อนุของเ้าอีกคนอย่างนั้นหรือ เื่นี้ทำไม่ได้ หนิงเอ๋อเป็หลานสาวของข้า และนางยังเป็น้องสาวของเ้าด้วย หากทำเช่นนั้นชาวบ้านจะคิดยังไงกับเรา”
“ข้าก็ไม่คิดจะรับหนิงเอ๋อมาเป็อนุอยู่แล้วขอรับ ข้าแค่คิดว่าหากเราวางแผนดีๆ ขึ้นมาสักอย่างให้หนิงเอ๋อเสียชื่อเสียงจนแต่งออกไปไม่ได้ จากนั้นเราก็ใช้เงินนิดหน่อยมอบให้ท่านอาหยุนซานเพื่อรับหนิงเอ๋อมาเลี้ยง และหาข้ออ้างเกลี้ยกล่อมไม่ให้หนิงเอ๋อแต่งงานออกไป เท่านี้นางก็จะต้องอาศัยอยู่ในบ้านของเราไปตลอดชีวิต และแม่นางซูเจี๋ยก็จะยิ่งมองเห็นความดีของครอบครัวเราไม่ใช่หรือขอรับท่านพ่อ”
“ความคิดของเ้าก็เข้าท่าเหมือนกันนะ” หยุนถังยิ้มพอใจ
“ท่านพ่อเห็นด้วยกับความคิดของข้าแล้วใช่ไหมขอรับ” หยุนเปียวยิ้มอย่างดีใจที่บิดาเห็นด้วยกับความคิดของตน
“อืม...ส่วนแผนการที่เ้าว่าปล่อยให้เป็หน้าที่ของข้า เพราะเ้ามันทำอะไรไม่รอบคอบ ประเดี๋ยวหนิงเอ๋อรู้ตัวขึ้นมามันจะยุ่งยาก พักนี้ข้ารู้สึกว่านางฉลาดกว่าแต่ก่อนมาก”
“แล้วท่านพ่อจะให้ข้าอยู่เฉยๆ อย่างนี้หรือขอรับ เช่นนั้นให้ข้าไปทำคะแนนกับแม่นางซูเจี๋ยต่ออีกสักหน่อยดีไหมขอรับ”
“เ้าอยากทำอะไรก็ตามใจเ้า ขอแค่ทำให้แม่นางคนนั้นยินยอมแต่งมาเป็อนุให้เ้าก็พอ อ้อ...ยังมีอีกเื่ เ้าต้องไปทำความเข้าใจกับเมียของเ้าให้ดี เพราะการจะรับอนุเข้ามาในบ้าน ยังไงก็ต้องให้ภรรยาเอกยินยอมเสียก่อน เ้าไปจัดการตรงนี้ให้เรียบร้อย”
“เื่นั้นไม่ใช่ปัญหาเลยขอรับ แต่ไหนแต่ไรเฉาหลันก็เชื่อแต่คำพูดของข้ามาตลอด เหมือนเื่ของหยุนไป๋ คราวนั้นนางก็เชื่อข้าจนยอมตกลงแต่งงานกับข้า ขอแค่คราวนี้ข้ายกเหตุผลเื่ความเป็อยู่ที่ดีของลูกชายขึ้นมา นางมีหรือจะปฏิเสธ ผู้หญิงโง่ๆ คนนั้นแค่อยากให้ยินคำว่ารักจากข้าเท่านั้น” หยุนเปียวหัวเราะอย่างพอใจ “แค่คำพูดง่ายๆ ที่ไม่ได้มาจากใจพรรค์นั้น ทำไมข้าจะพูดออกมาให้นางฟังไม่ได้”
“เ้าอย่าได้ทะนงตัวไปนัก คนเราไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ส่วนเื่เก่าเ้าก็เลิกพูดถึงมันเสียที หากมีใครมาได้ยินเข้า เื่ที่เราทำไว้เมื่อก่อนต้องถูกขุดขึ้นมาแน่”
หยุนถังเตือนลูกชายและเริ่มคิดแผนการบางอย่างอยู่ในหัว เื่นี้ยังไงเขาก็ต้องวางแผนให้ดี และแน่นอน...หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา ความผิดทุกอย่างจะต้องชี้ไปที่หยุนเปียว จากนั้นเขาก็พร้อมจะตัดสัมพันธ์กับลูกชายคนโตเหมือนที่เขาเคยทำกับลูกชายคนรอง เท่านี้ก็จะไม่มีใครมาครหาเขาได้
ส่วนเื่ที่ว่าสกุลหยุนของเขาจะไม่มีทายาทสืบสกุลก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเขายังมีลูกชายที่ยังไม่เปิดเผยตัวตนอยู่อีกหนึ่งคน รอให้เขาไม่เหลือใครสักคนจริงๆ ถึงตอนนั้นเขาก็พร้อมที่จะเปิดเผยตัวตนของลูกชาย เพียงแต่ลูกชายผู้อาภัพคนนั้นคงต้องเสียสละเพื่อพ่อบังเกิดเกล้าเช่นเขา เพราะเ้าเด็กนั่นคงมีสถานะเป็ได้แค่บุตรชายบุญธรรมของเขาเท่านั้น
“ขอรับท่านพ่อ ข้าจะไม่พูดเื่เดิมขึ้นมาอีกแล้วขอรับ” หยุนเปียวรีบรับคำ
ส่วนที่ด้านนอกเวลานี้ เฉาหลันใช้มือสองข้างปิดปากตัวเองไว้เพื่อบังคับไม่ให้ตนเองเปล่งเสียงสะอื้นออกมา พ่อสามีที่แสนดีกับสามีคนซื่อของนาง แท้จริงแล้วพวกเขาเป็คนใจร้ายเช่นนี้เลยหรือ แล้วที่ว่าเื่ของหยุนไป๋เมื่อก่อนนี้มันคืออะไร นางถูกสามีหลอกเื่อะไรกันแน่ เื่นี้นางจะไปถามหาความจริงจากใคร และนางจะเล่าเื่ที่เพิ่งได้ยินให้ใครฟัง ‘อาไป๋ หนิงเอ๋อ ระหว่างพวกเ้า ข้าควรจะเล่าเื่นี้ให้ใครฟังดี’