าุโคุมกฎ อวิ๋นเทียนจี ยืนตระหง่านกลางลำธารหุบเขา ทั่วร่างแผ่แรงกดดันน่าสะพรึงกลัว
ตบะ สร้างฐานขั้นแปด นับเป็ยอดฝีมือระดับแนวหน้าของทั้งสำนักชิงอวิ๋น เขารับผิดชอบงานคุมกฎของสำนัก ตลอดหลายปีมานี้ปะาศิษย์ทรยศไปไม่ต่ำกว่าแปดสิบหรือร้อยคน กลิ่นอายสังหารจึงรุนแรงกว่าาุโทั่วไปมากนัก
ยามนี้จิตสังหารนั้นถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้การกักเก็บ อุณหภูมิทั่วลำธารหุบเขาราวกับลดต่ำลงไปหลายส่วน
หลินเยี่ยนััได้ถึงแรงกดดันมหาศาล
นี่คนละระดับกับผู้ดูแลขั้นกลั่นลมปราณเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง สร้างฐานขั้นแปดคือจุดสูงสุดของขอบเขตสร้างฐาน ห่างจากขอบเขต แก่นทอง เพียงก้าวเดียว
“เ้าก็คือหลินเยี่ยน?”
อวิ๋นเทียนจีมองเขาอย่างเ็า แววตาฉายความประหลาดใจวูบหนึ่ง สภาพของเด็กหนุ่มเบื้องหน้านั้นประหลาดพิกลเกินไป——ิัสีแดงคล้ำ ั์ตาสีทองแดง ทั่วร่างกรุ่นกลิ่นอายเปลวเพลิงจางๆ
ดูไม่เหมือนคน กลับดูเหมือนสัตว์อสูรธาตุไฟเสียมากกว่า
“สังหาราุโเซียว ทำร้ายผู้ดูแล โทษเ้าสมควรตายหมื่นครั้ง” น้ำเสียงอวิ๋นเทียนจีเย็นเยียบ “แต่ข้าล่ะสงสัยนัก เ้ารอดชีวิตจากในเตาปรุงยามาได้อย่างไร? และไปเอาพลังระดับนี้มาจากไหน?”
หลินเยี่ยนไม่ตอบ แต่กำลังครุ่นคิดหาทางหนีทีไล่อย่างรวดเร็ว
แม้ตอนนี้เขาจะเป็กลั่นลมปราณขั้นหนึ่ง พลังรบเทียบเท่ากลั่นลมปราณขั้นสามหรือสี่ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับสร้างฐานขั้นแปด โอกาสชนะช่างริบหรี่ ยิ่งกว่านั้นเขาััได้ว่าบนหน้าผายังมีคนของสำนักชิงอวิ๋นอีกมากกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
ต้องรีบหนี
“ไม่พูด?” อวิ๋นเทียนจีแค่นหัวเราะ “ไม่เป็ไร ข้าย่อมมีวิธีทำให้เ้าเปิดปาก”
เขายกมือขวาขึ้น กลางฝ่ามือรวบรวมพลังปราณสีเขียวกลุ่มหนึ่ง พลังปราณนั้นแฝงพิษร้ายแรง หากถูกซัดใส่แม้ไม่ตายก็ต้องเ็ปเจียนตาย
“รับไป!”
อวิ๋นเทียนจีฟาดฝ่ามือออกไป รอยฝ่ามือสีเขียวพุ่งหวีดหวิว ปิดตายทางหนีทั้งหมดของหลินเยี่ยน
“หลบไม่พ้นสินะ...”
หลินเยี่ยนกัดฟัน ไขว้แขนป้องกันหน้าอก เตรียมรับการปะทะ
ตูม!
รอยฝ่ามือกระแทกเข้าที่ร่างเขาอย่างจัง แรงกระแทกมหาศาลซัดร่างเขากระเด็นไปชนผนังหิน หินผาแตกกระจาย ฝุ่นควันคละคลุ้ง
“แค่ก...”
หลินเยี่ยนไถลลงจากผนังหิน มุมปากมีเืไหลซึม ฝ่ามือเมื่อครู่แม้จะมีกายทองแดงกระดูกเหล็กคุ้มกัน ก็ทำให้เขาาเ็ภายในไม่เบา
ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ พิษร้าย ที่แฝงมาในพลังฝ่ามือกำลังกัดกินร่างกายของเขา ผู้ฝึกตนทั่วไปคงพิษกำเริบตายไปนานแล้ว แต่กายาเตาหลอมของเขากลับกำลังหลอมรวมพิษเ่าั้โดยอัตโนมัติ
“หือ?”
อวิ๋นเทียนจีขมวดคิ้ว ฝ่ามือพิษมรกตของเขาขึ้นชื่อว่าเห็นเืเป็ต้องตาย แม้แต่ผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างฐานระดับเดียวกันโดนเข้าไปยังต้องลอกคราบ แต่เ้าเด็กนี่กลับแค่กระอักเื?
“น่าสนใจ”
เขาลงมืออีกครั้ง ครั้งนี้รวบรวมพลังปราณเข้มข้นกว่าเดิม รอยฝ่ามือยังไม่ทันซัดออก อุณหภูมิทั่วลำธารหุบเขาก็เริ่มลดต่ำลง ไอพิษสีเขียวมรกตแผ่กระจาย
หลินเยี่ยนรู้ว่ารับตรงๆ ไม่ไหวอีกแล้ว
เขาสูดหายใจลึก แก่นแท้แห่งไฟในกายหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง พลังแห่งไฟอันร้อนแรงพุ่งออกจากจุดตันเถียน ไหลเวียนไปทั่วร่าง
“เคล็ดกลืน์เตาหลอม!”
หลินเยี่ยนะโต่ำ สองมือผลักออกไปข้างหน้า
เปลวเพลิงสีแดงฉานกลุ่มหนึ่งผุดขึ้นจากความว่างเปล่า กลายเป็กำแพงไฟขวางหน้า
ตูม!
ฝ่ามือพิษมรกตปะทะเข้ากับกำแพงไฟ พลังปราณพิษและเปลวเพลิงกัดกร่อนซึ่งกันและกัน ไอพิษระเหยในเปลวไฟ เปลวไฟก็ถูกไอพิษกัดกร่อน พลังสองสายยันกันครู่หนึ่ง สุดท้ายก็สลายไปพร้อมกัน
“ถึงกับกันได้?”
บนใบหน้าอวิ๋นเทียนจีปรากฏสีหน้าจริงจังในที่สุด เด็กกลั่นลมปราณขั้นหนึ่งถึงกับรับการโจมตีของเขาระดับสร้างฐานขั้นแปดได้?
“เ้าฝึกวิชาอะไรกันแน่?”
เขาหรี่ตาจ้องเขม็งไปที่หลินเยี่ยน “อีกอย่างกลิ่นอายเปลวไฟบนตัวเ้านั่น...”
ทันใดนั้นเขาราวกับนึกอะไรขึ้นได้ รูม่านตาหดเกร็ง
“เตาปรุงยาของเซียวอวิ๋นเทียน! เ้าได้รับมรดกอะไรมาจากในเตา!”
อวิ๋นเทียนจีเข้าใจแล้ว เตาปรุงยาใบนั้นของเซียวอวิ๋นเทียนไม่ใช่ของธรรมดา แต่เป็ เตาเทพ ที่ตกทอดมาจากยุคา เพียงแต่วิธีใช้เตาที่แท้จริงได้สาบสูญไปนานแล้ว เซียวอวิ๋นเทียนจึงใช้มันปรุงยาเท่านั้น
แต่ดูจากตอนนี้ เ้าเด็กนี่อยู่ในเตาสี่สิบเก้าวัน กลับโชคดีได้รับมรดกของเตาเทพมา!
“จะปล่อยให้มันรอดไปไม่ได้”
จิตสังหารในใจอวิ๋นเทียนจีลุกโชน มรดก์ประทานเช่นนี้ไม่แย่งชิงมาก็ต้องทำลายทิ้ง จะปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือคนนอกไม่ได้เด็ดขาด
เขาเตรียมจะใช้วิชาสังหาร แต่กลับััได้ถึงความผิดปกติ
ด้านหลังมีกลิ่นอายเย็นเยียบสายหนึ่งแผ่พุ่งมา
“ใคร!”
อวิ๋นเทียนจีหันขวับ กลับเห็นในเงามืดอีกด้านของลำธารหุบเขา มีคนผู้หนึ่งยืนอยู่ั้แ่เมื่อไหร่ไม่ทราบ
นั่นคือชายวัยกลางคนสวม ชุดคลุมโลหิต ใบหน้าซีดขาวแววตาอำมหิต ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายคาวเืเข้มข้น เห็นชัดว่าไม่ใช่คนดี
“พรรคมารโลหิต าุโเสวี่ยอวิ๋น?”
อวิ๋นเทียนจีจำผู้มาได้ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
พรรคมารโลหิตคือหนึ่งในสามพรรคมารแห่งสิบแปดเมือง ไม่ถูกกับสำนักชิงอวิ๋นมาตลอด าุโเสวี่ยอวิ๋นผู้นี้เป็ระดับสูงของพรรคมารโลหิต ตบะ สร้างฐานขั้นเก้า ชื่อเสียงโเี้ระบือไกล
“อวิ๋นเทียนจีไม่เจอกันนาน” มุมปากาุโเสวี่ยอวิ๋นยกยิ้มชั่วร้าย “ได้ยินว่าสำนักชิงอวิ๋นมีเ้าหนูที่น่าสนใจโผล่มา ข้าเลยมาดูเป็ขวัญตา”
“นี่เป็เื่ภายในของสำนักชิงอวิ๋น เกี่ยวอะไรกับเ้า!”
“เกี่ยวอะไรกับข้า?” าุโเสวี่ยอวิ๋นหัวเราะลั่น “เด็กที่รอดชีวิตจากเตาปรุงยา แถมยังได้มรดกเตาเทพ ต้นกล้าชั้นดีขนาดนี้พรรคมารโลหิตของข้าจะพลาดได้ไง?”
เขามองไปทางหลินเยี่ยน แววตาฉายประกายโลภโมโทสัน
“ไอ้หนู ไปกับข้า ข้ารับรองความปลอดภัยเ้า”
หลินเยี่ยนชะงัก เขาคิดไม่ถึงว่าจะมีคนของพรรคมารโผล่มา ยิ่งคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมาช่วยเขา
“ฝันไปเถอะ!”
อวิ๋นเทียนจีเดือดดาล ร่างวูบไหวขวางหน้าหลินเยี่ยน “เสวี่ยอวิ๋นเ้ากล้าลงมือที่นี่ ไม่กลัวสองสำนักเปิดศึกหรือ?”
“เปิดศึก?” าุโเสวี่ยอวิ๋นแค่นเสียงดูแคลน “ลำพังกำลังของสำนักชิงอวิ๋นตอนนี้เนี่ยนะ? ก็ดี วันนี้ข้าจะฆ่าไอ้แก่สารเลวอย่างเ้าซะก่อน!”
กลิ่นอายของสองยอดฝีมือระดับสร้างฐานขั้นสูงสุดปะทะกัน ทั่วลำธารหุบเขาสั่นะเื
หลินเยี่ยนตระหนักว่านี่คือโอกาสหนีชั้นดี
อาศัยจังหวะที่ทั้งสองเผชิญหน้ากัน เขาแอบถอยหลังเตรียมอาศัยความวุ่นวายหลบหนี
แต่ทันใดนั้น บนหน้าผาก็มีเสียงฝ่าอากาศดังขึ้นอีก
เงาร่างนับสิบสายร่อนลงจากฟากฟ้า ล้วนเป็าุโและศิษย์เอกของสำนักชิงอวิ๋น ผู้ที่นำหน้ามาก็คือเ้าสำนักชิงอวิ๋น—— อวิ๋นชางฉง
“ศิษย์น้องมาได้จังหวะพอดี” อวิ๋นเทียนจีเห็นผู้มาใหม่ก็ถอนหายใจโล่งอก “เศษสวะพรรคมารโลหิตนี่คิดจะแย่งคน”
“เสวี่ยอวิ๋นเ้ากำเริบเกินไปแล้ว”
ผู้มาใหม่นั่นแหละคือเ้าสำนักชิงอวิ๋นตัวจริง อวิ๋นชางฉง ตบะ แก่นทองขั้นต้น กลิ่นอายทรงพลังกว่าทุกคนในที่นี้
สีหน้าาุโเสวี่ยอวิ๋นเปลี่ยนเล็กน้อย สร้างฐานขั้นเก้าคนเดียวเขาไม่กลัว แต่เพิ่มระดับแก่นทองมาอีกหนึ่ง แถมยังมีศิษย์เอกสำนักชิงอวิ๋นอีกโขยง เขาก็ไม่มั่นใจว่าจะรอดไปได้ครบสามสิบสอง
“ฮึ ถือว่าพวกเ้าโชคดี”
าุโเสวี่ยอวิ๋นมองหลินเยี่ยนอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง ร่างวูบไหว กลายเป็แสงโลหิตหายลับไปในราตรี
“ท่านเ้าสำนัก”
อวิ๋นเทียนจีคารวะอย่างนอบน้อม “หลินเยี่ยนผู้นี้หมดทางหนีแล้ว ขอท่านเ้าสำนักโปรดสั่งการ”
เ้าสำนักอวิ๋นชางฉงมองหลินเยี่ยน แววตาฉายความรู้สึกซับซ้อน
เ้าเด็กนี่ฆ่าเซียวอวิ๋นเทียนตามหลักต้องปะา แต่เขารอดจากเตาปรุงยา เห็นชัดว่าได้รับวาสนาบางอย่าง หากจับตัวได้แล้วค้นิญญา แย่งชิงมรดกนั้นมา...
“จับเป็”
เ้าสำนักกล่าวเสียงขรึม “จำไว้ เอาตัวเป็ๆ”
าุโนับสิบคนลงมือพร้อมกัน วิชาคาถานานาชนิดปิดตายทางถอยทุกทิศทาง หลินเยี่ยนอยากหนีแต่พบว่าถูกล้อมไว้จนน้ำซึมไม่เข้า
“ต้องจบลงแบบนี้หรือ?”
หลินเยี่ยนไม่ยินยอม กว่าจะปีนขึ้นมาจากนรกได้ยากลำบากแทบตาย ต้องมาตกอยู่ในมือวิญญูชนจอมปลอมพวกนี้อีกหรือ?
ในยามที่เขาสิ้นหวัง แก่นแท้แห่งไฟ ในกายพลันเต้นระรัวอย่างรุนแรง
พลังสายหนึ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนตื่นขึ้นในกาย
นั่นคือพลังจากส่วนลึกของเตาปรุงยา เป็รากฐานที่แท้จริงของแก่นแท้แห่งไฟ
“คิดจะฆ่าข้า? งั้นก็ตายไปด้วยกัน!”
หลินเยี่ยนั์ตาแดงฉาน เปลวไฟทั่วร่างลุกโชนขึ้นทันที แก่นแท้แห่งไฟในกายเขาราวกับจะะเิ ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“แย่แล้ว! มันจะะเิตัวเอง!”
มีคนร้องอุทาน
แต่ก็สายไปแล้ว
ตูม——
ลำแสงเพลิงเสียดฟ้าพุ่งออกจากร่างหลินเยี่ยน กลืนกินทุกสิ่งรอบข้างในพริบตา อุณหภูมิน่าสะพรึงทำให้หินผาหลอมละลาย ต้นไม้กลายเป็เถ้าถ่าน
าุโที่รุมล้อมต่างพากันถอยหนี แต่ก็ยังมีไม่กี่คนที่โดนเปลวไฟ ร้องโหยหวนถูกเผาเป็ตอตะโก
ฝุ่นควันจางหาย หลินเยี่ยนหายไปแล้ว
ทิ้งไว้เพียงหลุมลึกและลาวาที่ความร้อนยังไม่จาง
“บัดซบ!”
อวิ๋นชางฉงหน้าเขียวคล้ำ “ค้น! พลิกแผ่นดินหาก็ต้องหาให้เจอ!”
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ ในวินาทีที่ะเิ หลินเยี่ยนถูกแก่นแท้แห่งไฟห่อหุ้ม พุ่งลงไปในรอยแยกใต้หน้าผา
รอยแยกนั้นเชื่อมต่อไปยังส่วนลึกของูเา เป็ถ้ำหินย้อยธรรมชาติ
หลินเยี่ยนวิ่งโซซัดโซเซเข้าไปในถ้ำลึก ในที่สุดก็หมดแรงล้มลงกับพื้น
การโจมตีเมื่อครู่แทบจะสูบพลังเขาทั้งหมดไป
“รอดแล้ว...”
เขาหอบหายใจถี่รัว แต่มุมปากกลับยกยิ้ม
แม้จะาเ็สาหัส แม้จะถูกไล่ล่า แต่เขารอดมาได้
และในส่วนลึกของถ้ำหินย้อยนี้ เขาััได้ถึงกลิ่นอายเปลวไฟที่คุ้นเคย
นั่นคือ... กลิ่นอายของไฟพิกล
หลินเยี่ยนตะเกียกตะกายไปยังส่วนลึกของถ้ำ แล้วเขาก็ได้เห็น
เปลวไฟสีน้ำเงินเข้มกลุ่มหนึ่งกำลังลุกไหม้อย่างเงียบงันในความมืด
เปลวไฟนั้นเย็นเยียบประหลาดพิกล เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย
มันคือ ไฟพิกลฟ้าดินอันดับที่ 107——เพลิงภูตน้ำเงิน