“หงส์ไฟ ข้าสร้างบ้านใหม่”
“จะกลับแล้วเหรอ?”
“สองปีกว่าแล้วควรกลับได้แล้ว” หงส์ไฟลากเก้าอี้มานั่งด้านหลังของนางมือหนาจับปอยผมนุ่มของนางมาเล่น
“ท่านอยากได้บ้านแบบไหน”
“ทำได้เหรอ?”
“ข้าไม่ได้ทำเสียหน่อยคนอื่นทำ”
“ใครทำหรือเป็สหายที่ข้าลืม?” ่สองปีที่ผ่านมาหงส์ไฟมักเอ่ยถึงสหายสำคัญที่นางจำไม่ได้บ่อยครั้งเหมือนเขา้าฟื้นความทรงจำต้นชีวิตของนางให้กลับมา แต่นึกยังไงซุนเลี่ยงเฟิ่งยังนึกไม่ออกอยู่ดี
“ข้าต้องทำยังไง?”
“ท่านอยากได้บ้านแบบไหน”ซุนเลี่ยงเฟิ่งหยิบกระดาษออกมาวางแบบคร่าว ๆ ให้หงส์ไฟดู
“กลับเมื่อไหร่”
“จากแคว้นหนันสือถึงเมืองซันซีคงใช้เวลาสักเดือน”
“ได้”
“หงส์ไฟ”
“หือ?”
“เ้าฟังนกพวกนั้นรู้เื่ใช่หรือไม่”หงส์ไฟชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง
“ข้าคือหงส์ไฟย่อมต้องฟังออกอยู่แล้วสิ ท่านอยากฟังรู้เื่เหรอ?” หงส์ไฟเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
“ได้เหรอ”ซุนเลี่ยงเฟิ่งประคองใบหน้าคมเอาไว้หงส์ไฟพยักหน้าถี่ ๆ ซุนเลี่ยงเฟิ่งยิ้มกว้างริมฝีปากนุ่มจรดบนหน้าผากกว้าง
“ท่านชอบทำแบบนี้อยู่เรื่อย..”
“แล้วไม่ชอบเหรอ”หงส์ไฟดึงใบหน้าออกจากฝ่ามือบาง เกยคางคมบนหัวไหล่นาง ซุนเลี่ยงเฟิ่งสอดนิ้วเล่นเส้นผมสีเพลิงของเขา
“นานขนาดนี้...นึกอะไรไม่ออกบ้างเลยเหรอ?”
“บอกข้าสิ”น้ำเสียงอ่อนโยนดังอยู่ข้างใบหู
“..ข้าบอกไม่ได้”
“เื่อื่นยังบอกข้าได้เลยทำไมเื่นี้ถึงบอกข้าไม่ได้” หงส์ไฟไม่ตอบกลับจับนางยกขึ้นนั่งตักตนเอง อ้อมแขนเขาประคองแขนนางประกบเข้าหากันจากด้านหลัง
“หลับตา”แก้มหงส์ไฟแนบชิดแก้มนุ่ม แผ่นหลังรับรู้ความอบอุ่นจากหน้าอกแกร่ง
“ท่านยิ้มอะไร”หงส์ไฟเอียงศีรษะเพื่อถามนาง ทำให้ปลายจมูกโด่งััแก้มนุ่ม
“เปล่าไม่มีอะไร” ซุนเลี่ยงเฟิ่งหลับตาลง นิ้วหนาสอดประกบนิ้วเรียวของนาง ทันทีที่เขาหลับตาลง เสียงสกุณาดังขึ้นในหัวคราแรกซุนเลี่ยงเฟิ่งฟังไม่เข้าใจ ผ่านไปครู่ใหญ่นางกลับเข้าใจเสียงเ่าั้
‘ฟังพวกเขาเข้าใจแล้วหรือไม่’
‘เข้าใจแล้ว’ หงส์ไฟละมือจากนิ้วเรียวมากอดเอวบางแทนซุนเลี่ยงเฟิ่งไม่ได้ห้ามการกระทำของอีกฝ่ายแต่กลับวางมือบนแขนเขาแทน
“มันคืออะไร”
“เดิมทีความสามารถนี้เป็ของท่านอยู่แล้ว”
“ของข้า?”
“ถูกต้องข้าแค่คืนให้ท่าน” คิ้วโก่งยกขึ้นสูง ในใจคิดถึงบางอย่างแต่ไม่ได้เอ่ยออกมา
“ขอบคุณนะ”
“ท่านคิดเปิดร้านค้าจริงเหรอ?”
“อือ...ไม่อยากให้ตระกูลซุนต้องจบลงที่ข้า”
“คิดออกหรือยัง”
“ร้านอาหาร”
“มีคนเปิดแล้วนี่”ซุนเลี่ยงเฟิ่งหยิกแก้มหงส์ไฟด้วยความหมั่นเขี้ยว
“บนเรือต่างหาก”
“บนเรือ...”สุดท้ายซุนเลี่ยงเฟิ่งได้ร่างภาพวาดตัวอย่างให้หงส์ไฟดูอีกรอบ
“เปิดร้านอาหาร?” โหย่งจิ้นคิดว่าตัวเองหูฝาดไป
“เปิดร้านอาหารบนเรือสามารถล่องชมความงามท้องทะเลกลางคืนได้”
“เปิดเฉพาะกลางคืนหรือเ้าคะ”
“ใช่เปิดแค่่อาหารเย็น ระหว่างมื้ออาหารเราล่องเรือไปด้วย”
“ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน”โหย่งจิ้นพึมพำ
“ทำอะไรที่เหมือนคนอื่นคงไม่ใช้ข้าส่วนบ้าน ข้าวานคนให้ปรับปรุงแล้ว คงเสร็จก่อนพวกเราเดินทางกลับ”
ตอนไหน!?
[เมืองซันซี]
“คุณหนูว่าอย่างไรบ้าง”เจิ้งซิงซูถามสามี เจิ้งลู่ฟาง
“คุณหนูให้เราไปพักโรงเตี้ยมประมาณ1 เดือน” เขามองตั๋วเงิน 500ตำลึงแนบมาพร้อมจดหมาย
“ทำไมหรือท่านพ่อ”เจิ้งฉิงเป่าถาม
“คุณหนูบอกให้ช่างมาปรับปรุงบ้านคงไม่สะดวกถ้าเราอยู่”
“ไม่ให้เราอยู่ดูจะดีหรือท่านพี่”
“คุณหนูบอกมาแบบนั้นคงต้องทำตาม”
“ย้ายไปเมื่อไหร่”เจิ้งฉิงเป่าถาม
“เราพร้อมเมื่อไหร่ย้ายไปได้เลย”
[ห้วงหงส์ไฟ]
‘ทำไมต้องส่งคนไปให้ยุ่งยากด้วย ข้าสร้างได้เลยแท้ๆ’
“ข้าคิดแบบนั้นเหมือนกันแต่นางบอกว่า จู่ ๆ บ้านเปลี่ยนไปโดยไม่มีช่างคนอื่นจะผิดสังเกตได้”หงส์ไฟตอบกลับคน้า
‘ไม่เห็นยากสักหน่อย’
“นางอยากทำอะไรท่านทำตามที่นาง้าโดยไม่สงสัยไม่ได้หรือ”
‘ข้าส่งคนไปสร้างเรือเผือเอาไว้ด้วยเลยดีกว่า’
“ฝากด้วย”
‘อ้อ...จริงสิ ธิดาบุปผาบอกจะสร้างสวนดอกไม้ให้ด้วย’
“อย่าลืมสวนผักหลังบ้านด้วย”
‘ข้ารู้แล้วน่า เดี๋ยวบอกนางให้’
‘ข้าได้ยิน’
“ท่านอยู่ด้วย?”
‘อยู่ั้แ่ต้นนั้นแหละ’
“พวกท่าน...”
‘ข้าต้องรีบส่งคนไปทำงานแล้ว’ หงส์ไฟอ้าปากค้าง
จริงหรือนี่....
“เถ้าแก่ห้องพักที่นี้ราคาเท่าไหร่” เจิ้งลู่ฟางเลือกโรงเตี้ยมไม่ใหญ่มากเพราะอยากประหยัดเงินให้มากที่สุด
“มีั้แ่คืน1 ตำลึงเงินถึงคืนละ 1 ตำลึงทอง อยากได้แบบไหน”
“คืนตำลึงเงิน2 ห้อง”
“ได้ๆ พักนานแค่ไหน”
“เดือนหนึ่ง”เถ้าแก่โรงเตี้ยมหันมามองซ้ำ
“เอ๊ะ! พวกเ้าบ่าวตระกูลซุนไม่ใช่หรือ?” ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพอดี เจิ้งลู่ฟางพยักหน้า
“ได้ยินว่าสองปีก่อนคุณหนูซุนอะไรนั้นไล่บ่าวออกจนหมดไม่ใช่หรือ”เถ้าแก่ยืนฟังด้วยความสนใจ
“คุณหนูไม่ได้ไล่สักหน่อย”เจิ้งฉิงเป่าเถียง เจิ้งซิงซูจับแขนลูกชายเอาไว้
“คุณหนูไม่ได้ไล่แต่ให้พวกเราเลือกว่าจะอยู่ต่อหรือออกไปตั้งตัว”
“ใช่คุณหนูยังมอบหนังสือไถ่ตัวให้พวกเราด้วย”
“พูดจริงหรือ?”
“พวกเราไม่จำเป็ต้องโกหก”เจิ้งฉิงเป่ายืนยันแทนคุณหนูของตน
“ที่ข้าได้ยินมาไม่ใช่แบบนั้นนี่”อีกคนนั่งอยู่เอ่ยขึ้น
“ข้าเหมือนกันได้ยินว่าคุณหนูซุนไล่บ่าวออกหมด แถมก่อนออกยังทุบตีบ่าวจนาเ็สาหัส”เจิ้งลู่ฟางไม่ค่อยได้ออกข้างนอกจึงไม่เคยได้ยินข่าวพวกนี้
“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อยคุณหนูออกไปท่องเที่ยวเลยไม่สามารถดูแลพวกเราได้ จึงให้พวกเราเลือก คนที่ไม่ต้องอยู่คุณหนูมอบหนังสือไถ่ตัวให้พร้อมเงินคนละ100 ตำลึงทองทุกคน คนไหนทำงานมานาน คุณหนูยังเพิ่มเงินให้อีก พวกเราไม่มีบ้านเดิมให้กลับเลยเลือกอยู่ต่อคุณหนูยังมอบเงินให้ แถมจ่ายรายเดือนระหว่างรอคุณหนูกลับมา เงินค่าโรงเตี้ยมนี้คุณหนูก็ช่วยออกระหว่างรอบ้านปรับปรุงเสร็จ”ทุกคนได้ยินต่างมีสีหน้าประหลาดใจ นี่มันตรงข้ามกับข่าวลือที่ได้ยินมาเลยไม่ใช่รึไง
“คุณหนูซุนจะกลับมาแล้วหรือ”เถ้าแก่โรงเตี้ยมถาม เจิ้งลู่ฟางพยักหน้า
“พวกเ้าได้ยินข่าวลือมาจากไหน”เจิ้งซิงซูถามพวกเขา
“สาวใช้บ้านฉิง/สาวใช้บ้านซู”เถ้าแก่โรงเตี้ยมหันควับ ไม่จำเป็ต้องมีคำอธิบาย ทุกคนต่างเข้าใจทันที
[ตระกูลหลิว]
“เ้าแน่ใจว่าได้ยินไม่ผิด”หลิวห้าวเหลียงถามต้าเจิง
“ไม่ผิดแน่นอนขอรับ”
“พรุ่งนี้เราไปดูที่บ้านนางดีเพื่อยืนยันดีหรือไม่”หลิวห้าวเหลียงส่ายหน้า
“ข้าสนใจที่มาของข่าวลือนั้นมากกว่า”
“จงอีไปสืบเื่นี้มาให้ละเอียด” หลิวห้าวจิ่งสั่งคนสนิทของตน
“ขอรับ”
“เราควรบอกท่านย่าหรือไม่”
“คิดว่าท่านย่าไม่รู้สิ่งที่เจียเยี่ยนทำงั้นหรือบางทีอาจเป็นางที่วางแผนทุกอย่างก็ได้” หลิวห้าวเหลียงบอกน้องชาย
“ข้ากลัวท่านย่าเร่งให้พวกเราแต่งงานมากกว่า”
“เราสามารถยื้อได้อีกนานแค่ไหน”
“ลองให้ท่านพ่อต่อรองแทนไม่อย่างนั้นเราคงได้แต่งงานก่อนนางกลับมา” หลิวห้าวเหลียงบอกน้องชาย
เช้ามืดวันถัดมารถม้าจำนวนไม่น้อยวิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้านตระกูลซุนชายฉกรรจ์หลายคนลงจากรถม้าเดินเข้าบ้าน ฟ้ายังไม่ทันสางดีพื้นกว้างตรงหน้ากลับถูกแทนที่ด้วยโครงบ้านตั้งตระหง่าน
“เฟยฮวาเ้าได้ยินข่าวลือหรือไม่”
“ข่าวลืออะไร”ซูเฟยฮวาถามฉิงลี่หลิน หลิวเจียเยี่ยนมองนางเช่นกัน
“ข้าได้ยินว่าซุนเลี่ยงเฟิ่งกำลังกลับมา”
“นางยังไม่ตายอีกหรือ?” ฉิงลี่หลินซูเฟยฮวามองหลิวเจียเยี่ยน คำพูดนางพาลให้นึกถึงสิ่งที่ทั้งสามร่วมมือกันก่อในครั้งอดีต
“พี่ห้าวเหลียงพี่ห้าวจิ่งรู้ข่าวหรือยัง” ฉิงลี่หลินเปลี่ยนสีหน้าถามหลิวเจียเยี่ยน
“ข้าไปรู้ได้อย่างไรตัวไม่ได้ติดกันสักหน่อย”
“.......”หลิวเจียเยี่ยนปรายตามองคนทั้งคู่
“เมื่อไหร่พวกท่านจะรีบแต่งงานสักที”
“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่พวกเราสักหน่อย”
“ทำอะไรก็รีบทำเสียสิชักช้าอยู่ได้” หากไม่ติดว่าต้องเกี่ยวดองกัน ฉิงลี่หลินซูเฟยฮวาคงหลีกเลี่ยงคนอย่างหลิวเจียเยี่ยนให้ไกลที่สุด คนอะไรไร้มารยาทไม่มีสัมมาคารวะทั้งที่พวกตนอายุมากกว่ากว่าถึง 2 ปี
“เ้าหมายถึงอะไร”
“ท่านโง่หรือคิดไม่ออกกันแน่..วิธีมีอยู่ตั้งหลายอย่างเลือกเอาสักอย่างสิ” ซูเฟยฮวากำผ้าเช็ดหน้าแน่น ขนาดสาวใช้พวกนางยังโกรธแทน
“คุณหนู....”รั่วอิงได้แต่เรียกคุณหนูตนเสียงเบา
“อะไร!”
“เอ่อ...กลับกันเถอะเ้าค่ะป่านนี้ฮูหยินผู้เฒ่าน่าจะให้คนมาตามแล้ว”
“ข้าโตแล้วตามทำไมหนักหนา” แม้บ่นออกไปเช่นนั้น แต่นางยังลุกขึ้นเดินออกไปไม่สนใจสองคนนั่งอยู่
“คนอะไรไร้มารยาท!” ซูเฟยฮวาบ่นออกมาทันที
“ใจเย็นก่อนเถอะ”ซูเฟยฮวาพยายามสงบสติอารมณ์ นางกังวลขึ้นมาเล็กน้อย ขนาดซุนเลี่ยงเฟิ่งดีกับตระกูลหลิวขนาดนั้นนางยังลงมือได้แล้วพวกตนล่ะ เกิดวันไหนนางไม่พอใจขึ้นมาคงลงมือโดยไม่ลังเลเหมือนกัน
“ลี่หลินเ้าว่านางกล้าลงมือกับพวกเราหรือไม่” ฉิงลี่หลินตอบได้ในทันที
“ข้าไม่อยากแต่งเข้าตระกูลหลิวแล้วละ”
“ข้าเหมือนกัน”ความกังวลของพวกนางไม่ได้น้อยไปกว่ากันเลยสักนิด แต่งแล้วแยกบ้านอยู่ยังพอหลบเลี่ยงได้แต่นี่แต่งไปต้องอยู่บ้านหลังเดียวกัน หนำซ้ำสิ่งที่หลิวเจียเยี่ยนกระทำ ฮูหยินผู้เฒ่ายังรู้เห็นเป็ใจขนาดนี้ดูท่าอนาคตสะใภ้ใหญ่คงไม่พ้นตกเป็เบี้ยล่างคนทั้งตระกูล