หม่าเหลียงขี่ม้าฝ่าค่ายผ้าเหลือง จวบจนกระทั่งจะถึงทางออกแล้ว ฉับพลันได้ยินเสียงเป่านกหวีดดังไล่หลังมา
"บ้าชิบเป๋ง.เกือบจะถึงทางออกอยู่แล้ว พวกมันดันไหวตัวทันซะได้"
"เฮ้ย.พวกเรา เสียงเป่านกหวีดเตือนภัย"
"หรือว่า.จะมีข้าศึกบุกมาปล้นค่ายของพวกเรา"
ทันใดนั้นกองผ้าเหลืองหน่วยหนึ่ง พลันเห็นทหารม้าขี่ด้วยความเร็วเข้ามาใกล้
"หยุด.เดี๋ยวนี้ มึงเป็ใคร รีบไสหัวลงมาจากหลังม้า บัดเดี๋ยวนี้" นายสิบทหาระโเสียงกร้าว
หม่าเหลียงไม่ตอบว่ากระไร ได้แต่เร่งฝีเท้าม้าสุดตีน
"ลุยเลย พี่ม้า"
หน่วยผ้าเหลืองเห็นดังนั้น พากันตั้งแนวรับพร้อมประจัญบาน
"พวกเรา ไอ้คนผู้นี้เห็นทีจะเป็ไส้ศึก จัดการฆ่ามันซะ" นายสิบทหารสั่งลูกน้อง
คมดาบแวววับตวัดฟาดลงมาดั่งอัสนีบาต หมายเด็ดชีพนายหมู่ผ้าเหลือง นายสิบผู้นั้นนับว่ามีฝีมือพอตัว มันยกดาบตั้งรับอย่างว่องไว
"เพล๊ง" เกิดประกายไฟสว่างจ้า ผลักตัวนายหมู่กระเด็นวัดพื้น ด้วยไม่อาจทานกำลังของหม่าเหลียงได้เลย
นายพรานหนุ่มฉวยโอกาศฝ่าแนวรับบางเบา จนชนเข้ากับหน่วยผ้าเหลืองกองนั้น ปลิวกระเด็นคลุกฝุ่นอยู่สองข้างทาง ถึงแม้ว่าจะตีฝ่าออกมาได้สำเร็จ แต่ไม่วายกลับรู้สึกชาวูบบริเวณต้นขาด้านซ้าย ที่แท้คมดาบของโจรผ้าเหลืองกลุ่มนั้น ได้ฝากรอยจารึกเป็ทางสีเืไว้เส้นหนึ่ง
"แย่ชะมัด าเ็จนได้ซิเรา" หม่าเหลียงสบถ
นายสิบทหารผู้นั้นลุกขึ้นมาได้ มันรีบเป่านกหวีดส่งสัณญาณเตือนภัยทันที
"ปรี๊ด.ปรี๊ด.ปรี๊ด." เสียงหวีดแหลมเล็กฝ่าอากาศได้ยินไปไกลหลายลี้ ทำให้แนวหลังทั้งหมดพลันตื่นตัวพร้อมสู้รบ
หม่าเหลียงชะลอม้า เพ่งมองหนทางเบื้องหน้า ทำให้ใบหน้าของเขามืดครึ้มเคร่งขรึมยิ่ง
"พวกมัน ตั้งแนวรับกันพรั่งพร้อม เห็นทีจะตีฝ่าไปได้ลำยาก"
ครั้นเหลียวหลังมองกลับมา ก็เห็นกองผ้าเหลืองกรูกระชั้นเข้ามาใกล้ จึงตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ควบม้าปีนขึ้นเนินเขาด้านข้าง หลีกเลี่ยงแนวรบที่ตั้งขวางทางอยู่เบื้องหน้า ด้วยฝีเท้าม้าเสเหลียงตัวนี้จัดจ้านนัก จึงสามารถปีนป่ายเนินเขา ราวกับรถมอเตอร์ไซด์ไต่ถัง เลาะวนอยู่บนไหล่เขา สามารถหลบเลี่ยงแนวรบผ้าเหลืองได้สำเร็จ
"ห๋า.ไอ้นั่นขี่ม้าแบบนี้ ได้ด้วยเหรอ"
"เออว่ะ.วิ่งบนไหล่เขาราวกับพื้นราบ"
"อัศจรรย์. เกินไปแล้ว"
"พวกมึง จะสรรเสริญมันอีกนานไหม? รีบตามมันไปสิวะ" หัวหน้าโจระโสั่งการ พลางจุดพลุสัญญาณขึ้นฟ้า ให้แนวหลังช่วยกันสะกัดกั้น
"เหลืออีกสองลี้ก็จะถึงทางออกแล้ว เอาวะ.อดทนอีกนิดนะพี่ม้า"
ทันใดนั้นหม่าเหลียงพลันเห็นฝนเกาทัณฑ์พุ่งโจมตีใส่ตน จึงรีบหันหัวม้าศึก กระโจนลงมาจากไหล่เขาอย่างว่องไว ฝนเกาทัณฑ์ชุดแรกผ่านศีรษะเขาไปอย่างฉิวเฉียด ครั้นพอตีนม้าได้ััพื้น ห่าธนูชุดที่สองก็ยิงเสยเข้ามาพอดี
"ไอ้บ้าเอ๊ย"
ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ควงดาบปัดป้องลูกศรเป็พัลวัน แต่ถึงกระนั้นก็ยังถูกลูกเกาทัณฑ์ เสียบเข้าที่ไหล่ซ้าย แม้แต่ม้ายังโดนเสียบไปสามแผล
"ฮ่า.สำเร็จ มันได้รับาเ็แล้ว" เหล่าโจรผ้าเหลืองพากันโห่ร้องดีใจ
"เฮ้ย.พวกเรา เตรียมตัวให้พร้อม มันลงจากเนินเขามาแล้ว"
"สามแถวหน้าใช้หอก ตั้งกำแพงเป็สามระดับ" หัวหน้าผ้าเหลืองสั่งการเฉียบขาด
หม่าเหลียงไม่มีทางเลือก ได้แต่ควบม้าพุ่งลงมาดั่งดาวตก พอเห็นหอกยาวนับร้อยตั้งแนวมั่น พร้อมเสียบร่างตนทั้งคนทั้งม้า ให้นึกประหวั่น
"พี่ม้า ะโ"
ชายหนุ่มกระตุ้นเตือน ให้ม้าศึกะโข้ามดงหอกแหลม ด้วยตัวเองลงจากที่สูง จึงอาศัยแรงส่งจากแรงโน้มถ่วงของโลก กระโจนได้สูงถึงสามจั้ง และทะยานไปได้ไกลกว่าเจ็ด่ตัวม้า ไม่เพียงจะหลบพ้นคมหอกเท่านั้น แต่ยังกระโจนไปถึงแนวหลังของข้าศึกอีกด้วย ทำให้โจรผ้าเหลืองหลายคนถูกเหยียบย่ำ ถูกชนกระเด็นไปชนกับพวกพ้องข้างหลัง จนล้มระเนระนาด
"คิดว่าจะฆ่ากู ได้ง่ายๆเหรอ.ไอ้เวร ตายซะ"
หม่าเหลียงส่งเสียงเยาะเย้ย พลางตวัดดาบเข่นฆ่าพวกมันอย่างเมามัน แล้วตีฝ่าออกมาได้สำเร็จอีกครั้ง
"อย่าให้มันหนีไปได้ ตาม"
"เฮ๊ย.พวกเอ็งช่วยกันส่งสัญญาณ ให้ไอ้พวกข้างหลังช่วยกันสกัดไว้ เร็วเข้า" เสียงเซ็งแซ่ะโต่อกันเป็ทอดๆ พลุถูกจุดจนท้องฟ้าสว่างจ้า
หม่าเหลียงไม่นึกท้อตีฝ่าทะลวงเรื่อยมา จนกระทั่งเข้าใกล้หอเกาทัณฑ์
"นั่น.เห็นทางออกแล้ว พี่ม้าเพื่อนยาก.อดทนอีกนิดนะ"
นายกองฉินรูปร่างสูงใหญ่ท่วงท่าห้าวหาญ กุมดาบยาวยืนประจันหน้า ครั้นเห็นชายหนุ่มขี่ม้าตีฝ่าตะบึงมา มันกวาดดาบเข้าปะทะทันที
"คิดจะผ่านข้าออกไป อย่าได้หวังเลย"
หม่าเหลียงเห็นคมดาบฟาดออกมาด้วยกำลังแรง หมายจะหั่นร่างของตนเป็สองเสี่ยง ให้นึกตระหนก.รีบตั้งดาบเข้าต้านรับ
"เพล๊ง"
เสียงคมดาบปะทะกันอย่างจัง จนร่างของเขากระเด็นตกจากหลังม้า
นายกองฉินไม่รอช้าพุ่งตรงเข้ามา ตวัดคมดาบหมายเด็ดหัวไส้ศึก
"มึงตาย"
หม่าเหลียงที่เสียที ลุกขึ้นนั่งอย่างมึนงง พอเห็นแสงสว่างแวบเข้าตา จึงรีบยกดาบต้านรับตามสัณชาติญาณ