คังอิงไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติ จึงไม่ได้เตรียมซองแดง บุหรี่ หรือเหล้าไว้ โชคดีที่ไม่ต้องมัวปฏิเสธกันไปมา พอเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์โทรคมนาคมจากไป คังอิงมองดูโทรศัพท์ที่เพิ่งติดตั้งใหม่ก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
เธอไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้ แม้กระทั่งตอนที่ได้สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในชาติก่อน!
หลังจากประสบกับเหตุการณ์มากมายในช่วงที่ผ่านมา คังอิงยิ่งรู้สึกเห็นคุณค่าของการเชื่อมต่อโลกทั้งใบไว้ด้วยกัน
ขณะที่คังอิงกำลังมองดูโทรศัพท์ด้วยความสนใจ แต่กลับไม่รู้ว่าจะโทรหาใครดี ‘กริ๊งๆ’ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
คังอิงรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที นี่เป็นโทรศัพท์สายแรกที่เธอได้รับในชีวิตนี้
จากนั้นคังอิงก็พลันหัวเราะออกมา เธอรู้สึกตื่นเต้นจริงๆ พูดไปแล้วก็น่าขัน ในชาติที่แล้วเธอเป็นถึงเจ้านายบริษัทโทรศัพท์มือถือที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เธอใช้โทรศัพท์มือถือที่ทันสมัยที่สุดในโลก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าวันหนึ่ง เธอจะรู้สึกตื่นเต้นกับโทรศัพท์ธรรมดาๆ สายหนึ่ง
คังอิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เสียงทุ้มนุ่มของสือเจียงหย่วนดังมาจากปลายสาย ทำให้คังอิงรู้สึกเคลิบเคลิ้มเล็กน้อย เธอคิดในใจว่า 'คิดไม่ถึงว่าเสียงของสือเจียงหย่วนจะเพราะขนาดนี้'
เมื่อเห็นเธอไม่พูดอะไร สือเจียงหย่วนจึงเอ่ยทัก “คุณได้ยินผมไหม?”
คังอิงหัวเราะแล้วตอบว่า “ได้ยินค่ะ ได้ยิน ฉันเพิ่งเคยรับโทรศัพท์ครั้งแรก ก็เลยไม่ค่อยชินเท่าไหร่น่ะ”
สือเจียงหย่วนหัวเราะแล้วกล่าวว่า “อีกหน่อยต่อจากนี้ไป ถ้าคุณต้องรับโทรศัพท์ทุกวัน คงรำคาญแย่เลย”
คังอิงบอกว่านั่นก็ถูก
ในชาติที่แล้ว เธอเป็นถึงเจ้านายใหญ่ ต้องรับโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา แต่ละวันต้องรับโทรศัพท์สิบถึงยี่สิบสาย บางสายก็คุยกันเป็นชั่วโมง ทำให้เธอรู้สึกเบื่อหน่ายมากจริงๆ
“เรื่องผู้จัดการหลี่ที่ผมบอกคุณตอนเช้ากำลังดำเนินการอยู่ คุณวางใจได้เลย ถ้าเรื่องนี้ใกล้จะเรียบร้อย ผมจะแจ้งให้คุณทราบเอง” สือเจียงหย่วนพูดถึงเรื่องงาน
เมื่อคังอิงได้ฟังคำพูดของสือเจียงหย่วน เธอก็พลันมีความคิดบางอย่างขึ้นมา จึงลองถาม “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ อ้อ ใช่แล้ว ตอนนี้คุณว่างไหมคะ? ถ้าหากคุณว่าง ฉันอยากจะไปที่หมู่บ้านกวนซาน คุณไปกับฉันได้ไหม?”
แน่นอนว่าเหตุผลที่คังอิงชวนสือเจียงหย่วนไปด้วยเป็นเพราะว่าเขามีรถ
แม้ว่าจะมีรถโดยสารรับส่งไปยังชนบท แต่ก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ มักจะต้องรอหนึ่งถึงสองชั่วโมงถึงจะมีรถออกสักคัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในชนบทห่างไกล พอถึงที่ว่าการอำเภอแล้ว ก็ไม่มีรถประจำวิ่งไปต่อที่หมู่บ้านที่อยู่ถัดไป ต้องปั่นจักรยานหรือไม่ก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปเท่านั้น ช่างไม่สะดวกเอาเสียเลย
“ว่างครับ พอดีผมจัดการธุระต่างๆ เรียบร้อยหมดในช่วงเช้าแล้ว”
พอสือเจียงหย่วนได้ยินคังอิงชวน เขาก็ตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล
คังอิงยิ้มบอก “งั้นก็ตกลงตามนี้ ฉันจะรอคุณอยู่ที่บ้านนะ”
สือเจียงหย่วนบอก “ได้ครับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ”
ทันทีที่สือเจียงหย่วนวางสาย หนิงชิ่งเซิงผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ในห้องนั่งเล่นก็เบิกตากว้างแล้วพูดอย่างไม่พอใจว่า “พี่ชาย พี่ไม่ได้รับปากว่าจะพาผมไปที่ตัวเมืองเหรอ? แล้วพี่จะไปไหนกับใครอีก?”
“นายนั่งรถประจำทางไปเองก็แล้วกัน ฉันมีธุระ” สือเจียงหย่วนปฏิเสธหนิงชิ่งเซิงอย่างไม่ใยดี
หนิงชิ่งเซิงนั่งข้างๆ พลางคร่ำครวญ “ผมก็ไปทำธุระให้พี่แท้ๆ ทำไมพี่ถึงใจร้ายให้ผมนั่งรถประจำทางไปล่ะ? ไปกลับต้องใช้เวลาทั้งวันเลยนะครับ พี่ชาย!”
นี่ยังเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาจริงๆ งั้นหรือ? จะให้ไปทำธุระให้ กลับต้องให้เขานั่งรถโดยสารไปเอง
“นายเป็นผู้ชายตัวโตๆ นั่งรถประจำทางแล้วจะเป็นอะไรไป? ไม่ได้ให้นายเดินไปสักหน่อย” พูดจบ สือเจียงหย่วนก็เดินจากไปอย่างไม่ไยดี
หนิงชิ่งเซิงรู้สึกว่าแปลกๆ เมื่อเห็นว่าบนใบหน้าพี่ชายของเขามีรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ
ทันใดนั้นก็มีเสียงที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นดังขึ้นมาจากด้านหลังสือเจียงหย่วน “พี่ใหญ่ พี่จะไปไหนคะ?”
สือเจียงหย่วนหันกลับไปมอง ก็พบว่าน้องสาวที่แสนฉลาดเจ้าเล่ห์ซุกซนของเขากำลังยืนอยู่ข้างหลัง บนใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัย
สือเจียงหย่วนรู้สึกปวดหัว น้องสาวของเขาซุกซนยิ่งกว่าลูกพี่ลูกน้องชายคนไหนของเขาเสียอีก ตั้งแต่เด็กเธอก็มีชื่อเสียงโด่งดังในละแวกนี้
พวกพี่ชายน้องชายของเขาไม่กล้าปีนป่ายต้นไม้หรือลงไปเล่นน้ำในแม่น้ำ แต่น้องสาวคนนี้เวลาเงียบๆ ก็ดูเหมือนเด็กดี แต่ถ้าหากเธอซนขึ้นมาล่ะก็ ไม่ว่าใครก็เอาไม่อยู่
สือเจียงหย่วนจึงบอกว่า “เรื่องธุรกิจ เธอเป็นเด็กคงไม่เข้าใจหรอก อย่ามายุ่งเลย”
“ธุรกิจอะไรเหรอพี่ใหญ่ ถึงได้รีบร้อนขนาดนี้ เป็นเพราะอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงหรือเปล่า?”
หนิงเชี่ยนเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
“เธอรู้ได้ยังไงว่าเป็นผู้หญิง?” หนิงชิ่งเซิงแทรกขึ้นมา
“พูดมั่ว!” สือเจียงหย่วนลังเลใจอย่างอย่างบอกไม่ถูก ตอนหันกลับไปตอบ
“ยังจะไม่ยอมรับอีก เสียงในโทรศัพท์เมื่อกี้มันเป็นเสียงผู้หญิงชัดๆ แถมยังเพราะมากด้วย เป็นแฟนพี่หรือเปล่า?”
สือเจียงหย่วนถูกหนิงเชี่ยนจู่โจมด้วยคำถามนี้อย่างไม่ทันตั้งตัว เขาโต้ตอบกลับโดยสัญชาตญาณ “หุ้นส่วนที่ทำธุรกิจด้วยกันน่ะ”
“อ้อ คบกันไปนานๆ ก็เกิดเป็นความรักสินะ?” หนิงเชี่ยนยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ใช่ที่ไหนล่ะ เป็นแค่หุ้นส่วนทางธุรกิจเท่านั้น เธออย่าเดามั่วไปเรื่อย”
สือเจียงหย่วนไม่ได้บอกเรื่องที่คังอิงเป็นผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เพราะว่าช่วงที่เขาได้รับบาดเจ็บ เขาไปพักรักษาตัวอยู่ที่หอพักของสำนักงานบริหารการพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม ไม่ได้กลับบ้าน
เขากลัวว่าน้ารองจะรู้เรื่องที่เขาได้รับบาดเจ็บแล้วไปบอกพ่อแม่ของเขา ดังนั้นครอบครัวหนิงจึงไม่รู้เรื่องที่เขาได้รับบาดเจ็บ ยิ่งไม่รู้ด้วยว่าคังอิงเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเขาไว้
หนิงเชี่ยนมองดูสีหน้าของสือเจียงหย่วนแล้วทำหน้าตาบูดบึ้งพลางกล่าวว่า “พี่ใหญ่ ทำไมพี่ถึงตอบส่งๆ แบบนี้ล่ะ? การมีแฟนก็ถือเป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ? ทุกคนต่างก็หวังว่าพี่จะมีแฟนสักที”
หลายปีมานี้ สือเจียงหย่วนถูกคนอื่นๆ พูดกรอกหูเรื่องแฟนจนเขาเริ่มชินชาไปแล้ว เขายิ่งรู้สึกต่อต้านเรื่องนี้ ใครก็ตามที่พูดถึงเรื่องแฟนกับเขา เขาก็จะหงุดหงิด มีเพียงหนิงเชี่ยนคนนี้เท่านั้นที่กล้าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าเขา
คังอิงเพิ่งหย่าร้าง เธอได้รับบาดแผลจากการแต่งงานครั้งก่อน สำหรับผู้หญิงที่เคยผิดหวังในความรัก การที่จะแต่งงานใหม่ในระยะเวลาอันสั้นนับว่าเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
สือเจียงหย่วนคิดว่า คังอิงคงไม่มีวันสนใจเรื่องแต่งงานอีกอย่างน้อยๆ ก็ภายในสามถึงห้าปีนี้ เพราะว่าเธอถูกกดขี่ข่มเหงราวกับทาสมาสามปี แถมยังถูกสามีทุบตีจนเกือบตายอีก ผู้หญิงคนไหนจะไม่รู้สึกหวาดกลัวกัน
ดังนั้นสือเจียงหย่วนจึงไม่เคยคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคังอิงในแง่นั้นเลย
เมื่อเห็นว่าพี่ชายไม่ตอบคำถามของตน แต่กลับครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ หนิงเชี่ยนยิ่งรู้สึกสงสัยมากขึ้น ทว่าเธอก็ไม่กล้าแกล้งสือเจียงหย่วนต่ออีก
ส่วนคังอิงที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง เธอวางสายโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้ม พลันรู้สึกว่าการมีโทรศัพท์นั้นสะดวกจริงๆ ตอนนี้เธอยิ่งคิดถึงโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมาจับใจ
พอคิดถึงโทรศัพท์มือถือของคนรุ่นหลังที่สามารถชำระเงินผ่านมือถือ ขึ้นรถบัส หรือซื้อของต่างๆ ได้ ด้วยโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียวในมือ ก็สามารถเดินทางไปทั่วโลกได้แล้ว ทำให้รู้สึกว่าการสื่อสารที่ล่าช้าในยุคนี้ช่างไม่สะดวกเอาเสียเลย
แต่อย่างไรเสีย ต่อให้พัฒนาโทรศัพท์มือถือในตอนนี้ ก็คงไม่มีใครใช้
พูดตามตรง ถึงแม้ว่าคังอิงจะรู้จักขั้นตอนการผลิตโทรศัพท์มือถือทั้งหมด แล้วก็รู้ว่าส่วนประกอบต่างๆ มีอะไรบ้าง แต่ด้วยระดับเทคโนโลยีในปัจจุบัน ไม่มีทางผลิตชิปแบบที่โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ต้องการได้
ชิป ส่วนประกอบหลักของโทรศัพท์มือถือ ชิปขนาดเล็กๆ อันหนึ่งต้องบรรจุคริสตัลกว่าล้านตัว แม้แต่เทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกาในยุคปัจจุบันก็ยังทำไม่ได้